ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 442 ภัยพิบัติมังกรขาวแปรร่าง
เสียงค ารามดังกึกก้อง——
เสียงฟ้าร้องสนั่นดึงดูดสายตาทุกคน เทือกเขาอิ้นซือที่ส านัก
ควบคุมศพตั้งอยู่นั้นเต็มไปด้วยพลังอินอันเข้มข้น แต่ไหนแต่ไรก็ไม่
เคยมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น
แต่วันนี้ เทือกเขาอิ้นซือกลับมีเมฆครึ้มค ารามสนั่น สายฟ้าแลบ
แปลบปลาบ ท้องฟ้าทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าสีขาวจ้าจนแสบ
ตา ประหนึ่งคือยามแรกเริ่มของฟ้าดินที่ก าลังหลอมสร้างลมหายใจ
แห่งชีวิต
“ศิษย์ทั้งหมดของส านักควบคุมศพถอนก าลังออกจากส านัก!” ผู้
อาวุโสกายรวบรวมเหล่าศิษย์ให้ออกห่างจากส านักควบคุมศพ การ
ทะลุขั้นของประมุขหลู่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะนี้ส านัก
ควบคุมศพเต็มไปด้วยอันตราย โอกาสถูกสายฟ้าพิบัติฟาดนั้นสูงยิ่ง
นัก
สายฟ้าพิบัติจากการทะลุสู่ขั้นข้ามพิบัตินั้น ไม่ใช่สิ่งที่บรรดา
ศิษย์จะต้านทานได้ แค่เพียงสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็อาจเสียชีวิต!
กลุ่มผู้ปกครองลี่สามคนและกลุ่มอู๋อวี่เต๋าสองคนต่างหยุดการ
ต่อสู้อย่างรู้กันโดยนัย
การปล่อยพลังงานใกล้สายฟ้าพิบัติระดับนี้นั้นอันตรายยิ่ง อาจ
ท าให้สายฟ้าพิบัติเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ขัดขวางกระบวนการของมัน จน
กลายเป็นเป้าโจมตีได้
กลุ่มผู้ปกครองลี่ทั้งสามถือโอกาสนี้รีบฟื้นฟูร่างกาย
เตรียมพร้อมส าหรับการต่อสู้รอบถัดไป
พวกเขาโล่งใจ เมื่อมีประมุขหลู่เข้าร่วม ตาชั่งแห่งชัยชนะก็
กลับมาสมดุลอีกครั้ง ผลของการต่อสู้กับเหล่าผู้บ าเพ็ญแคว้นต้าอวี๋
ยังมิอาจคาดเดา!
จ้าวปั้วรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นเวลาเก้าพันหรือหนึ่งหมื่น
ปีแล้วที่ส านักควบคุมศพไม่เคยมีผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ จากส านัก
ชั้นเลิศต้องกลายเป็นส านักอันดับหนึ่ง แต่วันนี้ในที่สุดก็จะมีผู้
บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติอีกครั้ง กลับคืนสู่การเป็นส านักชั้นเลิศแล้วหรือ!
นี่คือความแตกต่างระหว่างห้าส านักเซียนใหญ่กับส านักชั้นเลิศ
เงื่อนไขของการเป็นส านักชั้นเลิศคือต้องมีผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ
หนึ่งท่าน แต่ผู้บ าเพ็ญย่อมมีวันล่วงลับ เมื่อถึงเวลานั้น ส านักชั้นเลิศ
ก็จะกลายเป็นส านักอันดับหนึ่ง
ตรงกันข้ามกับห้าส านักเซียนใหญ่ แม้ในยามที่พวกเขาเสื่อม
ถอย ขาดแคลนผู้สืบทอด ไร้ซึ่งผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติหลายช่วงอายุ
ติดต่อกัน ส านักก็ยังมีวิชาที่เทียบเท่าพลังของผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ
ไม่ท าให้ชื่อเสียงของส านักเซียนต้องด่างพร้อย
ส านักเวิ่นเต๋าเคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วเมื่อห้าหมื่นปี
ก่อน มีการขาดช่วงผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ สองพันปีไม่มีผู้บ าเพ็ญ
ขั้นข้ามพิบัติเกิดขึ้นเลย จนกระทั่งเซียนห่านไห่ผู้ฟื้นฟูส านักปรากฏ
ตัว
ในช่วงสองพันปีนั้น ส านักเวิ่นเต๋าก็ยังคงเป็นหนึ่งในห้าส านัก
เซียนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง
สายฟ้าพิบัติยังคงก่อตัวบนท้องฟ้า เพียงจังหวะสายฟ้าฟาดลง
เป็นครั้งคราว แต่ละครั้งสั่นสะเทือนสวรรค์และดิน ยังไม่นับเป็นบทน า
ด้วยซ ้า
เปรี้ยง——
เมฆด าม้วนตัวกดต ่าลงมา สายฟ้าสีขาววาบแล่นไปมา สายฟ้า
พิบัติปลดปล่อยพลังเต็มก าลัง ปกคลุมทั่วส านักควบคุมศพ พลังอินที่
สะสมมาหลายหมื่นปีในเทือกเขาอิ้นซือค่อยๆ สลายไป
เสียงค ารามยาวดังก้องออกมา แผ่พลังปะทะกับสายฟ้าพิบัติ ร่าง
ในชุดเต๋าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เรียกวัตถุวิเศษออกมามากมาย รอ
รับการโจมตีอย่างพร้อมสรรพ เห็นได้ชัดว่ามีการเตรียมตัวมาอย่างดี
“นี่คือการฝ่าสายฟ้าพิบัติสินะ” ลู่หยางอุทานด้วยความทึ่ง เขา
เคยได้ยินว่าผู้บ าเพ็ญต้องผ่านสายฟ้าพิบัติ แต่วันนี้จึงได้เห็นกับตา
เป็นครั้งแรก เป็นสายฟ้าพิบัติของการทะลุสู่ขั้นข้ามพิบัติ พลังเหนือ
สิ่งใด
แม้ห่างออกไปครึ่งเมืองฮั่นสุ่ย เขายังรู้สึกถึงความสั่นสะเทือน
ของสวรรค์และดิน นับว่าสายฟ้าพิบัติเหนือส านักควบคุมศพนั้นทรง
พลังยิ่งนัก
“สายฟ้าพิบัตินี้ก็ธรรมดาทั่วไปนะ” เซียนอมตะสะบัดปาก ไม่เห็น
ว่าสายฟ้าพิบัตินี้จะน่ากลัวตรงไหน
หากเป็นนาง แค่หาวสักที่ ก็ผ่านไปได้แล้ว จะต้องเตรียมตัว
มากมายเช่นนั้นเพื่ออะไร
“สายฟ้าพิบัติมีต านานอย่างไรหรือ?” ลู่หยางนึกขึ้นได้ ในเรื่อง
สายฟ้าพิบัติ เซียนอมตะนั้นเชี่ยวชาญที่สุด
เพราะสายฟ้าพิบัติในทุกวันนี้ล้วนมีต้นก าเนิดจากผลแห่งการ
บ าเพ็ญในการเผชิญภัยพิบัติของเซียนอิงเทียน
“เซียนอิงเทียนคิดค้นสายฟ้าพิบัติขึ้นมาเพื่อหล่อหลอมผู้
บ าเพ็ญ ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าผู้คน สายฟ้าพิบัติยิ่งแรง ยิ่งแสดงถึง
พรสวรรค์ที่มากกว่า ดูสายฟ้าพิบัตินี่สิ ดูเหมือนจะน่ากลัว ดูเหมือน
จะสมจริง แต่ถ้าได้เผชิญหน้าจริงๆ ก็จะรู้ว่าพลังท าลายล้างนั้น
ธรรมดามาก”
“สายฟ้าพิบัตินี้มีชื่อว่า ‘ภัยพิบัติมังกรขาวแปรร่าง’ ในบรรดา
สายฟ้าพิบัติทั้งหลาย นับเป็นพลังท าลายล้างที่อ่อนกว่าปกติ”
สายฟ้าสีขาวแปรเป็นมังกรราชา เคราพลิ้วไหว เกล็ดสั่นไหว
กรงเล็บตวัดวาด ราวกับมังกรแท้จริงกลับชีพ มีจิตวิญญาณอันล ้า
ลึก!
มังกรขาวค ารามกึกก้อง พุ่งชนกับประมุขหลู่ ทะลุทะลวงร่างของ
ประมุขหลู่ เผยให้เห็นกระดูกขาวโพลน แผ่กลิ่นอายมรณะอัน
เข้มข้น!
“ประมุขหลู่ก าลังจะสิ้นชีพแล้วหรือ?!” ลู่หยางตกตะลึง ประมุข
หลู่พ่ายแพ้เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“ไม่ใช่ นั่นเป็นซากศพมีชีวิต เขาซ่อนร่างแท้จริงไว้ข้างล่าง
ค่อนข้างฉลาดทีเดียว รู้ว่าสายฟ้าพิบัติระลอกแรกนั้นแรงเกิน
ต้านทาน จึงใช้ซากศพมีชีวิตรับแรงปะทะไว้ก่อน” เซียนอมตะเพียง
ช าเลืองมองก็เห็นกลเม็ดเล็กๆ ของประมุขหลู่
เป็นไปตามค าของเซียนอมตะ ซากศพมีชีวิตถูกฟาดจนแหลก
เป็นชิ้นๆ ประมุขหลู่ตัวจริงจึงผุดขึ้นจากพื้นดิน เผชิญหน้ากับสายฟ้า
พิบัติ
หลังผ่านการโจมตีครั้งแรก พลังของมังกรขาวลดน้อยลงบ้าง
แล้ว
เปรี้ยง!
มังกรขาวโจมตีอีกครั้ง ประมุขหลู่รู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่าง ร้อง
ครวญด้วยความทรมาน ประกายสายฟ้าสีขาวทิ้งรอยไหม้ไว้บน
ร่างกาย แผดเผาทั้งเนื้อหนังและวิญญาณ
เขารีบล้วงขวดหยกจากอกเสื้อ กลืนยาเม็ดหนึ่งเพื่อฟื้นฟู
ร่างกาย แต่ยาที่เหลือพร้อมด้วยขวดหยกก็หายวับไปในสายฟ้าอัน
มหาศาล
มังกรขาวโถมทะยานอย่างไม่หยุดยั้ง ทะลวงเวิ้งว้าง โบยตีประมุข
หลู่ล้มลุกคลุกคลานจนสาหัส
เมื่อสายฟ้าพิบัติจางหาย ความกดดันลดลงอย่างฉับพลัน พลัง
วิเศษที่ปั่นป่วนค่อยๆ สงบลง
ร่างของประมุขหลู่ไหม้เกรียมด าสนิท ประดุจถ่านชิ้นหนึ่ง ร่วงลง
บนพื้น ส่งเสียงดังกังวาน
“ล้มเหลวแล้วหรือ?” ชาวเมืองทั้งหมดใจหายวาบ
วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา เสียงอื้ออึง
หากประมุขหลู่ฝ่าสายฟ้าพิบัติไม่ส าเร็จ ก็จะไม่มีผู้ใดที่สามารถ
ต่อกรกับผู้บ าเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋ได้อีก
“ดูนั่น! ร่างของประมุขขยับนิดหน่อย!”
ตุบๆๆ——
เสียงหัวใจเต้นแรงกล้าดังขึ้น นี่คือสัญญาณของบาดแผลภายใน
ที่ก าลังสมานตัว ความบอบช ้าที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
จากนั้นเสียงแตกร้าวก็ดังออกมา ผิวหนังเกรียมของประมุขหลู่
แตกระแหง เปลือกเก่าที่ด าสนิทหลุดลอก ผิวใหม่นั้นใสแวววาววับ
ชวนมอง ทั้งร่างดูอ่อนวัยลงมากกว่าสิบปี
“สายฟ้าพิบัติแฝงด้วยพลังชีวิต ชะล้างร่างของประมุข ร่างกาย
ของเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าหรืออาจถึงสิบเท่า!” ผู้
อาวุโสกายกล่าวอย่างตื่นเต้น นึกถึงบันทึกในต าราที่บรรยายถึง
บรรพบุรุษของส านักควบคุมศพที่ทะลุสู่ขั้นข้ามพิบัติ
ประมุขหลู่เบิกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาเปล่งประกายวาววับดั่ง
สายฟ้า ส่องสว่างทะลุเมฆา
เขายืนตรงดั่งเสาหิน เต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิต รูปโฉมแตกต่าง
จากท่าทางโซซัดโซเซขณะต่อต้านสายฟ้าพิบัติราวฟ้ากับดิน ทั้งร่าง
ผ่องใสเป็นประกาย เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ชัดเจนว่าเขาฝ่าสายฟ้าพิบัติส าเร็จ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้บ าเพ็ญ
ขั้นข้ามพิบัติแล้ว!
ทั่วทั้งเมืองเปล่งเสียงโห่ร้องยินดี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ปกครองลี่ทั้ง
สาม หรือชาวเมือง เมื่อเห็นประมุขหลู่ฝ่าสายฟ้าพิบัติส าเร็จ หัวใจที่
แขวนลอยก็กลับลงสู่ที่เดิม
มีเพียงลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวที่ไม่ได้ร่วมยินดี พวกเขาจ้องมอง
ข้อมือขวาของประมุขหลู่อย่างไม่วางตา รู้สึกขนหัวลุกซู่ สยองขวัญ
สุดก าลัง
นั่นคือวงแหวนสามวงที่ซ้อนกัน ตรงกลางของวงแหวนมีอักษร
“ผี” อยู่!
นี่คือรอยสักที่พวกเขาเคยเห็นบนข้อมือของซากศพมีชีวิตไร้ผู้
ควบคุมตอนมาพักแรมที่แคว้นหวง ตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านอธิบายไว้ว่า:
“ซากศพมีชีวิตที่ไร้ผู้ควบคุมนั้นมีสาเหตุเพียงสองประการ หนึ่ง
คือผู้ควบคุมตายไปแล้ว ซากศพมีชีวิตจึงเร่ร่อนไร้ทิศทาง สองคือผู้
ควบคุมสละการควบคุมซากศพมีชีวิตเอง หรือไม่ก็ซากศพมีชีวิต
ย้อนกลับมากัดกินผู้ควบคุมเสียเอง”
ซากศพมีชีวิตสามารถรับสายฟ้าพิบัติได้ ประมุขหลู่ไม่มีทางสละ
การควบคุมซากศพมีชีวิตโดยเจตนา
ประมุขหลู่ยังอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ว่าถูกซากศพมีชีวิตกัดกินจนตายไป
ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้แค่ข้อแรก——ประมุขหลู่ตายไป
แล้ว ซากศพมีชีวิตของเขาเดินทางไปถึงหมู่บ้านเจี้ยนสือ และถูก
ผู้ใหญ่บ้านพบเข้า!
หากประมุขหลู่ตายไปแล้ว แล้วใครกันที่ควบคุมร่างของประมุข
หลู่อยู่ตอนนี้?!
ทั้งสองสบตากัน พลันนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
“ผู้บ าเพ็ญข้ามพิบัติจากแคว้นต้าอวี๋ยึดครองร่างประมุขหลู่!”