ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 444 มหาเทพสูงสุดแห่งลัทธิสวรรค์
“ลัทธิสวรรค์? เทพที่ชื่อเทพต่อสู้หรือ?”
อู๋อวี่เต๋ามองหญิงงามผู้เปล่งรัศมีศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าด้วยความ
ประหลาดใจระคนสงสัย หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกไม่สบายใจที่
แผ่ซ่านขึ้นมา
เขาปล่อยให้ผู้ปกครองลี่ลงมือโจมตี แม้ต่อมาชิวจิ้นอันกับชาย
หมวกกระดาษขาวจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่เขาก็ยังมั่นใจในชัยชนะ
เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันเด็ดขาด คนพวกนี้ไม่มีทางก่อเรื่อง
วุ่นวายได้
แต่บัดนี้ เขากลับรู้สึกว่าเหตุการณ์ก าลังพัฒนาไปในทิศทางที่
คาดเดาไม่ได้
นับแต่ถือก าเนิดมา เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
“ลัทธิสวรรค์คืออะไรกัน? แล้วเทพที่ชื่อเทพต่อสู้คือใคร?” พระ
อาจารย์ชังเลยกับพระอาจารย์อู๋เซียสบตากัน มองเห็นความ
หวาดหวั่นในดวงตาของกันและกัน
จุดประสงค์ของพวกเขาในครั้งนี้คือพลังแผ่นดิน ครู่ก่อนเมื่ออู๋อวี่
เต๋าก าลังจะจับพลังแผ่นดิน พวกเขาต่างคอยสังเกตความเคลื่อนไหว
รอบด้าน
กล่าวได้ว่าหากมีความเคลื่อนไหวใดเกิดขึ้นแม้เพียงน้อยนิด ก็
ไม่อาจหลุดรอดสายตาของพวกเขาไปได้
แต่หญิงสาวผู้นี้กลับปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่านางปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร
นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!
ทั้งสองคนค้นหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้อย่างรวดเร็วในความคิด
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่มีอะไรที่สามารถเชื่อมโยงกับ “ลัทธิ
สวรรค์” หรือ “เทพต่อสู้” ได้เลย
สิ่งเดียวที่พอจะเกี่ยวข้องคือลัทธิมารใหญ่ทั้งสี่ในปัจจุบัน: ลัทธิ
อมตะ ลัทธิจิ่วอิ่ว ลัทธิเย่าหยาง และลัทธิอู่ชิง
“ดูเหมือนจะมีบันทึกเกี่ยวกับสวรรค์ในต าราโบราณ!” พระ
อาจารย์อู๋เซียเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านในหัวใจ
“องค์กรยุคโบราณหรือ?!” พระอาจารย์ชังเลยอุทานเบาๆ เขายึด
มั่นในความเชื่อว่ายิ่งเก่าแก่ยิ่งทรงพลัง ในฐานะผู้มีอายุกว่าหนึ่งแสน
ปี เขาไม่เห็นแคว้นต้าเซี่ยในปัจจุบันอยู่ในสายตา และเชื่อว่าผู้
บ าเพ็ญแห่งแคว้นต้าอวี๋ของพวกเขาแข็งแกร่งกว่า
แต่เทพที่ชื่อเทพต่อสู้ที่ปรากฏตัวในตอนนี้ ดูเหมือนจะมาจากยุค
โบราณที่ไกลโพ้นยิ่งกว่า
และการที่ใช้ “ต่อสู้” น าหน้าต าแหน่งเทพ ย่อมแสดงถึงความ
เชี่ยวชาญในการต่อสู้โดยแท้!
“เดี๋ยวก่อน นางเรียกตัวเองว่า ‘ข้าผู้เป็นเซียน’ ใช่หรือไม่?!” พระ
อาจารย์ชังเลยนึกขึ้นได้ถึงข้อมูลส าคัญยิ่งที่ถูกมองข้ามตั้งแต่ต้น
“นางเป็นเซียนหรือ?!”
ทั้งสองค านวณผิดพลาดไปเสียแล้ว พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าใน
เมืองฮั่นสุ่ยจะซ่อนเซียนเอาไว้!
เซียนที่ใช้ค าว่า “ต่อสู้” น าหน้าต าแหน่ง คงมีพลังการต่อสู้ที่ไม่
ธรรมดาแม้ในหมู่เซียนด้วยกัน!
“มหาเทพสูงสุดแห่งลัทธิสวรรค์?” แรกเริ่มชายหมวกกระดาษ
ขาวเห็นเซียนอมตะปรากฏตัว ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
บัดนี้เมื่อเซียนอมตะแนะน าตัว เขาก็เข้าใจกระจ่างในที่สุด
เขานึกถึงการติดต่อที่รองประมุขสี่ส่งมา บอกว่ามีคนจากลัทธิ
สวรรค์มาถึงเมืองฮั่นสุ่ย และเมื่อพวกเขาได้ยินว่าเรื่องวุ่นวายของผี
วิญญาณอาจเกี่ยวข้องกับลัทธิจิ่วอิ่ว ก็แสดงท่าทีไม่พอใจ โชคดีที่
รองประมุขสี่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อความร่วมมือระหว่างสองลัทธิ
จึงได้อธิบายจนเข้าใจแล้ว
ตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไป ชายหมวกกระดาษขาวก็รู้สึก
หวาดกลัว คนจากลัทธิสวรรค์ที่ว่าคงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากมหาเทพ
สูงสุดที่อยู่ตรงหน้านี่เอง
“โชคดีที่จัดการเรื่องนี้ไปแล้ว”
มหาเทพสูงสุดคือใครกัน? เซียนองค์แรกที่บรรลุขั้นเซียนในยุค
โบราณ แม้แต่เซียนทั้งสี่ยุคโบราณยังต้องเกรงกลัวพระองค์!
“ท่านรู้จักคนผู้นี้หรือ?” ชิวจิ้นอันสังเกตเห็นสีหน้าผิดปกติของ
ชายหมวกกระดาษขาว จึงส่งเสียงสื่อจิตถามเบาๆ
“นี่คือบุคคลส าคัญที่ไม่อาจกล่าวถึง” ชายหมวกกระดาษขาวไม่
กล้าและไม่เต็มใจจะอธิบายเรื่องมหาเทพสูงสุดโดยละเอียด
ชิวจิ้นอันขมวดคิ้ว แสดงท่าทีอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หยุด
ไว้ ค าพูดนั้นอยู่ปลายลิ้นแต่ไม่ได้เอ่ยออกมา
“ท่านผู้ปกครองลี่ ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”
ในขณะที่ทุกคนจับจ้องอยู่ที่เซียนอมตะผู้อาบไล้ด้วยพลัง
แผ่นดิน มีเพียงลู่หยางเท่านั้นที่สนใจผู้ปกครองลี่ซึ่งยังคงอาเจียนเป็น
โลหิต
“ขะ…ขะ…ข้า…ข้า… ยังพอไหว” ผู้ปกครองลี่ฝืนลุกขึ้นอย่าง
ยากล าบาก ล้วงเม็ดยาหลายเม็ดจากแหวนเก็บของ กลืนลงไปแล้ว
นั่งสมาธิ
ลู่หยางจึงเงยหน้ามองเป้าสายตาของผู้คนมากมายบนท้องฟ้าอัน
สูงส่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขณะที่นึกถึงค าสุดท้ายที่เซียน
อมตะกล่าวก่อนออกศึก
“ข้าบอกแล้วว่าจะรับประกันความปลอดภัยของเจ้าในแคว้นหวง”
“ฮึ อะไรกัน เซียนหรือ ก็แค่แสร้งท าอวดเก่งเท่านั้น!” อู๋อวี่เต๋า
สงบจิตใจลงได้ หากคนตรงหน้าเป็นเซียนจริง การโจมตีครั้งก่อน
หน้าก็คงฆ่าเขาได้แล้ว
เซียนอมตะหัวเราะเบาๆ มองอู๋อวี่เต๋าด้วยสายตาดูแคลน “ช่างโง่
เขลา สิ่งที่อยู่ ณ ที่นี้เป็นเพียงความคิดเศษเสี้ยวของข้าเท่านั้น เห็น
พลังแผ่นดินนี้ไม่เลว จึงยืมมาใช้ชั่วคราว คนรุ่นหลังถึงกับไม่เข้าใจ
เรื่องธรรมดาง่ายๆ เช่นนี้กระนั้นหรือ?”
อู๋อวี่เต๋าแม้จะมีฉายาว่าแข็งแกร่งเป็นอันดับสองในบรรดา
ฮ่องเต้อวี๋ทั้งหลาย ก็ไม่ถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก
“พลังแผ่นดินเพียงยกระดับพลังเจ้าถึงขั้นข้ามพิบัติระดับต้น
เท่านั้น เท่ากับพวกเราสามคน เจ้าคิดว่าแค่คนเดียวจะสู้สามคนได้
หรือ? เจ้ายังมีชัยชนะอยู่รึ?”
พระอาจารย์ชังเลยและพระอาจารย์อู๋เซียก็ได้สติกลับมา อีกฝ่าย
อาจจะเป็นเซียนจริง แต่ร่างกายตัวจริงไม่ได้อยู่ตรงนี้ สิ่งที่หลงเหลือ
อยู่คือความคิดที่ควบคุมพลังแผ่นดินเท่านั้น
เมื่อพลังของอีกฝ่ายอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา ก็ไม่น่ากลัวอีก
ต่อไป
ผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติระดับต้น มีใครอ่อนแอกว่าใครเล่า?
เซียนอมตะเอ่ยด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย “หากอิงเทียน เฉียนหลิน
และเก้าชั้นอยู่ในขั้นข้ามพิบัติระดับต้น ก็อาจเป็นภัยต่อข้าบ้าง แต่
พวกเจ้าสามตัวไร้ค่า…”
นางส่ายหน้าเบาๆ ไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น
ส าหรับฮ่องเต้อวี๋ที่แข็งแกร่งอันดับสอง ในสายตาของเซียนอมตะ
ก็แค่กระจอกเท่านั้น ความเป็นฮ่องเต้อวี๋ที่แข็งแกร่งอันดับสองก็มิได้
หมายความว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับสองตลอดหนึ่งแสนปีของ
ราชวงศ์ต้าอวี๋
เมื่อเห็นท่าทีของเซียนอมตะ อู๋อวี่เต๋าก็เดือดดาลยิ่งนัก ค าราม
ลั่น “ฝ่ามือหุบเขา!”
แม้จะเป็นกลางวัน ทั้งเมืองฮั่นสุ่ยกลับถูกปกคลุมด้วยความมืด
ชาวบ้านนับร้อยพันต่างสัญชาตญาณยกหน้ามอง ร่างกายสั่น
สะท้าน
มองเห็นเพียงฝ่ามือมหึมาครอบคลุมทั้งเมืองฮั่นสุ่ย ด้วยสายตา
ของสามัญชนธรรมดา ยากจะเห็นว่าฝ่ามือนี้ใหญ่เพียงใด ทว่ารู้สึก
ได้ว่าฝ่ามือนี้ยิ่งใหญ่จนบดบังทุกสิ่ง แม้กระทั่งท้องฟ้ายังไม่อาจ
หลบหนี
ชิวจิ้นอันและชายหมวกกระดาษขาวเห็นรายละเอียดมากกว่า
ผู้อื่น ภายในฝ่ามือนี้บรรจุสรรพสิ่งมากมาย มีถ ้าสวรรค์นับไม่ถ้วน
น ้าหนักไร้ขีดจ ากัด หากกดลงมา ทั้งเมืองฮั่นสุ่ยคงแหลกเป็นผุยผง
ในพริบตา
เมื่อเผชิญกับฝ่ามือสยดสยองนี้ เซียนอมตะแทบไม่เหลือบตา
มอง
“ข้าเคยบอกไว้แล้ว สิ่งเช่นนี้ไม่คู่ควรเรียกว่าฝ่ามือหุบเขา วันนี้
ข้าจะให้เจ้าได้เห็นฝ่ามือหุบเขาที่แท้จริง”
อู๋อวี่เต๋ารู้สึกสะท้านในใจ เงยหน้าขึ้นทันที่ สีหน้าเต็มไปด้วย
ความไม่เชื่อ
ทุกคนอยู่ด้านล่างสุด ไม่อาจเห็นสิ่งที่อยู่เหนือฝ่ามือยักษ์ มีเพียง
อู๋อวี่เต๋าที่เห็นได้ชัดเจน
เสาขนาดมหึมาทะลุผ่านกลุ่มเมฆชั้นแล้วชั้นเล่า ปรากฏเหนือฝ่า
มือยักษ์ ปลายเสายังมีเมฆบางส่วนที่ยังไม่สลายจากกัน
นี่มิใช่เสาอะไรเลย แต่เป็นนิ้วมือ!
นิ้วมือที่ใหญ่กว่าฝ่ามือของเขาเสียอีก!
“แค่ใหญ่กว่านิดหน่อย ข้าไม่เชื่อว่านิ้วเดียวของเจ้าจะเทียบฝ่า
มือของข้าได้!” อู๋อวี่เต๋าค ารามเสียงดัง เร่งพลังวิเศษอย่างบ้าคลั่ง มือ
ใหญ่พลิกหงายฝ่ามือขึ้นฟ้า เพียงการพลิกมือครั้งนี้ กลับก่อพายุ
โหมกระหน ่าทั่วเมืองฮั่นสุ่ย
ฝ่ามือของอู๋อวี่เต๋าปรากฏถ ้าสวรรค์มากมาย ภายในแต่ละถ ้า
สวรรค์เต็มไปด้วยดอกไม้แปลกตา บรรดาสมุนไพรวิเศษแข่งกันออก
ดอกผล อีกทั้งยังมีวัตถุวิเศษต่างๆ นับไม่ถ้วน
แต่ละถ ้าสวรรค์ล้วนเป็นจักรวาลย่อมๆ และเป็นคลังสมบัติ!
เซียนอมตะมองอู๋อวี่เต๋าผู้คลุ้มคลั่งด้วยสายตาเรียบเฉย นิ้วมือ
แตะเบาๆ
ปลายนิ้วนี้บรรจุความลับของดวงดาวนับล้าน ดวงดาวแตกสลาย
แล้วประกอบขึ้นใหม่ วนเวียนไม่สิ้นสุด ปลดปล่อยพลังมหาศาลอย่าง
ต่อเนื่อง
ปลายนิ้วปะทะกับฝ่ามือใหญ่ ฝ่ามือของอู๋อวี่เต๋าไม่อาจทนทาน
ได้นาน ก็ถูกนิ้วเดียวแทงทะลุ
บึม——
พร้อมกับฝ่ามือที่แตกสลาย “กฎสวรรค์” ที่อู๋อวี่เต๋าตั้งไว้ก็แตก
กระจายด้วย——“ภายในหนึ่งวัน ข้อมูลใดๆ ก็ไม่อาจส่งออกนอก
เมืองฮั่นสุ่ย”
กฎสวรรค์ที่ยังคงอยู่แม้ในยามที่พระอาจารย์อู๋เซียข้ามพิบัติ กลับ
ถูกเซียนอมตะท าลายด้วยนิ้วเดียว!
ทั่วทั้งผืนฟ้าและพิภพล้วนเงียบสงัด
เซียนอมตะหุบมือลง มองอู๋อวี่เต๋าที่บาดเจ็บจากการย้อนกลับ
ของกฎสวรรค์จนไอเป็นโลหิต ยังคงใช้น ้าเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม
“นี่คือฝ่ามือหุบเขาที่แท้จริง”