ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 473 ความพร้อมของทุกฝ่าย
ข่าวการจัดการแข่งขันโดยราชสำนักแพร่สะพัดไปทั่วดินแดน
เนื่องจากรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้น ณ สำนักเวิ่นเต๋า พอดีกับงาน
ฉลองครบรอบหนึ่งแสนสองหมื่นปีของสำนักเวิ่นเต๋า จึงตั้งชื่อการ
แข่งขันครั้งนี้ว่า “การประชุมถามทาง”
สำนักมากมายต่างขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อ พร้อมพรึ่บ เตรียมส่ง
ศิษย์ที่ภาคภูมิใจที่สุดเข้าร่วมแข่งขัน
ยุคทองใกล้มาถึง อัจฉริยะหลั่งไหล กลุ่มอำนาจนับไม่ถ้วนล้วน
ได้รับศิษย์ผู้มีพรสวรรค์เหนือชั้น ล ้าเลิศกว่าทุกยุค ซ่อนพวกเขาไว้
รอโอกาสสร้างความตื่นตะลึง
บัดนี้ในที่สุดก็รอคอยโอกาสนี้มาถึงเสียที!
“ประมุขห้าสำนักศักดิ์สิทธิ์เป็นคณะกรรมการตัดสิน รางวัลมีทั้ง
การถ่ายทอดวิชา ยาวิเศษสมุนไพรเซียน ตำราฝึกฝนระดับกึ่งเซียน
โอกาสเข้าดินแดนลับ ตำราโบราณยุคบุพกาล… รางวัลพวกนี้แม้แต่
ข้ายังต้องใจสั่นไหว หากข้ายังหนุ่มแน่น ต้องรีบพุ่งเข้าไปแน่!”
ประมุขหอกระบี่ถอนหายใจ ตอนหนุ่มๆ ทำไมไม่ทันโอกาสดี
เช่นนี้ ได้ต่อสู้กับคนหนุ่มสาวที่โดดเด่นที่สุดทั่วดินแดน ยิ่งไม่ต้องพูด
ถึงรางวัลอันล ้าค่าเช่นนี้ อย่าว่าแต่มอบให้ศิษย์เลย แม้แต่มอบให้
สำนัก ก็ยังนับเป็นของขวัญล ้าค่า
“หมิงไท่ เจ้าคือผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของหอกระบี่เรา เป็นคนเดียว
ในรอบพันปีที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาสูงสุด ต้องแสดงฝีมือในการ
ประชุมถามทางให้โลกรู้จัก ให้ชื่อเสียงกระหึ่มทั่วหล้า!”
“หมิงไท่จะไม่ทำให้สำนักผิดหวังแน่นอน!”
……
“สำนักน ้าตกของเราเป็นเพียงสำนักอันดับสอง ในอดีต กระทั่ง
คุณสมบัติเข้าร่วมรอบสุดท้ายยังไม่มี แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ขงฮ่าว มี
เจ้าอยู่ พรสวรรค์ของเจ้าไม่ด้อยไปกว่าศิษย์หลักแก่นแห่งสำนัก
อันดับหนึ่งหรือสำนักชั้นเลิศเลย!”
“ข้ารู้ว่าเจ้าชอบทำตัวเงียบๆ ไม่ชอบโอ้อวด แม้จะได้เป็นศิษย์แท้
กลายเป็นศิษย์หลักแก่น ก็ไม่เหมือนคนอื่นที่รวบรวมคนเข้าสู่ฝ่ายตน
สร้างกลุ่มเล็กของตัวเอง กลับหมกมุ่นกับการบำเพ็ญเซียน ไม่สนใจ
เรื่องราวโลกภายนอก”
“อาจารย์ ข้า……” ขงฮ่าวลังเล เขาเลือกสำนักน ้าตกก็เพราะ
อยากวางตัวเงียบๆ ไม่ก่อเรื่อง ไม่คิดว่าเขาไม่ไปหาเรื่อง แต่กลับมี
เรื่องมาหา ผลักไสอย่างไรก็ผลักไม่ออก
“หากเป็นการแข่งขันอื่น ไม่เข้าร่วมก็แล้วไป แต่ครั้งนี้ราชสำนัก
เป็นผู้จัด อาจารย์ไม่คาดหวังให้เจ้าเป็นแชมป์ แม้แต่เพียงเข้ารอบ
สุดท้าย ให้สำนักได้โอกาสเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองที่สำนักเวิ่นเต๋า ก็
จะนำประโยชน์มหาศาลมาสู่สำนักแล้ว!”
“ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันครั้งนี้มีประมุขทั้งห้าสำนักศักดิ์สิทธิ์
เป็นกรรมการตัดสิน หากได้รับคำวิจารณ์สักสองสามประโยค จะเป็น
ประโยชน์มหาศาลต่อการบำเพ็ญของเจ้า!”
“ได้” เขาจำใจรับปาก
……
“ตำราฝึกฝนระดับกึ่งเซียน? แคว้นต้าเซี่ยกล้านำของล ้าค่า
เช่นนี้มาเป็นรางวัล คุณค่าประเมินไม่ได้ ข้ารับใช้ราชวงศ์ต้าอวี๋จน
จมสู่ห้วงนิทรา ยังไม่มอบแม้แต่ตำราฝึกฝนระดับข้ามพิบัติให้ข้า ใน
เมื่อไม่ให้ ก็อย่าโทษข้าที่รับจากมือแคว้นต้าเซี่ย!”
“ตำราฝึกฝนระดับกึ่งเซียน บวกรางวัลอื่นๆ อีก รวมกับรากฐาน
ชนิดเดียวของข้า โอกาสบำเพ็ญสู่ขั้นข้ามพิบัติก็จะยิ่งมากขึ้น!”
“อนาคตต้องมีที่ให้ข้าเซียนแท้ผู้นี้!”
……
“ฮึ สถานที่จัดรอบชิงชนะเลิศอยู่ที่สำนักเวิ่นเต๋า? ช่างบังเอิญ
พอดีกำลังคิดว่าจะแทรกซึมเข้าสำนักเวิ่นเต๋าอย่างไร โอกาสก็มา
เคาะประตูเอง”
“สำนักเวิ่นเต๋า สำนักเวิ่นเต๋า ถ้าเกิดความวุ่นวายขึ้นในงาน
เฉลิมฉลอง ก็อย่าโทษข้าเลย โทษการตัดสินใจของราชสำนักพวก
เจ้าเถิด!”
“แต่อย่างนี้ สำนักเวิ่นเต๋าและราชสำนักคงเชิญผู้ทรงพลังมา
กำกับงาน ยากหน่อย ไม่รู้ว่าผู้ที่มาจะมีวิทยายุทธ์ระดับใด ช่างเถอะ
เพื่อความปลอดภัย นำคนมาทั้งหมดเลย”
……
สำนักวังเซียนเยว่กุย
“หลานถิง สำนักต้องเลือกศิษย์ขั้นแก่นทองคำตอนกลางหนึ่งคน
เข้าร่วมรอบชิงชนะเลิศ อาจารย์ตัดสินใจเลือกเจ้า เจ้าว่าอย่างไร?”
“ศิษย์ขอเชื่อฟังคำสั่ง!”
หลังจากหลานถิงรับคำสั่งแล้ว ก็เงยหน้าแอบมองอาจารย์
อาจารย์ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด สวมผ้าคลุมหน้า มองไม่เห็นสีหน้ายินดี
หรือโกรธเคือง นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง แต่ก็กล้าถามออกไป
“อาจารย์ ครั้งนี้ไปสำนักเวิ่นเต๋า จะได้พบลู่หยางไหมคะ?”
หลัวหงเซียกระตุกหางตา รู้สึกขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน: “ได้ แน่นอน
ถึงแม้คนอื่นไม่ได้พบ แต่จะต้องได้พบเขาแน่!”
……
สำนักธาตุทั้งห้า
“ไป๋หมิง สำนักธาตุทั้งห้าของเราต้องส่งตัวแทนขั้นแก่นทองคำ
ตอนกลางหนึ่งคนเข้าร่วมการแข่งขัน เจ้าต้องสร้างชื่อเสียงให้สำนัก
เราในการประลองครั้งนี้”
“รับรองจะทำให้สำเร็จ แต่ศิษย์ยังมีคำถามอีกข้อ”
“ถามมา”
“บาดแผลบนใบหน้าท่านเกิดจากอะไรหรือ?”
“สิ่งที่ไม่ควรถามอย่าถาม”
……
สำนักเจี้ยนอวี่
“เทียนจื้อ การแข่งขันครั้งนี้ อาจารย์ไม่มีข้อเรียกร้องอื่น แต่หาก
เจ้าพบคนของสำนักธาตุทั้งห้า ให้ซัดให้หนัก ไม่ต้องเกรงใจ!”
“รับทราบ”
เห็นเหยียนเทียนจื้อหมุนตัวก็จะเดิน หยางติ่งก็เรียกไว้: “เดี๋ยว
ก่อน เจ้าไม่ถามหรือว่าบาดแผลบนร่างอาจารย์เกิดจากอะไร?”
“ไม่ใช่… ข้า… ตีมา… ยังไงก็คงไม่ใช่พวกเราทำ”
……
โรงฆ่าสัตว์
“……”
“ท่านอาจารย์พูดหน่อยสิ แม้สายพระพุทธเน้นรู้ได้ด้วยใจไม่ต้อง
อาศัยวาจา แต่อย่าให้แค่สายตาเดียวแล้วให้ข้าตีความเอาเองก็แล้ว
กัน!”
“ท่านอาจารย์ ท่านดีๆ ดันไปฝึกวิธีปิดปาก เดี๋ยวนี้พูดไม่ได้ ใช้
จิตส่งความก็ไม่ได้ แม้แต่ข้อความก็ยังไม่ได้อีก”
พระเจี๋ยซายังคงไม่พูดอะไร
ซื่อฉันยืนนิ่งงงงัน วางมีดแล้วพิจารณาว่าแววตาของอาจารย์มี
ความหมายว่าอะไรกันแน่
วัดเสวียนคงดีทุกอย่าง พี่น้องศิษย์ปรองดองกัน ทุกคนร่วมมือ
ร่วมใจ ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีผู้ทรงพลังขั้นข้ามพิบัติคอยสั่งสอน
ปัญหาเดียวคือพูดจาเป็นปริศนา
ซื่อฉันมักบ่นว่าอาจารย์พูดก็เหมือนไม่พูด ตอนนี้เยี่ยมไปเลย
ไม่พูดเลยอย่างเดียว
“เอาเถอะ ข้าไปฆ่าหมูต่อดีกว่า”
……
เมิ่งจิ่งโจวมาถึงยอดเขาเทียน พอเข้าถ ้าพักก็เห็นลู่หยางไขว้
แขนวางไว้บนท้อง ตัวเอนพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางทั้งเซ่อซ่าและเกียจ
คร้าน
ศิษย์พี่ใหญ่ไม่อยู่
“เรียกข้ามาทำไม?” เมิ่งจิ่งโจวมองลู่หยางด้วยความไม่พอใจ
ทำไมเจ้าหนุ่มเจ้าอีกแล้วที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าสำนัก
ชิวจิ้นอันปฏิบัติตามสัญญา สอนวิชาลับที่สำนักธาตุทั้งห้าไม่
ถ่ายทอดให้เมิ่งจิ่งโจว เขาเพิ่งกลับจากสำนักธาตุทั้งห้า ก็ได้รับการ
ติดต่อจากผู้รักษาการแทนเจ้าสำนักให้มาพบ
“น้องเมิ่ง มานั่งสิ ไม่ต้องเกรงใจ” ลู่หยางยิ้มหยีตาพูด
เมิ่งจิ่งโจวกวาดตามองถ ้าพักรอบหนึ่ง ทั้งถ ้ามีเก้าอี้แค่ตัวเดียว
ตอนนี้ลู่หยางนั่งอยู่แล้ว
จะให้ข้าขี่หัวเจ้าหรือไง?
ลู่หยางไม่สนใจสายตาเย็นชาของเมิ่งจิ่งโจว แต่พูดช้าๆ อย่างใจ
เย็น
“เจ้าคงได้ยินมาแล้ว ราชสำนักจัดการแข่งขันใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้น
พร้อมกับงานเฉลิมฉลองสำนัก การแข่งขันแบ่งระดับละเอียดมาก แต่
ละช่วงย่อยจะเป็นหนึ่งกลุ่ม สำนักให้ความสำคัญกับการแข่งขันครั้งนี้
มาก หลังจากหารือกับเหล่าผู้อาวุโสหลายครั้ง ตัวแทนระดับชั้นอื่นๆ
ตัดสินไปหมดแล้ว เหลือเพียงตำแหน่งขั้นแก่นทองคำตอนกลางที่ยัง
ไม่ได้กำหนด เป็นเรื่องยากลำบากใจจริงๆ”
“ตัวแทนสำนักผู้จะเข้าร่วมการแข่งขัน ย่อมต้องเป็นศิษย์ที่ดีที่สุด
ข้าพิจารณาแล้วพิจารณาอีก ผ่านคำคัดค้านมากมาย ตัดสินใจแล้ว
ว่าให้เจ้าเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน”
ดวงตาของเมิ่งจิ่งโจวเป็นประกาย ริมฝีปากแทบยกโค้งโดยไม่
รู้ตัว คำพูดนี้ช่างรื่นหูเหลือเกิน ทั่วร่างอบอุ่นวูบวาบ: “ยอมรับแล้ว
สินะว่าข้าเก่งกว่าเจ้า?”
ลู่หยางยิ้มกว้างขึ้น: “ข้าเป็นกรรมการ”
เขาอดทนขอดลำไส้ยอมเป็นทาสรับใช้เซียนอมตะ เหนื่อยยาก
รับผิดชอบ ก็เพื่อความสุขในช่วงเวลานี้
“เจ้าคนบัดซบ!”