ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 560 คนรุ่นก่อนขุดหลุม คนรุ่นหลังตกหลุม
“ท่านป้าป๋า ตอนหนุ่มๆ ท่าน…ก่อเรื่องในเขตปีศาจหรือ?”
“ไม่มีทาง ข้าเป็นคนสุภาพเรียบร้อย มักจะช่วยเหลือคนอื่นเป็น
ลูกมือเท่านั้น เรื่องร้ายๆ ไม่ใช่ข้าทำ”
“ข้าได้ยินว่าตระกูลมังกรและตระกูลหงส์ล้วนจัดอยู่ในฝ่ายที่คบ
หากับมนุษย์ได้ คงไปได้ใช่ไหม?”
ลู่หยางจำได้ว่าพวกเขาเคยพบชาวตระกูลหงส์ที่ขายเลือดเพื่อ
ทำหินเลือดหงส์ที่บ้านเกิดของหลี่หาวเหริน หลังจากแนะนำตัวแล้ว
คนผู้นั้นยังต้อนรับอย่างอบอุ่น
“ไปได้ก็ได้ แต่ต้องไม่เปิดเผยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง”
“เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อะไรหรือ?”
“สุภาษิตกล่าวไว้ว่ามังกรและหงส์คู่กันคือสิ่งมงคล เป็น
สัญลักษณ์แห่งสิริมงคล ยามแต่งงาน ตระกูลใหญ่ก็ชอบติดกระดาษ
ตัดรูปมังกรหงส์”
“เหลาจิ่วคิดหนัก บอกว่าการแต่งงานก็คือการที่สามีภรรยา
ประกาศแก่ผู้คนว่าคืนนี้พวกเขาจะร่วมหอลงโรงกัน ดังนั้นภาพมังกร
หงส์ในกระดาษตัดควรมีความหมายในแง่นี้ด้วย เพียงแต่มนุษย์ไม่มี
โอกาสเห็นมังกรและหงส์สมสู่กัน กระดาษตัดจึงไม่สมจริง”
“เหลาจิ่วกล้าเป็นผู้บุกเบิก แอบไปหาคู่สามีภรรยาจากตระกูล
มังกรหงส์ ดูพวกเขาร่วมเรียงเคียงหมอน บันทึกขั้นตอนไว้ รวบรวม
ข้อมูลเป็นตำรา เรียกว่า ‘หนังสือต้องห้ามเปลี่ยนร่างมังกรหงส์’ ไม่
ทราบว่าพวกเจ้าเคยได้ยินหรือไม่”
ลู่หยาง “…”
จะไม่เคยได้ยินได้อย่างไร วันแรกที่ข้าเข้าหอคัมภีร์ก็พบ ‘หนังสือ
ต้องห้ามเปลี่ยนร่างมังกรหงส์’ แล้ว ยังซ่อนอยู่ในมุม ตอนพบยังคิดว่า
ได้วิชาวิเศษเสียอีก
ศิษย์พี่ในหอคัมภีร์ยังสงสัยด้วยซ ้า ‘หนังสือต้องห้ามเปลี่ยนร่าง
มังกรหงส์’ เป็นตำราต้องห้าม ทั่วใต้หล้าหาไม่ได้ ทำไมหอคัมภีร์ถึง
ได้มีอยู่หนึ่งเล่ม
ที่แท้เป็นฝีมืออาจารย์เขียนเอง!
จากปฏิกิริยาของตระกูลมังกรหงส์ ดูเหมือนว่าพวกเขายังไม่รู้ว่า
นี่เป็นฝีมืออาจารย์ แต่ในอนาคตก็ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่มีใครรู้
“ตระกูลไป๋เจอล่ะ?” ลู่หยางได้ยินว่าตระกูลไป๋เจอเป็นพวกเป็น
กลาง เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างเผ่าปีศาจ มักจะให้ตระกูลไป๋เจอ
เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เป็นพยาน
“กับตระกูลไป๋เจอไม่มีปัญหาใหญ่ เพียงแต่พวกเราพี่น้องเคยก่อ
เรื่องในเขตปีศาจ ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ในยามคับขัน จึงปลอมตัวเป็น
ตระกูลไป๋เจอเพื่อหลบหนี แต่น่าเสียดายภายหลังถูกไป๋เจอตัวหนึ่ง
พบเข้า มันจะจับพวกเรากลับไป ในยามคับขัน ผู้อาวุโสที่แปดได้ถาม
มันว่า ‘ตระกูลไป๋เจอของเจ้ารู้ทุกอย่าง แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าไม่รู้
อะไร?'”
“อาศัยช่วงที่มันกำลังครุ่นคิด พวกเราจึงหนีรอดมาได้ ได้ยินว่า
ตัวไป๋เจอที่ถูกผู้อาวุโสที่แปดถามนั้น ตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าเผ่าแล้ว”
“ตระกูลไป๋เจอมีความยุติธรรม โอบอ้อมอารี เรื่องมากมายคงลืม
ไปนานแล้ว”
“ก่อเรื่องนิดหน่อย?” ลู่หยางรู้สึกว่าเรื่องที่ก่อนั้นคงไม่เล็กแน่
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่บังเอิญตอนนั้นได้พบดินแดนลับที่
เปิดห้าปีครั้งในเขตปีศาจ พวกเราก็เข้าไปเสี่ยงดวงว่าจะได้ของดี
หรือไม่ มาตรฐานการเข้าดินแดนลับค่อนข้างสูง ต้องเป็นสายเลือด
บริสุทธิ์ โชคดีที่พวกเราล้วนเป็นมนุษย์บริสุทธิ์ จึงเข้าไปได้โดยไม่มี
ปัญหา”
“ใครจะคิดว่าพอเข้าไปแล้วตระกูลปีศาจกลับหน้ามือเป็นหลังมือ
ไม่ยอมรับพวกเรา ตระกูลปีศาจรังแกพวกเรา แข่งขันไม่เป็นธรรม ยัง
ใช้วิธีสกปรก วางแผนฆ่าพวกเรา พวกเราดูออกว่าเรื่องไม่ดีแน่”
“ข้าจึงใช้หินปิดทางเข้าดินแดนลับ ศิษย์พี่หญิงคนที่หกก็สร้าง
ภาพมายาเป็นทางเข้าปลอมข้างๆ จากนั้นก็ตะโกนออกไปว่าทางเข้า
มีปัญหา ออกไม่ได้แล้ว”
“ธรรมดาตระกูลปีศาจไม่เชื่อหรอก ก็มีตัวหนึ่งลองเข้าทางเข้า
ปลอม เข้าไปแล้วพบว่าไม่ใช่โลกภายนอก แต่เป็นพื้นที่ไม่รู้จัก รีบ
กลับมา ยังสงสัยว่าเจอกระแสพื้นที่ผิดปกติ ออกมาไม่ได้”
“ทางเข้าปลอมเชื่อมต่อกับแหวนเก็บของของสำนักเลี้ยงสัตว์
วิเศษ เป็นแบบพิเศษ สามารถใส่สิ่งมีชีวิตได้ เขาเข้าไปในแหวนเก็บ
ของ แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ไม่รู้จัก”
“ปีศาจตัวหนึ่งลองไม่ได้ผล ปีศาจที่มีตำแหน่งสูงหลายตัวก็เข้า
ไปลองในทางเข้าปลอม ได้ข้อสรุปเดียวกัน—เกิดกระแสพื้นที่
ผิดปกติแล้ว”
“ทางเข้าดินแดนลับเปิดเพียงสิบวัน พวกเราเลือกออกจาก
ดินแดนลับในช่วงท้ายของวันที่สิบ บอกกับคนด้านนอกว่าดินแดน
ลับอันตราย ปีศาจตายหมดแล้ว พวกปีศาจก็ถูกพวกเราขังอยู่อย่าง
นั้นห้าปี พอออกมาก็ตามหาพวกเราทั่วใต้หล้า”
“จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นด้วยหรือ พวกเราใช้ความสามารถแย่ง
ชิงโชคลาภไม่ได้หรือ ต้องหลอกพวกมันด้วยเล่ห์กลแบบนี้”
“ก็พูดดีแล้วนี่ ทำไมต้องเล่นเล่ห์กลหลอกลวงกัน”
ท่านป้าป๋าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “พูดก็ถูก ตระกูลเทาเที่ยนั้นเกลียด
ชังมนุษย์ ไม่ว่าจะมีเรื่องหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน ผู้อาวุโสใหญ่เพียงด้วย
ความอยากรู้อยากเห็น เข้าไปสำรวจสุสานบรรพบุรุษของตระกูลเทา
เที่ย ถูกตระกูลเทาเที่ยพบเข้าเท่านั้นเอง”
หลังจากถามท่านป้าป๋า ทั้งสองยังได้ไปหาผู้อาวุโสที่สาม สี่ ห้า
หก เจ็ด และแปด เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่ม
ทั้งสองโชคดีที่พบว่าท่านป้าป๋าโกหก—ศิษย์ทั้งเก้าแห่ง
สำนักเวิ่นเต๋าก่อเรื่องในเขตปีศาจบ่อยกว่าที่ท่านป้าป๋าบอกเสียอีก
“แค่นี้เราไม่ได้ต้องระวังว่าอย่าบอกใครเลยว่าเราเป็นศิษย์
สำนักเวิ่นเต๋า แต่เราไม่ควรไปเขตปีศาจเลยด้วยซ ้า”
ลู่หยางรู้สึกว่าอนาคตข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตราย อาบไปด้วย
แสงอำมหิต
“ไม่น่ามีปัญหาหรอก ดูสิ ศิษย์พี่คนที่สามของเราก็อยู่ในเขต
ปีศาจอย่างสบายดี ยังมีเวลาศึกษาประวัติศาสตร์ยุคโบราณอีก เมื่อ
ไปหานางคงปลอดภัยแน่นอน”
“แค่ไม่รู้ว่าภาพวาดของพวกเราได้แพร่ไปถึงเขตปีศาจแล้วหรือ
ยัง”
“คงไม่มีหรอก ดูสิ พวกเรายังไม่เคยได้ยินว่าอัจฉริยะในเขต
ปีศาจชื่ออะไร ในทางกลับกัน เขตปีศาจคงไม่คุ้นกับอัจฉริยะของ
แคว้นต้าเซี่ยเช่นกัน อย่างมากก็แค่รู้จักชื่อเท่านั้น”
“มีเหตุผล”
ทั้งสองปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจเดินทางสู่เขตปีศาจ
ด้วยฐานะผู้บำเพ็ญ จะกลัวความท้าทายได้อย่างไร
ทั้งสองซื้อข้าวของมากมาย เน้นอุปกรณ์ป้องกันตัว เก็บลงใน
แผ่นหยกประจำตัว เดินทางเบากาย ขึ้นเรือเหาะไปยังที่เก่า—ด่าน
ปราบมาร
ครั้งนั้นพี่ใหญ่โยนพวกเขามาที่นี่
อุตสาหกรรมวิกผมที่เคยรุ่งเรืองที่ด่านปราบมารเสื่อมลงอย่าง
รวดเร็ว เมื่อไม่มีลู่หยางมาวุ่นวาย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิกผมแล้ว
ยาไล่ยุงทั้งสองก็ไม่ต้องการแล้ว พลังขั้นแก่นทองคำปล่อย
ออกมา แมลงและยุงไม่กล้าเข้าใกล้
ระหว่างด่านปราบมารกับเขตปีศาจคือป่าลึก ลู่หยางก็เคยบรรลุ
ขั้นแก่นทองคำในป่าลึกนี้เอง
“แต่ก่อนสัตว์วิเศษขั้นแก่นทองคำพวกนี้คุกคามพวกเราไม่น้อย
พอเจอขั้นทารกแรกกำเนิดยังต้องวิ่งหนี แต่ตอนนี้ดูแล้ว ก็แค่สัตว์
เล็กน้อย” สองผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำระดับแปดเดินคุยกันอย่าง
สบายใจในป่าลึก
ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ ในพุ่มไม้มืดมิดมีดวงตาสีเขียว
เรืองแสงจับจ้องทั้งสอง ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภและกระหายเลือด
กลิ่นอายฆาตกรรมแผ่ซ่าน
แต่หลังจากที่สองผู้อาวุโสโบราณสังหารสัตว์วิเศษขั้นทารกแรก
กำเนิดตัวหนึ่งด้วยมือเปล่า สัตว์วิเศษที่ซ่อนตัวอยู่ก็ถอยร่นไปอย่างรู้
ความยากง่าย เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้แต่เมื่อพวกเขาเข้าสู่อาณาเขตของสัตว์วิเศษขั้นทารกแรก
กำเนิด พวกมันที่มีอาณาเขตอันแข็งแกร่งก็ไม่กล้าโผล่หน้าออกมา
ทำเป็นไม่เห็นทั้งสอง แอบภาวนาว่าอย่าให้เกิดเรื่อง
พวกที่บำเพ็ญจนถึงขั้นทารกแรกกำเนิดล้วนไม่ใช่คนโง่ พวก
มันเข้าใจฐานะของตนเองดี เป็นเพียงสัตว์วิเศษเลือดผสม พลังไม่ได้
โดดเด่น แต่สองคนตรงหน้ามีพลังเทียบเท่าอัจฉริยะชั้นยอดของ
ตระกูลปีศาจ พวกมันจะกล้ารังควานได้อย่างไร
ป่าลึกไม่สามารถคุกคามลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวได้อีกแล้ว
ทั้งสองฉวยโอกาสที่ยังไม่ได้เข้าสู่เขตปีศาจอย่างเป็นทางการ
แสดงพลังข่มข่องตัวเองอย่างเต็มที่