ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 478 เคียงซ้ายแนบขวา
“เอ๊ะ ภายในกล่องใบนี้มีคนไม่น้อยเลยนะ คงมีสักสิบกว่าคน”
เซียนอมตะอุทานเบาๆ แสดงความประหลาดใจยิ่ง ในวินาทีที่
หลัวหงเซียเปิดกล่องออก นางเห็นในกล่องมีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง
นอนเรียงซ้อนกันอยู่สิบกว่าคน กับผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติอีกครึ่งตน
ถูกจัดวางซ้อนทับกันเป็นภูเขา
พระสงฆ์ชราผู้ไม่พูดจามีเลือดอาบทั่วร่าง แต่กลับไม่มีรอย
บาดแผลแม้แต่น้อย
ชิวจิ้นอันกับหยางติ่งกำลังขยับนิ้วมือ รอให้เหยื่อหลงกล
“มาๆๆ ข้าขอควบคุมร่างกายเจ้าหน่อย ข้าจะเข้าไปดูในกล่อง
ซักหน่อย”
ลู่หยางฟังจบก็มีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมา เขาทัดทานเซียนอมตะ
สุดชีวิต “ท่านเซียน พวกเราสำนักเวิ่นเต๋ามีกิจกรรมมากมาย ไม่
จำเป็นต้องเล่นเฉพาะเกมนี้ มันเสียเวลาเกินไป”
“ก็ได้” เซียนอมตะนิสัยดี ยอมรับข้อเสนอของผู้ช่วยคนสำคัญ
ทันที
ลู่หยางรีบกล่าวอำลาหลัวหงเซีย เดินจากออกไปอย่างเร่งรีบ เขา
ได้ยินเสียงคนสมน ้าหน้าลอยมา
“ท่านหลัว ได้ยินมาว่าท่านถูกเจ้าสำนักลู่ชกมางั้นหรือ เป็น
ความจริงหรือไม่ ท่านชิวกับท่านหยาง…”
ลู่หยางเร่งฝีเท้า
ไม่นานก็ถูกดึงความสนใจด้วยสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“นี่คือ…”
ลู่หยางเห็นเต็นท์เล็กๆ เต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญ ด้านล่างคือกำแพง
กำบังที่คุ้นเคย ผู้บำเพ็ญที่นั่งอยู่มือถือยันต์ที่ฉีกขาด สายตาเหม่อ
ลอย จิตใจล่องลอยไปที่อื่น
ข้างเต็นท์แขวนแผ่นไม้แผ่นหนึ่ง เขียนว่า “สำนักเวิ่นเต๋า: จุด
กำเนิด”
“เจ้าสำนักผู้รักษาการ” มีคนโผล่หัวออกมาจากหลังเต็นท์ คือ
เถาเหยาเยี่ยที่ไม่ได้พบกันนาน เมื่อเถาเหยาเยี่ยเห็นลู่หยาง ก็ยิ้ม
หวานให้
“ยินดีด้วยนะพี่ลู่ ที่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น” เถาเหยาเยี่ยเย้าแหย่
ลู่หยางยิ้มอย่างจนใจ “น้องเถาอย่าแซวข้าเลย”
เถาเหยาเยี่ยเห็นท่าทางเขินอายของลู่หยาง จึงหยุดแซวเขา “ก็
เพราะมีงานเฉลิมฉลอง ผู้มีพลังทั้งหลายและอัจฉริยะต่างมาชุมนุม
กันที่สำนักเวิ่นเต๋า ข้าเลยถือโอกาสประชาสัมพันธ์ ‘ภาพมายาพยับ
แดด'”
ลู่หยางพยักหน้า เห็นได้ชัดจากกำแพงกำบังด้านล่าง
“ผลเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ทุกคนตอบรับดี ในอนาคตการเผยแพร่คงไม่ยาก”
ภาพมายาพยับแดดแท้จริงแล้วคือภาพมายา สำหรับผู้ที่มา
ร่วมงาน ภาพมายาไม่ใช่ของหายาก หากรู้สึกว่าดี แสดงว่าไม่เพียง
แค่ตัวระบบภาพมายาพยับแดดแปลกใหม่ แต่เนื้อหาของมันก็ดีด้วย
“คราวนี้เนื้อหาของภาพมายาพยับแดดเป็นอย่างไร?”
“เล่าเรื่องที่มาของสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเรา”
ลู่หยางแปลกใจมาก “เรื่องอาจารย์บรรพบุรุษหลงทาง ถามทาง
แล้วสร้างสำนักเวิ่นเต๋ายังถ่ายเป็นหนังได้ด้วยหรือ?”
“ข้าแก้ไขเล็กน้อย เซียนบรรพกาลผู้เป็นอาจารย์บรรพบุรุษ
จิตใจไขว้เขว การบำเพ็ญเซียนตกอยู่ในความสับสน วิทยายุทธ์ไม่
ก้าวหน้าแม้แต่ก้าวเดียว ขณะนั่งสมาธิได้พบกับเซียน อาจารย์บรรพ
บุรุษถามเซียนว่าดินแดนบริสุทธิ์อยู่ที่ไหน เซียนบอกอาจารย์บรรพ
บุรุษว่า เดินทางไปทางเหนือ ที่นั่นจะมีคำตอบ อาจารย์บรรพบุรุษมุ่ง
หน้าไปทางเหนือ ปราบมารกำจัดปีศาจ ได้เห็นความอยุติธรรม
มากมายในโลกมนุษย์ ในที่สุดก็เข้าใจว่าดินแดนบริสุทธิ์อยู่ในใจ จึง
สร้างสำนักเวิ่นเต๋าขึ้นในขุนเขา ความหมายคือความอยุติธรรมใน
โลก วิถีเซียนอันกว้างใหญ่ ถามทางจากใจตน”
ลู่หยาง “…”
แล้วเจ้าก็เหลือแค่ชื่ออาจารย์บรรพบุรุษที่ไม่ได้เปลี่ยนสินะ?
ช่างเถอะ ทำให้ประวัติศาสตร์สำนักเวิ่นเต๋าดูดีขึ้นก็ดีแล้ว คิดว่า
อาจารย์บรรพบุรุษคงไม่ติดใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
“การวิจัยภาพมายาพยับแดดมีปัญหาอะไรบ้างไหม ต้องการให้
ข้าอนุมัติเงินทุนไหม?”
ลู่หยางที่มีอำนาจในมือ แสดงท่าทางเหลือเฟือ
เถาเหยาเยี่ยรีบปฏิเสธบอกว่าไม่จำเป็น
“งั้นเจ้าทำให้ดีนะ สู้ๆ” ลู่หยางให้กำลังใจสองสามประโยค
เดินผ่านร้านค้าไปอีกสองสามแห่ง ก็เห็นเมิ่งจิ่งโจวกำลังขึ้นเวที
ปราศรัยอย่างเร่าร้อน
“ท่านผู้บำเพ็ญทั้งหลาย มนุษย์ธรรมดาต่างหากที่แสวงหาเรื่อง
ชายหญิง สำหรับพวกเราผู้บำเพ็ญ เรื่องชายหญิงมีแต่จะทำให้เรา
เสียเวลาอันมีค่า หลังจากมีความสัมพันธ์ทางเพศ พลังจะสูญเสีย
ความจำจะเสื่อมถอย สมาธิจะไม่สามารถรวมตัว ส่งผลกระทบร้ายแรง
ต่อความก้าวหน้าในการบำเพ็ญตน”
“อีกอย่างหนึ่ง การคบคนรักช่างเสียเวลาเหลือเกิน มีเวลาขนาด
นั้น เข้าภวังค์บำเพ็ญตนไม่ดีกว่าหรือ?”
“ท่านทั้งหลายลองดูข้าสิ พลังกฎธรรมชาติอันแกร่งกล้านี้ เป็น
ผลลัพธ์จากการละทิ้งเรื่องชายหญิงไปจนหมดสิ้น ในฐานะผู้ที่
แข็งแกร่งที่สุดในขั้นแก่นทองคำตอนกลาง การที่ข้าได้เป็นตัวแทน
สำนักเวิ่นเต๋าออกรบ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของข้าแล้ว!”
“พวกท่านรู้จักเจ้าสำนักลู่หรือไม่? ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเจ้า
สำนักแล้ว แต่เมื่อสองสามวันก่อนเมื่อเขาพบข้า ในถ ้าพักมีเพียง
เก้าอี้ตัวเดียว เขายังบอกให้ข้านั่ง นั่นหมายความว่าอะไร นั่น
หมายความว่าเมื่อเขาเห็นข้า เขายังต้องลุกให้ข้านั่ง!”
ผู้บำเพ็ญที่ถูกดึงดูดโดยคำปราศรัยของเมิ่งจิ่งโจวพากันอุทาน
เบาๆ อย่างตกตะลึง ถ้าเป็นแบบนั้นก็เรียกว่าน่าทึ่งมาก
“ข้าได้สาบานต่อฟ้าดินไว้แล้ว ตลอดชีวิตนี้ หากไม่กลายเป็น
เซียน ข้าจะไม่แต่งงานมีภรรยา มีความสัมพันธ์ฉันชายหญิง!”
“ใครอยากมีความสำเร็จเหมือนข้าบ้าง!”
“อยาก!” มีเสียงตัวประกอบตะโกนดังๆ
เมิ่งจิ่งโจวพยักหน้าอย่างพอใจ “ข้ามีวิชาลับที่สามารถตัด
ความคิดเกี่ยวกับเรื่องชายหญิงออกไป มีใครสนใจจะลองดูบ้าง?”
ไม่มีใครตอบรับ ผ่านไปสองสามวินาที มีคนยกมือขึ้น เดิน
ออกมาข้างหน้าด้วยความเต็มใจ
“ข้าจะลองดู”
เมิ่งจิ่งโจวดีใจ มีคนจะเหมือนตัวเองด้วย เขากระโดดตื่นเต้น
พร้อมจะระเบิดหมัดสาปโสดออกมา
หลี่หาวเหรินขึ้นเวที
“พี่เมิ่ง ให้ข้าลองหน่อยได้หรือไม่?”
เมิ่งจิ่งโจวหน้าบึ้ง ถ้าชกหมัดนี้ใส่หลี่หาวเหริน เขาอาจต้องไป
แคว้นหวงอีกครั้ง
หลี่หาวเหรินเห็นสีหน้าบูดบึ้งของพี่เมิ่ง หัวใจพองโตด้วยความ
สะใจ คิดถึงเมื่อก่อนที่ตัวเองยังไม่สร้างแก่นทองคำ ลู่หยางกับเมิ่งจิ่ง
โจวชอบเดินไปเดินมาต่อหน้าเขา อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขั้นแก่น
ทองคำ ทำให้จิตใจเขาป่วน วันนี้ในที่สุดก็แก้แค้นได้
“หาวเหริน เจ้าอยู่ที่นี่หรือ?”
เสียงหวานละมุนดังขึ้น แฝงด้วยความดีใจ กลิ่นหอมพัดผ่าน ซู่อี้
เหรินโอบแขนหลี่หาวเหริน
ซู่อี้เหรินตามหาหลี่หาวเหรินไปทั่ว ในที่สุดก็พบเขาที่นี่
ผู้คนในงานเฉลิมฉลองมากเกินไป การใช้จิตกวาดสำรวจเป็น
การกระทำที่ไม่สุภาพอย่างยิ่ง ซู่อี้เหรินจึงได้แต่ใช้ตาหา
หลี่หาวเหรินม่านตาหดเล็กลง ไม่คิดว่าตัวเองจะแอบซ่อนตัวใน
สำนักเวิ่นเต๋า แต่ซู่อี้เหรินก็ยังตามมาพบได้
ลู่หยางเห็นสีหน้าสะพรึงกลัวของหลี่หาวเหริน หัวใจพองโตด้วย
ความสะใจ ซู่อี้เหรินคือคนที่เขาเชิญมา
การจัดงานเฉลิมฉลองของสำนัก การเชิญผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง
ที่อยู่อย่างสันโดษเป็นเรื่องเหมาะสม
“แม่ เหตุใดท่านจึงมาที่นี่?” ชิ่นเหยียนเหยียนมุดออกมาจากฝูง
ชน พึมพำบ่น ท่ามกลางผู้คนมากมายกอดกันเช่นนี้ จะเสียกิริยาเอา
ได้
แม่เหรอ?
ตอนแรกทุกคนยังอิจฉาหลี่หาวเหรินที่มีสาวงามมาหา แต่ตอนนี้
มองหลี่หาวเหรินด้วยสายตาประหลาด
“นี่คือสิ่งที่เรียกว่าแฟนต่างวัยหรือ?” หม่านกู่ครุ่นคิด เขาเป็น
หนึ่งในตัวประกอบที่เพิ่งกลับมาจากแคว้นหวง และเพิ่งได้ยินเรื่องที่ห
ลี่หาวเหรินมีคู่หมั้นเป็นผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง ซ ้ายังพาลูกมาด้วย
“ไปกันเถอะ ที่นี่มีของสนุกตั้งมากมาย พวกเราไปดูกัน” ซู่อี้เห
รินใช้พลังอันเด็ดขาด ไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามปฏิเสธ ลากหลี่หาวเหริน
ไป
ชิ่นเหยียนเหยียนเดินตามข้างหลี่หาวเหริน ใช้สายตาเตือนทั้ง
สองคน น่าเสียดายที่ไม่ค่อยได้ผลนัก
หลี่หาวเหรินควงแขนแม่ลูก อิ่มเอมด้วยความสุข สร้างความ
อิจฉาให้ผู้พบเห็น
ลู่หยางเห็นภาพนี้แล้ว รู้สึกปลื้มปีติ
“น้องเล็ก”
เสียงศิษย์พี่ใหญ่ดังขึ้น ทำให้ลู่หยางสะดุ้งโหยง
“ศิษย์พี่ใหญ่ มีอะไรหรือ?”
ศิษย์พี่ใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่เข้าใจ “พวกเราเชิญผู้
บำเพ็ญขั้นรวมร่างมามากมาย แต่ทำไมถึงดูเหมือนมาไม่มากเลย
นะ?”
ลู่หยางคิดในใจว่า ถ้าท่านไปที่กล่องและดู บางทีอาจจะพบคน
นอนพักอยู่ที่นั่น
“ข้าไม่ทราบ” ลู่หยางแกล้งโง่ ไม่อย่างนั้นจะให้พูดอย่างไร ให้
ศิษย์พี่ใหญ่ไปที่กล่องเพื่อสังหารหมู่?
“งั้นเจ้าตามข้ามาหาดูซักหน่อย”