ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 573 กรงขัง
“หยุดนะ! อย่าให้นางหนีไป!”
“ตายซะ!”
“ฆ่ามันให้ได้!”
กลุ่มปีศาจขั้นรวมร่างหลายคนตะโกนก้อง ปลุกกระตุ้นพลัง
สายเลือดถึงขีดสุด เทพพิโรธนานาชนิดราวสายฝนถาโถม ร่วงหล่น
ลงพื้น แผ่นดินสั่นสะเทือน ป่าล้มทั้งผืน ฝุ่นควันคละคลุ้ง
ฉึบ——-
ศิษย์พี่คนที่สามบังคับหนังสัตว์อย่างคล่องแคล่ว พุ่งออกจาก
กลุ่มควัน ทิ้งห่างอย่างรวดเร็ว
นางยังไม่ลืมปลอบประโลมให้ศิษย์น้องทั้งสองคนสบายใจ “ไม่
ต้องกังวลศิษย์น้องทั้งสอง ข้าเรียนวิชาการบินจากผู้อาวุโสที่ห้ามา
แม้ไม่ชำนาญเท่าท่านผู้เฒ่า แต่การสลัดพวกนี้ทิ้งก็เหลือเฟือแล้ว”
ศิษย์พี่คนที่สามตั้งใจกางกำแพงใสบนหนังสัตว์ ช่วยกันแรงลม
จากความเร็วสูง แต่ถึงอย่างนั้น ความเร็วอันน่าพรั่นพรึงยังคงเกิน
กว่าที่ผู้อยู่ในขั้นแก่นทองคำจะทนได้
อีกอย่าง เส้นทางการบินของศิษย์พี่คนที่สามไม่ใช่สิ่งที่คน
ธรรมดาจะทนไหว พูดให้ฟังดูดี คือการโบยบินราวกับผีเสื้อสยายปีก
แต่พูดตรงๆ คือเหมือนพายุหมุนบ้าคลั่ง ที่หมุนยิ่งกว่าตอนที่ลู่หยาง
เมิ่งจิ่งโจว และหม่านกู่รวมร่างกันเสียอีก
โชคดีที่ทั้งสองเคยมีประสบการณ์นั่งบนยานบินของผู้อาวุโสที่ห้า
มาแล้ว คราวนี้จึงไม่ถึงกับหมดสติไป
ระหว่างทางศิษย์พี่คนที่สามยังคงปล่อยการโจมตีไปข้างหลังไม่
หยุด ทั้งลวงทั้งจริง ทำให้ผู้ไล่ล่าขั้นรวมร่างทั้งหลายต้องวุ่นวายรับมือ
จนสุดท้ายพวกเขาค่อยๆ ยอมแพ้การไล่ล่า
“บอกแล้วว่าตามข้าไม่ทัน ยังจะฝืนตาม เสียเวลาเปล่า”
ศิษย์พี่คนที่สามบ่นพึมพำ จอดหนังสัตว์ชั่วคราว แถวนี้มีฐานที่
มั่นของนางตั้งไว้
“พวกเจ้าสองคน ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
หลังจากลงจอด ศิษย์พี่คนที่สามรู้สึกว่าศิษย์น้องทั้งสองเดินโซเซ
ยืนยังยืนไม่มั่น
“ไม่…ไม่เป็น…ไม่ เอาเถอะ ข้ามีธุระ”
ทั้งสองคนพยายามแข็งขืนบอกว่าไม่เป็นไร แต่ร่างกายก็แสดง
ความจริงออกมาเสียแล้ว ทั้งสองล้มลงไม่ได้สติ
ศิษย์พี่คนที่สามส่ายหน้า ควบคุมหนังสัตว์ห่อหุ้มทั้งสองคนเอาไว้
พาตามนางมายังฐานที่มั่น
ลู่หยางได้ยินเสียงฝนตกปรอยๆ ข้างนอก พยายามลืมตาขึ้น
สมองยังคงมึนงุนราวกับโคลน ไม่อาจระลึกถึงเหตุการณ์ก่อนสลบไป
ได้
เขาลืมตามองเพดานถ ้า จนกระทั่งหยดน ้าหยดหนึ่งตกลงมาบน
ใบหน้า จึงค่อยๆ เอียงหน้า ความทรงจำค่อยๆ กลับคืนมา
ลู่หยางเหลียวมองไปเห็นขา…เป็นขาของเมิ่งจิ่งโจว
เขาสายตามองข้ามเมิ่งจิ่งโจวไป เห็นกองไฟที่จุดขึ้น และศิษย์พี่
คนที่สามที่นั่งอยู่ข้างกองไฟ
ในถ ้ามืดสลัว เปลวไฟสั่นไหว ส่องเงาของศิษย์พี่คนที่สามยาว
บ้างสั้นบ้าง เงาบนใบหน้าเปลี่ยนแปลงไม่หยุด ยิ่งเสริมความงามล ้า
อย่างมิอาจพรรณนา
ศิษย์พี่คนที่สามบรรเลงพิณครวญเคราเบาๆ กังวานหวาน ฟัง
แล้วชื่นใจ ประหนึ่งแช่อยู่ในสายธาร มีพลังไร้รูปคอยพยุงกายไว้
“ตื่นแล้วทั้งคู่หรือ? ดูเหมือนร่างกายแข็งแรงกว่าที่ข้าประเมินไว้”
ศิษย์พี่คนที่สามลูบสายพิณให้เงียบลง มุมปากยิ้ม นี่เป็นทำนองพิณ
ที่นางประพันธ์ขึ้นเอง มีสรรพคุณปลอบจิตผ่อนคลายวิญญาณ
การที่ทั้งสองตื่นเร็ว เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนต้นไม้แห่งสวรรค์ที่พี่
ซางกวนให้มาด้วย
“พวกเรา?” ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวตื่นพร้อมกัน ลู่หยางมองไปยัง
ปลายเท้าของเมิ่งจิ่งโจว ส่วนเมิ่งจิ่งโจวก็มองไปยังปลายเท้าของลู่
หยาง
ทั้งสองผุดลุกขึ้นนั่ง อาการมึนหัวยังมีอยู่ เกือบล้มตัวลงไปอีก
ครั้ง
“พวกเจ้าอย่ารีบร้อน พักสักครู่ก่อน”
“ที่นี่คือ?”
“หนึ่งในฐานที่มั่นที่ข้าสร้างไว้เมื่อร้อยปีก่อน โชคดีที่ร้อยปีมานี้
ยังไม่มีใครพบ ปลอดภัยดี”
“พวกปีศาจเฒ่าเหล่านั้นคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คงต้องค้นหาละแวก
นี้อีกสองสามวันกว่าจะยอมไป พวกเรารออยู่ที่นี่สักพัก พอดีกับการ
พักฟื้นของพวกเจ้าด้วย”
“การบำเพ็ญเซียนนั้นต้องกล้าหาญ ไม่หวั่นเกรงอันตราย ดู
อาจารย์ของพวกเราสิ ศัตรูรอบด้าน แต่ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล
วิทยายุทธ์ก็ยังก้าวกระโดด กลายเป็นอันดับหนึ่งแห่งยุคสมัย”
ลู่หยางแนะนำเมิ่งจิ่งโจว อย่าคิดว่าการหลีกเลี่ยงลักษณะมังกร
เจ้าชู้เป็นเรื่องดี จิตใจเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อการบำเพ็ญ
แรงกดดันยิ่งมาก ศักยภาพก็ยิ่งสูง นี่คือหลักปรัชญาที่ศิษย์พี่
ใหญ่บอกเขา และหลักปรัชญานี้มาจากท่านเต๋าปู้อวี่อีกทีหนึ่ง
ท่านเต๋าปู้อวี่ได้พิสูจน์ทฤษฎีนี้ด้วยตัวเอง แสดงถึงความถูกต้อง
อย่างสมบูรณ์ แม้ตอนนี้ก็ยังคงปฏิบัติตามทฤษฎีนี้อยู่ ความ
ขะมักเขม้นเช่นนี้ทำให้ลู่หยางชื่นชมอย่างยิ่ง
เมิ่งจิ่งโจวช้อนตามองลู่หยาง ใจคิด เจ้าซิหน้าตาเฉย อยากลอง
สลับที่กันไหมล่ะ?
ซวนฮุ่ยที่ถูกศิษย์พี่คนที่สามฆ่าสมกับเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง
สมบัติมีไม่น้อยเลย
“นี่เป็นยาลูกกลอนอวิ๋นเปี่ยนตานหรือ?” ลู่หยางพบขวดเล็กใบ
หนึ่ง เทออกมาเม็ดหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นยาลูกกลอนอวิ๋นเปี่ยนตานที่
หนังสือบรรยาย ช่วยทะลวงจากขั้นแก่นทองคำสู่ขั้นทารกแรกกำเนิด
เขาเทียนติ่งไม่ได้ปรุงของแบบนี้ ลู่หยางไม่เคยเห็นของจริงมา
ก่อน
“ทั้งสามขวดนี้ล้วนเป็นยาลูกกลอนอวิ๋นเปี่ยนตาน”
“แล้วเม็ดนี้คือยาอะไร?” เมิ่งจิ่งโจวพบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งใส่ใน
ขวดเล็กแยกต่างหาก พอเปิดขวดก็มีกลิ่นหอมฟุ้ง เพียงแค่ได้กลิ่นก็
รู้ว่าราคาแพง
“จากกลิ่นนี้ น่าจะเป็นยาเหนิ่งเสินตาน เป็นยาที่ช่วยทะลวงจาก
ขั้นทารกแรกกำเนิดสู่ขั้นแปลงร่างเซียน” ศิษย์พี่คนที่สามสูดดม
เพียงครั้งเดียว ก็ระบุยาได้ถูกต้อง
ไม่นานนัก เมิ่งจิ่งโจวก็พบยาเหนิ่งเสินตานอีกเม็ดหนึ่ง
ศิษย์พี่คนที่สามพิงอยู่กับผนังถ ้า อธิบายว่า “ซวนฮุ่ยอยู่ในขั้น
แปลงร่างเซียนระดับกลางแล้ว ยาเหนิ่งเสินตานไม่มีประโยชน์ลบบล
ต่อเขา เขาสะสมยาเหล่านี้ คงเพื่อรวบรวมบริวาร”
“ภายในตระกูลซวนฮุ่ยแบ่งเป็นหลายพรรคหลายฝ่าย ต้องการ
แย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าในอนาคต ไม่เพียงต้องการการสนับสนุน
จากเบื้องบน ยังต้องการผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานให้ด้วย เช่น รวบรวม
วัตถุดิบ แสวงหาข่าวสาร เป็นต้น”
“ข้าเคยพบว่ามีบริวารที่อ้างว่ารวบรวมวัตถุดิบ แต่กลับเอา
เปรียบรังแกกลุ่มปีศาจเล็กๆ ข้าจึงสังหารพวกเขาเสีย ศัตรูหลายส่วน
ก็เพราะเหตุนี้”
“ส่วนวิธีรวบรวมบริวารนั้น มีหลากหลาย บางคนเชื่อใจกันจริงๆ
บางคนกำหนดสัญญาเป็นตายร่วมกัน เป็นนายบ่าว ยังมีศิษย์ทหาร
เดนตายอีกแบบหนึ่งที่ฝึกมาตั้งแต่รุ่นก่อน”
“เอ ศิษย์พี่ ตอนอยู่ดินแดนลับเวลาไม่พอ ท่านยังไม่ได้อธิบาย
ละเอียด ดินแดนกลาง เขตปีศาจ เขตพุทธ ทะเลตงไห่ และดินแดน
หนาวเหน็บเป็นอย่างไรกันแน่?”
“ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าหากพวกเราอยู่แถวรอยต่อดินแดนกลางกับ
เขตปีศาจแล้วเจอปรากฏการณ์แปลกๆ ก็ให้ถามท่านได้”
ศิษย์พี่คนที่สามเมื่อได้ยินหัวข้อนี้ ไม่เอนกายพิงผนังอีกต่อไป
ลุกขึ้นนั่งตรง น ้าเสียงจริงจังขึ้น
“ตามหลักแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องที่คนวิทยายุทธ์ระดับพวกเจ้าควรรู้ แต่
ศิษย์พี่ใหญ่พูดเช่นนั้น ย่อมมีเหตุผลของนาง ข้าขอยืนยันอีกครั้ง
พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการรู้เรื่องนี้?”
ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน ปัญหาอยู่ตรงหน้า ไม่รู้คำตอบทำให้
ใจคัน
ศิษย์พี่คนที่สามเห็นเช่นนั้น ถอนหายใจเบาๆ ปลายนิ้วลากใน
อากาศเล็กน้อย ทวีปที่มีความเป็นระเบียบปรากฏขึ้น พร้อมชื่อ
ทวีป—ดินแดนกลาง
“ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่เชื่อว่า โลกนี้เป็นระนาบเรียบ ไม่ว่าจะเป็น
พวกเรา เผ่าปีศาจ หรือเผ่าทะเล ล้วนอาศัยอยู่บนทวีปผืนเดียวกัน”
“แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น”
ขณะพูด ทางตะวันออกของดินแดนกลางปรากฏทวีปที่มีขนาด
เท่ากับดินแดนกลาง ตั้งตรงชนกับดินแดนกลาง
ทวีปตั้งฉากทางตะวันออกเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่
“นี่คือทะเลตงไห่”
ทางตะวันตกของดินแดนกลาง ทวีปที่ปกคลุมด้วยทรายสีเหลือง
ยกตัวขึ้น ขนานไปกับทวีปทะเลตงไห่
“นี่คือเขตพุทธ”
ทางใต้ของดินแดนกลาง ทวีปที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูงชันยกตัว
ขึ้น
“นี่คือที่ที่พวกเราอยู่ตอนนี้ เขตปีศาจ”
ทางเหนือของดินแดนกลาง ทวีปสีขาวยกตัวขึ้น เติมเต็มช่องว่าง
สุดท้ายของวงล้อมที่โอบรอบ
“นี่คือดินแดนหนาวเหน็บที่แทบไร้ผู้คน”
ศิษย์พี่คนที่สามเอื้อมมือจับลูกกลมร้อนแดงก ่าในอากาศ นาง
วางลูกกลมนี้ไว้เหนือทวีปทั้งห้า
“นี่คือดวงอาทิตย์และดวงจันทร์”
ศิษย์พี่คนที่สามหยุดเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อ
“ยังมีอีกหนึ่งทวีป ไม่มีบันทึกในตำรา นี่เป็นความลับที่มีเพียงผู้
บำเพ็ญขั้นสูงเท่านั้นที่รู้”
ทวีปที่หกปรากฏขึ้น ปิดด้านบนของกล่อง
ปิดฝา
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวพร้อมใจกันสะดุ้ง ม่านตาหดเล็ก ใบหน้า
เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ทวีปนี้มีชื่อว่า ทวีปไร้วิญญาณ ตามชื่อคือดินแดนที่ไร้พลัง
วิเศษโดยสิ้นเชิง ไร้คุณค่าใดๆ ไม่เพียงแค่ผู้บำเพ็ญ แม้แต่คน
ธรรมดาก็ไม่อยากไปที่นั่น”
พลังวิเศษมีสรรพคุณช่วยให้เส้นลมปราณสะดวก บำรุงร่างกาย
หากคนธรรมดาไปอยู่ทวีปไร้วิญญาณ ร่างกายจะอ่อนแอลง
“พวกเจ้าคงเคยได้ยินตำนานนั้น สามแสนปีก่อน ผู้ไม่ประสงค์
ออกนามแห่งยุคโบราณหลอมรวมดวงดาวเป็นทวีป”
“แต่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามแห่งยุคโบราณไม่ได้หลอมรวมดวงดาว
เป็นทวีปเดียว แต่เป็นหกทวีป”
“ทวีปทั้งหกนี้มั่นคงไม่สั่นคลอน ประกอบเป็นรูปลูกบาศก์ กักขัง
ทุกคนไว้ที่นี่”
“ในช่วงเวลานี้ มีผู้ทรงพลังหลายคนพยายามทำลายทวีปเหล่านี้
หวังจะไปยังโลกที่อยู่นอกทวีป แต่ไม่มีข้อยกเว้น ทั้งหมดล้มเหลว
แม้แต่ผู้ที่ชำนาญวิชาพื้นที่ ก็ไม่อาจทะลุทวีปชั้นล่างได้”
“ยังมีข่าวลือว่า แม้แต่เซียนออกโรง ก็ไม่อาจทำลายทวีปได้”
“อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นทวีปทั้งหกหรือทวีปเดียว ต่อผู้บำเพ็ญ
ไม่ได้มีผลใดๆ ทวีปทั้งหกกว้างใหญ่เพียงพอ ไม่ว่าจะบำเพ็ญหรือ
ต่อสู้ ก็ไม่รู้สึกถูกจำกัด”
“นี่…”
แม้ลู่หยางจะคาดเดาไว้แล้วว่ามีทวีปที่หก และพวกเขาอาศัยอยู่
ในกล่องขนาดใหญ่มหึมา แต่เมื่อได้เห็นภาพนี้จริงๆ ก็ยังรู้สึกราวกับ
นิยายเหนือจริง
ลู่หยางสงสัยมาตลอดว่า เหตุใดผู้ไม่ประสงค์ออกนามแห่งยุค
โบราณจึงหลอมรวมดวงดาวเป็นทวีป จุดประสงค์คืออะไร?
คำถามที่ลู่หยางคิดไม่ตก และตอนนี้คำตอบก็ถูกเปิดเผย—ผู้ไม่
ประสงค์ออกนามแห่งยุคโบราณต้องการกักบางสิ่งบางอย่างไว้
ใช้ดวงดาวเป็นวัตถุดิบ ใช้ทวีปเป็นกำแพง สร้างกล่องที่พลัง
วิเศษใดๆ ไม่อาจทะลุผ่าน ขนาดใหญ่เกินกว่าจะวัดได้
“หากพวกเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองลงไปดูด้านล่าง ถ้าพวกเจ้ารู้วิชาดำ
ดิน” ศิษย์พี่คนที่สามกล่าวเสริม ผู้บำเพ็ญหลายคนเมื่อได้ยินความ
จริง มักยากที่จะยอมรับ
เห็นก็คือเชื่อ เข้าใจได้
“ข้าจะลงไปดู” ลู่หยางไม่ลังเล ลุกขึ้นดำดินลงไป
นี่ไม่ใช่แค่ความต้องการของเขาเท่านั้น แต่เป็นความต้องการ
ของเซียนอมตะด้วย
กำแพงทวีปหนาทึบ ด้วยความเร็วของลู่หยางต้องใช้เวลานับวัน
เลยทีเดียว
โชคดีที่ลู่หยางอยู่ในขั้นแก่นทองคำ สามารถทำให้พลัง
หมุนเวียนภายใน ไม่ต้องหายใจเป็นเวลานาน
ปัญหาเดียวคือ การใช้วิชาย่นพื้นที่ต่อเนื่อง พลังวิเศษไม่พอ
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยยาลูกกลอนต้าฮ่วนตัน
เขาใช้วิชาย่นพื้นที่ ฉึบ ดำลงไปใต้ดิน
สามชั่วยาม ลู่หยางพลังวิเศษหมด เขาใช้วิชาวาดคุกใต้ดินสร้าง
ห้องเล็กๆ ใต้ดิน กินยาลูกกลอนต้าฮ่วนตัน พักเล็กน้อย แล้วดำดิน
ต่อ
ทำเช่นนี้ซ ้ายี่สิบครั้ง ห้าวันผ่านไป
ร่างกายที่ลงลึกชะงักกะทันหัน เหมือนเหยียบพื้นแข็งแรง รู้สึก
เป็นของแท้
วิชาย่นพื้นที่ไร้ประโยชน์
ถึงชั้นล่างสุดของทวีปแล้ว