ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 516 ฆาตกรรมในห้องปิดตาย
ลู่หยางและคณะเดินทางมาถึงคฤหาสน์สกุลซ่งอย่างราบรื่น ไม่มี
อุปสรรคใดมากนัก
ลู่หยางเคาะประตูอย่างสุภาพ ผู้เปิดประตูเป็นชายหนุ่มท่าทาง
เหมือนคุณชาย ไม่มีวิทยายุทธ์ เป็นคนธรรมดา ใบหน้าซีดขาว ใต้
ตาดำคล ้า ท่าทางเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ
“สามท่านคือ…” คุณชายมองลู่หยางและคณะด้วยแววตาระแวง
“พวกเราสามคนเป็นศิษย์สำนักเซียน ได้รับเชิญจากคุณชาย
สกุลซ่ง มาแก้ปัญหาเรื่องม้วนภาพ”
“อ๋อ! เป็นศิษย์สำนักเซียนนี่เอง!” คุณชายตาโตด้วยความตกใจ
ตระกูลซ่งส่งคำขอไปที่สำนักเซียนแบบลองดวงดู ไม่คิดว่าสำนัก
เซียนที่สูงส่งจะส่งคนมาจริงๆ!
“ข้าคือลู่หยาง สองคนนี้คือศิษย์น้องของข้า เถาเหยาเยี่ย และ
หลานถิง”
“ลู่หยาง?! ลู่หยางผู้เป็นเอกเอกในขั้นแก่นทองคำคนนั้นหรือ?!”
คุณชายได้ยินชื่อลู่หยางก็ยิ่งตกใจกว่าเดิม แม้เขาจะเป็นคน
ธรรมดา แต่ก็อยู่ในตระกูลร ่ารวย รู้เรื่องในวงการบำเพ็ญเซียนบ้าง
หากถามว่าชื่อผู้บำเพ็ญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสามเดือนที่ผ่านมา
ต้องเป็นลู่หยางเท่านั้น!
บวกกับการประชาสัมพันธ์อย่างหนักของท่านเต๋าปู้อวี่ ชื่อของลู่
หยางจึงโด่งดังเป็นพลุแตก
ที่แปลกคือในวงการบำเพ็ญเซียนเรียกลู่หยางว่า “อันดับหนึ่ง
ของขั้นแก่นทองคำตอนกลาง” แต่พอมาถึงหูคุณชาย กลับกลายเป็น
“อันดับหนึ่งของขั้นแก่นทองคำ”
สำหรับเขาแล้ว ขั้นแก่นทองคำตอนกลางกับขั้นแก่นทองคำไม่มี
ความแตกต่างกันมากนัก
“ซ่งเทียนขอคารวะท่านเต๋าทั้งสาม เชิญข้างใน” ซ่งเทียนต้อนรับ
สามคนอย่างสุภาพ ไม่กล้าแสดงท่าทีขาดความเคารพแม้แต่น้อย
ผ่านการแนะนำจากซ่งเทียน ลู่หยางจึงรู้ว่าคุณชายสกุลซ่งชื่อ
เต็มๆ ว่าซ่งจิ่นจวี้ ซ่งเทียนเป็นบุตรชายคนโต ปัจจุบันคุณชายสกุล
ซ่งอายุมากแล้ว กิจการของตระกูลจึงอยู่ในความดูแลของซ่งเทียน
เป็นหลัก เขาได้ยินเรื่องของลู่หยางจากเพื่อนที่เป็นผู้บำเพ็ญระหว่าง
ทำการค้า ยืนยันว่าเรื่องที่เล่าขานในหนังสือนิทานเป็นเรื่องจริง
ทั้งหมด
นอกจากซ่งเทียน คุณชายสกุลซ่งยังมีบุตรชายอีกสองคนและ
บุตรสาวหนึ่งคน บุตรชายคนที่สองชื่อซ่งชิง เป็นนักเรียน บุตรชาย
คนที่สามชื่อซ่งฉี่ เป็นคนไม่เอาไหน เป็นคุณชายเสเพลตัวอย่าง
คุณชายสกุลซ่งสุดทนไม่ไหว ส่วนบุตรสาวชื่อซ่งเหลียนเอ๋อร์
ภรรยาของคุณชายสกุลซ่งล้มป่วยเสียชีวิตเมื่อห้าปีก่อน
“ท่านเซียนทั้งสาม ท่านต้องช่วยตระกูลซ่งของพวกเราด้วย ภาพ
นั้นช่างน่าสยองนัก ข้านอนไม่หลับทั้งคืน ภาพวาดนั่นเป็นวิญญาณ
แน่ๆ ตระกูลซ่งเราย้ายบ้านมาสองครั้งแล้ว ทุกครั้งที่ย้ายภาพวาดนั่น
ก็ตามมาด้วย”
ซ่งเทียนเห็นลู่หยางทั้งสามก็เหมือนเห็นผู้ช่วยเหลือ ความกังวล
ที่สะสมมาหลายวันพลันกระจ่างไปหมดสิ้น
เขาเชิญลู่หยางทั้งสามไปนั่งที่ห้องโถงใหญ่ สั่งให้สาวใช้ชงชา
และเรียกผู้ดูแลให้ไปตามคุณชายสกุลซ่งที่อยู่ในห้องหนังสือมา
ซ่งเทียนไปตามคนในครอบครัวมาเอง
ช่วงนี้ตระกูลซ่งตกอยู่ในความหวาดกลัวเป็นเวลานาน มีศิษย์
สำนักเซียนมาลงมือช่วย พวกเขาจึงวางใจได้เสียที
ลู่หยางยกถ้วยชาขึ้น ไม่สนใจน ้าร้อนที่เดือดปุด ดื่มเข้าไปครึ่ง
ถ้วย
น ้าร้อนนับเป็นอะไรกัน เขาเคยใช้น ้าร้อนแช่ตัวมาตั้งแต่ยังไม่ได้
บำเพ็ญเซียนเลย
ลู่หยางวางถ้วยชาลง พูดแบบไม่ตั้งใจ “ในตระกูลซ่งมีกลิ่นอาย
ปีศาจนะ”
เถาเหยาเยี่ยพยักหน้า “จริงด้วย กลิ่นอายปีศาจหนาแน่น น่าจะ
มีสัตว์อสูรซ่อนอยู่ในตระกูลซ่ง”
พูดอย่างนั้น แต่เมื่อดูจากความเข้มข้นของกลิ่นอายปีศาจ คงยัง
ไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขาทั้งสาม
สามคนมีประสาทสัมผัสที่ไวเป็นพิเศษ จากไกลๆ ก็ได้ยินพี่น้อง
ตระกูลซ่งเดินมาพลางสนทนากัน
“พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้จะว่า แต่บ้านเราเชิญผู้บำเพ็ญมากี่คนแล้ว คน
ไหนไม่กลับไปมือเปล่า คราวนี้พี่แน่ใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าจะ
ได้ผล?” น ้าเสียงไม่เคารพ น่าจะเป็นบุตรชายคนที่สามซ่งฉี่
“น้องสามอย่าพูดมั่ว คราวนี้พี่ใหญ่เชิญมาเป็นศิษย์สำนักเซียน
มีฐานะเทียบเท่ากับราชสำนัก เป็นเซียนที่แท้จริง เซียนต่อกรกับ
ปีศาจเพียงเล็กน้อยมิใช่เรื่องง่ายดายหรือ?”
จากน ้าเสียงการพูด น่าจะเป็นบุตรชายคนที่สองซ่งชิง
“แล้วเจ้าไม่ได้ยินพี่ใหญ่พูดหรือว่า ผู้บำเพ็ญที่มาครั้งนี้มีคนหนึ่ง
ชื่อว่าลู่หยาง ถึงข้าจะไม่เอาไหนเท่าไหร่ เอาแต่เที่ยวเล่น แต่ก็เคยฟัง
ตำนานแห่งสำนักเวิ่นเต๋า ตามที่ข้ารู้มา คนเขียนนิทานเป็นเจ้าสำนัก
เซียน เป็นผู้มีฝีมือเลิศลอย สิ่งที่ท่านเขียนออกมา แม้จะฟังดูแปลก
ประหลาด แต่ต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน!”
“อย่ามาอวดความรู้หน่อยเลย พี่รองยังสอบเซียวไช่ไม่ผ่านเลย
พ่อโกรธหลายครั้ง บอกว่าท่านอ่านหนังสือไม่ได้เรื่อง ลืมแล้วหรือ?”
“เจ้า!”
“หวังว่าจะเอาม้วนภาพไปได้นะ ผู้กล้าโจวรู้เรื่องบ้านเรา เขาก็ไม่
กล้าพบข้าแล้ว” เสียงนี้ฟังแล้วขลาด น่าจะเป็นน้องสาวซ่งเหลียน
เอ๋อร์แน่ๆ
“น้องหญิง เจ้ายังไม่ได้ตัดขาดกับเจ้าหนุ่มนั่นอีกหรือ? เจ้าลืมสิ่ง
ที่พ่อสั่งแล้วหรือ? เจ้าหนุ่มนั่นไม่มีความสามารถ แค่พูดเพราะ มัน
ไม่ได้หมายตาเจ้าหรอก แต่หมายตาสมบัติตระกูลซ่งเราต่างหาก!”
“ฟังพี่รองสักคำ ตัดใจเลิกกับมันเถอะ ถ้าพ่อรู้ว่าเจ้ายังติดต่อกับ
มัน ระวังพ่อจะหักขาเจ้า!”
“ไม่! โจวเกอเป็นคนที่รักข้า!”
“พอได้แล้ว กำลังจะพบท่านเต๋าแล้ว ทุกคนสงบหน่อย
โดยเฉพาะน้องสาม อย่าก่อเรื่องต่อหน้าท่านเต๋า ไม่อย่างนั้นพ่อไม่
ยกโทษให้เจ้าแน่!”
พี่น้องตระกูลซ่งพูดคุยกันมาพลางก็มาถึงห้องโถงใหญ่
ลู่หยางดื่มชาที่เหลือจนหมด ทำปากเหมือนชิมรสชาติ พอดีล้าง
ปาก ลืมรสเกี๊ยวน ้าที่กินมาก่อนหน้า
ความสัมพันธ์ในตระกูลซ่งซับซ้อนอยู่ไม่น้อย
พอพี่น้องตระกูลซ่งมาถึง ลู่หยางมองแวบเดียวก็จับคู่คนพูดกับ
ภาพที่เห็นได้
บุตรชายคนโตซ่งเทียนเคยพบมาแล้ว
คนที่สวมชุดขุนนาง สะอาดเรียบร้อย มือหนึ่งแขวนไว้ที่ช่องท้อง
คือบุตรชายคนที่สองซ่งชิง
คนตัวเล็ก หน้าบึ้งคือบุตรชายคนที่สามซ่งฉี่
คนที่สายตาหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าสบตาลู่หยางคือน้องสาวซ่ง
เหลียนเอ๋อร์
“ขอคารวะท่านเต๋า”
ซ่งเทียนมีอำนาจในบ้านไม่น้อย เมื่อเขาสั่งให้น้องๆ สงบเสงี่ยม
ก็ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องต่อหน้าลู่หยาง แม้แต่บุตรชายคนที่สามซ่งฉี่ก็
ไม่กล้า
“พ่อยังไม่มาหรือ?” ซ่งเทียนสงสัย ตามเวลาพ่อควรมาแล้ว
ขณะที่ซ่งเทียนสงสัย ร่างหนึ่งวิ่งเซซังเซไซเข้ามาในห้องโถง
ใหญ่ ยังหอบแฮ่กๆ ไม่ทันได้หายใจ “นาย…นายท่านขอรับ แย่แล้ว!”
ซ่งเทียนประคองผู้ดูแลบ้านขึ้นมา ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นมาเอง
“เกิดอะไรขึ้น? พ่อเล่า?”
“คุณท่านสิ้นแล้วขอรับ!”
“อะไรนะ?!”
พี่น้องตระกูลซ่งตกใจพร้อมกัน น้องสาวซ่งเหลียนเอ๋อร์แทบจะ
ล้มทั้งยืน
แม้แต่ลู่หยางและอีกสองคนก็คาดไม่ถึงว่าคนที่จะมาพบยังไม่ทัน
เจอ ก็ตายเสียแล้ว!
“ไปดูกัน!”
ซ่งเทียนเป็นพี่ใหญ่ จึงสงบสติอารมณ์ได้ไว ให้ผู้ดูแลบ้านพาทุก
คนไปที่ห้องหนังสือ
ประตูห้องหนังสือปิดสนิท ผู้ดูแลบ้านพาทุกคนไปที่หน้าต่าง
ด้านข้างของห้อง หน้าต่างแตกเป็นรูใหญ่ สามารถมองเห็นคุณชาย
สกุลซ่งนอนอยู่บนพื้น เลือดนองเต็มพื้น ไร้ลมหายใจ
ผู้ดูแลบ้านพาทุกคนปีนหน้าต่างเข้าไป พลางเล่าว่า “ข้าไปเรียก
คุณท่านที่ห้องหนังสือ แต่เรียกเท่าไรคุณท่านก็ไม่ตอบ ประตู
หน้าต่างปิดตายหมด นี่เป็นนิสัยของคุณท่าน ท่านรู้สึกปลอดภัยแบบ
นี้ ข้าสังหรณ์ใจไม่ดี จึงทุบหน้าต่างเข้าไป พอเข้าไปในห้องก็เห็น
คุณท่านนอนอยู่บนพื้น”
เถาเหยาเยี่ยกับหลานถิงครุ่นคิด ประตูหน้าต่างถูกปิดตาย คน
นอกเปิดไม่ได้ คุณชายสกุลซ่งตายอยู่ข้างใน นี่คือแบบฉบับ
ฆาตกรรมในห้องปิดตาย
ลู่หยางไม่ได้พูดอะไร ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่