ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 461 เรียนรู้วิชาร่างทองหกจั้ง
ร่างทองหกจั้ง หนึ่งในวิชาขั้นสูงของส านักพุทธะ ผู้ที่ฝึกฝนจน
ช านาญจะมีร่างทองค าป้องกันตัว คอยต้านทานการโจมตี
ขณะเดียวกันร่างทองค านี้ยังโจมตีได้ด้วย นับเป็นวิชาทั้งรุกและรับ ไร้
ซึ่งจุดอ่อนใดๆ
ผู้ที่ฝึกร่างทองค าจนถึงขั้นสูงสุด สามารถหลอมรวมร่างกระดูก
เนื้อจนบรรลุเป็นพุทธะได้ทันที่
ต านานเล่าว่าในดินแดนพุทธะมีพระภิกษุผู้ส าเร็จธรรมชั้นสูงรูป
หนึ่ง บรรลุธรรมใต้ต้นโพธิ์ ร่างทองหกจั้งของท่านแกร่งกล้าถึงขีดสุด
ไม่มีการโจมตีใดท าลายร่างทองค าของท่านได้ นับเป็นผู้ไร้เทียมทาน
ในใต้หล้า
วิชาขั้นสูงยากที่จะเริ่มฝึก แต่ก็ยังไม่ยากเท่าวิชาฝ่ามือหุบเขา
ศิษย์พี่ใหญ่จึงคิดว่าลู่หยางน่าจะเรียนรู้ได้
ลู่หยางมีศิษย์พี่ขั้นแก่นทองค าขั้นสูงสุดท่านหนึ่งที่ก็ฝึกร่างทอง
หกจั้งจนส าเร็จเช่นกัน
“ใครบอกว่าร่างทองหกจั้งเป็นวิชาของส านักพุทธะกัน วิชานี้มี
มาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว!” เซียนอมตะตะโกนด้วยความไม่พอใจ ใน
เรื่องนี้นางมีสิทธิ์พูดมากที่สุด
“มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้วหรือ?” ทั้งลู่หยางและศิษย์พี่ใหญ่ต่าง
ไม่รู้เรื่องนี้
เซียนอมตะแค่นเสียงสองที่ “แน่นอนสิ ทว่าในยุคโบราณแม้ทุก
คนจะเรียกวิชาที่ใช้ว่าร่างทองหกจั้ง แต่ขนาดของร่างทองค ากลับ
แตกต่างกันมาก หลังจากพวกเราทั้งห้าส าเร็จเป็นเซียน ขนาดของ
ร่างทองหกจั้งจึงถูกก าหนดแน่ชัด”
ลู่หยางสงสัย “การที่พวกท่านส าเร็จเป็นเซียนกับร่างทองหกจั้งมี
ความเกี่ยวข้องกันอย่างไร?”
“ก็แน่นอนว่าเพราะพวกเราท าการก าหนดมาตรฐานหน่วยวัดไง
ในอดีตแต่ละเผ่ามีมาตรฐานการวัดไม่เหมือนกัน หลังจากพวกเราทั้ง
ห้าส าเร็จเป็นเซียน จึงก าหนดว่าหนึ่งจั้งยาวเท่าไรเท่านี้”
ลู่หยางตกตะลึง เซียนอย่างพวกท่านยังก าหนดมาตรฐานหน่วย
วัดได้ด้วยหรือ?
“เซียนอิงเทียนเป็นผู้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา วันหนึ่งเขาอย่างจริงจัง
บอกพวกเราว่า มีคนลือว่าเขาสูงแปดจั้ง และอีกพวกก็ลือว่าเขาสูง
หนึ่งฉื่อ เขาสงสัยว่าอาจเป็นเพราะแต่ละเผ่ามีมาตรฐานการวัดไม่
เหมือนกัน จึงเป็นที่มาของข่าวลือว่าเขาสูงบ้างเตี้ยบ้าง หลังจาก
ก าหนดมาตรฐานหน่วยวัดแล้ว ปัญหานี้ก็หมดไป”
“การก าหนดมาตรฐานหน่วยวัดได้ผลถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“อืม ตอนนั้นข้าวุ่นอยู่กับการก าหนดมาตรฐานหน่วยวัดให้แต่ละ
เผ่า ไม่มีเวลาไปบอกคนภายนอกว่าเซียนอิงเทียนสูงเท่าไรหรอก”
“เป็นท่านนี่เองที่ปล่อยข่าวลือ!”
“จะเรียกว่าปล่อยข่าวลือก็ไม่ถูกนัก แรกเริ่มมีผู้ศรัทธาถามข้าว่า
เซียนอิงเทียนสูงเท่าไร ตอนนั้นข้ายังงัวเงีย จึงตอบไปว่าแปดจั้ง ผล
คือข่าวนี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่ ข้าจึงรีบ
บอกผู้ศรัทธาว่าเซียนอิงเทียนสูงหนึ่งฉื่อ”
“ท่านลองคิดดู ภายนอกลือกันว่าเซียนอิงเทียนสูงแปดจั้ง แต่อีก
กลุ่มก็บอกว่าสูงหนึ่งฉื่อ หากเฉลี่ยกันแล้ว ก็เท่ากับว่าเซียนอิงเทียน
มีส่วนสูงปกติไม่ใช่หรือ?”
เซียนอมตะพูดอย่างมีเหตุผลเหลือเกิน จนลู่หยางหาจุดผิดไม่ได้
ในชั่วขณะ
นางกล่าวต่อ “อีกอย่าง ข้าเองก็ฝึกร่างทองค าได้ เพียงแต่ข้ารู้
วิชามากมายเหลือเกิน ไม่จ าเป็นต้องใช้ร่างทองหกจั้งเท่านั้น”
“ไม่ว่าจะเป็นวิชาแปรกายกายยักษ์ วิชาย่อขยาย ล้วนมีผลไม่
ต่างจากร่างทองหกจั้ง คือใช้ร่างใหญ่โตในการต่อสู้”
ศิษย์พี่ใหญ่พยักหน้า เห็นด้วยกับความคิดของเซียนอมตะ ดัง
ค ากล่าวที่ว่า หนทางสู่ธรรมะนั้นเรียบง่าย แม้ต่างทางแต่บรรลุ
เป้าหมายเดียวกัน วิชายุทธ์มากมายล้วนมีความคล้ายคลึงกัน รู้วิชา
หนึ่งก็พอ ไม่จ าเป็นต้องเหมือนเซียนอมตะที่ช านาญทุกอย่าง
“ตามข้ามา”
ศิษย์พี่ใหญ่พาลู่หยางไปยังพื้นที่โล่งกว้างบนเขาด้านหลัง ซึ่ง
ครั้งก่อนนางเคยสอนวิชาย่นพื้นที่ที่นี่เช่นกัน
เซียนอมตะออกมาจากร่างของลู่หยาง เตรียมสอนลู่หยางเช่นกัน
ลู่หยางรู้สึกมั่นใจและมีความกระตือรือร้น มีทั้งศิษย์พี่ใหญ่ยอด
ฝีมือแห่งยุคปัจจุบันและเซียนอมตะผู้เก่งกาจแห่งยุคโบราณสองคน
สอน ย่อมไม่มีปัญหาใดๆ แน่นอน!
“ต้องการฝึกร่างทองหกจั้ง ก่อนอื่นต้องรักษาจิตใจให้สงบ”
“ต้องการฝึกร่างทองหกจั้ง ก่อนอื่นต้องระดมพลังเลือดลมใน
ร่างกาย”
ศิษย์พี่ใหญ่และเซียนอมตะกล่าวพร้อมกัน ท าให้ลู่หยางอึ้งไป
เขาควรฟังใครดี?
ศิษย์พี่ใหญ่มองเซียนอมตะอย่างเย็นชา “จิตใจที่สงบจะช่วยให้
แสดงฝีมือได้เต็มที่หรือแม้แต่เกินขีดจ ากัด ท่านเซียนเหตุใดต้อง
ระดมพลังเลือดลมด้วย?”
เซียนอมตะไม่เกรงใจศิษย์พี่ใหญ่เลย นางจ้องลู่หยางด้วยท่าทาง
ไม่ยอมแพ้ “เลือดลมเชื่อมต่อเส้นลมปราณ เส้นลมปราณหล่อเลี้ยง
พลังวิเศษ ร่างทองหกจั้งเป็นผลลัพธ์จากการผสมผสานระหว่างเลือด
ลมกับพลังวิเศษ ย่อมต้องระดมพลังเลือดลมก่อน”
ลู่หยาง: “……”
ท่านเซียน ท่านควรจะจ้องศิษย์พี่ใหญ่ไม่ใช่หรือ ท าไมมาจ้องข้า
ล่ะ?
แล้วในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าควรพูดอะไรเพื่อแสดงจุดยืนดี?
น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าขัดใจทั้งสองฝ่าย
เมื่อเผชิญหน้ากับการปะทะกันระหว่างผู้เก่งกาจสองยุค ลู่หยาง
จ าต้องหดหัวอยู่เฉยๆ
“ข้าเป็นรักษาการแทนเจ้าส านัก ฟังข้าสิ!” เซียนอมตะใช้ไม้ตาย
บีบให้ศิษย์พี่ใหญ่ถอย
“…ได้”
การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งยุคเก่าและยุคใหม่จบลงอย่างเงียบงัน
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าการต่อสู้นี้เกิดขึ้นในความเงียบ
“ข้าจะสอนเจ้าเอง หลับตา รับรู้พลังเลือดลมในร่างกาย แล้ว
พยายามระดมมัน”
ลู่หยางหลับตาส ารวจภายใน เสียงคล้ายแม่น ้าสายใหญ่ดังก้อง
ในหู ไหลเชี่ยวกรากไม่หยุด นั่นคือพลังเลือดลม
พลังเลือดลมของเขาเหนือกว่าผู้อยู่ขั้นแก่นทองค ามากนัก
แม้แต่ผู้อยู่ขั้นทารกแรกก าเนิดก็ยังสู้เขาไม่ได้
“ไประดมพลังเลือดลม ให้การเคลื่อนไหวของเลือดลมสอดคล้อง
กับเส้นลมปราณ เกิดการสั่นสะเทือนร่วมกัน ยิ่งการสั่นสะเทือนร่วม
แรงเท่าไร พลังของเลือดลมและพลังวิเศษยิ่งมากเท่านั้น!”
ตุบ… ตุบ… ตุบ…
รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจเต้นของลู่หยางดังกระหึ่ม
แข็งแรงผิดปกติ
“ขยายพลังเลือดลมและพลังวิเศษออกไป จินตนาการว่าพวกมัน
เป็นวัตถุจริง แล้วระเบิดออกจากภายในสู่ภายนอก สร้างเป็นรูปทรง
มนุษย์ ควรเป็นรูปร่างเหมือนเจ้าจะดีที่สุด!”
ศิษย์พี่ใหญ่ด้านข้างพยักหน้าเบาๆ วิธีสอนของเซียนอมตะไม่
ต่างจากของนางมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการรักษาจิตใจให้สงบหรือระดม
พลังเลือดลม สุดท้ายต่างสร้างร่างทองหกจั้งได้เหมือนกัน
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับลู่หยางแล้ว
ลู่หยางไม่รู้ถึงความคาดหวังของศิษย์พี่ใหญ่ เขาหลับตาตลอด
พลังเลือดลมพลุ่งพล่าน แต่จิตใจกลับสงบนิ่ง
เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ลอยอยู่ แม้จะเลือนรางแต่
กลับจับต้องได้ สัมผัสเป็นจริงยิ่งนัก
ลู่หยางคว้าความรู้สึกนั้นไว้ แล้วกระชากออกมาสุดแรง!
พลังเลือดลมปั่นป่วน พลังวิเศษพลุ่งพล่าน ทั้งสองแรงเกี่ยวพัน
กัน หมุนวนอย่างรวดเร็วในร่างก่อนพุ่งออกสู่ภายนอก!
เมื่อพลังทั้งสองปรากฏภายนอกร่าง มันเปลี่ยนเป็นสีทอง เจิดจ้า
ราวกับทองค า!
โครม!
ร่างทองหกจั้งปรากฏขึ้นกลางอากาศ ห่างจากลู่หยางไปไกล!
ลู่หยาง: “?”
ข้าควรมีร่างทองค าป้องกัน แต่ท าไมมันอยู่ไกลขนาดนี้?
“ช่างเถอะ อยู่ไกลไปหน่อย ไม่มีพลังป้องกัน แต่ยังโจมตีได้ก็ยัง
ดี”
ร่างทองหกจั้งแข็งแกร่งยิ่งนัก เพียงแค่หมุนแขนตีออกไป ผู้อยู่ใน
ขั้นแก่นทองค าย่อมรับไม่ไหว
ลู่หยางพยายามควบคุมร่างทองค า แต่กลับพบว่ามันไม่ขยับ
เขยื้อน ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น
“……”
ท าไมร่างทองหกจั้งของคนอื่นทั้งรุกทั้งรับได้ แต่ของข้ากลับทั้ง
รุกทั้งรับไม่ได้เลย
“เจ้าลองเข้าไปในร่างทองค าดูสิ” เซียนอมตะแนะน า นางก็เพิ่ง
เคยเห็นกรณีแบบนี้เป็นครั้งแรก
ส่วนศิษย์พี่ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลก็มีสีหน้าประหลาด วิธีสอนของ
เซียนอมตะไม่มีปัญหา แต่ท าไมผลลัพธ์จึงออกมาแบบนี้?
ลู่หยางจ าต้องท าตามค าแนะน าของเซียนอมตะ
เขาวิ่งเหยาะๆ ไปยังร่างทองค า พบว่าร่างทองค าที่ตนสร้างนั้น
แข็งแกร่งเหลือเกิน แม้แต่ทางเข้าก็ยังหาไม่พบ
“ลองที่ฝ่าเท้าดูไหม?” เซียนอมตะแนะน าอีกครั้ง
ลู่หยางจ าต้องนั่งลงยกเท้าร่างทองค าขึ้น แล้วมุดเข้าไปทางฝ่า
เท้า
เมื่อเข้าไปในร่างทองค า ลู่หยางรู้สึกตื่นเต้น นี่คือร่างทองค าที่
เขาสร้างเอง!
ให้ชาวโลกได้เห็นพลังของร่างทองหกจั้ง!
เขาคิดจะขยับ แต่ร่างทองค ากลับไม่ขยับเขยื้อน!
คิดจะขยับอีกครั้ง ร่างทองค ายังคงไม่ขยับเขยื้อน!
แข็งราวก้อนทอง!
“…… ข้าฝึกร่างทองหกจั้งหรือกระดองเต่าเนี่ย!”