ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 515 ก็มีแต่เซียนอมตะที่รู้มากกว่า
“พอดีคนละหนึ่งชาม” เกี๊ยวน ้าชามที่สามเสร็จแล้ว ลู่หยางยิ้ม
กว้างดันชามไปตรงหน้าหลานถิง
หลานถิงเหลือบมองเถาเหยาเยี่ยแวบหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ นั่งลง
อย่างสงบเงียบ ท่วงท่านุ่มนวลราวกุลสตรีตระกูลใหญ่ จากนั้นใช้
ตะเกียบคีบเกี๊ยวขึ้นมาหนึ่งชิ้น
เมื่อเป็นเกี๊ยวน ้าที่ศิษย์พี่ลู่หยางเลือกมาให้ ร้านเล็กๆ ที่มีอาหาร
เป็นเอกลักษณ์กระมัง… ช่างรสชาติแย่เสียจริง
หลานถิงมองชามเกี๊ยวน ้าตรงหน้าอย่างประหลาดใจ นี่เป็นเกี๊ยว
น ้าที่แย่ที่สุดที่นางเคยกิน
ที่จริงแล้ว เกี๊ยวน ้าชามนี้มีคุณภาพระดับล่างค่อนไปทางกลาง
ยังไม่ถึงขั้นแย่ที่สุด แต่หลานถิงเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ สิ่งที่ได้กินล้วน
เป็นอาหารเลิศรสของมนุษย์ หลังจากเข้าสำนักวังเซียนเยว่กุย แม้
อาหารจะเรียบง่าย แต่รสชาติยังคงเป็นหนึ่งในวงการบำเพ็ญเซียน
เกี๊ยวน ้าที่คนทั่วไปว่าทั่วๆ ไปค่อนไปทางแย่ นางย่อมกลืนลงคอ
ได้ยากยิ่ง
เจ้าของร้านเห็นลู่หยางสั่งเกี๊ยวน ้าเพิ่มอีกชาม ก็ดีใจ ใครกันใน
เมืองหยวนเฮ่อไม่รู้ว่าเกี๊ยวน ้าร้านข้าไม่อร่อย หลอกเงินพวกคนต่าง
ถิ่นนี่แหละ!
เขาเปิดร้านเกี๊ยวน ้ามาเกือบสามสิบปี ลูกค้าล้วนเป็นคนต่างถิ่น
ทั้งนั้น
ลู่หยางโชคดี ในชามมีน ้าส้มสายชูเยอะ กลบรสชาติของเกี๊ยว
น ้าได้หมด
ไม่ว่าอย่างไร สั่งเกี๊ยวน ้ามาแล้วก็ต้องกิน ทั้งสามคนก็กินเกี๊ยว
น ้าสามชามจนหมด
ลู่หยางเช็ดปาก นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามเรื่องสำคัญ “อ้อ ลืม
ถามน้องหลานถิงไปเลย เจ้ามาที่นี่ทำอะไรกัน ทำภารกิจเหมือนกัน
หรือ?”
“ใช่ เป็นคุณชายสกุลซ่งที่ขอความช่วยเหลือจากสำนักวังเซียน
เยว่กุย เขาบอกว่าบ้านเขามีภาพวาดประหลาดภาพหนึ่ง เผาไม่ไหม้
ทิ้งไม่ได้ ฉีกไม่ขาด ยามดึกยังส่งเสียงน่าสยองออกมา อันตรายมาก”
เถาเหยาเยี่ยรีบต่อ “ข้ากับศิษย์พี่ลู่ก็เช่นกัน ศิษย์พี่ลู่เป็นห่วงว่า
ข้าจะทำภารกิจไม่สำเร็จคนเดียว จึงมาด้วยกัน”
ลู่หยางรู้สึกงุนงง ที่น้องเถาพูดไม่ผิด แต่รู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบ
กล
“ดูเหมือนคุณชายสกุลซ่งจะขอความช่วยเหลือจากสำนักทั้งสอง
ของพวกเราสินะ”
นี่เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อย ผู้ขอความช่วยเหลือไม่แน่ใจว่า
สำนักเซียนใดเชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัย พวกเขามักจะส่งภารกิจ
หาหลายสำนักเซียน ศิษย์ของห้าสำนักเซียนใหญ่จึงมักเจอกัน
ระหว่างทำภารกิจ
เช่นเดียวกับท่านเต๋าปู้อวี่และหลัวหงเซียที่เคยพบกันระหว่างทำ
ภารกิจเมื่อตอนยังหนุ่มสาว หลานถิงเคยได้ยินอาจารย์เล่า ทั้งสอง
คนไปขับผี พักที่โรงเตี๊ยมเดียวกันถึงสามวัน แต่ไม่อาจค้นหาว่าผีอยู่
ที่ไหน สุดท้ายพบว่าผีอยู่ใต้เตียงของท่านเต๋าปู้อวี่นั่นเอง ตอนท่าน
เต๋าปู้อวี่นอนอยู่ ผีก็อยู่ใต้เตียงมองท่านผ่านแผ่นไม้
จากนั้นท่านเต๋าปู้อวี่ก็บังคับให้ผีมาแบ่งจ่ายค่าโรงเตี๊ยมสามวัน
นั้น
ผีสวนกลับด้วยการอ้างกฎหมายแคว้นต้าเซี่ย บอกว่าตาม
กฎหมายแล้ว ตนไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่ต้องจ่ายค่าที่พัก
ท่านเต๋าปู้อวี่ก็อ้างกฎหมายแคว้นต้าเซี่ยเช่นกัน บอกว่าผีไม่มี
สิทธิมนุษยชน ผู้บำเพ็ญเจอแล้วสามารถฆ่าได้ตามใจชอบ
ผีจึงว่าง่ายแบ่งจ่ายค่าที่พัก และยอมถูกจับกุมโดยดี
“ศิษย์พี่ลู่ น้องเถา พวกท่านสืบเรื่องคุณชายสกุลซ่งมาบ้างหรือ
ยัง?”
เถาเหยาเยี่ยเล่าผลการสืบสวนที่ได้มาให้ฟัง “นี่คือผลการ
สืบสวนที่ข้ากับศิษย์พี่ลู่หยางช่วยกันหามา”
“ศิษย์พี่ลู่หยางนี่เก่งจริงๆ เพิ่งมาถึงเมืองหยวนเฮ่อก็สืบได้ตั้ง
มากมาย คงเป็นเพราะน้องเถาช่วยไม่น้อยสินะ น้องหญิงมาถึงเมืองนี้
ก่อนศิษย์พี่ลู่หยางสามวัน แต่สืบได้มากกว่าศิษย์พี่ลู่หยางแค่นิด
เดียว”
“น่าเสียดายที่ข้ามีแค่คนเดียว หากมีศิษย์พี่ลู่หยางช่วย คงสืบได้
มากกว่านี้แน่นอน”
เถาเหยาเยี่ยทำเป็นไม่ได้ยินนัยแฝงในคำพูดของหลานถิง ถาม
อย่างใจเย็น “น้องหลานถิงสืบอะไรมาได้บ้าง?”
“คุณชายสกุลซ่งเกิดจุดเปลี่ยนเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นตระกูล
เริ่มตกอับ เงินเหลือไม่มาก เขาเดิมพันครั้งสุดท้าย นำทรัพย์สิน
ทั้งหมดไปลงทุนค้าขาย แต่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สูญเสียทุกอย่าง มี
คนเห็นเขาเดินเข้าไปในภูเขา คงจะไปฆ่าตัวตาย แต่เมื่อผ่านไปครึ่ง
วัน คุณชายสกุลซ่งก็เดินออกมาจากภูเขา สีหน้าไม่เหมือนคนสิ้น
หวังอีกต่อไป และในอ้อมแขนของเขาก็กอดภาพวาดอยู่”
“เรื่องต่อมาพวกท่านก็รู้แล้ว คุณชายสกุลซ่งจู่ๆ ก็มีหัวค้าขาย
เงินทองไหลมาเทมา ครอบครัวมีความสุขสมบูรณ์”
หลานถิงมองเถาเหยาเยี่ยอย่างภาคภูมิใจ เป็นไง ข้อมูลสำคัญนี้
พวกเจ้ายังสืบไม่ถึงสินะ
เถาเหยาเยี่ยฟังคำบอกเล่าของหลานถิงจบ ก็จับมือนางอย่าง
เป็นมิตร “น้องหลานถิงเก่งจังเลย คนเดียวก็สืบได้ตั้งมากมาย ดู
เหมือนเจ้าคนเดียวก็พอแล้วนะ”
หลานถิงยิ้มระรื่น โอบแขนเถาเหยาเยี่ยอย่างสนิทสนม “ไม่หรอก
คำโบราณว่า คนมากย่อมกำลังมาก น่าเสียดายที่ศิษย์พี่ลู่หยางมา
กับเจ้า หากมากับน้องหญิงแล้วล่ะก็ ตอนนี้คงทำภารกิจสำเร็จแล้ว”
“น้องหลานถิงหมายความว่าเจ้าเก่งกว่าข้าหรือ?”
“น้องเถาอย่าบิดเบือนคำพูดของน้องหญิงเลย ก็น้องหญิงมา
ก่อนสามวัน หากศิษย์พี่ลู่หยางมากับน้องหญิงก่อนสามวัน ด้วย
ความสามารถของศิษย์พี่ลู่หยาง ภารกิจก็คงสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ก็จริง ด้วยความสามารถของศิษย์พี่ลู่หยาง คนเดียวก็ทำภารกิจ
สำเร็จได้แล้ว”
สองสาวโอบแขนกัน ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มเหมือนพบกันหลัง
จากพรากจากนาน สนิทกันราวพี่น้อง
ลู่หยางไม่ได้สนใจว่าสองสาวคุยอะไรกัน เขาครุ่นคิดถึงข้อมูลที่
หลานถิงรวบรวมมาได้ “เช่นนั้น ปัญหาอยู่ที่ภาพวาดนั่นจริงๆ”
“ไปพบคุณชายสกุลซ่งกันเถอะ”
ชายหนึ่งหญิงสองเดินไปยังคฤหาสน์สกุลซ่ง ระหว่างทางหลานถิ
งก็มองลู่หยางบ่อยครั้ง
“น้องหลานถิง บนใบหน้าข้ามีอะไรหรือ?”
หลานถิงยิ้ม “ไม่มีหรอก แค่รู้สึกว่าศิษย์พี่ช่างเก่งจริงๆ อายุยัง
น้อยก็ได้เป็นทายาทเจ้าสำนัก แม้แต่งานฉลองสำนักก็ให้ท่านเป็น
ประธาน ตามที่น้องหญิงรู้มา นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อ
เทียบกันแล้ว น้องหญิงนี่ช่างด้อยเหลือเกิน”
“ที่ไหนกัน ที่ข้าได้เป็นเจ้าสำนักผู้รักษาการแทนล้วนเป็นเพราะ
โชค” ลู่หยางพูดไม่ใช่คำถ่อมตัว เขาได้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้า
สำนักก็เพราะโชคไม่ดีทำให้เซียนอมตะฟื้นคืนชีพ
เห็นหลานถิงหน้าเศร้า ลู่หยางก็ปลอบ “อีกอย่าง น้องหลานถิงก็
เก่งมากแล้ว ตอนนั้นเจ้าต่อสู้กับพี่เมิ่ง ข้าดูอยู่ เจ้าต่อสู้ตึงเกินไป
ไม่ใช่ฝีมือที่แท้จริงของเจ้า”
ได้ยินลู่หยางให้กำลังใจ หลานถิงก็ยิ้มระรื่นอีกครั้ง “ก็จริง น้อง
หญิงควรมั่นใจมากกว่านี้ ก็ตอนนั้นน้องหญิงเป็นตัวแทนผู้บำเพ็ญ
ขั้นแก่นทองคำของสำนักออกประลอง”
“น้องหญิงกับน้องเถาคุยกันถูกคอมาก ตอนแรกนึกว่าจะได้พบ
กันบนเวทีประลอง น่าเสียดายที่ไม่เป็นไปตามคาด ไม่มีโอกาสได้
ประลองวรยุทธ์”
เถาเหยาเยี่ยกล่าวเสียงนุ่มนวล “น้องหลานถิงชอบการต่อสู้เพียง
นั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเคลื่อนไหวนุ่มนวล นึกว่าเป็นกุลสตรีตระกูลใหญ่
เสียอีก”
ลู่หยางรู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง หันไปถามเซียนอมตะ “ท่าน
เซียน ท่านรู้สึกไหมว่าท่าทีของน้องเถากับน้องหลานถิงแปลกๆ?”
เซียนอมตะในพื้นที่จิตวิญญาณสังเกตอยู่พักใหญ่แล้ว รู้สึก
แปลกจริงๆ ว่าเหตุใดสองสาวน้อยนี้จึงมีท่าทีและน ้าเสียงประหลาด
“รู้สึกว่าภาพนี้คุ้นตา… นึกออกแล้ว สองผู้สืบทอดแห่งเผ่ามังกร
และหงส์ก็ทำเช่นนี้ต่อหน้าข้า คอยยกย่องชมเชยซึ่งกันและกัน สมัคร
สมานกันนัก ตอนนั้นพวกนางทำเช่นนี้เพื่อให้ข้ารับพวกนางเป็น
ศิษย์”
“เช่นนั้น น้องเถากับน้องหลานถิงทำเช่นนี้ก็เพราะ…”
เซียนอมตะกล่าวอย่างมั่นใจ “ต้องอยากให้เจ้ารับพวกนางเป็น
ศิษย์แน่ๆ ดูเจ้าสิ โชว์ฝีมืออันยอดเยี่ยมในงานเฉลิมฉลอง แสดงพลัง
ต่อสู้เหนือธรรมดา!”
“มีเหตุผลดี”