ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 441 สถานการณ์พลิกผัน
“ท่านเซียน ท่านหมายความว่าคนผู้นี้ยกระดับจากขั้นรวมร่าง
ระดับต้นจนถึงกึ่งข้ามพิบัติหรือ?” ลู่หยางถามอย่างประหลาดใจ ยัง
ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
กึ่งข้ามพิบัติไม่ใช่ระดับขั้นการบ าเพ็ญที่แท้จริง แต่เป็นเพียง
สัญลักษณ์แสดงพลังการต่อสู้ ผู้ที่มีพลังเกินกว่าผู้ฝึกขั้นรวมร่าง
ทั่วไป แต่ยังไม่ถึงขั้นข้ามพิบัติ จะได้รับการขนานนามว่าอยู่ในขั้นกึ่ง
ข้ามพิบัติ
“ข้าไม่ได้เล่าให้เจ้าฟังหรือ? นี่เป็นวิธีฝึกจิตวิญญาณอย่างหนึ่ง
แยกร่างเป็นพันเป็นหมื่น สัมผัสชีวิต เรียนรู้โลกีย์ สุดท้ายก็หลอม
รวมกลับมา คืนสู่จุดสูงสุด บางทีอาจก้าวไปอีกขั้น”
“คนผู้นี้ฝึกวิชายุทธ์คล้ายกับร้านเถ้าแก่สี่นี่นา”
ลู่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจว่าเซียนอมตะพูดถึงรองประมุขสี่
แห่งลัทธิจิ่วอิ่ว
“เขาเป็นคนของลัทธิจิ่วอิ่วหรือ?”
“ไม่ใช่แค่นั้น ตามกฎที่ว่ายิ่งวิทยายุทธ์สูง ยิ่งได้ต าแหน่งสูง คาด
ว่าน่าจะอยู่ในระดับประมุขลัทธิ”
ลู่หยางพลันตกตะลึง แต่ส่วนใหญ่เป็นความงุนงง
“ลัทธิจิ่วอิ่วจนถึงขั้นที่แม้แต่ประมุขยังต้องออกมารับจ้างงานแล้ว
หรือ?”
……
ชายหมวกกระดาษขาวถอนหายใจ “ร่างแยกทั้งหมดกลับคืน
มาแล้ว พวกนี้เป็นตัวตนที่ใช้ไม่ได้อีกต่อไป คราวนี้ต้องขาดทุนลิ่น
ซือไปอีกเท่าไร?”
“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้พวกผู้บ าเพ็ญโบราณอย่างพวกเจ้าเป็น
ศัตรูกับพวกข้าล่ะ?”
เขาพยายามหาเงินอย่างเต็มที่ ก็เพราะกลัวว่าลูกศิษย์จะค้น
พบว่าพวกเขาแบกรับหนี้ก้อนใหญ่ หนี้เหล่านี้ถูกน าไปใช้สร้างลัทธิ
จิ่วอิ่วและแจกจ่ายเงินรายเดือน
อย่าว่าแต่ตอนนี้ตนเองอยู่ในขั้นกึ่งข้ามพิบัติเลย ต่อให้ต่อไปได้
ถึงขั้นข้ามพิบัติจริง หากความลับแตกเขาก็อาจไม่รอด
ต้องรีบหาเงินในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่ออุดรูรั่ว
ยิ่งหาได้มาก โอกาสรอดชีวิตก็ยิ่งมากขึ้น
รองประมุขสี่มองร้านย่างเนื้อเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ชาย
หมวกกระดาษขาวก็คิดเช่นเดียวกัน
“เจ้าเป็นผู้ใด!” อู๋อวี่เต๋าตวาดถาม
ต่อหน้าฝ่ายธรรมะ ชายหมวกกระดาษขาวย่อมไม่อาจบอกได้ว่า
ตนเป็นคนของลัทธิจิ่วอิ่ว
เขาได้แต่แค่ยิ้มเย็นชา
ในสายตาผู้คน นี่คือสัญลักษณ์แห่งความลึกลับ แม้จะจริงว่า
ต าแหน่งประมุขลัทธิจิ่วอิ่วก็ถือว่าลึกลับพอตัว
“พูดมากไร้ประโยชน์ ข้าเป็นผู้บ าเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋
ความแค้นเก่าใหม่ มาช าระบัญชีกันทีเดียวเถอะ!”
ชายหมวกกระดาษขาวรู้ดีถึงหลักการที่ว่ายิ่งพูดยิ่งผิด ไม่รอช้า
พุ่งเข้าโจมตีอู๋อวี่เต๋าทันที่
“กล้าดีนัก! กล้าลงมือกับข้าก่อน!”
“นรกไร้ทางหนี — โม่หินยักษ์!”
ภูเขาน ้าแข็งขนาดมหึมาก่อตัวเหนือศีรษะอู๋อวี่เต๋า ใหญ่ราวครึ่ง
เมืองฮั่นสุ่ย ดุจน ้าแข็งโบราณไม่มีวันละลาย เย็นยะเยือกสุดขั้ว ใกล้
ถึงขอบเขตสุดของความหนาวเย็น!
ใต้เท้าอู๋อวี่เต๋า เปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดลุกโชน ไร้ขอบเขต ดุจ
เพลิงแผดเผาทุ่งหญ้า แต่ยังแรงกล้ากว่านั้น!
ภูเขาน ้าแข็งและเปลวเพลิงเปรียบดังโม่หินยักษ์ อู๋อวี่เต๋าอยู่ตรง
กลาง ขยับเขยื้อนไม่ได้
“ฮึ แค่วิชาเล็กน้อยเยี่ยงนี้ก็คิดจะจัดการข้า?”
“ข้ามาช่วยแล้ว!” ชิวจิ้นอันลงมือ สองมือผสานคาถาอย่าง
รวดเร็ว ปลดปล่อยศาสตร์ธาตุทั้งห้า
ความเย็นของน ้าแข็งโบราณยิ่งทวีความหนาวเหน็บ แม้กระทั่ง
พื้นที่และเวลาเริ่มมีแนวโน้มจะแข็งตัว เปลวเพลิงเกรี้ยวกราดปกคลุม
ด้วยเงาด า นี่คือเพลิงผีแห่งปรโลก ที่แผดเผาจิตวิญญาณโดยเฉพาะ
สีหน้าอู๋อวี่เต๋าแปรเปลี่ยน การโจมตีรวมพลังของสองคนนี้
สามารถคุกคามชีวิตเขาได้!
เคร้ง—เคร้ง—
เสียงบดกระดูกดังขึ้น เลือดขั้นข้ามพิบัติไหลริน ไม่อาจเยือกแข็ง
หรือถูกเผาไหม้ ไหลออกมาจากขอบโม่หิน
“ฝ่ามือหุบเขา!”
อู๋อวี่เต๋าค ารามก้อง ปล่อยการโจมตีเดือดดาล พลังของจักรวาล
น้อยหลายชั้นซ้อนทับ ท าให้โม่หินนรกไร้ทางหนีแตกกระจาย!
“ตั้งค่ายกลสามจักรวาล!”
ชิวจิ้นอันออกค าสั่ง การปรากฏตัวของชายหมวกกระดาษขาว
ให้ความมั่นใจแก่เขา
“ข้าควบคุมพลังธาตุทั้งห้า ครองต าแหน่งฟ้า!”
“เจ้าได้ใช้วิชานรกไร้ทางหนีแล้ว ครองต าแหน่งดิน!”
“ท่านลี่เป็นผู้ปกครองแคว้น บิดามารดาของประชาชน ครอง
ต าแหน่งมนุษย์!”
ค่ายกลสามจักรวาลมีชื่อเสียงกระเดื่อง เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคโบราณ
แต่โอกาสที่จะผนึกส าเร็จนั้นยากยิ่ง มีข้อเรียกร้องสูงทั้งด้านชะตา
กรรมและวิทยายุทธ์ เงื่อนไขช่างเข้มงวดเหลือเกิน
ทั้งสามไม่ต้องพูดมาก ต่างยืนอยู่ในต าแหน่งฟ้า ดิน มนุษย์ ตาม
ชะตากรรมของตน
ค่ายกลสามจักรวาลถูกผนึกแล้ว ทั้งสามรู้สึกเหมือนเป็นหนึ่ง
เดียวกันทันที่ พลังเพิ่มขึ้น จิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น!
“หมัดอสูรมหาเทพสามชั้น!”
อู๋อวี่เต๋าค ารามพลางชกหมัด แสงหมัดสาดส่อง ทุกที่ที่แสงหมัด
ผ่าน พื้นที่แตกร้าว ปิดกั้นทุกหนทางหลบหนี
หมัดเคลื่อนจากไกลเข้าใกล้ ชายหมวกกระดาษขาวถูกชกเข้าที่
ท้องน้อย พลังสามชั้นถูกส่งผ่านระหว่างสามคน ชั้นแรกเขารับไว้ ชั้น
ที่สองชิวจิ้นอันรับไว้ ชั้นที่สามที่รุนแรงที่สุดถูกผู้ปกครองลี่รับไว้ พลัง
หมัดดังกล่าวถูกลดทอนลงมากที่สุด!
ภายใต้การเสริมพลังของค่ายกลสามจักรวาล พลังแผ่นดิน
ถ่ายทอดยิ่งรวดเร็ว ทั้งสามฟื้นสภาพในพริบตา ราวกับไม่เคยถูก
หมัดนั้นซัดมาก่อน!
“ฆ่า!”
สามคนควบคุมค่ายกลสามจักรวาล ปลดปล่อยวิชาร้ายสุดฤทธิ์
โถมเข้าปะทะกับอู๋อวี่เต๋าอีกครั้ง
ร่างของทั้งสี่คนถูกท าลายหลายครั้ง และฟื้นคืนหลายครั้ง
บาดแผลที่อาจถึงตายส าหรับผู้ฝึกขั้นต ่า กลับไม่สลักส าคัญใน
สายตาพวกเขา เป็นเพียงการสูญเสียพลังบางส่วนเท่านั้น
“ฮึบ—ฮึบ—”
อู๋อวี่เต๋าหอบหายใจรุนแรง ในการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาถูกโจมตีจน
ร่างแตกกระจายบ่อยกว่าฝ่ายตรงข้ามเสียอีก สูญเสียพลังมหาศาล
แม้กินยาขนานเอกก็ไม่อาจฟื้นคืนได้ทัน
เขาต้องการหนีจากสนามรบ แต่ถูกสามคนล้อม ไม่อาจฝ่าทะลุ
ได้
“สมควรตาย!”
“รัศมีห้าสี!”
“นรกครกกระเดื่อง!”
“ผู้พิทักษ์ภูเขา!”
สามคนระดมกระบวนท่าสังหาร พลังมังกรเสือห้าสีแตกกระจาย
ไม่อาจก่อร่าง อู๋อวี่เต๋าเผชิญกับสามกระบวนท่าโดยตรง ร่างกายย่อย
ยับ ฟื้นคืนช้าลง
เมื่อเห็นภาพนี้ ชาวเมืองฮั่นสุ่ยต่างโบกมือชื่นชม ความมืดมิดที่
ปกคลุมในใจเมื่ออู๋อวี่เต๋าปรากฏตัวก็เริ่มจางหาย
“หยุดดูอยู่ได้ รีบออกมาช่วยเร็ว!” อู๋อวี่เต๋าค ารามด้วยความ
โกรธ
เสียงแหบแห้งชราภาพดังขึ้น ชายชราเซื่องซึมถือไม้เท้าปรากฏ
ตัวบนสนามรบอย่างฉับพลัน
“ฝ่าบาท นี่ไม่เหมือนพระองค์เลยนะ ถึงกับต้องร้องขอความ
ช่วยเหลือ?”
“ชังเลย นี่ไม่ใช่การร้องขอ แต่เป็นค าสั่งของข้า!” อู๋อวี่เต๋าจ้อง
ชายชราด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“ก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ” ร่างชราที่เรียกว่าชังเลยหัวเราะฮ่าๆ
เผยให้เห็นฟันที่เหลือสองสามซี่
“ชังเลย… หรือจะเป็นพระอาจารย์ชังเลย!” ผู้ปกครองลี่พึมพ า
มองไปยังชิวจิ้นอันและชายหมวกกระดาษขาวเพื่อขอค ายืนยัน ใน
ดวงตาของทั้งสองเขาก็เห็นความตกตะลึงเช่นกัน
ผู้ปกครองลี่และอีกสองคนต่างเคยได้ยินชื่อเสียงของพระอาจารย์
ชังเลย ใจพวกเขาหล่นวูบ นี่คือผู้เชี่ยวชาญวิชาฟ้าผ่าในขั้นข้าม
พิบัติระดับต้น
ผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติอีกคน
การต่อสู้กับผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติหนึ่งคนก็ยากเย็นนัก
นับประสาอะไรกับสองคน?!
“ฮ่าๆ อ่อนน้อมยอมจ านนเถิด เป้าหมายของพวกเราเพียงแค่
พลังแผ่นดินเท่านั้น” พระอาจารย์ชังเลยหัวเราะเบาๆ เสียงแหบแห้ง
ฟังแล้วระคายหู ไม้เท้ามีลายฟ้าผ่าวูบวาบ ราวกับหากผู้ปกครองลี่
กล้าปฏิเสธแม้แต่ค าเดียว ฟ้าผ่าก็จะถาโถมลงมา
พวกชิวจิ้นอันทั้งสามไม่ตอบ บรรยากาศจมดิ่งสู่ความเงียบงันอัน
แปลกประหลาด
เปรี้ยง—
ทันใดนั้น เสียงฟ้าผ่าดังก้องท าลายความเงียบ
พระอาจารย์ชังเลยชะงัก เขายังไม่ได้ลงมือเลย
ดวงตาผู้ปกครองลี่เปล่งประกาย มองไปยังทิศทางที่มาของเสียง
ฟ้าร้อง “เป็นประมุขหลู่ เขาก าลังจะทะลุขึ้นสู่ขั้นข้ามพิบัติแล้ว!”
……
ส านักควบคุมศพ
ผู้อาวุโสกายถุยน ้าลายใส่ซากศพของพรรคปีศาจที่นอนเกลื่อน
กลาด
“ทุย! เจ้าพวกขยะ ด้วยฝีมือแค่นี้ยังจะมาทดสอบพวกเรา ไม่รู้จัก
พัฒนาตามยุคสมัยบ้างหรือ?”
“ท่าน… ท่านนี่ไม่ใช่วิชาควบคุมศพ…” สมาชิกพรรคปีศาจคน
สุดท้ายที่ยังมีชีวิตสั่นเทา ชี้นิ้วมาที่ผู้อาวุโสกาย ความมีชีวิตในตัว
ริบหรี่
เขาไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ แม้ตนยังมีชีวิต แต่ร่างกายกลับ
ถูกผู้อาวุโสกายหลอมรวม กลายเป็นซากศพมีชีวิตอย่างแท้จริง ไร้
ซึ่งการควบคุม
นอกจากนี้ ยังมีวิชาประหลาดอีกมากมาย
ต่อหน้าพวกผู้อาวุโสทั้งสี่ วิชาควบคุมศพโบราณอันเป็นความ
ภาคภูมิใจของพรรคปีศาจกลับไม่ได้เปรียบแม้แต่น้อย
“จะไม่ใช่วิชาควบคุมศพได้อย่างไร นี่คือวิชาที่ส านักเวิ่นเต๋า
ปรับปรุงให้พวกเรา!” ผู้อาวุโสกายยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
“ทุกคนนั่งสมาธิฟื้นพลังสักหน่อย เดี๋ยวไปช่วยในเมือง” ผู้อาวุโส
กายเรียกทุกคน การต่อสู้เมื่อครู่พวกเขาสูญเสียพลังไม่น้อย
เปรี้ยง—
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น อยู่เหนือศีรษะพอดี ผู้อาวุโสทั้งสี่ต่างเงยหน้า
ขึ้นด้วยความตกตะลึง
ผู้อาวุโสกายตอบสนองได้เร็วที่สุด ความยินดีฉายชัดบนใบหน้า
“ประมุขก าลังจะทะลุชั้นแล้ว!”