ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 559 เผ่าปีศาจที่สามัคคี
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวตกลงกันในทันที ตัดสินใจไปเขตปีศาจ
พร้อมกัน
“อย่ารีบร้อนเกินไป พวกเราต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ใน
เขตปีศาจก่อน” ลู่หยางแสดงท่าทีสงบนิ่ง พยายามกดมุมปากที่กำลัง
ยกขึ้นให้กลับลงมา
“จะชวนหม่านกู่กับพวกเขาไปด้วยหรือไม่?”
“หม่านกู่ไม่ได้ สายเลือดเผ่าม่านโบราณของเขาเป็นดาบสองคม
สำหรับเผ่าปีศาจ กับปีศาจระดับต ่าจะมีผลกดข่ม แต่กับสัตว์วิเศษ
ระดับสูงนั่นเท่ากับเรียกร้องความเกลียดชัง” ลู่หยางยังจำได้ไม่ลืม
ตอนที่พวกเขาอยู่ขั้นสร้างฐานไปฝึกฝนในป่าลึก หม่านกู่ปลุกเลือด
เผ่าม่านโบราณ ทำให้ปีศาจขั้นแก่นทองคำมากมายแห่กันมา
หากหม่านกู่ไปเขตปีศาจแบบนี้ พวกเขาคงต้องหนีปีศาจระดับ
ขั้นแปลงร่างเซียนหรือแม้แต่ระดับสูงกว่านั้นเป็นฝูง ไม่ต้องทำอะไร
อย่างอื่น แค่วิ่งหนีก็พอ
โอ้ หนีคงไม่ทันปีศาจ น่าจะใช้มวยเลียนแบบของพี่ใหญ่ดีกว่า
“น้องเถากำลังยุ่งกับการฝึกร่างเซียนแปรกาย ออกไปไม่ได้”
ก่อนจะมาหาเมิ่งจิ่งโจว ลู่หยางได้ไปหาเถาเหยาเยี่ยแล้ว เขาเห็น
นางถูกห่อหุ้มด้วยขนนกสีขาวทอง ราวกับกำลังฟักบางสิ่ง ตัดขาด
การติดต่อกับโลกภายนอก ไม่ควรรบกวน
“ศิษย์น้องหลี่น่าจะว่าง ไปถามเขาดูดีไหม”
ทั้งสองทิ้งม้าแก่ไว้ ไม่สนใจซวี่โหย่วที่ถูกสวมโซ่ตรวน มาถึงยอด
เขาร้อยเซียนเพื่อหาหลี่หาวเหริน
หลี่หาวเหรินกำลังถอดวิกผม เปลือยท่อนบน เผยให้เห็น
กล้ามเนื้อและศีรษะอันเงางาม กวัดแกว่งค้อนใหญ่ ตึงตังตึงตัง ไม่รู้
กำลังตีสร้างวัตถุวิเศษอะไรอยู่
เสียงตีสร้างวัตถุวิเศษนั้นดังมาก ศิษย์ยอดเขาร้อยเซียนจะสร้าง
กำแพงกำบังเสียงรอบตัวก่อนจะเริ่มสร้าง ไม่ให้เสียงส่งออกไปรบกวน
ศิษย์อื่น
“ฮึ่ก ในที่สุดก็เสร็จสักที” หลี่หาวเหรินถอนหายใจยาว หยิบวัตถุ
ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันเล็กใต้ค้อนใหญ่ขึ้นมา
“นี่คือวัตถุวิเศษอะไรที่สร้างเหรอ?”
ได้ยินเสียงลู่หยาง หลี่หาวเหรินเงยหน้าขึ้น เพิ่งจะพบว่าทั้งสอง
มาถึงแล้ว เมื่อครู่เขาจมอยู่ในการกวัดแกว่งค้อนใหญ่ ไม่ได้สังเกตสิ่ง
รอบข้าง
“นี่น่ะหรือ? นี่ไม่ใช่วัตถุวิเศษอะไรหรอก นี่คือซาลาเปาอัด”
“นี่คือของดีจากโรงอาหารยอดเขาร้อยเซียนที่จัดให้ศิษย์ใน
สำนัก เอาซาลาเปา ยาลูกกลอนต้าฮ่วนตัน และยาลูกกลอนรวมพลัง
อัดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางหรือพลังวิเศษ
หมดสิ้นในการต่อสู้ แค่กินสักคำเดียว รับรองฟื้นคืนกำลังวังชาและ
พลังวิเศษ!”
“วางไว้ที่หน้าอกยังเป็นโล่ป้องกันได้อีกต่างหาก ใช้ได้ดีกว่าแผ่น
ขนมปิ้งเมื่อก่อน”
“อยากลองชิมสักชิ้นไหม? เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ เลย”
ทั้งสองรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วบอกจุดประสงค์ที่มา
หลี่หาวเหรินแสดงสีหน้าลำบากใจ “ไปเขตปีศาจเหรอ? คง
เป็นไปไม่ได้ อาจารย์บอกให้ข้าอยู่ฝึกตนในสำนักอย่างสงบ ไม่ได้
บรรลุขั้นที่ท่านทั้งสองได้ ก็ยังไม่อาจออกนอกสำนัก”
“ท่านไม่ได้อยู่ขั้นแก่นทองคำปลายแล้วหรือ?”
“ข้าเพิ่งอยู่ในขั้นแก่นทองคำปลายได้สามเดือนนี่เอง แต่พวก
ท่านทั้งสองนั้นอยู่ขั้นนี้มาห้าเดือนแล้ว”
ลู่หยางพยักหน้าเข้าใจ หลี่หาวเหรินอยู่ในขั้นแก่นทองคำระดับ
เจ็ด ส่วนเขากับเมิ่งจิ่งโจวแล้วอยู่ขั้นแก่นทองคำระดับแปด
นี่แหละคือความแตกต่าง
“หากพวกท่านจะไปเขตปีศาจ ควรเตรียมตัวให้พร้อม ชิ่นห่าวเห
รินเคยหลบหนีไปหลบที่เขตปีศาจช่วงหนึ่ง ทำให้ข้าค่อนข้างรู้เรื่อง
เขตปีศาจ มีบางสิ่งที่ควรระวัง เช่น ม้าแก่ของตระกูลเมิ่งท่านนั้น ไม่
ควรพาไปเขตปีศาจ”
“หืม? ทำไมล่ะ?”
“ม้าแก่เป็นสัตว์วิเศษต่างสายพันธุ์นะ ท่านให้สัตว์วิเศษลากรถ นี่
เหมือนกับกลัวไม่ได้เป็นศัตรูกับเผ่าปีศาจหรือไง?”
จากรูปลักษณ์ภายนอก ม้าแก่มีเกล็ดมังกรบนหน้าผากสองสาม
แผ่น ทำให้จัดอยู่ในสัตว์วิเศษต่างสายพันธุ์ได้ง่าย นั่นคือ สัตว์เลี้ยงที่
มีเลือดสัตว์วิเศษแต่สายเลือดปนเปกันไปแล้ว
หลี่หาวเหรินไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของม้าแก่
แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าม้าแก่จะเป็นสัตว์วิเศษหรือ
สัตว์วิเศษต่างสายพันธุ์ การให้ม้าแก่ลากรถก็ไม่ต่างจากการพาห
ม่านกู่ไปเขตปีศาจนัก
“แต่หากพวกท่านกับม้าแก่สลับสถานะกัน ก็น่าจะไม่มีปัญหา”
“สลับสถานะ?”
“ก็คือพวกท่านลากรถ ม้าแก่นั่งบนรถ”
“…”
แล้วพวกเราจะพาม้าแก่ไปทำไมล่ะ?
“สัตว์วิเศษสามัคคีกันถึงขนาดนี้เลยหรือ?” ลู่หยางบ่นในใจ
มนุษย์นั้นเป็นตระกูลเดียวกัน แต่ปีศาจนั้นรวมสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน
เข้าด้วยกัน ตระกูลเสือจะโกรธหากเห็นม้าแก่ลากรถหรือ?
ช่างสามัคคีกันเกินไปแล้ว
“ที่จริงตอนแรกเผ่าปีศาจก็ไม่ได้สามัคคีกันขนาดนี้” เซียนอมตะ
เข้าใจเรื่องนี้ดี
“สมัยก่อนปีศาจเหี้ยมโหด ไหนเลยจะให้มนุษย์อยู่ ตระกูลเสือ
ตระกูลมังกร ตระกูลวัว ตระกูลม้า และอื่นๆ แต่ละตระกูลมีอุปสรรค
มาก มักสู้รบเพื่อเอาชีวิตกัน”
“จนกระทั่งมนุษย์ลุกขึ้นมา ชนเผ่ารวมตัวกัน ปีศาจจึงเริ่มรู้สึกถึง
แรงกดดัน พอถึงยุคของพวกเรา มีห้าเซียนยุคโบราณ มนุษย์ครอง
สามตำแหน่ง ปีศาจมีแค่เซียนฉี่หลิน ส่วนเซียนแห่งกาลเวลาไม่ได้อยู่
ฝ่ายไหน สามต่อหนึ่ง มนุษย์มีความได้เปรียบเหนือกว่ามาก นี่คือ
รากฐานฐานะครอบครองของมนุษย์”
“ปีศาจรู้สึกถึงแรงกดดันจากมนุษย์ จึงรวมตัวกันเอง และเรียก
ตัวเองว่าเผ่าปีศาจ”
ลู่หยางอดคิดไม่ได้ว่า พวกมันน่าจะกลัวเจ้าจะกินพวกมัน จึงถูก
บังคับให้สามัคคีกันด้วยซ ้า
“ศิษย์น้องหลี่ ช่วยเล่าเรื่องของเขตปีศาจให้ฟังหน่อยได้ไหม?”
เมิ่งจิ่งโจวถาม
หลี่หาวเหรินพยักหน้า ใช้กิ่งไม้วาดวงกลมใหญ่บนพื้น แล้ววาด
วงกลมเล็กๆ หลายวงในวงกลมใหญ่
“นี่คือเขตปีศาจ วงกลมเล็กคือเผ่าปีศาจ”
“ต่างจากแคว้นต้าเซี่ยและดินแดนพุทธะ ปีศาจมีระเบียบแบบ
แผนกระจัดกระจาย ไม่ได้สร้างราชวงศ์ พวกมันเหมือนมนุษย์ในยุค
แรก อาศัยอยู่เป็นชนเผ่า ความสัมพันธ์ของแต่ละเผ่าสลับซับซ้อน มี
เผ่าที่เป็นศัตรูกันมาแต่โบราณ มีเผ่าที่แค้นส่วนตัว มีการร่วมมือกัน
มีการทรยศหักหลัง อย่าดูความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าปีศาจแค่ผิวเผิน
เพราะมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมาก”
“ปีศาจแบ่งได้เป็นสามประเภทใหญ่ๆ พวกที่ชอบมนุษย์ พวกที่
เป็นกลาง และพวกที่เกลียดมนุษย์”
“เช่น ตระกูลมังกร ตระกูลหงส์ คือพวกที่คบหากับมนุษย์ดี ส่วน
ตระกูลเทาเที่ย คือพวกที่เกลียดมนุษย์ ตระกูลฮุ่นตุนเป็นพวกเป็น
กลาง เมื่อพวกท่านไปถึงเขตปีศาจ ต้องระวัง พยายามไปที่เขต
ปกครองของปีศาจที่ชอบมนุษย์”
“ปีศาจยึดถือความแข็งแกร่งและสายเลือดเป็นสำคัญ สายเลือด
ยิ่งบริสุทธิ์ พลังยิ่งสูง ยิ่งง่ายที่จะได้รับความเคารพจากพวกมัน”
“เช่น ตระกูลมังกรบริสุทธิ์ ตระกูลหงส์บริสุทธิ์ ตระกูลเต่าเทวะ
บริสุทธิ์ พวกนี้ทั้งเป็นตระกูลใหญ่และมีสายเลือดบริสุทธิ์ จึงมีฐานะ
สูงสุดในเผ่าปีศาจ”
“แน่นอน ยกเว้นมนุษย์ อย่างน้อยข้าไม่เคยได้ยินว่าปีศาจเคารพ
มนุษย์เพราะเราเป็นมนุษย์บริสุทธิ์”
ต่อมา หลี่หาวเหรินยังได้เล่าถึงข้อห้ามของแต่ละเผ่า เช่น มังกร
นั้นมีเกล็ดหวงห้าม ห้ามแตะต้อง เช่น อย่าพูดเรื่องตระกูลหงส์ขาย
เลือด เป็นต้น
“ความรู้ของข้าเกี่ยวกับเขตปีศาจมีไม่มาก เพราะตอนนี้ข้ามี
ความทรงจำของชิ่นห่าวเหรินเพียงครึ่งเดียว หลายสิ่งยังคลุมเครือ
หากข้าบอกท่านไปอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดได้ ผู้อาวุโสทั้งหลายใน
วัยหนุ่มล้วนเคยเที่ยวตระเวนใต้หล้า คงเคยไปเขตปีศาจมาแล้ว ท่าน
สามารถถามพวกเขาเกี่ยวกับข้อควรระวังได้”
“มีเหตุผล”
ผู้อาวุโสทั้งหลายล้วนมีประสบการณ์มากมาย ทั้งทางบวกทาง
ลบ เผ่ามาร วัด คฤหาสน์โลกิยะ ดินแดนพุทธะ และเขตปีศาจ ล้วน
เคยไปมาแล้ว
ผู้อาวุโสใหญ่กำลังสนทนากับซวี่โหย่ว ทั้งสองจึงไปหาท่าน
ป้าป๋า
“พวกท่านจะไปเขตปีศาจ มีอะไรควรระวังไหม?”
ท่านป้าป๋าก้มหน้าครุ่นคิด แล้วพูดด้วยความจริงจัง
“อย่าบอกว่าพวกเจ้าเป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า”