ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 454 อายุขัยของฮ่องเต้ต้าเซี่ย
ฮ่องเต้ต้าเซี่ยรู้สึกปลื้มปิติยิ่งนักที่ได้รับการสนับสนุนจากห้า
สำนักเซียนใหญ่ในเรื่องของแคว้นจี๋
พระองค์จึงกล่าวถึงอีกเรื่องหนึ่งทันที่ “ท่านทั้งหลายคงได้ยิน
มาแล้ว แต่เดิมประมุขสำนักควบคุมศพกำลังจะถูกยึดครองร่าง แต่
เนื่องจากตะเกียงวิญญาณของประมุขสำนักควบคุมศพถูกเก็บไว้ที่
สำนักเวิ่นเต๋า ผู้บำเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋จึงเกรงว่าจะถูกสำนักเวิ่นเต๋า
ล่วงรู้ จึงไม่ได้ยึดครองร่างของประมุขสำนักควบคุมศพอย่างสมบูรณ์
แต่ยังคงเหลือวิญญาณของเขาไว้”
“ถูกต้อง ข้าดูแลเรื่องราวในเมืองฮั่นสุ่ยต่อจากนั้น หมอนั่นหลู่
ปาเชียนรอดตายจากมหันตภัย อาศัยว่ามีร่างขั้นข้ามพิบัติ เที่ยว
อวดอ้างต่อหน้าข้าทุกวัน ช่างไร้มรรยาทเสียจริง!” ชิวจิ้นอันแค่น
เสียงเย็นชา
ฮ่องเต้ทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของชิวจิ้นอัน “เช่นนั้นพวกเราจะ
นำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาใช้ได้หรือไม่ ให้สำนักอื่นๆ นำ
ตะเกียงวิญญาณมาเก็บไว้ที่ห้าสำนักเซียนใหญ่และราชสำนัก ถือ
เป็นการประกันความปลอดภัย”
“ท่านอวี้จือเพิ่งกล่าวไป ทางแคว้นต้าอวี๋อย่างน้อยยังมีผู้บำเพ็ญ
ขั้นข้ามพิบัติอีกสี่คน หากผู้อยู่ขั้นรวมร่างยึดครองร่างของผู้อยู่ขั้น
รวมร่างด้วยกัน ย่อมเกิดการต่อสู้อย่างแน่นอน พวกเราสามารถ
สังเกตเห็นได้ แต่หากผู้อยู่ขั้นข้ามพิบัติยึดครองร่างของผู้อยู่ขั้นรวม
ร่าง กลับง่ายดายเหลือเกิน สำเร็จได้อย่างไร้สุ้มเสียงโดยพลัน”
“หากเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับประมุขหลู่อีก ด้วยระบบตะเกียง
วิญญาณที่มี จะทำให้ผู้บำเพ็ญแคว้นต้าอวี๋เกรงกลัว เหมือนคนตก
หลุมกับดักย่อมต้องระวังหนู ช่วยรักษาวิญญาณดวงหนึ่งของผู้ถูก
ยึดครองร่างเอาไว้ได้”
“ข้อเสนอนี้ใช้ได้” อวี้จือพยักหน้าเห็นพ้อง เป็นคนแรกที่เห็น
ด้วยกับข้อเสนอของฮ่องเต้
นางคิดถึงวิธีการคล้ายกันระหว่างทางที่มา วางแผนจะเสนอในที่
ประชุม แต่ฮ่องเต้กลับกล่าวก่อนนางหนึ่งก้าว
“ข้าก็เห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร”
“สำนักเจี้ยนอวี่เห็นว่าเป็นไปได้”
เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงไม่ได้พูดอะไร ถือเป็นการยอมรับโดยนัย
เมื่อเห็นทุกคนบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ฮ่องเต้จึงกล่าวต่อ “หลัง
การประชุม ข้าจะสั่งให้คนร่างรายชื่อหนึ่งชุด มอบให้ทุกท่าน และแจ้ง
ให้สำนักต่างๆ ในรายชื่อทราบ”
สำนักในแคว้นต้าเซี่ยใช้ระบบการลงทะเบียน เพียงแค่ไปรายงาน
ตัวที่ศาลากลาง แจ้งจำนวนคน ขนาด ที่ตั้ง ประมุขสำนัก และข้อมูล
พื้นฐานอื่นๆ ก็ถือว่าลงทะเบียนสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหรือ
ได้รับการอนุมัติ
หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนประมุขสำนัก ก็
ยังคงต้องไปรายงานตัวที่ศาลากลางเช่นกัน
อาศัยระบบนี้ แคว้นต้าเซี่ยจึงรู้จำนวนและตำแหน่งของสำนัก
ต่างๆ อย่างชัดเจน ขุนนางจะสามารถร่างรายชื่อตามความต้องการ
ของฮ่องเต้ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อปรึกษาหารือเรื่องสำคัญเสร็จสิ้น ทั้งห้าคนจึงพูดคุยหัวเราะ
กันอย่างสนุกสนานเดินออกจากต้าหลง เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงมีทั้ง
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเมื่อเดินออกจากต้าหลง บรรยากาศเป็นไป
อย่างสมัครสมานกลมเกลียว
ขันทีและนางกำนัลทั้งหลายต่างยืนคารวะอย่างนอบน้อมอยู่
นอกต้าหลง เตรียมส่งเจ้าสำนักเซียนทั้งห้า
“อะแฮ่ม อะแฮ่ม——” ฮ่องเต้ผู้กำลังสนทนากับชิวจิ้นอัน
เกี่ยวกับท่านเต๋าปู้อวี่ พลันไอออกมาอย่างรุนแรง พระองค์ปิดปาก
และจมูก ฝ่าพระหัตถ์มีรอยเลือดเป็นจุดๆ พระเศียรมีเส้นผมขาวพาด
ผ่าน เด่นชัดบนพระเกศาดำขลับหนา
“ฝ่าบาท!” ขันทีผู้ควบคุมเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ตกใจจนแทบจะ
เสียสติ เขารีบก้าวสามก้าวรวดเข้าไปประคองฮ่องเต้
“เรียกหมอหลวง รีบเรียกหมอหลวงมาเร็ว!” ขันทีและนางกำนัล
คนอื่นๆ วุ่นวายไปหมด เห็นได้ชัดว่าตกใจไม่น้อย
“ท่านเป็นอะไรไป?” ชิวจิ้นอันขมวดคิ้ว กลับมือจับข้อมือของ
ฮ่องเต้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
“ร่างกายของท่านอ่อนแอถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”
ตามหลักแล้ว เรื่องเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แม้แต่ผู้ปกครองแคว้นก็
ยังมีพลังแผ่นดินคุ้มครอง ร่างกายย่อมไม่ถูกพิษ ไม่เป็นโรค ฮ่องเต้
แห่งแคว้นต้าเซี่ยผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือพลังแผ่นดิน ร่างกายยิ่งไม่
ควรมีปัญหาใดๆ
ฮ่องเต้ยิ้มขื่น โบกพระหัตถ์ แสดงท่าทีไม่ประสงค์จะพูดถึงโดย
ละเอียด เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงนึกในใจว่า อมิตาภพุทธ แต่ไม่ได้
กล่าวอะไรออกมา
อวี้จือผู้มีวิทยายุทธ์สูงสุด เพียงชายตามองก็หยั่งรู้สภาพฮ่องเต้
ได้ทันที่ “พระองค์อายุขัยกำลังร่อยหรอ”
“อายุขัยร่อยหรอ?” หลัวหงเซียอึ้งไป ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะประสบ
ปัญหาอายุขัยร่อยหรอ และเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ฮ่องเต้เงยพระพักตร์มองอวี้จือหนึ่งครา เช่นเดียวกัน ทรงตก
ตะลึง พระองค์มีพลังแผ่นดินคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครจะมอง
ออกถึงสภาพพระองค์ได้ ไม่คาดคิดว่าอวี้จือจะมองทะลุปัญหาของ
พระองค์ด้วยเพียงชายตาเดียว
ทรงรู้ว่าเรื่องทั้งหมดไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป พระองค์จึงทรงตรัส
ว่า “อย่างไรเสีย ข้าก็เพียงอยู่ในขั้นแปรเซียนเท่านั้น”
ในหกคนนี้ อวี้จือมีวิทยายุทธ์สูงสุด ฮ่องเต้มีวิทยายุทธ์ต ่าสุด
การเป็นฮ่องเต้หรือไม่นั้น ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับวิทยา
ยุทธ์ เพราะถึงอย่างไร ฮ่องเต้จะมีวิทยายุทธ์สูงเพียงใด ก็ไม่อาจอาศัย
กำลังคนเดียวปราบปรามแผ่นดินได้
“แต่นั่นไม่ถูกต้อง ท่านเพิ่งอายุหนึ่งพันปี ผู้อยู่ขั้นแปรเซียน
สามารถมีชีวิตอยู่ได้หนึ่งพันห้าร้อยถึงสองพันปี” เจ้าสำนักเจี้ยนอวี่
ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ปัจจุบันแคว้นต้าเซี่ยมีทั้งปัญหาภายในและภัยคุกคามจาก
ภายนอก หากฮ่องเต้มีปัญหาด้านร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา
ด้านอายุขัย ย่อมก่อให้เกิดความวุ่นวาย กลุ่มต่างๆ จะแสดงตัว
ออกมา นี่ไม่ใช่เรื่องดี
“ครั้งเป็นรัชทายาท ข้าเคยป่วยหนักครั้งหนึ่ง แขวนชีวิตอยู่บน
ด้าย รักษาโรคด้วยสมุนไพรล ้าค่ามากมาย แม้กระทั่งรากกับใบของ
ราชายาก็ใช้ไปถึงสองต้น น่าเสียดาย ตอนนั้นร่างกายข้าอ่อนแอเกิน
กว่าจะรับการเยียวยา แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ต้องเสียอายุขัยไป”
เรื่องนี้ทั้งห้าคนล้วนเคยได้ยินมาบ้าง ขันทีและนางกำนัลอาวุโส
ในวังก็ล้วนทราบ
“สำนักของพวกเรามีราชายาน้อยที่ช่วยยืดอายุขัยสองสามชนิด
มีทั้งต้นต้าชุนอายุยืน หินเหวินโซ่อูเจียง อะไรทำนองนี้” ชิวจิ้นอัน
กล่าว ฮ่องเต้ต้องไม่มีอันเป็นไปในช่วงเวลานี้
ต้นต้าชุนอายุยืน ถือว่าแปดพันปีเป็นฤดูใบไม้ผลิ แปดพันปีเป็น
ฤดูใบไม้ร่วง หายากยิ่งในโลก เป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยมในการยืด
อายุขัย
หินเหวินโซ่อูเจียงเป็นก้อนหินชนิดหนึ่งที่เติบโตทุกปี เพียงแต่
เติบโตอย่างช้ามาก จนไม่อาจสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า ผ่านไปหนึ่ง
หมื่นปี จึงโตขึ้นหนึ่งรอบ หากขูดเอาเศษหินมาเล็กน้อย แม้แต่ผู้อยู่
ขั้นรวมร่างก็ยังต้องตาลุกวาว เพราะเป็นสมบัติล ้าค่าที่ช่วยยืดอายุขัย
ฮ่องเต้ทรงได้ยินชิวจิ้นอันกล่าวเช่นนั้น ดวงตาสว่างวาบ ก่อนจะ
หม่นลงทันที่ ทรงส่ายพระเศียรเบาๆ “ไร้ประโยชน์ ก่อนหน้านี้ข้ากิน
สมุนไพรสวรรค์มากเกินไป หมอหลวงบอกว่าร่างกายข้าเกิดภาวะดื้อ
ยา ราชายาน้อยชนิดใดก็ใช้ไม่ได้ผลแล้ว”
ปัญหาอายุขัยเป็นเรื่องร้ายแรงถึงชีวิต แม้ใช้พลังแผ่นดินก็ยาก
จะชดเชยได้ นอกเสียจากจะสำเร็จการเป็นเซียน มีอายุขัยไม่สิ้นสุด
จึงจะมีทางแก้ไข
“ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใด?”
“ประมาณสิบปี” พระองค์รู้สภาพร่างกายของตนเองดีที่สุด
ทุกคนเงียบลง สิบปีสำหรับผู้บำเพ็ญเซียนนั้น ผ่านไปในพริบตา
สั้นเกินไป
หรือว่าฮ่องเต้จะต้องหลับตาลงทันทีที่ได้เห็นม่านยุคทองเปิดขึ้น?
ฮ่องเต้นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ ทำเพื่อประเทศและประชาชน
ขยันขันแข็ง อุทิศตน กำลังแคว้นต้าเซี่ยเพิ่มพูนทุกวัน พลังแผ่นดิน
ยิ่งเข้มแข็ง เป็นกษัตริย์ผู้ทรงปัญญาอันหาได้ยาก ในประวัติศาสตร์
แคว้นต้าเซี่ยติดอันดับสามต้นๆ แต่สวรรค์กลับริษยาคนเก่ง จะให้
พระองค์สิ้นพระชนม์ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ แม้แต่ยุคทองอันแท้จริง
ก็ยังมองไม่เห็น?
ช่างไม่ยุติธรรมเลย
แต่ถึงจะไม่ยุติธรรม แล้วจะทำอย่างไรได้?
เจ้าสำนักเจี้ยนอวี่อดไม่ได้ต้องพูดว่า “เวลายังมีอีกมาก ข้าจะ
กลับไปปรึกษากับผู้อาวุโสคนอื่นๆ โลกนี้กว้างใหญ่ ต้องมีวิธีอื่นอีก
แน่นอน”
เขาไม่เชื่อว่า หากไม่อาจชดเชยอายุขัยที่พร่องไปของฮ่องเต้ ก็
จะไม่สามารถช่วยยืดอายุไปอีกสิบหรือร้อยปีได้
เจ้าสำนักเซียนทั้งห้าเดินออกจากเมืองหลวง เหาะลอยไปใน
อากาศ ใจต่างถอนหายใจ แล้วบินกลับสำนักเพื่อหาวิธีแก้ไข
“พูดถึงแล้ว องค์รัชทายาทยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง กำลังจะมีสาย
ลมและละอองเลือดอีกคราวหนึ่ง”
“แคว้นต้าอวี๋ แคว้นต้าเฉียน เขตปีศาจ และทะเลตะวันออก ทั้ง
ปัญหาภายในและภัยคุกคามจากภายนอก บัดนี้มาเพิ่มเรื่องอายุขัย
ของพระองค์ที่ร่อยหรอ กาลเวลาแห่งความวุ่นวายเสียจริง”
หลังผู้คนจากไป ฮ่องเต้ปฏิเสธการดูแล เสด็จไปยังสุสานบรรพ
ชนของวังหลวง หวังว่าบรรพบุรุษจะมีวิธีแก้ไข