ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 500 เจ้าสำนักลู่ปะทะรองประมุขลู่
ลู่หยางและลู่หยางต่อสู้กันอย่างดุเดือน
เจ้าสำนักลู่เชี่ยวชาญวิชาอาคม ใช้วิชาอาคมธาตุทั้งห้าได้อย่าง
คล่องแคล่ว แม้แต่วิชายุทธ์ขั้นสูงทางด้านเวลาและพื้นที่ก็ล้วนแตะ
ต้อง ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถใช้เอกภาพแห่งหมัด ทำให้ประมุขสำนัก
ทั้งสี่ต้องหนีกระเจิดกระเจิง
รองประมุขลู่ฝึกฝนวิชากระบี่เป็นหลัก อายุยังน้อยแต่ความลึกซึ้ง
ในวิถีกระบี่กลับเหนือกว่าผู้บำเพ็ญระดับเดียวกัน ไล่ตามระดับขั้น
ทารกแรกกำเนิด
“ใครจะชนะกันหนอ? ได้ยินว่าเจ้าสำนักลู่ผู้นี้มีความสำเร็จอัน
สูงส่งในด้านวิชาอาคม ยังคิดค้นวิชาอาคมเฉพาะตัวอีกหลายอย่าง
การคิดค้นวิชาอาคมในระดับนี้ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีสองสามคน”
“ในงานฉลองแคว้นชิง เขาต่อสู้หนึ่งต่อสอง เอาชนะไป๋หมิงและ
หลานถิงทั้งสองคน แต่ไม่มีใครเห็นว่าแก่นทองคำที่เขารวบรวมคือ
อะไร”
“ผลแพ้ชนะยากที่จะบอกได้ ท่านไม่ได้ยินรองประมุขลู่คนนั้นพูด
หรือ? พรสวรรค์ของเขาสูงส่งจนแม้แต่เซียนก็ต้องกดขี่!”
ลู่หยางไม่สมกับเป็นผู้แข็งแกร่งระดับโลก ทุกการกระทำของเขา
ล้วนดึงดูดสายตาของผู้คน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประมุขสำนักทั้งสี่และเจียงชุน พระชายใหญ่
ต้องการดูว่าลู่หยางจะแสดงการต่อสู้ซ้ายชนขวาอย่างไร
เมื่อเจ้าสำนักลู่กระโดดลงจากเวที เซียนอมตะก็มอบร่างให้ลู่
หยางด้วยความเต็มใจ ให้ลู่หยางควบคุมทั้งสองร่างต่อสู้กัน
“ลู่หยาง สู้ให้เต็มที่ เจ้าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ การต่อสู้ครั้งนี้
เจ้าเป็นตัวแทนของสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเรา!” เซียนอมตะวิ่งเข้าไป
ในพื้นที่จิตวิญญาณของเจ้าสำนักลู่ เชียร์ลู่หยาง จากนั้นก็วิ่งไปยัง
พื้นที่จิตวิญญาณของรองประมุขลู่
“จัดการกับคนสำนักเวิ่นเต๋าคนนั้นให้สิ้น คราวนี้ต้องสร้าง
ชื่อเสียงให้ลัทธิสวรรค์ของพวกเราให้ได้!”
“…รองประมุข หากไม่มีธุระอะไร เชิญพักผ่อนเถิด”
“โอ้ ได้”
ในช่วงเวลาที่เซียนอมตะเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าสำนัก ใช้ร่าง
ของลู่หยางบำเพ็ญตน วิทยายุทธ์ของลู่หยางก็ก้าวหน้าไปมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังจิต ก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เขาควบคุมสองร่าง ต้องมีสมาธิสูง ไม่อาจเสียสมาธิ
หรือหย่อนยานแม้แต่น้อย
แต่ในตอนนี้ ขณะที่ควบคุมสองร่าง เขายังมีแรงเหลือที่จะปลอบ
ประโลมเซียนอมตะ
ภายนอก เจ้าสำนักลู่และรองประมุขลู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ต่าง
ฝ่ายต่างมีได้เสียกัน
เจ้าสำนักลู่พ่นไฟสามรส ไฟแบ่งเป็นสามสาย แต่ละสายมีรสชาติ
แตกต่างกัน สามสายพริ้วไหวดังลิ้นไฟ เลียอากาศ อุณหภูมิพุ่งสูง
รองประมุขลู่สะบัดข้อมือ พุ่งคมกระบี่สามสาย
“นกกระจอกสามพี่น้อง!”
ตูม ตูม ตูม!
คมกระบี่และไฟแท้ระเบิด คมกระบี่ผสมผสานกับคลื่นความร้อน
ของไฟแท้ พัดใบหน้าของทั้งสองจนแสบร้อน
เจ้าสำนักลู่ย่นพื้นที่ จะแอบโจมตีจากใต้ดิน รองประมุขลู่เหมือน
มีญาณหยั่งรู้ หลบหนีการโจมตีของเจ้าสำนักลู่ที่โผล่ขึ้นมาจากใต้
ดินได้ทันเวลา
เจ้าสำนักลู่จ้องรองประมุขลู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ญาณหยั่งรู้
อนาคต จิตกระบี่แจ่มชัด ข้าเคยได้ยินอาจารย์พูดไว้ว่า มีเพียงผู้ที่
หลงใหลในกระบี่ คลั่งไคล้ในกระบี่ จึงจะมีจิตกระบี่แจ่มชัด ความ
ลึกซึ้งในวิถีกระบี่ของเจ้าถึงระดับนี้แล้วหรือ?”
รองประมุขลู่ยิ้มน้อยๆ เช็ดรอยเลือดบนแก้ม เมื่อครู่เขาคาดเดา
การโจมตีไว้ล่วงหน้า หลบหนีได้แต่ยังช้าไปหนึ่งก้าว ถูกกระทบที่
ใบหน้า
“เจ้าก็ไม่ธรรมดา ใช้สามเพลิงศักดิ์สิทธิ์เป็นต้นแบบ คิดค้นไฟ
แท้ใหม่ชนิดหนึ่ง และวิชาที่เมื่อครู่ใช้ท่องไปใต้ดิน ดูเหมือนวิชาดำ
ดิน แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่าง นี่ก็เป็นวิชาที่เจ้าคิดค้นเองใช่หรือไม่?”
“การคิดค้นวิชาอาคมธาตุทั้งห้าสองชนิดในขั้นแก่นทองคำ
แม้แต่ในยุคโบราณก็ยังไม่เคยมีมาก่อน!”
เจ้าสำนักลู่ร่างกายพลันหดเล็กลง เพียงสามนิ้ว กระโดดไปมา
บนพื้น การเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างยิ่ง ร่างกายห่อหุ้มด้วยไฟสามรส
ใช้หมัดอรหันต์ ร่างแม้เล็ก แต่สร้างแรงกดดันมหาศาลให้รองประมุข
ลู่ ไม่กล้าใช้ร่างกายรับตรงๆ ต้องใช้กระบี่ป้องกัน
เจ้าสำนักลู่ที่หดเล็กนั้น วิชาหมัดน่าตะลึง ยังมีเสียงคลื่นพุทธะ
โศกเศร้าสงสารโลก หมัดน้อยกระทบกระบี่ ก่อเสียงดังกังวานใส
กระจ่าง
วิชากระบี่ของรองประมุขลู่ก็ไม่ธรรมดา ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยัง
เจ้าสำนักลู่ แทงสามครั้งติดต่อกัน แต่ละครั้งล้วนถูกเจ้าสำนักลู่หลบ
อย่างฉิวเฉียด
ทั้งสองต่อสู้กันนับร้อยกระบวนท่า แต่กลับไม่อาจเอาชนะอีกฝ่าย
ได้
ทุกท่าล้วนมุ่งเอาชีวิต หากเผลอพลาดแม้เพียงนิด ก็อาจพ่ายแพ้
แต่ปฏิกิริยาของทั้งสองรวดเร็ว มักจะหาวิธีรับมือและแก้ไขได้ในเวลา
อันสั้นที่สุด แล้วโต้กลับทันที
การรุกและรับ การเล่ห์ต่อเล่ห์ ทำให้อัจฉริยะด้านล่างต้องกลั้น
หายใจ จับจ้องไม่กะพริบตา กลัวว่าจะพลาดรายละเอียดเล็กน้อยใดๆ
ในเวลานี้ พวกเขาลืมความแตกต่างของฝ่าย ต้องการดูเพียงว่า
ทั้งสองบนเวทีจะทำสิ่งใดที่น่าประหลาดใจต่อไป
หลังหนึ่งร้อยยี่สิบกระบวนท่า ทั้งสองถอยห่างพร้อมกัน หอบ
หายใจปรับลมปราณ เรียกคืนพลังวิเศษ
การปะทะเมื่อครู่ทำให้พลังวิเศษของทั้งสองหมดสิ้น
“มีคนกล่าวไว้ว่า ผู้บำเพ็ญกระบี่สามารถทำลายวิชาอาคมนับ
หมื่นด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เชื่อ แต่วันนี้ได้
ประจักษ์แล้วว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ”
เจ้าสำนักลู่จ้องมองสีหน้าของรองประมุขลู่ แสวงหาจังหวะโจมตี
ที่เหมาะสม
“เจ้าสำนักลู่ชมเกินไปแล้ว ข้าถือกระบี่เล่มเดียว ใต้หล้ากว้าง
ใหญ่ ข้าย่อมไปได้ทุกหนแห่ง อัจฉริยะแม้มากมาย ก็ยังไม่อาจเทียบ
พลังของกระบี่ข้าได้ ต่อสู้กับเจ้าสำนักลู่ในครั้งนี้ ข้าจึงรู้ว่าบนเส้นทาง
สู่การเป็นเซียนของข้ายังมีผู้ขวางทาง!”
ราชาแห่งสวรรค์สมุนไพรเห็นภาพตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะเอ่ย
เสียงเบาๆ ที่ผู้อื่นได้ยินว่า “รองประมุขไม่เคยชมใครเช่นนี้มาก่อน
เลย”
ราชาแห่งสวรรค์ทั้งสี่พยักหน้า “รองประมุขเป็นผู้ที่เย่อหยิ่งยิ่ง มี
เพียงประมุขและเทพถั่วเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาก้มหัวและชื่นชม
ไม่คิดว่าการออกเดินทางครั้งนี้ จะได้พบคู่ปรับในฝันของรองประมุข
ช่างหาได้ยากจริงๆ”
“น่าเสียดายที่เดินทางออกมาอย่างเร่งรีบ หากนำศิษย์ศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสี่มาด้วย การต่อสู้ครั้งนี้อาจจะเป็นอีกภาพหนึ่งเลยทีเดียว”
ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่?
ผู้คนได้ยินคำนี้ อดไม่ได้ที่จะขบคิด หรือว่านอกจากรองประมุข
ผู้นี้แล้ว ลัทธิสวรรค์ยังมีอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่อีกสี่คน?
ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็คือเมิ่งจิ่งโจว เถาเหยาเยี่ย หม่านกู่ และหลี่
หาวเหริน
ชิ่นเหยียนเหยียนนับเป็นสมาชิกลัทธิสวรรค์เช่นกัน แต่ว่าตอนนี้
มีตัวตนเป็นชิ่นหาวเหรินที่กลับชาติมาเกิดใหม่
ลู่หยางต่อสู้กับตัวเองอีกแปดสิบกระบวนท่า ไม่อาจแยกแพ้ชนะ
ทั้งสองตกลงยุติการต่อสู้
“สุดยอด ข้าไม่เคยต่อสู้กับผู้บำเพ็ญระดับเดียวกันอย่างมันส์ถึง
เพียงนี้มาก่อน!” รองประมุขลู่หัวเราะร่าอย่างเต็มที่ หลงระเริงไร้
ขอบเขต ไร้กฎเกณฑ์ แต่ก็ไม่ได้มองเจ้าสำนักลู่ด้วยสายตาที่ต ่าต้อย
อีกต่อไป
เจ้าสำนักลู่ยิ้มตอบ “หากพวกเราสู้กันต่อไป ต่อให้สู้จนถึงวัน
พรุ่งนี้ก็คงไม่อาจแยกแพ้ชนะ การต่อสู้ย่อมไร้ความหมาย ไม่สู้หยุด
เพียงเท่านี้เถิด?”
รองประมุขลู่ครุ่นคิดเล็กน้อย ก็รับข้อเสนอของเจ้าสำนักลู่อย่าง
รวดเร็ว
“ก็ตกลงตามนั้น ข้าเคยดูแคลนอัจฉริยะยุคปัจจุบัน การแย่งชิง
ยุคทองที่มีเจ้าอยู่ คงไม่มีทางเงียบเหงาแน่!”
เจ้าสำนักลู่ยังคงรักษากิริยาถ่อมตน “การมาโดยไม่ได้รับเชิญ
ถือเป็นการไม่สุภาพ ลัทธิสวรรค์ กรุณาจากไปเถิด”
แม้จะถูกไล่ รองประมุขลู่ก็ไม่โกรธ เขาโบกมือ หันหลังเดินจาก
ไป
“ผู้พิทักษ์ทั้งห้า ตามข้ามา”
“รับทราบ!”
ลัทธิสวรรค์เหินเมฆมา ก็เหินเมฆกลับ ต่อหน้าสายตาของผู้คน
มากมาย ก้อนเมฆลอยออกจากสำนักเวิ่นเต๋า
เมิ่งจิ่งโจวที่นอนพักรักษาตัวอยู่ด้านหลังเวที เห็นภาพนี้แล้วรู้สึก
ไม่พอใจอย่างมาก
“เฮ้ย ขาดทุนย่อยยับ!”
“พี่เมิ่ง เป็นอะไรหรือ?” หม่านกู่ถาม
นอกจากหลี่หาวเหริน ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของลัทธิสวรรค์ล้วน
ซ่อนตัวอยู่ที่นี่
หม่านกู่และเถาเหยาเยี่ยมีฝีมือการแสดงไม่ดี หากปรากฏตัว
ด้านนอกอาจเปิดเผยตัวตนได้ง่าย ทั้งสองจึงซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง
ตลอดการแข่งขัน
“เจ้าลู่หยางนี่แสดงเป็นเจ๋งสองครั้ง แต่ตกลงจะช่วยให้ข้าแสดง
แค่ครั้งเดียว!”