ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 424 ลู่หยาง: ถึงเวลาที่ข้าจะลงมือแล้ว
“ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮั่นสุ่ยมีหมู่บ้านเล็กๆ แห่ง
หนึ่ง ชื่อว่าหมู่บ้านไป๋สุ่ย ในหมู่บ้านมีสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีชื่อหลิว
ซาน วันหนึ่งในยามเช้า หลิวซานตื่นขึ้นมาพบว่าวันนี้ไม่ได้ถูกภรรยา
ปลุกเหมือนนนทุกวัน รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก”
“หลิวซานร้องเรียกภรรยาทั่วบ้านแต่ไร้วี่แวว จึงเริ่มออกตามหา
ในที่สุดก็พบว่าภรรยาจมน ้าตายในอ่างน ้า”
“เจ้าหน้าที่ชันสูตรพบว่าภรรยาตายโดยไม่มีร่องรอยการดิ้นรน
แต่อย่างใด ราวกับสมัครใจจมน ้าตายในอ่างเอง รู้สึกแปลกประหลาด
ยิ่งนัก จึงรายงานต่อไปตามล าดับขั้น หลังจากตรวจสอบอย่าง
ละเอียด ทางการสรุปว่าเป็นฝีมือของผีจมน ้า”
“ผีจมน ้าก็คือผู้ที่จมน ้าตาย มีความแค้นในใจ และบังเอิญช่วงที่
ตายนั้นได้พบกับพลังอินสายหนึ่ง จึงกลายเป็นวิญญาณ หลอก
หลอนมนุษย์”
“ผีจมน ้ามักอาศัยอยู่ตามแม่น ้าทะเลสาบ พอดีว่าใกล้กับหมู่บ้าน
ไป๋สุ่ยมีบึงเย็นแห่งหนึ่ง น ้าในบึงเย็นเกินไป มนุษย์สามัญดื่มเป็น
เวลานานจะเจ็บป่วย พลังอินหนาแน่นยิ่งนัก เหมาะแก่การอยู่อาศัย
ของผีจมน ้าพอดี”
“มีศิษย์พี่ขั้นแก่นทองค าปลายระยะก าลังเดินทางกลับส านัก
บังเอิญผ่านมาได้ยินเรื่องนี้ จึงไปสืบที่บึงเย็น ส่งซากศพมีชีวิตลงไป
จับผีจมน ้า”
“แต่ผีจมน ้านั้นมีพลังแข็งแกร่งเหลือเกิน อย่างน้อยก็ต้องเป็น
ระดับครึ่งขั้นทารกแรกก าเนิด บางทีอาจเป็นขั้นทารกแรกก าเนิดต้น”
“เมืองฮั่นสุ่ยมีปัญหาวิญญาณชั่วมากเกินไป ทั้งทางการและ
ส านักต่างๆ ไม่มีก าลังเพียงพอ ไม่มีคนว่างไปจัดการกับผีจมน ้า”
“เป็นอย่างไร จะรับภารกิจนี้หรือไม่?”
จ้าวปั้วได้รับภารกิจมาหนึ่งชิ้น สรุปสั้นๆ แล้วถามความเห็นจาก
ลู่หยางและคณะ
เมิ่งจิ่งโจวคิดว่าแค่ผีจมน ้าธรรมดา ไม่มีความท้าทายพอ: “ฟัง
แล้วไม่มีอะไรยาก มีภารกิจที่ท้าทายกว่านี้อีกไหม?”
“มีเรื่องผีหญิงหาเจ้าบ่าวแต่งงานทางวิญญาณ…”
“เอาแค่ผีจมน ้าก็พอ” เมิ่งจิ่งโจวรีบขัดค าพูดของจ้าวปั้วทันที
เล่นตลกอะไร ในสถานการณ์ปัจจุบันของเขา จะได้อย่างไรก็
แล้วแต่สองทาง ผีหญิงอาจเห็นเขาแล้วไม่ถูกใจ ไม่ยอมออกมาให้
เห็น หรือไม่ก็เห็นเขาแล้วไม่ถูกใจ อยากตบเขาให้ตายในทันที
“ตกลง พวกเราออกเดินทางกัน” ก่อนออกเดินทาง จ้าวปั้วแจก
ยันต์ให้สามคนคนละแผ่น
“นี่คือยันต์อะไร?”
“ยันต์สลายจิตวิญญาณ ผลิตพิเศษโดยส านัก มีให้กับทุกศิษย์ที่
ออกไปแก้ปัญหาวิญญาณ ส านักพบว่าเหล่าวิญญาณชั่วยากจะฆ่า
ให้ตายจริงๆ แม้จะเอาชนะวิญญาณร้ายได้ ท าให้มันอ่อนแอ แต่หาก
ไม่มีวิธีการเฉพาะก็ยากจะฆ่าวิญญาณนั้น จึงร่วมมือกับอาจารย์ยันต์
และนักจับผีของทางการ เร่งผลิตยันต์นี้โดยเฉพาะ”
ศิษย์ส านักควบคุมศพต่างเป็นผู้ควบคุมศพ ฝึกวิชายุทธ์ธาตุอิน
มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับวิญญาณชั่ว พวกเขาสามารถเอาชนะ
วิญญาณร้ายได้ แต่กลับยากจะฆ่า
“เมื่อพวกเราเอาชนะผีจมน ้าได้ ก็จะใช้ยันต์นี้จัดการมัน!”
“ส านักท่านคิดรอบคอบมากนะ” ลู่หยางยิ้มแย้มรับยันต์สลายจิต
วิญญาณเก็บไว้ จริงๆ แล้วส าหรับพวกเขาไม่มีความจ าเป็นมากนัก
ด้วยการมีเมิ่งจิ่งโจว ผู้เป็นศัตรูของวิญญาณชั่วอยู่ด้วย ใช้ไฟก็
เผาผีให้ตายได้
ไม่ว่าจะเป็นไฟบริสุทธิ์หยางหรือไฟสามรส ล้วนเป็นสิ่งที่ขับไล่
วิญญาณชั่วได้ทั้งสิ้น
บึงเย็นอยู่ตรงข้ามกับส านักควบคุมศพ ข้ามเมืองฮั่นสุ่ยทั้งเมือง
คณะเดินทางออกจากส านักควบคุมศพ เดินทะลุเมืองฮั่นสุ่ย ผ่านร้าน
เนื้อย่าง ‘มาอีกครั้ง’ ที่ก าลังทดลองเปิดให้บริการ
เมืองฮั่นสุ่ยยังคงเจริญรุ่งเรือง ผู้คนสัญจรไปมาขวักไขว่
หนาแน่นวุ่นวาย ภัยวิญญาณร้ายไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความ
เจริญรุ่งเรืองของเมืองมากนัก
หนึ่ง เพราะเมืองฮั่นสุ่ยคนเยอะ พลังหยางหนาแน่น วิญญาณ
ร้ายไม่กล้าบุกเข้ามาหรือก่อเรื่องในเมืองนี้ง่ายๆ
สอง แม้จะกลับบ้าน ก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่าที่ไหน ประตูบานเดียว
ไม่อาจกั้นวิญญาณร้ายที่ตั้งใจจะท าร้าย แต่กลับกัน อยู่ข้างนอกที่มี
คนมากมายกลับปลอดภัยกว่า
สี่คนหนึ่งศพเดินทางตามเส้นทางที่ระบุในภารกิจ ผ่านหมู่บ้าน
ไป๋สุ่ย มาถึงบึงเย็น
เมื่อยืนอยู่ริมบึง ทั้งสี่ก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจาก
บึง
บึงเย็นมีภูเขาล้อมรอบสามด้าน ยากจะได้รับแสงอาทิตย์ตลอด
ทั้งปี รอบๆ มีต้นไม้เขียวขจีหนาแน่น โดยเฉพาะต้นหวาเก่าแก่หลาย
ต้น สะดุดตาที่สุด
หลายปัจจัยรวมกัน ท าให้น ้าในบึงเย็นเฉียบ
น ้าในบึงใสแจ๋ว แต่ไม่อาจมองเห็นก้นบึง ไม่สามารถหาต าแหน่ง
ของผีจมน ้าได้
“แปลกจริง ท าไมไม่มีปลาสักตัวเลย?” เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกแปลกใจ
ตามหลักแล้วสถานที่เช่นนี้ควรมีปลามากมาย ปลาใหญ่สักหนึ่งร้อย
แปดสิบชั่งก็คงไม่แปลก
แต่ความจริงกลับเป็นว่า ในบึงไม่มีปลาสักตัว แม้แต่ลูกปลาก็ไม่
มี
“ถูกผีกินแล้ว? ผียังกินปลาด้วยหรือ?”
ลู่หยางผลักเมิ่งจิ่งโจวผู้ก่อค าถามไม่หยุดให้หลีกไปข้างทาง แล้ว
นั่งยองๆ ส ารวจบึงเย็น: “เจ้าไม่ต้องสนใจว่ากินปลาหรือไม่ รอจับได้
แล้วค่อยถามก็ได้ ปัญหาตอนนี้คือใครจะลงไป ใครมีวิชาว่ายน ้า
พอที่จะล่อผีขึ้นมา?”
ทั้งสี่คนมองหน้ากัน ลู่หยางมีรากฐานกระบี่ เมิ่งจิ่งโจวมีรากฐาน
โสด หม่านกู่เป็นเผ่าโบราณ และจ้าวปั้วเป็นผู้ควบคุมศพ ไม่มีใคร
เชี่ยวชาญการว่ายน ้า
“ข้าจัดการเอง ข้าจะส่งซากศพมีชีวิตลงไป!”
จ้าวปั้วจุดธูปสามดอก เคารพซากศพมีชีวิตสามครั้ง ซากศพดูด
ซับกลิ่นธูป ผิวขาวซีดเริ่มมีสีเลือดฝาด ดวงตาที่ว่างเปล่าดูมีชีวิตชีวา
ขึ้นเล็กน้อย
ซากศพมีชีวิตกระโดดลงบึง ผิวน ้าที่เงียบสงบเกิดระลอกคลื่น
เห็นได้ชัดว่าซากศพมีชีวิตพบผีจมน ้าแล้ว ก าลังต่อสู้กัน
พลังของวิญญาณมาจากความกลัวในใจมนุษย์ และความ
อ่อนแอของจิตวิญญาณ ซึ่งทั้งสองประการไม่มีผลต่อซากศพมีชีวิต
แม้แต่น้อย
จ้าวปั้วเหงื่อเย็นผุด ฟันกระทบกันกึกๆ เขาสามารถรับรู้สิ่งที่
ซากศพมีชีวิตเจอ รู้สึกถึงพลังมหาศาลของวิญญาณที่เผชิญหน้าอยู่
ความกดดันเพิ่มขึ้นทวีคูณ
“ท่านจ้าว?” ลู่หยางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ข่าวที่ได้มาผิดพลาด! ผีจมน ้าข้างล่างไม่ได้เป็นครึ่งขั้นทารก
แรกก าเนิดหรือขั้นทารกแรกก าเนิดต้น แต่เป็นขั้นทารกแรกก าเนิด
กลาง!”
“ซากศพมีชีวิตยังพบศพหญิงอีกศพหนึ่ง คงเป็นภรรยาที่จมน ้า
ตายในหมู่บ้านไป๋สุ่ย!”
“ซากศพมีชีวิตก าลังล่อผีจมน ้าขึ้นมา เตรียมตัวให้พร้อม!”
จ้าวปั้วตะโกน
ทั้งสามคนได้ยินดังนั้นก็รีบเตรียมท่าต่อสู้ ทันทีที่ผีจมน ้าโผล่
หน้า จะโจมตีอย่างรุนแรงทันที
ตูม!
ผิวน ้าระเบิด เงามืดวาบขึ้นจากผิวน ้า
“ไฟสามรส!”
“ไฟบริสุทธิ์หยาง!”
“หมัดราชันม่านอันดุร้าย!”
ทั้งสามโจมตีพร้อมกัน เกือบจะถูกเงานั้น แต่จ้าวปั้วรีบร้องห้าม
“หยุด หยุด หยุด! ที่ขึ้นมาไม่ใช่ผีจมน ้า แต่เป็นซากศพมีชีวิต
ของข้า!”
ทั้งสามรีบเบี่ยงทิศทางการโจมตี พลังระเบิดออกในอากาศเปล่า
ปะทะหน้าผาชัน หินยักษ์กลิ้งตกลงมา เสียงดังสนั่น
จ้าวปั้วมองด้วยความตกใจ การโจมตีนี้ดูไม่เหมือนนนฝีมือของผู้
บ าเพ็ญขั้นแก่นทองค าเลย
“แล้วผีจมน ้าล่ะ?” ลู่หยางงุนงง
จ้าวปั้วยิ้มเก้อๆ: “เมื่อกี้ข้าร้องบอกให้เตรียมตัว เสียงดังเกินไป ผี
จมน ้าได้ยินว่ามีกับดักจึงหนีกลับไปแล้ว”
“ยากแล้วสิ รู้ว่ามีกับดัก มันคงไม่ติดกับอีก” หม่านกู่เอ่ยอย่าง
ล าบากใจ ไม่รู้จะท าอย่างไรดี
“ไม่เอาแหวนเก็บของดูดน ้าจนแห้งไปเลยหรือ?” เมิ่งจิ่งโจวเสนอ
จ้าวปั้วส่ายหน้า: “ไม่ได้ บึงเย็นแห่งนี้กลายเป็นอาณาเขตของผี
จมน ้าไปแล้ว แหวนเก็บของไม่สามารถดูดสิ่งที่มีเจ้าของได้”
ลู่หยางยิ้มอย่างมั่นใจ: “เรื่องนี้ฝากไว้กับข้า พอดีได้โอกาสให้
พวกเจ้าได้เห็นวิชาเทพที่ข้าฝึกมาหลายวัน!”
“เจ้าไปเรียนมาจากไหนอีกล่ะ คราวนี้เป็นวิชาแปลกๆ อะไร?”
เมิ่งจิ่งโจวถามอย่างสงสัย ใจคันยิบๆ อยากรู้
“วิชาเทพที่ลือลั่นยาบัดดล พวกเจ้าดูแล้วจะรู้เอง!” ลู่หยางท าท่า
ลึกลับ ยิ่งท าให้เมิ่งจิ่งโจวสงสัยจนใจคัน ใจคันจนทนไม่ไหว
“รีบแสดงมาสิ”
ลู่หยางเดินไปมาริมบึง ใช้พลังวิเศษให้ชายเสื้อพลิ้วสยาย ดูราว
กับก าลังจะล่องลอยไปสู่สวรรค์
“ผีร้ายข้างล่าง ฟังให้ดี ข้าให้โอกาสเจ้าหนึ่งครั้ง หากยังไม่
ออกมา ก็อย่าโทษว่าข้าไม่ปรานี!”
บึงเย็นเงียบสงบไร้คลื่น
ลู่หยางคาดเดาไว้แล้วว่าผีจมน ้าจะไม่ตอบสนอง มือของเขาพลิก
คว ่าลงบนผิวน ้า แล้วยกขึ้นอย่างแรง น ้าในบึงกลายเป็นทอร์นาโดน ้า
ไหลเข้าสู่ฝ่ามือทั้งหมด เผยให้เห็นผีจมน ้าที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกสุด
ของบึง
ลู่หยางหันไปหาเพื่อน สะบัดแขนเสื้ออย่างสง่างาม: “เดาออก
ไหม นี่คือวิชาที่ข้าฝึกมาหลายวันจนส าเร็จ คือวิชา…”
จ้าวปั้วเห็นภาพนี้แล้วตาเบิกโพลง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ: “นี่…นี่
คือวิชาโลกในแขนเสื้อที่เล่าลือกัน!”
สะบัดแขนเสื้อครั้งเดียว น ้าในบึงถูกดูดเข้าไปในแขนเสื้อจนหาย
วับ นี่มิใช่วิชาโลกในแขนเสื้อแล้วจะเป็นอะไร?
“…ใช่ นี่คือวิชาโลกในแขนเสื้อของข้า!”