ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 551 การปิดกั้น
ความเคร่งเครียดแผ่ซ่านทั่วดินแดนเซียนทันทีที่พวกเขารู้สึกได้
ว่ามีคนข้ามห้วงเวลามาสอดแนม
“หรือว่านี่เป็นฝีมือเซียนแห่งกาลเวลา อยากดูว่าพวกเราจะเล่น
หมากกันนานแค่ไหนกว่าจะใช้ผลการบำเพ็ญกาลเวลา?” เซียนฉี่
หลินสีหน้าประหลาด แม้เขาเองก็คิดว่าการเล่นหมากห้าเม็ดที่ใช้
เวลาหลายเดือนเพื่อวางหมากแค่หนึ่งตาช่างเกินไปสักหน่อย
เซียนทั้งสามนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ต่างรู้สึกว่าเป็นไปได้
“ท่านเซียน พวกเขาเห็นพวกเราหรือ?” ลู่หยางตกใจอย่างมาก
เขากับเซียนทั้งสามห่างกันสามแสนปี สิ่งที่เขาเห็นเป็นเพียงเงา
ประวัติศาสตร์ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขากลับรู้สึกถึงตัวตน
ของเขาได้ ช่างน่าสะพรึงเกินไปกระมัง?
เซียนอมตะชายตามองลู่หยาง “อย่าเอาหน้าตัวเองไปแปะทอง ที่
พวกเขารู้สึกได้นั่นเป็นเพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงตัวตนของข้า
ต่างหาก”
หากเพียงวิทยายุทธ์ของลู่หยางอย่างเดียวจะทำให้เซียนทั้งสาม
รู้สึกได้ ตั้งแต่เงาประวัติศาสตร์ปรากฏ พวกเขาก็น่าจะรู้สึกได้แล้ว
อย่าว่าแต่ลู่หยางเลย แม้แต่ท่านเทียนขุยผู้มีวิทยายุทธ์สูงกว่าลู่
หยางมาก ก็ไม่เห็นเซียนทั้งสามมีปฏิกิริยาอะไร
“พูดถึงการ ‘มองเห็น’ ก็มีแต่เซียนแห่งกาลเวลาเท่านั้นที่สามารถ
มองจากอดีตเห็นพวกเราในอนาคต ส่วนเซียนอิงเทียนกับพวกเขา
อีกสองคนเพียงแค่รู้สึกเลือนรางว่ามีอะไรบางอย่าง พวกเขาถึงกับ
รู้สึกไม่ออกด้วยซ ้าว่าใครกำลังมองพวกเขาอยู่”
แม้จะเป็นเช่นนั้น ลู่หยางก็รู้สึกว่าเซียนช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เขาเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่เซียนทุกตนจะเป็นเหมือนเซียนอมตะ
เซียนอมตะสงสัยว่าลู่หยางกำลังคิดไม่ดีกับตนอยู่ แต่นางไม่มี
หลักฐาน
เซียนจิ้วชงครุ่นคิดสักครู่ ก็นึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่าง
“อาจจะไม่ใช่เซียนแห่งกาลเวลาก็ได้ อาจเป็นเซียนในอนาคต
มองข้ามห้วงกาลเวลามาเห็นพวกเรา เพราะตามความเร็วเล่นหมาก
ของพวกเจ้าสองคน พวกเราต้องอยู่ที่นี่ร้อยปี นานพอให้เกิดเงา
ประวัติศาสตร์แล้ว”
“เจ้าหมายความว่ามีเซียนในอนาคตเห็นเงาประวัติศาสตร์ของ
พวกเรางั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว นี่ก็เป็นความเป็นไปได้หนึ่ง ตอนนี้พวกเรามีเซียนแค่สี่
คน กึ่งเซียนก็เต็มไปหมด แต่ล้วนไม่ยอมดึงดันพยายาม ไม่มีสักคนที่
ก้าวขึ้นเป็นเซียนได้ แต่ในอนาคตอันยาวไกล การมีเซียนใหม่
ปรากฏขึ้นสองสามคนก็เป็นเรื่องปกติที่สุด”
ทั้งสามหัวเราะฮ่าๆ หากในอนาคตมีเซียนเพิ่มขึ้นอีกสองสามคน
บางทีอาจช่วยพวกเขาแบ่งเบาความเจ็บปวดที่เซียนอมตะนำมาให้ก็
ได้
“เฮ้ย เก้าชั้น อิงเทียน เฉียนหลิน พวกเจ้าได้ยินที่ข้าพูดไหม?”
เซียนอมตะตะโกน ปล่อยพลังออกไป พยายามส่งกระแสพลังของตน
ข้ามไป
ตั้งแต่แรกที่นางดูเงาประวัติศาสตร์ เซียนอิงเทียนก็ยังไม่รู้สึกถึง
ตัวตนของนาง แต่เมื่อนางพูดว่าจะลงโทษคนเบื้องหลัง ก็แผ่พลัง
ออกไปโดยไม่รู้ตัว เซียนอิงเทียนจึงรู้สึกถึงตัวตนของนาง
“กระแสพลังนี้……”
เซียนทั้งสามพร้อมใจกันเตรียมพร้อมรับมือ กระแสพลังนี้แผ่ว
เบาราวกับธูปที่ใกล้จะดับสนิท แทบไม่มีร่องรอย แต่พวกเขายังคง
สัมผัสถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้จากกระแสพลังอันแผ่วเบานี้
“กระแสพลังนี้เป็นของ███!”
ทั้งสามคนพร้อมใจกันนึกถึงคนคนเดียวกัน
เซียนอมตะทุบพวกเขาเติบโตมา หลังจากเป็นเซียนก็ถูกระเบิด
ทุกวัน ที่พวกเขาหลบอยู่ที่นี่ก็เพราะเซียนอมตะเช่นกัน
กระแสพลังนี้พวกเขาคุ้นเคยยิ่งกว่าอะไรดี!
หวงโต้วโต้ว ต้องเป็นหวงโต้วโต้วแน่นอน!
ทันใดนั้น หลังของพวกเขาก็เย็นวาบ กลัวว่าตนเพิ่งพูดไม่ดี
เกี่ยวกับหวงโต้วโต้ว
ฮู้ว น่าจะไม่มี
“พวกเจ้าสามคนได้ยินที่ข้าพูดไหม?”
เซียนอมตะพยายามหลายครั้ง เมื่อเห็นว่าเซียนจิ้วชงกับอีกสอง
คนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ก็ส่ายหน้า ละทิ้งอย่างน่าเสียดาย
ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูด
ลู่หยางขมวดคิ้ว หลังจากที่เซียนจิ้วชงและคนอื่นๆ สังเกตเห็น
เซียนอมตะจากอนาคต พวกเขาน่าจะเอ่ยชื่อของเซียนอมตะ แต่เขา
เห็นเพียงเซียนจิ้วชงอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงใดๆ และรูปปากก็ไม่ตรงกับ
คำว่าเซียนอมตะด้วย
“ปิดกั้นไว้รุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ”
ในบริบทเช่นนี้ การแทนที่เซียนอมตะด้วยเซียนแห่งกาลเวลาจะ
ทำให้เกิดช่องโหว่ใหญ่ แม้แต่คนโง่ก็จับได้ การปิดกั้นไปเลยจึงเป็น
วิธีง่ายกว่า
“พวกเจ้ารู้สึกแปลกไหม ███ ปล่อยกระแสพลังอยู่ตลอด มี
อะไรอยากส่งข้อความมาให้พวกเราหรือ?”
เซียนอิงเทียนขมวดคิ้ว เล่นกับหมากในมือ เขาคิดว่าเซียนอมตะ
อาจบังเอิญเห็นเงาประวัติศาสตร์ของพวกเขา อยากจะแหย่เล่นนิด
หน่อย จึงปล่อยกระแสพลัง
ถ้าเป็นเช่นนั้น ปล่อยครั้งเดียวก็พอ ทำไมต้องปล่อยซ ้าๆ
มากมายขนาดนี้?
เป็นเพราะเล่นจนเพลิน หรือว่าอยากจะส่งข้อความมา แต่เพราะ
เวลาห่างกันมากเกินไป จึงไม่สามารถส่งข้อความได้?
หากเป็นอย่างหลัง ทำไมต้องให้เซียนอมตะส่งข้อความด้วย ให้
เซียนแห่งกาลเวลาส่งข้อความไม่ดีกว่าหรือ?
เดี๋ยวก่อน… หรือว่าในอนาคตเกิดเหตุไม่คาดฝัน เซียนแห่ง
กาลเวลาไม่สามารถส่งข้อความได้?
“เก้าชั้น เจ้าไปตามเซียนแห่งกาลเวลามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ข้า
สงสัยว่า███ มีธุระอยากพบพวกเรา!”
“และอย่าให้ ███ รู้เรื่องนี้” เซียนฉี่หลินเสริม ไม่รู้ว่าหากเซียน
อมตะในอดีตและอนาคตเจอกัน จะเชื่อมต่อช่องเวลา หรือจะดับสลาย
ในทันที กลายเป็นระเบิดครั้งใหญ่ ไม่มีใครรู้ได้
“ได้”
ไม่ต้องให้เซียนอิงเทียนกับเซียนฉี่หลินพูดมาก เซียนจิ้วชงก็คิด
เรื่องพวกนี้ได้เอง
เซียนจิ้วชงแปรร่างเป็นลำแสง แหวกอวกาศ ก้าวเดียวก็ผ่าน
หลายพันหลายหมื่นปีแสง ข้ามระบบดวงดาวนับไม่ถ้วน มาถึงดาว
เหนือที่เซียนอมตะปกครอง
บนดาวเหนือ เซียนอมตะปล่อยกระแสเซียนฟุ้งกระจาย แค่มนุษย์
ธรรมดาสูดดมสักคำก็ยืดอายุเพิ่มปีชุบชีวิต รักษาโรคภัยได้ทั้งหมด
เขาเห็นผู้บำเพ็ญมากมายคุกเข่าริมฝั่งแม่น ้า โขกศีรษะสามคำ
รับคารวะเก้าครั้งต่อรูปปั้นเซียนอมตะที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง จากนั้นจึงอย่าง
เคารพตักน ้าหนึ่งชาม
นี่คือสินค้าขึ้นชื่อของดาวเหนือ แม่น ้าแม่ลูกและแม่น ้าแฝด
เมื่อเขามาถึงเรือนเซียนของเซียนอมตะ ก็เห็นนางกำลังอยู่ใน
ครัวแลกเปลี่ยนวิชาทำอาหารกับภรรยาทั้งสองของเซียนฉี่หลิน ส่วน
เซียนแห่งกาลเวลานั่งอยู่อย่างอึดอัด คงกำลังคิดหาข้ออ้างเพื่อหนีไป
อยู่
“อ้าว เก้าชั้นกลับมาแล้วหรือ ตัดไม้อู่ถงเสร็จแล้วหรือ?” เซียน
อมตะโผล่หน้าออกมา มีแป้งเปื้อนอยู่บนใบหน้า ยิ้มกว้างจาก
ห้องครัว
จนเซียนจิ้วชงตกใจจนแข็งทื่ออยู่กับที่
เขาพยายามปิดกั้นกระแสพลังของตนเอง ไม่คาดคิดว่าจะถูก
เซียนอมตะจับได้
“ตัดเสร็จแล้ว ใช้แรงไปมากทีเดียว” เขาเป็นผู้ผ่านมรสุมมา
มากมาย จึงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว วางไม้อู่ถงที่แบกบนบ่าลง
“พี่ใหญ่เก้าชั้นเหนื่อยแล้ว” อัจฉริยะตระกูลหงส์ยิ้มกว้างขณะขน
ไม้อู่ถงเข้าห้องครัว จากนั้นก็มีเสียงมังกรคำรามและหงส์ร้องดังไม่
ขาดสาย ไม่รู้กำลังทำอาหารอะไรกัน
เซียนจิ้วชงตะโกนเสียงดัง “คนโง่เล่นหมากอย่างอิงเทียน
กับเฉียนหลินสองคนนั้นไม่รู้ใครโกง อ้างว่าตัวเองไม่ได้เดินตานั้น
เซียนแห่งกาลเวลาช่วยไปตัดสินหน่อย”
เซียนแห่งกาลเวลามองเซียนจิ้วชงอย่างซาบซึ้ง เพื่อนดี เรายอม
ให้เกียรติเจ้าเป็นคนแรกที่บรรลุเป็นเซียนก็ไม่เสียเปล่า
“ได้ ข้าจะไปทันที”
แต่แล้วเซียนแห่งกาลเวลาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาเห็น
เซียนจิ้วชงสีหน้าเคร่งเครียด ไม่เหมือนเพียงแค่ช่วยเขาหนี แต่
เหมือนมีเรื่องสำคัญที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา
มีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือจากข้า แล้วยังต้องปิดบัง
เซียนอมตะด้วย?
เซียนแห่งกาลเวลารู้สึกได้รางๆ ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
เซียนสองตนแรกที่บรรลุเป็นเซียนข้ามกาลอวกาศนับไม่ถ้วน
กลับไปตามเส้นทางเดิม ยังเร็วกว่าเซียนจิ้วชงเดินทางคนเดียวเสียอีก
ระหว่างทาง เซียนแห่งกาลเวลาฟังคำบรรยายของเซียนจิ้วชงจบ
สีหน้าเคร่งเครียด ไม่เอ่ยวาจาใด