ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 574 ตัวตนที่แท้จริงของผู้ไม่ประสงค์ออกนามแห่ง
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 574 ตัวตนที่แท้จริงของผู้ไม่ประสงค์ออกนามแห่ง
ยุคโบราณ
ชั้นล่างสุดของทวีป ผู้บำเพ็ญที่มีความสามารถมาถึงชั้นล่างสุด
ของทวีปมีไม่น้อย แต่น้อยมากที่จะทำเช่นนี้ ไม่มีความคิดนี้
ลู่หยางก็เช่นกัน เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าถ้าใช้วิชาย่นพื้นที่อย่าง
ต่อเนื่อง ไปยังชั้นล่างสุดของทวีป จะได้เห็นอะไร
จนกระทั่งศิษย์พี่คนที่สามพูดเช่นนั้น เขาถึงได้มุ่งปฏิบัติการ
ชั้นล่างสุดของทวีปมืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย ลู่หยางคิดจะใช้
จิตตรวจสอบ แต่ถูกเซียนอมตะห้ามไว้
“อย่าใช้จิตมอง ของพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้ มองทีเดียว
สมองเจ้าก็รับไม่ไหว”
ลู่หยางถอยห่างอย่างว่าง่าย เรื่องของเซียนให้เซียนจัดการ เขา
ไม่ยุ่งดีกว่า
“ถอยให้ไกลหน่อย ข้ากลัวเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกระทบเจ้า”
เซียนอมตะเพิ่งเคยเห็นของแบบนี้ครั้งแรก จากคำบรรยายของ
กั่นเถียน สมบัติชิ้นนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือทำลายไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่า
มันมีความสามารถอื่นอีกไหม เช่น สะท้อนกลับ หักเหพลัง อะไร
ทำนองนี้
ลู่หยางถอยยิ่งกว่าเดิม
“เจ้ารีบวิ่งไปไกลทำไมกัน?”
เซียนอมตะเรียกลู่หยางกลับมา ลู่หยางกลับมาอย่างว่าง่าย เซียน
อมตะใช้นิ้วแตะหน้าผากลู่หยางเบาๆ สองครั้ง จิตของเซียนเชื่อมโยง
สองคนเข้าด้วยกัน
เช่นนี้แล้ว ไม่ว่าลู่หยางจะวิ่งไปไกลแค่ไหน ตราบใดที่ไม่หลุดพ้น
จากขอบเขตจิตของเซียน ทั้งสองยังคงสนทนากันได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันลู่หยางได้รับแรงกระเทือนทางจิต
เซียนอมตะไม่ได้แบ่งปันมุมมองเหมือนครั้งก่อน
“ได้ ตอนนี้ไปได้แล้ว”
เซียนอมตะเห็นลู่หยางไปถึงที่ปลอดภัยแล้ว จึงแผ่จิตเซียน
ออกไป วิเคราะห์ทีละนิ้ว ภายใต้จิตเซียนอันทรงพลัง โครงสร้างชั้น
ล่างสุดของทวีปปรากฏต่อหน้านาง ยิ่งดู ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ที่นี่ตั้งกำแพงใสสองชั้น แต่ละชั้นสอดคล้องกับขั้นข้ามพิบัติและ
ขั้นเซียน กำแพงชั้นแรกผู้อยู่ในขั้นข้ามพิบัติไม่สามารถทำลายได้
กำแพงชั้นที่สองแม้แต่เซียนก็ทำลายไม่ได้”
“ไม่มีตำแหน่งสำหรับผู้อยู่ในขั้นกึ่งเซียนหรือ?”
“ความแตกต่างหลักระหว่างขั้นกึ่งเซียนกับขั้นข้ามพิบัติคือการ
รองรับรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า เจ้าอาจมองว่ากึ่งเซียน
เป็นช่วงเปลี่ยนระหว่างขั้นข้ามพิบัติกับขั้นเซียน หากเจ้าเพิ่งเข้าสู่ขั้น
ข้ามพิบัติแล้วรองรับรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า เจ้าคือ
กึ่งเซียน หากเจ้าอยู่ในขั้นข้ามพิบัติระดับสูงสุดแล้วรองรับรูปแบบ
ของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า เจ้าก็ยังคงเป็นกึ่งเซียน”
“ความแตกต่างระหว่างกึ่งเซียนสองประเภทนี้คือพลังพื้นฐานไม่
เท่ากัน”
“เมื่อกึ่งเซียนรวบรวมผลของการบำเพ็ญอย่างสมบูรณ์
กลายเป็นเซียน พลังโดยรวมจึงจะก้าวกระโดด”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
แม้ลู่หยางเพิ่งอยู่ในขั้นแก่นทองคำระดับสูงขั้นแปด แต่เขาได้รับ
ความรู้มหาศาลที่แม้แต่ผู้อยู่ในขั้นข้ามพิบัติอาจไม่รู้แน่
“โครงสร้างซับซ้อนยิ่งนัก ใครวางกับดักนี้?”
เซียนอมตะแตะกำแพงชั้นแรกเบาๆ กำแพงแตกทะลุ อักษรวิเศษ
มากมายกระพริบวูบวาบ รวมตัวเป็นลำแสงสีขาว แสงกระพริบแวบ
หนึ่ง กำแพงกลับคืนสู่สภาพเดิม แนบเนียนไร้รอย ราวกับไม่เคย
ได้รับความเสียหาย
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งลมหายใจ
เมื่อเซียนอมตะใช้วิธีเดียวกันแตะกำแพงอีกครั้ง กำแพงไม่มีการ
เปลี่ยนแปลง แม้แต่รอยแตกเล็กๆ ก็ไม่มี
“นี่คือ…”
เซียนอมตะลังเล
“เซียนอมตะ มีปัญหาอะไรหรือ?”
“กำแพงนี้มีผลของการบำเพ็ญสองชนิดทำงานอยู่”
“สองชนิด?”
“ผลของการบำเพ็ญกาลเวลาของเซียนแห่งกาลเวลา และผล
ของการบำเพ็ญผู้เหมาะสมย่อมเอาชีวิตรอดของเซียนฉี่หลิน”
“ผลของการบำเพ็ญกาลเวลาทำให้เวลาย้อนกลับ กำแพงที่
เสียหายกลับคืนสู่สภาพเดิม ผลของการบำเพ็ญผู้เหมาะสมย่อมเอา
ชีวิตรอดทำให้การโจมตีแบบเดิมๆ ไม่อาจทำลายกำแพงได้”
“เดี๋ยวก่อน ไม่ถูก กำแพงนี้ยังมีความแข็งแรงจากผลของการ
บำเพ็ญหยินหยางของเซียนจิ้วชงด้วย ผลของการบำเพ็ญหยินหยาง
เพิ่มแนวคิด [แข็งที่สุด] ให้กับกำแพง กำแพงชั้นแรกแข็งจนผู้อยู่ใน
ขั้นข้ามพิบัติทำลายไม่ได้ กำแพงชั้นที่สองแข็งจนแม้แต่พลังของ
เซียนก็ทำลายไม่ได้”
แก่นแท้ของผลของการบำเพ็ญคือการเพิ่มกฎเกณฑ์หนึ่งให้กับ
โลก หากเซียนอมตะต้องการ นางอาจเพิ่ม [กฎเกณฑ์อมตะ] ให้ทั่ว
ทั้งโลก ทำให้ทุกคนมีชีวิตยืนยาวไม่แก่ไม่ตาย
กำแพงก็เช่นกัน เซียนแห่งกาลเวลา เซียนฉี่หลิน และเซียนจิ้วชง
ทั้งสามขยายกฎเกณฑ์ของผลของการบำเพ็ญมายังกำแพง ทำให้
กำแพงมั่นคงไม่สั่นคลอน กลายเป็นสิ่งที่แม้แต่เซียนก็ไม่อาจทำลาย
ได้
“ยังไม่ถูกอีก หากมีผลของการบำเพ็ญทั้งสามชนิดอยู่ ข้าน่าจะ
เห็นได้ทันที ไม่ใช่ต้องทดลองซ ้าๆ ใช้ปรากฏการณ์ย้อนกลับหาผล
ของการบำเพ็ญ…เว้นแต่จะมีผลของการบำเพ็ญตอบสนองภัยพิบัติ
ของเซียนอิงเทียนด้วย”
“ใช่ ต้องมีผลของการบำเพ็ญตอบสนองภัยพิบัติด้วย เซียนอิง
เทียนใช้ผลของการบำเพ็ญของตนเรียก ‘ภัยพิบัติอนันต์’ ทำให้
กฎเกณฑ์ของผลของการบำเพ็ญของเซียนแห่งกาลเวลาและอีกสอง
คนปั่นป่วน แตกออกแล้วรวมกันใหม่”
“ภัยพิบัติอนันต์คืออะไร?”
“อธิบายยากสักหน่อย เจ้าอาจเข้าใจว่าเป็นภัยพิบัติที่ใหญ่ที่สุด
วุ่นวายที่สุด เมื่อเรียกภัยพิบัตินี้ขึ้นมา แม้แต่เซียนอิงเทียนเองก็ไม่
อาจแก้ไขได้”
“เมื่อใช้ภัยพิบัติอนันต์กับกำแพง ก็เหมือนผูกเงื่อนตาย เว้นแต่
จะตัดเชือก ไม่มีใครแก้ออกได้”
“หมายความว่า กำแพงนี้เป็นฝีมือของเซียนทั้งสี่ยุคโบราณ แต่
แม้เรียกพวกเขาทั้งสี่มา พวกเขาก็แก้กำแพงไม่ได้?”
“ใช่ อย่างนั้น”
ลู่หยางสูดหายใจเฮือก เซียนทั้งสี่ยุคโบราณเล่นหนักจริงๆ คิดจะ
ทำอะไรกัน?
“ก็แสดงว่า ที่เรียกว่าผู้ไม่ประสงค์ออกนามแห่งยุคโบราณคือ
เซียนทั้งสี่ยุคโบราณ?”
เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างกำแพงเสร็จสิ้น เป็นฝีมือของเซียนทั้งสี่
ยุคโบราณ ดังนั้นตำนานที่ว่าผู้ไม่ประสงค์ออกนามแห่งยุคโบราณ
หลอมรวมดวงดาวเป็นทวีป ก็คือเซียนทั้งสี่ยุคโบราณ?
ทุกคนล้วนตกอยู่ในกับดักความคิด เข้าใจว่าผู้ไม่ประสงค์ออก
นามแห่งยุคโบราณเป็นคนเดียว แต่ที่แท้คือสี่คน
“ก็พวกเขาสี่คนนั่นแหละ!” เซียนอมตะพยักหน้ายืนยัน ใบหน้า
เปล่งปลั่งด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย “ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าการตายของข้าไม่
เกี่ยวกับพวกเขาสี่คน”
ลู่หยางลังเล รู้สึกว่าเซียนอมตะสรุปเร็วเกินไป นี่สามารถยกเว้น
ความเป็นไปได้ที่เซียนทั้งสี่ยุคโบราณร่วมมือกันสังหารเซียนอมตะได้
หรือ?
“เหตุผลที่ข้าสรุปแน่นอนมีของข้า” เซียนอมตะเปลี่ยนเรื่องพูด
ถามคำถามอื่น “รู้หรือไม่ว่าจะทำลายกำแพงนี้ได้อย่างไร?”
กรงขังที่เซียนทั้งสี่ยุคโบราณร่วมมือกันสร้าง ตามคำกล่าวของ
เซียนอมตะ แม้แต่เซียนก็ไม่อาจเปิดได้ ดังนั้นชาวโลกทั้งหมดจะต้อง
อาศัยอยู่ในกรงขังตลอดไป ชั่วชีวิตแล้วชั่วชีวิตเล่า
“ทำลายอย่างไร?”
“ภัยพิบัติอนันต์เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ภัยพิบัติอนันต์เหมือนกับ
กล่องที่ถูกล็อคด้วยกุญแจหนึ่งหมื่นดอก และเจ้ามีกุญแจหนึ่งหมื่น
ดอกที่ไม่รู้ว่าเข้ากับล็อคตัวไหน เจ้าต้องใช้กุญแจแต่ละดอกไขล็อค
แต่ละตัว ในกระบวนการนี้เจ้าไม่อาจล้มเหลว ผิดพลาดครั้งเดียวก็
ต้องเริ่มต้นใหม่ นี่เป็นปัญหาของโชคล้วนๆ”
“หากต้องการแก้ไขภัยพิบัติอนันต์ ต้องอาศัยการโจมตีระดับ
เซียนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการหยุดพัก และเนื่องจากมีผลของการ
บำเพ็ญผู้เหมาะสมย่อมเอาชีวิตรอด การโจมตีระดับเซียนไม่อาจใช้
ซ ้า”
“เช่นนั้น…” ลู่หยางครุ่นคิดตามความคิดของเซียนอมตะ นึกถึง
วิธีแก้ไข
“ดังนั้นจึงต้องมีข้า การจิตวิญญาณระเบิดของข้าไม่ถูกจำกัด
ด้วยผลของการบำเพ็ญผู้เหมาะสมย่อมเอาชีวิตรอด ทุกครั้งที่จิต
วิญญาณระเบิดมีวิธีไม่เหมือนกัน”
“หากต้องการไขกรงขัง จำเป็นต้องให้เซียนทั้งห้ายุคโบราณ
ร่วมมือกัน ข้ากับเซียนอิงเทียนแก้ภัยพิบัติอนันต์ เซียนแห่งกาลเวลา
เซียนฉี่หลิน และเซียนจิ้วชงทั้งสามช่วยกันแก้กฎเกณฑ์ที่จำกัด!”
ลู่หยางสมองมึนงง รวบรวมหลักฐานที่มีทั้งหมด เชื่อมโยงเข้า
ด้วยกัน นึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามแสนปีก่อน และเข้าใจว่าเหตุใด
เซียนอมตะจึงมั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือของเซียนทั้งสี่ยุคโบราณ:
หลังเซียนอมตะสิ้นชีพ เซียนทั้งสี่ยุคโบราณหาตัวฆาตกรไม่พบ
อีกทั้งด้วยเหตุผลบางประการ พวกเขาไม่อาจฟื้นชีพเซียนอมตะ จึง
ร่วมมือกันใช้วิธีอันน่าตะลึง หลอมรวมดวงดาวเป็นทวีป
นี่คือการประกาศอย่างชัดเจนกับฆาตกร: จงฟื้นชีพเซียนอมตะ
ไขกรงขัง หรือไม่ก็ติดอยู่ในกรงด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครออกไปได้!!!