ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 432 ที่หนึ่งในรุ่นใหม่!
“นี่เป็นข่าวที่ข้าต้องสืบค้นจากหลายแหล่งกว่าจะได้มา พลัง
แผ่นดินเกี่ยวข้องกับชั้นความลับระดับสูง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าควรรู้
ในตอนนี้ พวกเจ้าเพียงแค่จ าไว้ว่าพลังแผ่นดินสามารถขจัดการ
ย้อนกลับของสายใยโชคชะตาได้ก็พอ!” ชิวจิ้นอันก าชับทุกคน
วิทยายุทธ์ของพวกเขายังต ่าเกินกว่าจะได้รู้ความลับเหล่านี้
นี่เป็นเรื่องที่เฉพาะผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติเท่านั้นที่จะรู้ หากไม่ใช่
เพราะเขาเป็นเจ้าส านักแห่งส านักเซียน ก็คงไม่มีโอกาสล่วงรู้ถึง
ตัวตนของพลังแผ่นดิน
ลู่หยางพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง “ถูกต้องอย่างยิ่ง พลัง
แผ่นดินเป็นสิ่งที่เซียนฝ่ายราชส านักครอบครอง เกี่ยวข้องกับผลของ
การบ าเพ็ญ เป็นหนึ่งในกลวิธีของเซียน ผู้ที่อยู่ภายใต้การปกป้อง
ของพลังแผ่นดินจะไม่เป็นพิษเป็นภัย ไม่เจ็บไม่ป่วย สามารถ
ปลดปล่อยพลังการต่อสู้มหาศาลได้ในชั่วพริบตา ทั้งยังมีคุณสมบัติ
พิเศษเกี่ยวกับการลืมเลือน แม้แต่อาจารย์หลวงแห่งราชวงศ์ต้าอวี๋ก็
ยังเกรงกลัวต่อพลังแผ่นดิน ไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างเปิดเผย!”
ชิวจิ้นอันชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าลู่หยางดูเหมือนจะรู้เรื่อง
มากกว่าตนเสียอีก
นี่เป็นคลังความรู้ที่ผู้อยู่ในขั้นแก่นทองค าควรมีหรือ?
เขานึกย้อนไปถึง
ตอนที่ตนอยู่ในขั้นแก่นทองค า เพิ่งจะรู้ว่ามีผู้ไม่
ประสงค์ออกนามในยุคโบราณที่หลอมรวมทวีปดาวนักษัตร ส่วน
แนวคิดเกี่ยวกับเซียนหรือผลของการบ าเพ็ญนั้น เขาไม่รู้จักเลยสัก
นิด บางครั้งเขาได้เข้าไปฝึกฝนในดินแดนลับที่มีเพียงผู้อยู่ในขั้น
แก่นทองค าเท่านั้นที่สามารถเข้าได้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้บ าเพ็ญขั้น
ทารกแรกก าเนิดและขั้นแปลงร่างเซียนทิ้งไว้
และที่ส าคัญ พลังแผ่นดินมีคุณสมบัติการลืมเลือน ตัวเขาเองมี
วัตถุวิเศษจากราชส านักจึงไม่ได้รับผลกระทบ แล้วท าไมลู่หยางผู้นี้ถึง
ไม่ลืม?
ชิวจิ้นอันครุ่นคิดสักครู่ แต่ไม่ได้ซักไซ้ลึกไปกว่านั้น มีเรื่องที่ไม่
เข้าใจเกี่ยวกับส านักเวิ่นเต๋าอีกมากมายเหลือเกิน อีกหนึ่งปริศนา
อย่างลู่หยางก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไร
ตัวอย่างเช่น เขายังไม่เข้าใจว่าในโลกการบ าเพ็ญเซียนที่กว้าง
ใหญ่ขนาดนี้ ท าไมศิษย์ทั้งเก้าแห่งส านักเวิ่นเต๋าที่เป็นเหมือนภัย
พิบัติเก้าอย่างถึงได้มารวมตัวกันได้
คงจะอธิบายได้ด้วยค าว่า ‘สิ่งเหมือนกันย่อมดึงดูดกัน’ กระมัง
“หลังจากที่ข้าได้รับข่าวนี้ ข้าก็ไปหาเจ้าที่ส านักเวิ่นเต๋า พวก
โจรเฒ่าที่นั่นบอกข้าว่าพวกเจ้าไปที่ส านักควบคุมศพในแคว้นหวง
ข้าจึงรีบเร่งเดินทางมาอย่างไม่หยุดพักเพื่อบอกเจ้า พอดีมาเจอผู้
บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากแคว้นต้าอวี๋ก าลังลงมือกับพวกเจ้าพอดี”
ชิวจิ้นอันท าหน้าราวกับโชคดีที่มาทันเวลา
ลู่หยางมองชิวจิ้นอันด้วยสายตาชายตา นั่นมันโชคดีที่มา
ทันเวลาที่ไหนกัน ท่านเซียนบอกเขาหมดแล้ว ตลอดทางมานี้ท่าน
อาวุโสผู้นี้แอบตามดูสถานการณ์อยู่ตลอด
การต่อสู้ระหว่างชิวจิ้นอันกับเหมิงเทียนจวินจวินส่งเสียงสนั่น
หวั่นไหว ท าให้เจ้าหน้าที่จากเมืองฮั่นสุ่ยรีบเร่งมาถึงในไม่ช้า
ฝ่ายเจ้าหน้าที่เมืองฮั่นสุ่ยสามารถตัดสินใจจากเสียงการต่อสู้ได้
ว่าทั้งสองฝ่ายมีวิทยายุทธ์ระดับสูง ขุนนางที่ออกจากเมืองมานั้นก็มีผู้
มีวิทยายุทธ์สูงสุดอยู่ในขั้นรวมร่างเช่นกัน
“ที่แท้เป็นท่านชิวนี่เอง” ขุนนางแห่งเมืองฮั่นสุ่ยจ าชิวจิ้นอันได้
อย่างชัดเจน ท่าทีนอบน้อม ประสานมือค านับ
ในฐานะขุนนางราชส านัก การจดจ าเจ้าส านักทั้งห้าได้ถือเป็น
มารยาทขั้นพื้นฐาน
เพราะเจ้าส านักทั้งห้ามีอ านาจตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย
เป็นเหมือนกระบี่อันคมกริบ
เคยมีเหตุการณ์ที่ท่านเต๋าปู้อวี่ละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อ
ขุนนางเห็นว่าท่านเต๋าปู้อวี่มีชื่อเสียงใหญ่โตจึงคิดจะเลี่ยงกฎหมาย
แต่ใครจะคิดว่าท่านเต๋าปู้อวี่ไม่พอใจ น าเรื่องนี้ขึ้นทูลฎีกาถึงฝ่าบาท
โดยตรง ท าให้ขุนนางผู้นั้นถูกลงโทษ
ท่านเต๋าปู้อวี่เองก็ถูกจ าคุกเพราะความผิดของตน
หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ทั่วทั้งราชส านักต่างตื่นตระหนก ไม่มี
ขุนนางคนใดกล้าบิดเบือนกฎหมายอีก อย่างน้อยก็ไม่กล้าท าต่อหน้า
ทั้งห้าส านักใหญ่
เพราะมีท่านเต๋าปู้อวี่ผู้เด็ดเดี่ยวที่ส่งตัวเองเข้าคุกเป็นตัวอย่างให้
เห็น
“ท่านคือ…” ชิวจิ้นอันไม่รู้จักผู้มาเยือน
“ข้าคือเส้าหม่าแห่งแคว้นหวง อันผิง”
“ที่แท้ก็คือท่านอัน” แม้จะไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ชิวจิ้นอันก็ท า
ทีเป็นนึกออกในทันใด ประหนึ่งเพิ่งจ าได้
“ข้าเห็นเปลวไฟพุ่งสูงฟ้าจากในเมือง มหาสุริยันลอยอยู่กลาง
อากาศ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ท่านชิวคงไม่รังเกียจบอกข้า
หน่อยกระมัง?”
“เมื่อครู่ข้าพบกับผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากแคว้นต้าอวี๋ ข้าต่อสู้
กับเขา อีกฝ่ายพ่ายแพ้ภายในสองกระบวนท่า หนีไปอย่างลนลาน”
“จากข้อมูลที่อีกฝ่ายเผยออกมา ภัยจากวิญญาณร้ายในเมือง
ปัจจุบันเป็นฝีมือของเขา แต่ยังไม่รู้ว่ามีผู้ร่วมมือหรือไม่”
สีหน้าของท่านอันเคร่งเครียดขึ้นทันที่ เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็กน้อย
ภัยจากวิญญาณร้ายในปัจจุบันถือเป็นเรื่องส าคัญอันดับหนึ่ง พวก
เขาสงสัยมาตลอดว่าเป็นฝีมือของลัทธิจิ่วอิ่ว แต่ดูเหมือนว่าแท้จริง
แล้วเป็นฝีมือของผู้บ าเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋!
“ท่านชิวคงไม่รังเกียจพบกับผู้ปกครองแคว้นเพื่อสนทนาอย่าง
ละเอียดกระมัง?”
ชิวจิ้นอันยิ้ม “พอดีข้าก็มีเรื่องจะพูดกับผู้ปกครองแคว้นเช่นกัน”
“ดีเหลือเกิน ไม่ทราบว่าคนเหล่านี้คือ?”
“สามคนนี้เป็นศิษย์ส านักเวิ่นเต๋า ผู้น านั่นคือลูกศิษย์คนเล็กของ
โจรเฒ่าปู้อวี่”
เมื่อได้ยินฐานะของลู่หยาง ท่านอันก็แสดงความเคารพอย่าง
จริงใจ
เขาเป็นคนรุ่นหลัง
ตอนที่ท่านเต๋าปู้อวี่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นเขายัง
ไม่ได้เกิด เสมือนว่าเขาเติบโตมาพร้อมกับต านานของท่านเต๋าปู้อวี่
เขาจึงรู้ดีว่าการได้เป็นศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่นั้นเป็นเรื่องโชคร้าย
เพียงใด
“คนนี้เป็นศิษย์ส านักควบคุมศพ ส่วนผีจมน ้าตัวนี้และหญิง
สามัญที่หมดสตินี้เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเงินประกัน พวกเราก าลังจะ
ส่งตัวให้ท่านจัดการ พวกเขายังมีผู้ร่วมมืออีกคน คือหลิวซานจาก
หมู่บ้านไป๋สุ่ย”
โดยไม่ต้องรอให้ท่านอันสั่งการ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็คว้าตัวผี
จมน ้าและหวังจ่าวเอ๋อร์ที่หมดสติไป และมีบางคนรีบเร่งเดินทางไปยัง
หมู่บ้านไป๋สุ่ยเพื่อจับกุมหลิวซาน
ส่วนเรื่องที่เหลือก็ไม่จ าเป็นต้องให้ลู่หยางและคณะยุ่งเกี่ยวอีก
ต่อไป
“รอข้าสักครู่”
ก่อนจากไปลู่หยางกล่าว จากนั้นก็ยื่นมือลงไปในบึงเย็นที่แห้ง
ขอด น ้าเค็มไหลทะลักออกมาจากแขนเสื้อของเขาอย่างไม่ขาดสาย
เติมเต็มบึงเย็นจนเต็ม
น ้าที่ถูกสูบออกจากบึงเย็นถูกเก็บไว้ในฝ่ามือหมู่บ้านของเขา
ตลอดเวลา
ท่านอันตื่นตะลึงราวกับเห็นเทพเจ้า ลู่หยางอายุเพียงเท่าไร ก็
เรียนรู้วิชาโลกในแขนเสื้อได้แล้ว?
ชิวจิ้นอันเห็นสีหน้าของท่านอันเช่นนั้น ก็ปรบมือหัวเราะใหญ่
“ไม่คาดคิดใช่ไหม? เมื่อครู่ลู่หยางยังต่อสู้กับผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างที่
สลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่จากแคว้นต้าอวี๋ และเอาชนะได้อย่างสง่า
งาม พลังการต่อสู้ของเขาสมควรได้รับการขนานนามว่าเป็นที่หนึ่งใน
รุ่นใหม่แล้ว”
แม้ศิษย์ของเขาเองก็สามารถเอาชนะผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างที่
สลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่คนนั้นได้ แต่คงไม่สบายเหมือนลู่หยาง
แน่นอน
ตอนที่ลู่หยางต่อสู้ ชิวจิ้นอันสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างตลอด เขา
พบว่าลู่หยางไม่ได้ใช้แก่นทองค าเลยตั้งแต่ต้นจนจบ เขาสงสัยว่าลู่
หยางอาจจะมีเทคนิคที่ทรงพลังกว่านี้ที่ยังไม่ได้แสดงออกมา
เมื่อเขาอายุเท่าลู่หยาง ยังไม่สามารถเอาชนะลู่หยางได้แน่ๆ
สมแล้วที่เป็นศิษย์ที่อวี้จือสั่งสอน
“แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” ท่านอันตกตะลึงอีกครั้ง ไม่
คาดคิดว่าชิวจิ้นอันจะให้ค าประเมินสูงเช่นนี้
ด้วยประสบการณ์และวิสัยทัศน์ของชิวจิ้นอัน ค าตัดสินนี้ย่อมไม่
ผิดพลาด อีกทั้งเขาไม่มีความจ าเป็นต้องยกยอปอปั้นเกินจริง เพราะ
ลู่หยางเป็นศิษย์ส านักเวิ่นเต๋า ไม่ใช่ศิษย์ส านักธาตุทั้งห้า
ส านักเวิ่นเต๋ายังคงเป็นแหล่งก าเนิดอัจฉริยะไม่เคยขาด
จ้าวปั้วคิดในใจว่าสมกับที่คาดไว้ เขาเห็นท่าทีดุดันของลู่หยาง
ในยามต่อสู้ ก็รู้สึกลางๆ ว่าลู่หยางมีแววของผู้ที่เป็นที่หนึ่งในรุ่นใหม่
แต่ด้วยประสบการณ์ที่ไม่มากพอ เขาจึงไม่กล้าตัดสินเองอย่างง่ายๆ
“ได้ยินไหม ข้าคือที่หนึ่งในรุ่นใหม่!” ลู่หยางภาคภูมิใจ ดั่งนกยูง
ผู้ชนะ อวดโอ้ต่อหน้าเมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่
“ท่านลู่ช่างเก่งกาจเหลือเกิน!” หม่านกู่ปรบมือชื่นชมจากใจจริง
เมิ่งจิ่งโจวเบ้ปาก ลู่หยางเจ้าลูกหลานคนนี้ก าลังเชิดหน้าจน
เกือบจะชนฟ้าอยู่แล้ว “เจ้าจะเป็นที่หนึ่งในรุ่นใหม่ได้อย่างไร ศิษย์พี่
ใหญ่ต่างหากที่เป็น”
ลู่หยางหัวเราะ “เจ้าก็แค่อิจฉาข้า ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่…”
เมื่อเห็นแววตาอันน่าหวาดกลัวและมีเลศนัยของเมิ่งจิ่งโจว ลู่
หยางก็รู้สึกตัวทันทีว่าค าพูดเมื่อครู่นี้มีปัญหา รีบหยุดพูดทันที่ และ
จ้องเมิ่งจิ่งโจวด้วยสายตาโกรธเคือง
เมิ่งจิ่งโจวกวาดตามองซ้ายมองขวา ท าเป็นไม่รู้ว่าตนเป็นคนวาง
กับดัก
…
ภายใต้การน าทางของท่านอัน คณะเดินทางก็ได้พบกับ
ผู้ปกครองแคว้นหวงคนใหม่โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ