ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 502 เซียนอมตะชายที่หายไป
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของประมุข ลู่หยางยิ่งงงกว่า
“เซียนอมตะชายไง ศรัทธาของพวกท่าน ชื่อปู่เย่าเหลียน”
ประมุขขมวดคิ้ว “เซียนอมตะชายเป็นศรัทธาของพวกเรา แต่ฟัง
น ้าเสียงเจ้า เขาอยู่ที่นี่หรือ?”
“แน่นอนสิ หลังจากที่พวกท่านลัทธิอมตะฟื้นชีพเซียนอมตะชาย
แล้ว เขามีแต่วิญญาณไม่มีร่าง ต้องหาร่างที่เหมาะสม ท่านจึงเกณฑ์
ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานทั้งหมดของลัทธิอมตะมาประลองกัน ข้าชนะ
การประลอง ภายใต้การนำของท่าน ข้าได้พบกับเซียนอมตะชาย”
“จากนั้นเซียนอมตะชายถูกซ้อมในพื้นที่จิตวิญญาณของข้า
ศิษย์พี่ใหญ่ก็ติดต่อราชสำนัก กวาดล้างลัทธิอมตะของพวกท่าน
ทั้งหมด พวกท่านหลายคนถูกศิษย์พี่ใหญ่ดัดแปลงเป็นกระสือ”
ยิ่งลู่หยางพูด ประมุขยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้น ลู่หยางคงไม่มีทางใช้
เรื่องแบบนี้มาหลอกตน แสดงว่าเป็นความจำที่ผิดพลาด ไม่รู้ว่าเป็น
ความจำของตนเองหรือของเขาที่ผิด
ประมุขเรียกอาจารย์หลิว อาจารย์เกาและคนอื่นๆ มาตรวจสอบ
ว่าเซียนอมตะชายปรากฏตัวขึ้นหรือไม่
ตั้งแต่อาจารย์ย่างเนื้อทั้งสอง จนถึงผีหญิงงามทั้งสาม ทุกคน
ปฏิเสธว่าเคยพบเซียนอมตะชาย
“ในความทรงจำของข้า การเกณฑ์ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐาน
ทั้งหมดของลัทธิอมตะมาประลอง เป็นเพราะต้องการคัดเลือกคนเก่ง
หนุ่มสาว เพื่อเตรียมเป็นข้าราชการของลัทธิอมตะ เจ้าเองก็ชนะใน
การประลองนั้น ข้ากำลังจะมอบรางวัลให้เจ้า ราชสำนักก็พาคนบุก
เข้ามา จับพวกเราลัทธิอมตะทั้งหมด หลังจากนั้นพวกเราก็ถูกท่า
นอวี้จือดัดแปลงเป็นกระสือ มาลงโทษที่นี่”
“ตลอดกระบวนการไม่มีเซียนอมตะชายเลย”
“แล้วที่พวกท่านให้ข้าทำร้านย่างเนื้อให้ใหญ่โตแข็งแกร่ง เปิด
สาขาในโลกภายนอก ทำร้านย่างเนื้อให้กระจายไปทั่วทวีป เป้าหมาย
นี้ไม่ใช่เซียนอมตะชายกำหนดให้พวกท่านหรือ?”
ประมุขปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าคิดว่าอยู่ที่นี่เฉื่อยชาไป
วันๆ ทั้งชีวิตก็ไม่ดี สู้หาเป้าหมายดีกว่า ก็เลยขอให้สหายลู่หยาง
ช่วยเหลือ นำร้านย่างเนื้อออกไป ลู่หยางสหายจึงไปหาลัทธิจิ่วอิ่ว ให้
พวกเขาช่วยเปิดสาขา”
ลู่หยางนึกถึงหลักฐานอีกอย่างที่พิสูจน์ว่าเซียนอมตะชายเคยมี
ตัวตน “แล้วรูปปั้นเซียนอมตะชายของพวกท่านล่ะ? แต่ก่อนรูปปั้น
เซียนอมตะชายของพวกท่านพร่าเลือนมาก แยกไม่ออกแม้แต่ชาย
หญิง หลังจากเซียนอมตะชายปรากฏตัว พวกท่านเปลี่ยนรูปปั้น
ทั้งหมดเป็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเซียนอมตะชาย ในมือรูปปั้นยังถือ
‘กฎหมายอาญา’ อีกด้วย”
“ไม่ใช่อย่างนั้น วันหนึ่งข้าเข้าภวังค์ฝึกฝน ในห้วงฝันเห็นเซียน
อมตะชายเดินเข้าหา ในมือถือ ‘กฎหมายอาญา’ เขายิ้มอย่าง
อ่อนโยนบอกข้าว่า ข้าทำได้ดี พวกเราทุกคนทำได้ดี อีกสองสามวัน
เขาจะปรากฏตัวจริงๆ เมื่อตื่นขึ้นมา ข้าตระหนักว่านี่คือเซียนเข้าฝัน
เป็นโชคเซียน จึงเปลี่ยนรูปปั้น”
“แต่ยังไม่ทันถึงวันนั้น ก็ถูกพวกท่านสำนักเวิ่นเต๋าและราชสำนัก
กวาดล้างลัทธิอมตะของพวกเราแล้ว”
เซียนอมตะชายมักปรากฏตัวที่ร้านย่างเนื้อ คนทั้งตลาดรู้จักเขา
แต่พวกเขาไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเซียนอมตะชาย ลู่หยางถามร้าน
ข้างๆ พวกเขาก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเซียนอมตะชาย
ลู่หยางยังพบพี่ศิษย์น้องศิษย์หลายคนที่ผ่านมา พวกเขาเป็น
ลูกค้าประจำของร้านย่างเนื้อ แต่ทุกคนบอกว่าไม่เคยเห็นเซียนอมตะ
ชาย
“จริงๆ แล้วไม่มีเซียนอมตะชายหรือ?” ถามไปรอบหนึ่ง ลู่หยาง
สงสัยว่าความทรงจำของตนเองผิดพลาด หรือถูกใส่ความทรงจำ
ปลอมเข้ามา
“ท่านเซียน ตื่นสิ เกิดเรื่องแล้ว” ลู่หยางปลุกเซียนอมตะที่กำลัง
หลับ
เมื่องานเฉลิมฉลองจบลง เซียนอมตะอ้างว่าเหนื่อยล้าทั้งกายใจ
ใช้สมองมากเกินไป จึงนอนหลับในพื้นที่จิตวิญญาณ
แน่นอนว่าลู่หยางไม่เข้าใจว่าเซียนอมตะนั่งอยู่บนอัฒจันทร์
นอกจากแสดงละครต่อกรกับตนเองแล้ว มีอะไรที่ทำให้นางเหนื่อยได้
“อะไรกันเนี่ยย~” เซียนอมตะได้ยินเสียงเรียก อุบอิบในปาก ลาก
เสียงท้ายยาว
นางฝืนลืมตาเป็นรูเล็กๆ มองลู่หยางแวบหนึ่ง แล้วหันไปนอนต่อ
“ปล่อยให้ข้าผู้เป็นเจ้าสำนักนอนสักครู่…” พูดจบก็หลับตาลง
“เซียนอมตะชายหายตัวไปแล้ว”
“อะไรนะ ผู้นำสามหายตัวไปแล้ว?”
เซียนอมตะผุดลุกขึ้นนั่งทันที พวกเขาตระกูลอมตะมีสามคน
ผู้นำใหญ่คือนาง ผู้นำสองคือลู่หยาง ผู้นำสามคือเซียนอมตะชาย ทั้ง
สามคนมีวิทยายุทธ์เฉลี่ยในระดับกึ่งเซียน ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด หาก
ขาดเซียนอมตะชายคนหนึ่ง…
ดูเหมือนว่าวิทยายุทธ์เฉลี่ยก็ยังอยู่ในระดับกึ่งเซียน?
เห็นทีว่าผู้นำสามคงไม่สำคัญเท่าไหร่
“ไม่ถูกสิ เขาปกติดีอยู่เรื่อยๆ ทำไมถึงหายตัวไปได้?”
ปฏิกิริยาของเซียนอมตะกลับทำให้ลู่หยางโล่งใจ แสดงว่าไม่ใช่
ความทรงจำของเขาที่ผิด แต่ความทรงจำของทุกคนถูกลบเซียน
อมตะชายออกไป และใส่ความทรงจำอื่นเข้ามาแทน
ลู่หยางเล่าความเป็นมาทั้งหมดตั้งแต่พบสิ่งผิดปกติจนถึงผลการ
สืบสวนในตอนนี้โดยละเอียด
“อืม น่าสนใจนะ ฟังแล้วเหมือนเป็นเวทสายใยโชคชะตา แต่เรื่อง
เล็กน้อยแบบนี้ไม่น่าจะมีผลกับข้า แล้วเจ้าได้รับการคุ้มครองจากข้า
ด้วย ก็เลยไม่ได้รับผลกระทบ”
“เวทสายใยโชคชะตา?” สายใยโชคชะตาลึกลับซับซ้อน ด้วย
วิทยายุทธ์ของลู่หยางในปัจจุบัน ยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้
“มนุษย์คนหนึ่งตั้งแต่แรกเกิด ไม่สิ ควรพูดว่าตั้งแต่อยู่ในครรภ์
เมื่อมีวิญญาณแล้ว ก็เชื่อมโยงกับโลกนี้แล้ว”
เซียนอมตะอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงเนรมิตกระดาษขาวผืน
หนึ่ง วาดวงกลมบนกระดาษ
“วงกลมนี้คือเจ้าตอนเพิ่งเกิด”
แล้ววาดวงกลมอีกวงไม่ไกลกัน
“นี่คือคนอื่น”
เส้นหนึ่งเชื่อมวงกลมสองวงเข้าด้วยกัน
“เมื่อเจ้าเกิดแล้ว คนอื่นเห็นเจ้า เจ้าก็ผูกสายใยโชคชะตากับเขา
เช่นเดียวกัน เจ้าเห็นเขา พวกเจ้าทั้งสองก็ผูกสายใยโชคชะตา
เช่นกัน”
“พวกเจ้าเป็นคนแปลกหน้า สายใยโชคชะตาจึงบางเบา เขาเห็น
เจ้าแวบเดียว แล้วก็ลืมเจ้าไปอย่างรวดเร็ว พวกเจ้าทั้งสองก็ไม่มี
สายใยโชคชะตาแล้ว”
“สมมติว่าเจ้าเพิ่งเกิด มีพละกำลังมาแต่กำเนิด แล้วไปเตะขาของ
เขาจนหัก อย่างนี้เขาคงจะไม่ลืมเจ้าแน่ สายใยโชคชะตาของพวกเจ้า
ก็จะลึกซึ้งขึ้น”
ขณะพูด เส้นที่เชื่อมวงกลมสองวงก็หนาและเข้มขึ้น ชัดเจนมาก
“เมื่อเจ้าเติบโต พบปะผู้คนมากขึ้น สายใยโชคชะตาที่เจ้ามีกับ
โลกนี้ก็มากขึ้น”
“เพื่อนเล่นในวัยเด็กของเจ้า พี่น้องและผู้อาวุโสที่พบหลังเข้า
สำนักเวิ่นเต๋า เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่มีสายใยโชคชะตาแน่นแฟ้นกับเจ้า”
“บางผู้บำเพ็ญทำไมถึงเลือกบำเพ็ญหลีกหนีโลก ก็เพราะสายใย
โชคชะตาในโลกมนุษย์มากเกินไป สายใยโชคชะตามากเกินไปไม่
เอื้อต่อการบำเพ็ญ”
“เมื่อทุกคนลืมตัวตนของเจ้า สายใยโชคชะตาระหว่างคน
เหล่านั้นกับเจ้าก็ไม่มีอีกต่อไป นั่นก็คือสถานการณ์ที่ผู้นำสามกำลัง
เผชิญอยู่”
ก่อนหน้านี้ลู่หยางไม่ทันสังเกต เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ลู่หยางถึงเพิ่ง
ตระหนักว่าเซียนอมตะชายตั้งแต่เกิดมา มีปฏิสัมพันธ์กับคนเพียง
เท่านี้
เซียนอมตะชายเกิดมา พบกับผู้นำระดับสูงของลัทธิอมตะ
หลังจากนั้นก็พบตัวเขา เซียนอมตะ และศิษย์พี่ใหญ่ ต่อมาก็มาที่
สำนักเวิ่นเต๋า พบกับคนในตลาดและศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า
เพียงตัดร่องรอยของการปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ ตัดสายใยโชคชะตา
ให้ทุกคนลืมหรือแทนที่ด้วยความทรงจำใหม่ คนผู้นี้ก็จะไม่มีการ
เชื่อมโยงกับโลกใบนี้อีกต่อไป
“แน่นอนว่า เมื่อคำนึงถึงวิทยายุทธ์ของผู้นำสาม และการที่พวก
เขาลืมเขาสิ้นเชิงขนาดนี้ เวทสายใยโชคชะตาที่ข้ารู้จักคงไม่
สามารถทำได้ถึงระดับนี้ ไม่ก็เป็นเพราะยุคของเจ้านี้คิดค้นเวทสายใย
โชคชะตาที่แข็งแกร่งกว่าขึ้นมา หรือไม่ก็มีคนบรรลุผลของการ
บำเพ็ญด้านสายใยโชคชะตา”
ลู่หยางปล่อยให้เซียนอมตะอธิบายต่อไปเรื่อยๆ