ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 462 ท่านเต๋าปู้อวี่เล่าเรื่อง
“อย่าบอกนะ ก าแพงป้องกันของร่างทองนี้ยังดีมากทีเดียว” เซียน
อมตะช่างรู้จักมองจุดเด่น
“หากเจ้าโจมตีร่างทองของตัวเอง นอกจากฝ่ามือหมู่บ้านที่
สามารถท าร้ายร่างทองได้ การโจมตีอื่นๆ ก็แค่ท าให้ผิวหนังฉีก
เล็กน้อยเท่านั้น”
“แข็งขนาดนั้นเลยหรือ?” ลู่หยางตกตะลึง เขาคิดว่าใช้วิชากระบี่
ก็จะทะลวงการป้องกันของร่างทองได้ ไม่คิดว่าเซียนน้อยจะประเมิน
ร่างทองไว้สูงถึงเพียงนี้
“นี่ก็เป็นสิ่งที่ข้าสอนไว้นี่นา!”
“เป็นวิชาป้องกันก็ไม่เลวเหมือนกัน” ลู่หยางพยักหน้า หลังจาก
เรียนรู้ร่างทองหกจั้งมาทั้งวัน ถือว่าเขาได้รับประโยชน์ไม่น้อย
ตอนนี้เขามีฝ่ามือหมู่บ้านเป็นวิชาโจมตี มีร่างทองหกจั้งเป็นวิชา
ป้องกัน ใครเล่าจะสู้เขาได้?
……
โรงน ้าชา
ท่านเต๋าวางไม้ตีลงบนโต๊ะเปาะหนึ่ง เรื่องราวก็ถูกเล่าออกมา
อย่างราบรื่น
ท่านเต๋าสวมชุดปอนๆ วางแส้ขนวัวไว้บนโต๊ะ ดวงตาเปล่ง
ประกาย ท่าทางดูพิกลพิการ
“ส านักเวิ่นเต๋ามีอัจฉริยะนามว่าลู่หยาง ชายหนุ่มผู้นี้มีพรสวรรค์
ที่น่าทึ่งจริงๆ แรกเข้าส านักเวิ่นเต๋า เขาได้แสดงพรสวรรค์อัน
สั่นสะเทือนโลกา ด้วยการเป็นรากฐานชนิดเดียวที่หายากยิ่งนัก พวก
ท่านคงทราบดีว่ารากฐานชนิดเดียวคืออะไร ก่อนยุคทองจะมาถึง
รากฐานชนิดเดียวจะพบได้แค่หนึ่งคนในรอบร้อยปีเท่านั้น!”
“รากฐานชนิดเดียวของอัจฉริยะลู่หยางยังเป็นรากฐานชนิดเดียว
ขั้นสุดยอดอีกด้วย พร้อมกับเขา ยังมีศิษย์รากฐานชนิดเดียวอีกคนที่
เข้าส านักพร้อมกัน นั่นคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเมิ่ง ว่าด้วย
คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเมิ่งนั้นเป็นใคร ตระกูลเมิ่งคือตระกูลยอด
ฝีมือระดับแนวหน้าของใต้หล้า คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเมิ่งจึงเป็น
คุณชายระดับแนวหน้าของใต้หล้าเช่นกัน”
“แม้จะมีฐานะเช่นนั้น คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเมิ่งก็ยังอิจฉาใน
รากฐานชนิดเดียวของอัจฉริยะลู่หยาง!”
“เมื่อรู้ว่าอัจฉริยะลู่หยางมีรากฐานชนิดเดียว หลายตระกูลและ
ส านักได้เสนอขอจัดพิธีวิวาห์ แต่ถูกส านักเวิ่นเต๋าปฏิเสธทั้งหมด”
“ในทางกลับกัน คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเมิ่งที่มีสถานะสูงส่ง
พรสวรรค์สุดยอด กลับไม่มีใครเสนอเรื่องการวิวาห์ ความแตกต่าง
ระหว่างทั้งสองเห็นได้ชัด!”
“หลังเข้าร่วมส านัก อัจฉริยะลู่หยางได้รับคัดเลือกเป็นศิษย์ปิด
ประตูของท่านเต๋าปู้อวี่”
ผู้ฟังต่างพากันอุทานเบาๆ ด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่า
อัจฉริยะลู่หยางผู้นี้จะมีรากฐานชนิดเดียวที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
ท่านเต๋ายากไร้เป็นนักเล่าเรื่องเร่ร่อน เขาเพิ่งมาที่โรงน ้าชาได้
สองสามวัน แรกเริ่มลูกค้าก็แค่มาฟังเรื่องตามปกติ ไม่ได้คาดหวัง
อะไรมากจากท่านเต๋ายากไร้
แต่เมื่อท่านเต๋ายากไร้เริ่มเปิดปาก ก็ท าเอาทุกคนตะลึงงัน เพราะ
เรื่องที่ท่านเล่าคือ ‘ต านานแห่งส านักเวิ่นเต๋า’ แถมเนื้อหาภายในยัง
เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน!
นี่คือ ‘ต านานแห่งส านักเวิ่นเต๋า’ ฉบับล่าสุด!
‘ต านานแห่งส านักเวิ่นเต๋า’ เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปชื่นชอบ
ที่สุดในยุคนี้ บทเด็ดต่างๆ ในเรื่องยังถูกพูดถึงอย่างออกรส ทุกคนมัก
น ามาเล่าสู่กันฟังเมื่อจบเรื่อง
เช่น “เซียนบรรพกาลพบเซียนชี้ทาง ก่อตั้งส านักเวิ่นเต๋า” “ศิษย์
ทั้งเก้าแห่งส านักเวิ่นเต๋าออกเดินทางปราบมารผี เชิดชูจิตวิถีเซียน”
“ท่านเต๋าปู้อวี่ใช้กระบี่เปิดประตูสวรรค์ ชาวยุทธ์ทั้งปวงยอมศิโรราบ”
และอื่นๆ อีกมากมาย
หากผู้ใดไม่รู้จักชื่อส านักเวิ่นเต๋า ผู้นั้นก็นับว่าล้าสมัย
เรื่องเล่าฉบับล่าสุดที่ท่านเต๋ายากไร้น ามาเล่า จึงได้รับความนิยม
อย่างถล่มทลาย
ช่วงนี้เจ้าของโรงน ้าชายิ้มจนตาหยีแทบปิด
“ตอนนั้นในส านักเวิ่นเต๋ามีมารใหญ่ ท่านเต๋าปู้อวี่ถูกมารใหญ่
กดลงไว้ มารใหญ่สวมรอยเป็นเจ้าส านัก แต่ชาวส านักเวิ่นเต๋ากลับ
ไม่รู้ตัว”
“อัจฉริยะลู่หยางเป็นคนแรกที่พบความผิดปกตินี้ เขาหาร่องรอย
จนพบการปลอมตัวของมารใหญ่ ติดตามหาท่านเต๋าปู้อวี่ ผ่าน
อุปสรรคนานัปการ ในที่สุดก็ทลายลงตราปิดผนึกท่านเต๋าปู้อวี่ ช่วย
ให้ท่านกลับคืนสู่โลก!”
“หลังผ่านเหตุการณ์นี้ ท่านเต๋าปู้อวี่มองทะลุความเป็นไปของ
โลก ออกท่องเที่ยวทั่วหล้า มอบกิจการส านักให้ศิษย์เอกที่โปรด
ปรานที่สุดดูแล”
“อัจฉริยะลู่หยางช่วยชีวิตท่านเต๋าปู้อวี่ ได้รับการยอมรับจากทั้ง
ส านัก ทุกคนต่างยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ”
“เจ้าส านักธาตุทั้งห้าถึงกับเดินทางมาเยือนส านักเวิ่นเต๋าด้วย
ตนเอง เพื่อพบอัจฉริยะหนุ่มผู้กล้าหาญ เมื่อพบเจออัจฉริยะลู่หยาง
เจ้าส านักธาตุทั้งห้าก็แสดงความสุภาพอย่างยิ่ง ปฏิบัติต่อเขาราวกับ
มีฐานะเท่าเทียมกัน ใช้มารยาทแบบเจ้าส านักต่อเจ้าส านักกับ
อัจฉริยะลู่หยาง”
ผู้ฟังต่างพากันชื่นชม หลังช่วยท่านเต๋าปู้อวี่ เจ้าส านักธาตุทั้งห้า
ก็ต้อนรับอัจฉริยะลู่หยางด้วยมารยาทเช่นนี้ แสดงว่าสถานะของท่าน
เต๋าปู้อวี่คงสูงส่งมาก
“อัจฉริยะลู่หยางมีสายตาเฉียบแหลม ประวัติการต่อสู้ก็น่าทึ่งนัก
ส านักเวิ่นเต๋าเป็นที่ใดกัน หนึ่งในห้าส านักยอดฝีมือ ศิษย์ทุกคนล้วน
เป็นอัจฉริยะ แต่ละคนไร้คู่แข่งในระดับเดียวกัน”
“แต่อัจฉริยะลู่หยางกลับกล้าท้าระดับข้ามขั้น ใช้ร่างขั้นสร้าง
ฐาน ข้ามสามระดับท้าสู้ขั้นแก่นทองค า ขั้นทารกแรกก าเนิด ขั้นแปร
เซียน ชนะรวด ท าให้ทั้งส านักเวิ่นเต๋าตกตะลึงในวีรกรรมนี้!”
“แม้อัจฉริยะลู่หยางจะมีพรสวรรค์สูงล ้า แต่นิสัยกลับถ่อมตน
สร้างความสัมพันธ์อันดีกับศิษย์พี่ศิษย์น้อง ศิษย์พี่ศิษย์น้องมักจะหา
เขาไปวัดฝีมือ เพื่อพัฒนาร่วมกัน บรรยากาศช่างอบอุ่น”
ผู้ฟังเริ่มเข้าใจอัจฉริยะลู่หยางคนนี้แล้ว วิทยายุทธ์สูงส่ง อุปนิสัย
ยอดเยี่ยม ช่างเป็นผู้บ าเพ็ญเซียนที่สมบูรณ์แบบ
ในเรื่อง ‘ต านานแห่งส านักเวิ่นเต๋า’ เล่าว่า ท่านเต๋าปู้อวี่มีชื่อเสียง
ระบือไกล เมื่อไปถึงที่ใด ก็มีผู้จ าได้ เชิญเขาร่วมงานเลี้ยง มีการแสดง
กระบี่ แต่ท่านเต๋าปู้อวี่กล่าวว่ามิตรภาพของผู้เป็นสุภาพบุรุษดั่งน ้าอัน
บางเบา ไม่จ าเป็นต้องวุ่นวายเช่นนี้ จึงปฏิเสธค าเชิญ ผู้ที่เชิญต่างพา
กันผิดหวังและเสียดาย
นี่หมายความว่าอะไร? นี่แสดงว่าท่านเต๋าปู้อวี่มีสหายทั่วหล้า
อัจฉริยะลู่หยางถ่อมตน ชอบผูกมิตร นิสัยเช่นนี้คงเรียนรู้มาจาก
ท่านเต๋าปู้อวี่กระมัง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นศิษย์ปิดประตูของท่านเต๋าปู้อวี่ ศิษย์กับ
อาจารย์ช่างเป็นไม้เดียวกันจริงๆ
ท่านเต๋ายากไร้เล่าเรื่องอย่างคล่องแคล่ว ร าพันถึงวีรกรรมของลู่
หยาง เล่าตลอดทั้งช่วงเช้า สุดท้ายเขาตีไม้เปาะหนึ่งอีกครั้ง
“พรุ่งนี้จะเล่าเรื่องอัจฉริยะอีกผู้หนึ่งของส านักเวิ่นเต๋า นั่นก็คือ
อัจฉริยะเมิ่ง ผู้มีวิถีแห่งเซียนในหัวใจ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยวน มีจิต
แน่วแน่ดั่งพระสงฆ์ผู้ส าเร็จธรรม”
“พบกันพรุ่งนี้!”
ท่านเต๋ายากไร้ดื่มน ้าชาในถ้วยรวดเดียวหมด แล้วลุกขึ้นกล่าว
ลา
“นี่คือค่าเล่าเรื่องของวันนี้” เจ้าของโรงน ้าชาเดินเข้าหาท่านเต๋า
ยากไร้ส่งถุงเงินให้
ในสายตาของเจ้าของโรงน ้าชา ท่านเต๋ายากไร้ก็เปรียบเสมือน
ต้นเงินต้นทอง ตราบใดที่เขาอยู่ ธุรกิจของโรงน ้าชาก็จะรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
เรื่อยๆ!
ท่านเต๋ายากไร้ยิ้มรับถุงเงิน เก็บลงในแขนเสื้อ
นกกระดาษตัวหนึ่งกระพือปีกบินมาเกาะบนไหล่ของท่านเต๋า
ยากไร้
ท่านเต๋าตกใจเล็กน้อย เขารู้จักนกกระดาษตัวนี้ เป็นจดหมายจา
กอวี้จือที่ส่งถึงเขา
“อวี้จือมีธุระอะไรกับข้า?” ท่านเต๋าปู้อวี่คิดในใจว่าไม่น่าจะใช่
อวี้จือเพิ่งช่วยข้าจัดการเอกสารปล่อยตัวจากคุกเสร็จ ยังไม่ทันผ่าน
ไปกี่วัน ไฉนนางจึงตามหาข้าเสียแล้ว
ในจดหมาย อวี้จือใช้ถ้อยค าอันระมัดระวังและสุภาพ อธิบายถึง
แผนการของอู๋อวี่เต๋าที่มอบหมายให้ท าในแคว้นจี๋ และระบุว่าลู่หยาง
เป็นผู้จัดการส านักในตอนนี้ นางเป็นเพียงผู้ช่วยเขียนจดหมาย
เท่านั้น
ท้ายจดหมาย อวี้จือเขียนว่า:
“ศิษย์น้องไม่ค่อยถนัดเรื่องการเขียน ศิษย์จึงอาสาช่วยส่งสารถึง
ท่านอาจารย์ ธุระที่แคว้นจี๋มีความส าคัญมาก ขอท่านอาจารย์โปรด
อย่าได้ปฏิเสธ รีบเดินทางไปโดยเร็ว”
“แคว้นจี๋หรือ… ข้าอยู่ในแคว้นจี๋อยู่แล้วนี่นา” ท่านเต๋าปู้อวี่เก็บ
นกกระดาษ ถอนหายใจเบาๆ
“อวี้จือมีวิทยายุทธ์ถึงขั้นใดกันแน่ เพียงแค่นกกระดาษตัวเดียวก็
สามารถทะลุกฎสวรรค์ที่ผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติสร้างไว้ ส่งจดหมาย
มาถึงมือข้าได้อย่างไม่บุบสลาย?”
ท่านเต๋าปู้อวี่เงยหน้ามองผืนฟ้าที่ปกคลุมเมือง ฟ้าถูกห่อหุ้มอย่าง
หนาแน่น มีรูเล็กๆ รูหนึ่ง ซึ่งเป็นรอยที่นกกระดาษชนทะลุเข้ามา