ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 544 วิธีการรบห้าธาตุ
หลังจากกำหนดตำแหน่งเรียบร้อย ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาพาทั้ง
ห้าคนออกมาด้านนอก ให้ยืนเรียงตามตำแหน่งห้าธาตุที่กำหนดไว้
จากนั้นเขาประสานมือไว้ด้านหลัง เอ่ยเสียงดังกังวาน
“หากต้องการบรรลุการเสริมกำลังอย่างไร้ที่ติ ต้องรู้เขารู้เรา
เสียก่อน”
“พวกเจ้าทั้งห้ามีอายุใกล้เคียงกัน ระดับพลังทัดเทียมกัน การ
บรรลุขั้นนี้จึงไม่ยากนัก”
“จงปล่อยลมปราณออกมา แล้วสัมผัสระดับพลังของอีกสี่คนโดย
ละเอียด”
ลู่หยางและอีกสี่คนนั่งขัดสมาธิ หลับตา จิตจดจ่อ ปล่อย
ลมปราณ ใช้จิตสัมผัสความเคลื่อนไหวภายนอก
“หืม? พลังจิตเข้มแข็งเหลือเกิน” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาร้องเบาๆ
อย่างประหลาดใจ สังเกตเห็นว่าพลังจิตของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวโดด
เด่นกว่าคนอื่นอย่างชัดเจน แข็งแกร่งกว่าอีกสามคนลิบลับ
อีกทั้งพลังจิตของลู่หยางยังแข็งแกร่งกว่าเมิ่งจิ่งโจว เห็นความ
แตกต่างได้ชัดเจน
“การฝึกพลังจิตนั้นยากยิ่ง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยได้ยินถึงวิธี
ฝึกพลังจิตในขั้นนี้ สองหนุ่มนั่นฝึกมาได้อย่างไรกัน?”
“อ้อ… เมิ่งจิ่งโจวมีรากฐานโสด ข้อมูลจากสำนักเวิ่นเต๋ายังบอก
ว่าเขาสร้างแก่นทองคำโสดคู่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
พลังหยางล้นเหลือ ความปรารถนายิ่งแรงกล้า แต่ด้วยการเป็น
รากฐานโสด เขาต้องข่มกำราบความปรารถนาอยู่ตลอดเวลา การ
ขัดเกลาเช่นนี้ จึงเป็นเหตุให้พลังจิตแข็งแกร่ง…”
“แล้วลู่หยางล่ะเป็นอย่างไร? เคล็ดลับเร้นลับของอวี้จือ? หรือว่า
โจรเฒ่าปู้อวี่ทำนองแมวตาบอดจับหนูตายคิดออกวิธีมา?”
ลู่หยางผ่านการทรมานจากเซียนอมตะมานักต่อนัก จึง
เชี่ยวชาญเรื่องพลังจิตเป็นพิเศษ ความรู้สึกไวเป็นเลิศ ในสภาวะที่ทุก
คนปล่อยลมปราณโดยไม่ปิดบังนี้ เขาสัมผัสได้ถึงสภาวะพลังของ
สามศิษย์น้องและหนึ่งหลาน
ทั้งสี่คนล้วนบำเพ็ญถึงขั้นแก่นทองคำตอนปลาย แม้แต่หลี่หาว
เหรินผู้เคยชะงักงันก็ทะลุผ่านมาได้สำเร็จก่อนออกเดินทาง หลี่หาว
เหรินใช้เวลาหนึ่งปีเต็มแช่ตัวในลาวา ทำให้เสียเวลาไปมากแต่เมื่อ
สะสมพลังจนพร้อม บัดนี้ก็ตามทันทุกคนแล้ว
ลู่หยางยังสัมผัสได้ถึงพลังเลือดลมอันเข้มข้นและพลังหยางอัน
ล้นเหลือของเมิ่งจิ่งโจว เพียงแค่มองเห็นผีและภูติก็อาจเผาไหม้เป็น
จุณ น่าสะพรึงยิ่งนัก
แน่นอนว่า ไม่ใช่ผีทุกตนจะกลัวเมิ่งจิ่งโจว… เซียนอมตะประเภท
ภูตสาวเช่นนี้ กลับไม่หวั่นเกรงเขาเลยแม้แต่น้อย
ประมาณครึ่งชั่วยาม ทุกคนลืมตาขึ้น สำรวจเชิงลึกของกันและ
กันได้แล้ว
“ต่อไปเป็นขั้นที่สอง การส่งถ่ายพลังวิเศษ”
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาให้ทั้งห้าคนยืนเรียงเป็นแถวตามลำดับธาตุ
ทอง ไม้ น ้า ไฟ ดิน เริ่มจากหม่านกู่วางมือทั้งสองบนแผ่นหลังของหลี่
หาวเหริน ส่งพลังวิเศษ ตามด้วยคนอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน สุดท้าย
เถาเหยาเยี่ยถ่ายทอดพลังวิเศษทั้งหมดรวมกับพลังของตัวเองให้ลู่
หยาง
ลู่หยางตาแดงก ่าในทันที แม้ได้เตรียมใจไว้แล้ว แต่พลังมหาศาล
ที่พุ่งเข้ามาอย่างฉับพลันยังคงเกินความคาดหมาย พลังนี้เกือบเต็ม
ขีดจำกัดที่เขาจะรับไหว
“ปล่อยพลังทั้งหมดออกไป!” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาร้องบอกเสียง
ดัง
ลู่หยางชักกระบี่ชิงเฟิง รวมพลังทั้งกาย จิต วิญญาณเป็นหนึ่ง
คมกระบี่ทอประกายดั่งแพรไหมพลิ้วไหว พุ่งทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน
“ฟัน!”
พลังวิเศษของทั้งห้าคนแปรเป็นคมกระบี่ ดั่งน ้าป่าแตกเขื่อน
ทะลักออกมาราวสายน ้าตก
โครม!
คมกระบี่ยาวสิบจั้งพุ่งลงสู่เบื้องล่าง ประดุจน ้าตกพลังกระบี่
พร้อมพลังมหาศาลกระหน ่าลงสู่สระน ้า ชั่วพริบตา เมฆาพลันเปลี่ยน
นภา เสียงคำรามดังกึกก้องสะเทือนโสตประสาท พื้นดินแตกเป็นรอย
ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
ฟู่… ฟู่… ฟู่…
หลังปล่อยกระบี่เพียงกระบวนเดียว พลังวิเศษของทั้งห้าสูญสิ้น
เหนื่อยล้าจนขาสั่น สุดท้ายทรุดนั่งกับพื้น มองรอยแตกบนผืนดิน
ต่างหัวเราะฮ่าๆ อย่างโง่งมงาย
แม้แต่ลู่หยางก็ยังทึ่งกับพลานุภาพแห่งกระบี่นี้ นับเป็นกระบี่ที่ทรง
พลังที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้มา
“ดูกระบี่ของข้าสิ ข้ารู้แต่แรกแล้วว่ากระบี่นี้ต้องมีพลานุภาพ
เช่นนี้แน่!”
“กระบี่อะไรของเจ้ากัน พลังของหม่านกู่กับหลี่หาวเหรินที่ส่งมา
เกือบทำลายเส้นลมปราณข้า! ข้าต้องใช้เปลวเพลิงแท้นิพพานฟื้นฟู
เส้นลมปราณไปพร้อมๆ กับกระจายพลัง!”
“หม่านกู่ เจ้าส่งพลังวิเศษมากเกินไปแล้ว”
“ข้าก็แค่อยากให้มีพลังมากขึ้นนี่นา”
ทั้งห้าพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห่งความ
ปลาบปลื้ม ต่างทบทวนช่วงเวลาที่ปล่อยพลังโจมตีเมื่อครู่
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาหยิบยาลูกกลอนต้าฮ่วนตันมอบให้ทุกคน
คนละขวด พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “สำหรับการโจมตีร่วมครั้งแรก
กระบี่นี้ถือว่าดีทีเดียว ครั้งหน้าพวกเจ้าต้องระวัง อย่าได้ปล่อยพลัง
วิเศษทั้งหมดออกไปในคราวเดียว ต้องเก็บไว้บ้าง”
“วิธีการรบห้าธาตุมีมาหลายปีแล้ว ผู้อาวุโสซ่งและอีกสี่คนในห้า
ผู้อาวุโสเส้นลมปราณใช้บ่อย แม้แต่พวกเขาก็ใช้โจมตีเต็มกำลังแค่
เจ็ดแปดครั้ง นั่นคือการต่อสู้ที่ดุเดือดจริงๆ ไม่เหลือทางถอย”
“เป็นเพราะพบศัตรูแข็งแกร่งหรือ?”
“เป็นเพราะพบผู้อาวุโสจากสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเจ้าน่ะสิ”
“……”
“อ้อ… ยังมีโจรเฒ่าปู้อวี่ด้วย” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาเสริมถึง
บุคคลสำคัญอีกผู้หนึ่ง
“……”
ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาส่งเสียงจึ๊กจั๊กสองครั้ง นึกถึงการโจมตีครั้ง
นั้นแล้วยังสั่นสะท้าน
ช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน
“ท่านอาจารย์ก่อเรื่องอีกแล้วใช่ไหม?” เถาเหยาเยี่ยถามขึ้น
จนผู้อาวุโสห้าธาตุต้องรวมตัวกันใช้วิธีการรบห้าธาตุโจมตีเต็ม
กำลัง คงเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย
“เมื่อเจ็ดแปดร้อยปีก่อน โจรเฒ่าปู้อวี่พาผู้อาวุโสที่ห้าและผู้
อาวุโสที่แปดของพวกเจ้าไปยังดินแดนพุทธะทอง สร้างวัดแห่งหนึ่ง
จะเป็นการถูกกฎหรือผิดกฎก็ไม่รู้ สรุปคือวัดก็สร้างเสร็จแล้ว”
“อีกทั้งวัดนั้นยังเป็นที่นิยมอย่างมาก คงใช้กลยุทธ์การตลาด
อะไรสักอย่าง มีผู้แสวงบุญมาเยี่ยมชมมากมาย”
เถาเหยาเยี่ยยังคงงุนงง “แล้วนี่มีปัญหาอะไรหรือ?”
“ปัญหาคือโจรเฒ่าปู้อวี่ตั้งชื่อวัดว่า ‘วัดห้าเครื่องใน’ ภายใน
ประดิษฐานรูปปั้นผู้อาวุโสซ่งและอีกสี่คน ทำให้ดินแดนพุทธะทอง
เข้าใจว่าสำนักธาตุทั้งห้าของพวกเราไปแย่งชิงธุรกิจของพวกเขา
เกือบออกคำสั่งจับข้ามแดนไปถึงราชสำนักแล้ว”
“โชคดีที่ผู้อาวุโสชิวออกมาอธิบายสถานการณ์ทันเวลา ทำให้
ดินแดนพุทธะทองยกเลิกคำสั่งจับ”
“ตอนที่โจรเฒ่าปู้อวี่โดนซ้อม อ้างว่ากำลังทำการทดลองดูว่าผู้
อาวุโสซ่งและอีกสี่คนจะรู้สึกถึงแรงศรัทธาหรือไม่”
“ผู้อาวุโสซ่งถามว่าทำไมไม่เอาตัวเองไปแขวนให้เป็นที่เคารพ
บูชา โจรเฒ่าปู้อวี่ตอบว่ากลัวจะถูกจับกุม”
เถาเหยาเยี่ย “……”
ท่านอาจารย์โดนซ้อมนี่ไม่ขาดตกบกพร่องสักนิด!
เซียนอมตะเห็นพลังของกระบี่คราวนี้ของลู่หยางมหาศาลยิ่งนัก
จึงแย้มยิ้มอย่างน่าสนใจ “วิธีการรบห้าธาตุนี้มีอะไรอยู่ทีเดียว
น่าสนใจ มีความคิดสร้างสรรค์ เซียนจิ้วชงก็เคยคิดสิ่งคล้ายๆ กันนี้”
ลู่หยางใจสั่น เขาเคยสัมผัสถึงพลังของวิธีการรบห้าธาตุแล้ว
ต้องยอมรับว่าทรงพลังอย่างยิ่ง เซียนจิ้วชงในฐานะผู้ครองวิถีแห่ง
เซียน สายตายิ่งกว้างไกล เขาสร้างสรรค์สิ่งใดย่อมต้องมหัศจรรย์
เพียงใด!
“ขอท่านเซียนโปรดเล่าให้ฟังโดยละเอียด”
“ตอนที่พวกเราห้าเซียนยุคโบราณพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ใน
การบำเพ็ญ เซียนจิ้วชงเสนอว่ามีความคิดหนึ่ง อาจรวมหยินหยาง
และห้าธาตุเข้าด้วยกัน มอบให้ชนรุ่นหลังเป็นแนวทาง หากผู้มา
ภายหลังเข้าใจความลึกซึ้ง ย่อมก้าวหน้าในด้านหยินหยางและห้า
ธาตุอย่างก้าวกระโดด”
“เซียนจิ้วชงประสบความสำเร็จหรือไม่?” ลู่หยางรีบถามอย่าง
ร้อนรน
“สำเร็จแล้ว ก็คือหมากห้าในแถว เจ้าไม่เคยเล่นหรือ?”
ลู่หยาง “……”
เมื่อทุกคนฟื้นพลังได้พอสมควร ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาให้ทั้งห้า
ส่งถ่ายพลังวิเศษกันอีกครั้ง โดยลู่หยางเป็นผู้ปล่อยพลัง แต่ครั้งนี้ต้อง
สงวนกำลัง ไม่ใช่แบบครั้งแรกที่ปล่อยจนหมดตัว
หลังจากฝึกซ ้าหลายรอบ ทั้งห้าสามารถควบคุมปริมาณพลังที่
ส่งถ่ายได้อย่างอิสระ
“ต่อไปเป็นขั้นที่สอง ยังคงยืนตามลำดับเดิม แต่จัดเป็นวงกลม ลู่
หยางให้แตะแผ่นหลังของหม่านกู่”
“ทั้งห้าส่งพลังวิเศษไปยังคนข้างหน้า ต้องควบคุมความเร็วและ
ปริมาณพลังให้ดี หากเร็วหรือมากเกินไป คนข้างหน้าจะรับไม่ไหว”