ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 480 ข้ามาอยู่ที่ใดกัน?
“ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างแปลกหน้ามากมาย?”
ลู่หยางงุนงงอย่างยิ่ง ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างที่เขารู้จักมีไม่มาก
ส่วนใหญ่เป็นคนในสำนักของตน ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างภายนอกที่
เขาเชิญมางานเฉลิมฉลอง รู้จักแค่ซู่อี้เหริน ส่วนคนอื่นแค่รู้จักชื่อ
เท่านั้น
อย่างเช่นประมุขสำนักบังลมที่เพิ่งเดินผ่านไป เขาก็จำไม่ได้
“รายชื่อผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างในราชวงศ์ต้าเซี่ย” ที่เพิ่งได้มาใหม่
มีประวัติย่อและภาพวาดของผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างแต่ละคน แต่ลู่หยา
งยุ่งเดินดูงาน ยังไม่ทันได้อ่าน
ต่างจากเซียนอมตะที่ไม่น่าเชื่อถือ คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่มีความ
น่าเชื่อถือสูงมาก ลู่หยางจำต้องให้ความสำคัญ
“จะเป็นผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างที่อยู่อย่างสันโดษได้ไหม?”
เช่นซู่อี้เหรินประเภทนั้น ตัวตนของนางอยู่ต ่ามาก ไม่มีกี่คนที่
รู้จักนาง
ศิษย์พี่ใหญ่ส่ายหน้า ปฏิเสธความเป็นไปได้นี้ “ผู้บำเพ็ญขั้นรวม
ร่างที่อยู่อย่างสันโดษ ข้ารู้จักเกินครึ่ง ไม่ถึงกับทุกคนที่ข้าไม่เคยเห็น
จะบังเอิญมาอยู่ที่นี่พร้อมกัน”
ลู่หยางขมวดคิ้วครุ่นคิด เช่นนี้แล้วก็แปลกมาก ผู้บำเพ็ญขั้นรวม
ร่างปรากฏมากขึ้นกะทันหัน พวกเขาเป็นศัตรูหรือมิตร?
เป็นศัตรูงั้นหรือ?
ใครจะโง่พอที่จะโจมตีสำนักเวิ่นเต๋า ต่อให้สมองถูกลาเตะก็คงไม่
คิดเช่นนั้น
เป็นมิตรหรือ?
แล้วทำไมไม่แสดงตัวมาแบบเปิดเผย
ลู่หยางไม่ค่อยเข้าใจความคิดของผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างพวกนั้น
นัก
“ไม่ใช่แค่ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง ยังมีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติสามสี่
คน ล้วนเป็นคนแปลกหน้า” อวี้จือเอ่ยขึ้นทันใด
ลู่หยางตกใจ เช่นนี้แล้ว เรื่องนี้จึงไม่ธรรมดาแล้ว
“จับมาสอบถามสักหน่อย?” ลู่หยางเสนอ หากจับผิดคน อย่าง
มากเขาในฐานะเจ้าสำนักรักษาการแทนก็ขอโทษเท่านั้น
“อืม” อวี้จือพยักหน้า ความคิดของลู่หยางสอดคล้องกับใจนาง
แผ่นไม้แผ่นหนึ่งขวางทางของทั้งสอง
บนแผ่นไม้เขียนไว้ว่า: ก่อนเข้าพื้นที่ด้านหน้า โปรดกลั้นหายใจ
“เมื่อครู่ที่ผ่านมาไม่มีแผ่นไม้แผ่นนี้นี่นา?” ลู่หยางงุนงง พวกเขา
เดินวนไปเกือบครบรอบแล้ว
“เป็นแผ่นป้ายที่ผู้อาวุโสที่หกตั้งไว้” เห็นได้ชัดว่าอวี้จือไม่ใช่คน
ที่เพิ่งเห็นแผ่นป้ายนี้เป็นครั้งแรก พอแค่มองก็รู้ว่านี่เป็นฝีมือของผู้
อาวุโสที่หก
ลู่หยางเข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็สมเหตุสมผล
ผู้ที่สามารถเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองล้วนเป็นอัจฉริยะและผู้ทรง
พลัง การกลั้นหายใจเป็นเพียงเรื่องของความคิด ไม่ถือว่ายากลำบาก
การมาถึงของผู้อาวุโสที่หกไม่ได้สร้างผลกระทบมากนัก
เร็วๆ นี้ทั้งสองก็พบกับผู้อาวุโสที่หก ตำแหน่งที่คุ้นเคย คือที่ที่
หลัวหงเซียตกปลา
หลัวหงเซียกับผู้อาวุโสที่หกเป็นเพื่อนสนิท ทั้งสองถือโอกาสนี้
พูดคุยกัน
แม้จะพูดไม่ได้ แต่จากท่าทางผ่อนคลายของทั้งสอง ดูเหมือน
พวกเขากำลังสนทนากันอย่างมีความสุข
หลานถิงและเถาเหยาเยี่ยตามหลังอาจารย์ของตน กำลังใช้จิต
คุยกันอยู่เช่นกัน
“ประมุขหลัว”
“อาวุโสอวี้”
ทั้งสองประสานมือคำนับกัน
“ลู่หยาง นับแต่พรากจากกันที่แคว้นชิง ช่างนานเสียจริงๆ ที่
ไม่ได้พบกัน” หลานถิงทักทายอย่างกระตือรือร้น
“น้องหลาน เจ้ารู้จักน้องเถาหรือ?” ลู่หยางเห็นทั้งสองยิ้มระรื่น
ยิ้มแล้วล้วนสวยงาม ความสัมพันธ์ดูเหมือนดีมาก
ทั้งสองต่างมีร่างเซียน บางทีอาจมีภาษาร่วมกันมากมาย
“ข้าเคยได้ยินอาจารย์เล่าว่าประมุขหลัวรับศิษย์ที่มีพรสวรรค์ล ้า
เลิศไม่ด้อยไปกว่าข้า วันนี้ในที่สุดก็ได้พบกันแล้ว” เถาเหยาเยี่ยจับ
มือหลานถิงอย่างกระตือรือร้น ย้ายเท้า ให้ลู่หยางและหลานถิงรักษา
ระยะห่าง
หลานถิงก็เสริม เสียงหวานละมุน “หญิงน้อยกับน้องเถาถูกชะตา
กันตั้งแต่แรกพบ น้องเถาคิดจะใช้ร่างของหญิงน้อยในภาพมายา
พยับแดด”
เถาเหยาเยี่ยหัวเราะเบาๆ ส่ายแขนของหลานถิงอย่างเบามือ “ข้า
เฝ้าฝันมานานที่จะใช้ร่างของสตรีงามในภาพมายาพยับแดด วันนี้ได้
พบน้องหลาน ข้าตะลึงในความปราดเปรื่อง ไม่นึกว่าในโลกนี้จะมี
หญิงงามถึงเพียงนี้ สำหรับภาพมายาพยับแดดแล้ว ช่างเหมาะสม
เหลือเกิน”
“อย่าได้กล่าวถึงความงาม น้องเถางามกว่าหญิงน้อยมากนัก สิ่ง
เดียวที่หญิงน้อยภูมิใจได้ก็คือวิทยายุทธ์เท่านั้น”
ลู่หยางรู้สึกว่าบรรยากาศนี้ช่างประหลาดอยู่สักหน่อย แต่ไม่รู้ว่า
ประหลาดตรงไหน จึงไม่ได้เอ่ยอะไร
อวี้จือสังเกตเห็นกล่องบีบแสงที่วางอยู่ข้างเท้าของหลัวหงเซีย จึง
เอ่ยปากว่า “ไม่ทราบว่าประมุขหลัวนำกล่องวิเศษออกมาด้วยเหตุใด
กิจธุระสำเร็จลุล่วงแล้วหรือยัง?”
หลัวหงเซียครุ่นคิด ผู้อาวุโสที่รู้จักในวงการผู้บำเพ็ญแทบ
ทั้งหมดล้วนถูกกักอยู่ในกล่อง คงจะไม่มีธุระใดอีกแล้ว
“ใช้เสร็จแล้ว”
“หากเป็นเช่นนั้น ขออนุญาตยืมใช้สักหน่อยได้หรือไม่?”
ด้วยกล่องบีบแสงในมือ ช่างเหมาะที่จะจับผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง
และขั้นข้ามพิบัติที่แปลกหน้าพวกนั้น
“เรื่องนี้…”
หลัวหงเซียแสดงสีหน้าลำบากใจ แม้ว่ากล่องบีบแสงจะเป็นสมบัติ
ล ้าค่าของสำนักวังเซียนเยว่กุย แต่การยืมสมบัติล ้าค่าระหว่างห้า
สำนักเซียนใหญ่เป็นเรื่องปกติ จึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างนี้ปฏิเสธได้
หลัวหงเซียยังรู้สึกไม่สบายใจ พวกเขาอยู่ในอาณาเขตของ
สำนักเวิ่นเต๋า แล้วกักขังผู้ทรงพลังที่มาร่วมงานไว้ในกล่อง หากข่าว
นี้แพร่ออกไป สำนักเวิ่นเต๋าจะเสียหน้า
อีกทั้งอวี้จืออยู่ตรงนี้ ตอนนี้ปล่อยคนออกมาก็ไม่ทันแล้ว
นางนึกเหตุผลปฏิเสธไม่ออก จึงจำใจให้ยืมกล่องไป
“ที่นี่ขอขอบคุณประมุขหลัว” อวี้จือคำนับ โบกนิ้วเบาๆ กล่องก็
ลอยขึ้นจากพื้น
“น้องเล็ก ไปกันเถอะ”
ได้ยินศิษย์พี่ใหญ่เรียก ลู่หยางก็โล่งอก รีบกล่าวลาหญิงสาวทั้ง
สอง วิ่งตามอย่างเร่งรีบ
……
นักพรตจันทราแห่งวังพยับแดดกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าร้านค้าแห่ง
หนึ่ง ครุ่นคิดอย่างมีเหตุผลขณะมองสินค้าที่วางขาย
เขาได้รับคำสั่งจากอาจารย์หลวง ให้มาสำรวจงานเฉลิมฉลอง
ไม่คิดว่าจะได้พบของแถม
“สนใจอันนี้หรือ?” เจ้าของร้านเป็นชายชรา ดูเหมือนชาวนาที่
ทำไร่ไถนา ยิ้มแล้วดูเรียบง่าย หยิบหนังสือเล่มหนึ่งบนแผงขึ้นมา
“หนังสือเก่าเล่มนี้ ข้าเจอในดินแดนลับแห่งหนึ่ง ข้างในบันทึก
เรื่องราวของผู้ที่เรียกว่าราชาแห่งสวรรค์สมุนไพรแห่งลัทธิสวรรค์
หากท่านสนใจ แปดแสนลิ่นซือขายให้ท่านเลย!”
นักพรตจันทราสนใจ อาจารย์หลวงกำลังปวดหัวกับลัทธิสวรรค์
ที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่คิดว่าจะพบเบาะแสเกี่ยวกับลัทธิ
สวรรค์ที่นี่ นี่เป็นโอกาสทำความดีความชอบชิ้นใหญ่
สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง แปดแสนลิ่นซือไม่ถือว่าแพง
เขาไม่กังวลว่าจะเป็นของปลอม ที่นี่ถือว่าเป็นอาณาเขตของ
สำนักเวิ่นเต๋า จะขายของปลอมได้อย่างไร นั่นเท่ากับตบหน้า
สำนักเวิ่นเต๋า
“ซื้อ!”
นักพรตจันทราไม่พูดพร ่าทำเพลง ใช้แหวนเก็บของของตน
กระทบกับแหวนเก็บของของชายชรา โอนถ่ายลิ่นซือแปดแสนไป
ขณะที่เขากำลังจะหยิบหนังสือเล่มนั้น ลำแสงสายหนึ่งปกคลุม
เขา ดูดเข้าไปในกล่อง
ปั๊ก
หนังสือเก่าร่วงหล่น ตกบนพื้น
“ศิษย์หลานอวี้ เจ้านี่…” ท่านป้าป๋ามองอวี้จืออย่างประหลาดใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่ต้องการหาเขามาถามเรื่องราว” ลู่หยางรีบตอบ
แทนอวี้จืออย่างประจบ
นักพรตจันทรางุนงงมองรอบตัว ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เขายืนซื้อหนังสืออย่างปกติ อยู่ดีๆ จู่ๆ ก็มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ทั้งที่นี่มีคนมากมายเพียงนี้?
เขาเห็นผู้บำเพ็ญสองคนกำลังยิ้มเยาะมองตน กระดิกนิ้วมือ
ค่อยๆ เดินเข้ามา พระสงฆ์ชราที่หน้าตาใจดีเปี่ยมด้วยสังหารสยอง
ห่างออกไปมีผู้บำเพ็ญกลุ่มหนึ่งใบหน้าเขียวช ้านอนครวญคราง
อยู่บนพื้น ฟังแล้วทำให้เขาขนพองสยองเกล้า
เขามาอยู่ที่ไหนกัน?
“ไม่รู้จักเลย นี่ใคร?” ชิวจิ้นอันลังเลอยู่บ้าง ไม่เคยเห็นนักพรต
จันทรามาก่อน
“ไม่สำคัญ ในเมื่อเป็นคนที่ท่านหลัวปล่อยเข้ามา แน่นอนจะต้อง
เป็นคนที่มาเยาะเย้ยพวกเรา ตีเขาผิดไม่ได้แน่!” หยางติ่งวิเคราะห์
อย่างง่ายๆ และได้ข้อสรุป
“มีเหตุผลดี”