ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 517 คนร้าย
“อย่าเพิ่งแตะต้องสถานที่เกิดเหตุ!” ซ่งเทียนตะโกน ห้ามไม่ให้
ใครทำอะไรโดยพลการ หากสถานที่เกิดเหตุถูกทำลาย จะหาตัว
คนร้ายได้ยาก
เถาเหยาเยี่ยกับหลานถิงสังเกตการจัดวางในห้องหนังสือ ห้อง
หนังสือตกแต่งเรียบง่าย มีชั้นหนังสือสองแถว ฝาผนังแขวนภาพสอง
ภาพกับแผ่นยันต์สีเหลืองหลายใบ มีไว้ขับไล่สิ่งชั่วร้าย นอกจากนั้น
ก็มีโต๊ะหนังสือ เก้าอี้ไม้ โต๊ะน ้าชา และแจกันบนโต๊ะน ้าชา… ไม่
แตกต่างจากห้องหนังสือทั่วไป
ประตูปิดสนิท ตามที่ผู้ดูแลบ้านกล่าวหน้าต่างก็ปิดสนิทเช่นกัน
ไม่สามารถเปิดได้จากข้างนอก
“นี่คือ…”
หน้าต่างแตกหัก เถาเหยาเยี่ยพบว่ามุมหน้าต่างถูกเจาะเป็นรู
เล็กๆ
ผู้ดูแลบ้านอธิบายด้านข้าง “ก่อนจะทุบหน้าต่าง ข้าเจาะรูเล็กๆ
มอง ดูว่าคุณท่านเป็นอะไรจริงๆ หรือไม่”
“ต้องเป็นพี่ใหญ่ฆ่าพ่อแน่ๆ!” บุตรชายคนที่สองซ่งชิงกำเสื้อซ่ง
เทียนตะโกน เหมือนสุนัขบ้า ตาแดงก ่าด้วยความโกรธ
ซ่งเทียนไม่พอใจ ขมวดคิ้ว ผลักน้องชายออก เกรี้ยวกราด “เจ้า
กำลังพูดอะไร!”
“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล นึกว่าข้าไม่รู้หรือ หลังจากท่านดูแล
กิจการของพ่อ ขาดทุนมาตลอด ไม่นานมานี้ยังลงทุนล้มเหลว
ขาดทุนไปมหาศาล ไม่กล้าบอกพ่อ กลัวพ่อโกรธ ไม่ให้เจ้าดูแล
กิจการของตระกูลอีก!”
“ตอนนี้ดีแล้ว เจ้าฆ่าพ่อ ได้เป็นทายาทคนแรก กิจการของ
ตระกูลตกเป็นของเจ้าหมด!”
ซ่งเทียนโกรธเดือดดาล “ยังไม่หยุดกล่าวหา! ถ้าพูดถึงแรงจูงใจ
เจ้ายิ่งแย่กว่าข้าอีก เจ้าสอบเซียวไช่ไม่ผ่านหลายครั้ง พ่อโกรธจนทุบ
ขาเจ้าให้หัก แถมยังบอกว่าหากเจ้าสอบฐานะไม่ได้ ชั่วชีวิตอย่าหวัง
จะได้รับทรัพย์สินแม้แต่นิดเดียว! ข้าเคยได้ยินเพื่อนเจ้าพูด ตอนเจ้า
ซื้อเหล้าสนุกสนาน บอกว่าต้องฆ่าพ่อให้ได้!”
“เจ้าติดสินบนเพื่อนข้า!”
“เพื่อนเจ้าเห็นเงินตาโต”
ซ่งเหลียนเอ๋อร์ตัวสั่นชี้ไปที่ศพคุณชายสกุลซ่ง “ทุกคนหยุด
ทะเลาะกันเถอะ พวกท่านดูสิ พ่อยังลืมตาอยู่ พ่อตายตาไม่หลับ”
ทุกคนมองไปดู เป็นเช่นนั้นจริงๆ คุณชายสกุลซ่งเอียงหน้า ลืม
ตา จ้องมองโต๊ะน ้าชา
ซ่งฉี่บุตรชายคนที่สามมองตามสายตาคุณชายสกุลซ่ง เห็น
แจกันกระเบื้องลายคราม
“แจกันกระเบื้องลายคราม…กระเบื้องลายคราม…ลายคราม…พี่
รองซ่งชิง! นี่เป็นเบาะแสที่พ่อทิ้งไว้ก่อนตาย! พี่รอง ท่านนี่แหละฆ่า
พ่อ!”
ซ่งชิงบุตรชายคนที่สองตาเขียว “เหลวไหล! แค่นี้จะสรุปว่าข้าฆ่า
พ่อ?”
“มือขวาของพ่อชี้นิ้วโป้งออกมา นี่ชัดเจนว่าส่อนัยถึงพี่ใหญ่!”
“อีกอย่าง พูดถึงแรงจูงใจ ในที่นี้ใครไม่มี น้องสามเจ้าแค้นที่พ่อ
ตัดเงินค่าขนม ทำให้เจ้าขายหน้าในหมู่เพื่อนฝูง หากเจ้าฆ่าพ่อ
ได้รับมรดกส่วนหนึ่ง ก็ย่อมมีเงินแล้ว!”
“ยังมีน้องสาว พ่อบังคับให้เจ้าตัดขาดกับเจ้าหนุ่มตระกูลโจว เจ้า
ไม่ยอมฟัง ยังแอบติดต่อกันลับๆ หากพ่อตาย ก็ไม่มีใครมาขัดขวาง
เจ้ากับเจ้าหนุ่มนั่นแต่งงานกัน!”
ซ่งชิงชี้ความลับของทั้งสามคนทีละคน ทุกคนมีเหตุจูงใจ
เถาเหยาเยี่ยถามขึ้นมากะทันหัน “พวกท่านเห็นคุณชายสกุลซ่ง
ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”
“ข้าเห็นพ่อในสวนตอนท่องตำรา หลังจากนั้นข้าก็เข้าห้องอ่าน
หนังสือ นั่นเป็นเรื่องเมื่อสองชั่วยามครึ่งที่ผ่านมา”
ซ่งฉี่บุตรชายคนที่สามอ ้าอึ้ง “หนึ่งชั่วยามก่อน ข้ามาที่ห้อง
หนังสือเอาเงินไป ตอนออกจากประตูพอดีเจอพ่อเดินเข้าห้องหนังสือ
ท่านเทศนาข้าสักพัก”
ซ่งเหลียนเอ๋อร์บอก “ครึ่งชั่วยามก่อน ข้าเอาชามาให้พ่อที่ห้อง
หนังสือ”
ผู้ดูแลบ้านเสริมว่า “ตอนคุณหนูเอาชามา ข้าอยู่หน้าประตูพอดี
หลังจากนั้นข้าก็ไม่ได้เห็นคุณท่านอีก”
หลานถิงพยักหน้า “หากเป็นเช่นนั้น คุณชายสกุลซ่งสิ้นชีวิตยัง
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม”
“ครึ่งชั่วยามก่อน พวกท่านทำอะไรอยู่? ใครเป็นพยาน?”
ซ่งเทียนบุตรชายคนโตรีบบอก “ตอนนั้นข้าอยู่ที่ร้านค้าตรวจ
บัญชี ทุกคนเป็นพยานได้”
ซ่งชิงบุตรชายคนที่สองบอกเช่นกัน “ตอนนั้นข้าอยู่ในห้องอ่าน
หนังสือ แม้ไม่มีใครเห็น แต่ข้ามีนิสัยอ่านออกเสียง สาวใช้ที่เดินผ่าน
น่าจะได้ยิน”
ซ่งฉี่บุตรชายคนที่สามเล่า “ข้ากำลังดื่มเหล้าและชมระบำกับ
เพื่อนในหอนางโลม โจวเอ้อร์จากตระกูลหวัง ผู้นำใหญ่ตระกูลคง
และคนจากตระกูลซุนล้วนอยู่กับข้า แต่ตอนนั้นข้าดื่มมากไป หลับไป
พอตื่นมาก็อยู่ที่บ้านแล้ว ไม่รู้ว่าใครส่งข้ากลับมา”
ซ่งเหลียนเอ๋อร์น ้าตาคลอ “หลังจากเอาชาให้พ่อ ข้าก็อยู่ในห้อง
ตลอด จนพี่ใหญ่มาตามข้าจึงออกมา”
“มีใครเป็นพยานไหม?”
ซ่งเหลียนเอ๋อร์พูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ “ไม่มี”
เถาเหยาเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติ “เดี๋ยวก่อน เจ้าบอกว่าเอา
ชาให้คุณชายสกุลซ่ง แล้วถ้วยชาอยู่ที่ไหน?”
บนโต๊ะน ้าชามีเพียงแจกันกระเบื้องลายคราม ไม่มีถ้วยชา
ซ่งเหลียนเอ๋อร์ไม่น่าจะรอให้คุณชายสกุลซ่งดื่มหมดแล้วค่อย
เอาถ้วยกลับ
ซ่งเหลียนเอ๋อร์อ ้าอึ้ง พูดอะไรไม่ออก
“น้องสาว เจ้ารีบพูดสิ!” ซ่งฉี่บุตรชายคนที่สามร้อนใจ จนเหงื่อ
ผุดที่หน้าผาก
สุดท้ายซ่งเหลียนเอ๋อร์ตัดสินใจ “ผู้ดูแลบ้านบอกว่า ระหว่างพ่อ
กับลูกสาวไม่มีปมขัดแย้งใดที่คลี่คลายไม่ได้ ท่านสนับสนุนให้ข้าไป
พูดเรื่องของโจวเกอกับพ่อ ข้าเอาชาไปให้พ่อเพราะอยากขอให้ท่าน
อนุญาตให้ข้ากับโจวเกอได้อยู่ด้วยกัน ท่านฟังแล้วโกรธ ขว้างถ้วย
ชาลงพื้น ผู้ดูแลบ้านเก็บถ้วยชาไป แล้วข้าก็กลับไปร้องไห้อยู่ใน
ห้อง”
ซ่งเทียนมองผู้ดูแลบ้านด้วยสายตาขมวดคิ้ว แฝงความกล่าวหา
“หากเป็นเช่นนั้น ผู้ดูแล เหตุใดท่านจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้? อีกอย่าง
ท่านรู้ท่าทีของพ่อดี ไม่มีทางอนุญาตเรื่องของน้องสาวแน่นอน!”
ผู้ดูแลบ้านสบตาซ่งเทียน รีบหลบอย่างร้อนรน
“มองตาข้า! พูดมา เจ้าต้องการอะไรกันแน่!” ซ่งเทียนตวาด
เมื่อเห็นทุกคนมองด้วยสายตาไม่ดี ผู้ดูแลบ้านรู้ว่าหนีไม่พ้น ได้
แต่ถอนหายใจอย่างจำยอม “ที่จริงแล้ว หนุ่มที่คุณหนูรักเป็นบุตร
นอกสมรสของข้า ข้าอยากให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน แต่ไม่คิดว่า
คุณท่านจะไม่ยินยอมเด็ดขาดเพียงนี้”
ซ่งเหลียนเอ๋อร์มองผู้ดูแลบ้านเหมือนคนเหม่อลอย ไม่นึกว่า
ผู้ดูแลบ้านกับโจวเกอจะมีความสัมพันธ์เช่นนี้
เช่นนั้น ที่ผู้ดูแลบ้านคอยพูดให้กำลังใจนาง ไม่ใช่เพื่อสนับสนุน
ให้นางไขว่คว้าความรักหรอกหรือ?
ซ่งเหลียนเอ๋อร์สายตาเลื่อนลอย ในใจเหมือนมีอะไรพังทลาย
เถาเหยาเยี่ยกระซิบเบาๆ “ถ้าอย่างนั้น คนที่น่าสงสัยที่สุดคือซ่ง
เหลียนเอ๋อร์กับผู้ดูแลบ้านที่ร่วมมือกัน น่าจะเป็นผู้ดูแลบ้านยิงเข็มพิษ
น ้าแข็งผ่านหน้าต่าง วางยาพิษคุณชายสกุลซ่ง หลังจากนั้นก็อ้างว่า
ตรวจสอบ แล้วเจาะหน้าต่าง ปกปิดรอยเข็ม”
หลานถิงส่ายหน้า มีความเห็นต่าง “หากเป็นเช่นนั้น ผู้ดูแลบ้าน
จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณชายคนโตจะให้เขาไปตามคุณชายสกุล
ซ่ง? ต้องรู้ว่า ผู้ดูแลบ้านไม่รู้ว่าพวกเราจะมา”
“ตามความเห็นของข้า น่าจะเป็นบุตรชายคนที่สองซ่งชิง เขา
บอกว่าอ่านหนังสืออยู่ในห้อง แต่เพียงแค่ซื้อลูกแก้วบันทึกภาพจาก
สมาคมการค้า เปิดเสียงของตัวเองไว้ต่อเนื่อง ก็สามารถสร้าง
หลักฐานอยู่ที่อื่นได้!”
ทั้งสองถกเถียงกันเบาๆ ไม่อาจหาข้อสรุปได้ สุดท้ายหันไปถามลู่
หยางพร้อมกัน
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ท่านคิดว่าใครเป็นคนร้าย?”
ลู่หยางไม่ตอบ เงียบๆ เดินไปที่ข้างกายคุณชายสกุลซ่ง นั่งยองๆ
แล้วหยิบยาลูกกลอนให้ตายแล้วฟื้นออกมา
นี่เป็นสิ่งที่เขาซื้อจากตำหนักรับภารกิจตอนไปแคว้นหวง กลัวจะ
เกิดเหตุไม่คาดฝัน ยังไม่ได้ใช้เลย
ยาลูกกลอนละลายในปากคุณชายสกุลซ่ง คุณชายสกุลซ่ง
ค่อยๆ ฟื้นขึ้น สีหน้างุนงง
ลู่หยางอธิบาย “คุณชายสกุลซ่งไม่ได้ตาย เขาแค่ถูกดึง
วิญญาณออกไป ข้าใช้ยาลูกกลอนให้ตายแล้วฟื้นดึงจิตวิญญาณ
ของเขากลับมา”
ลู่หยางถูกแย่งร่างบ่อย จึงมีประสบการณ์เรื่องวิญญาณมากกว่า
ศิษย์น้องทั้งสอง
“คุณชายสกุลซ่ง พวกเราสามคนมาจากสำนักเซียน ใครดึง
วิญญาณท่านออกไป?”
คุณชายสกุลซ่งยังงุนงงอยู่บ้าง แต่พอได้ยินคำถามของลู่หยาง
สายตาก็ทันทีที่แน่วแน่ขึ้น กล่าวชื่อคนร้าย
“ม้วนภาพนั่น”
ลู่หยางหันไปบอกทุกคน “ดูสิ พบคนร้ายแล้ว”
พี่น้องตระกูลซ่ง “…”
ผู้ดูแลบ้าน “…”