ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 598 ชุดกระบี่เจ็ดดารา
“ท่านเจ้าเมือง นี่คือเอกสารราชการที่ส่งขึ้นมาจากด้านล่าง”
ผู้ใต้บังคับบัญชาอุ้มกองเอกสารราชการ วางลงบนโต๊ะของเจ้า
เมือง แบ่งเป็นสองกอง
เจ้าเมืองเป็นหญิงผู้บำเพ็ญรูปโฉมหาได้ยาก ไม่มีใครกล้าตั้ง
คำถามกับเจ้าเมืองผู้นี้ หรือวิจารณ์รูปลักษณ์ของนาง
การที่จะได้เป็นเจ้าเมืองในเมืองที่มีชายผู้บำเพ็ญมากมาย ฝีมือ
และวิทยายุทธ์ของเจ้าเมืองผู้นี้คงไม่ธรรมดา
“สามวันแล้ว ทำไมยังไม่ลงมาอีก?”
หลัวหง นั่งอยู่ในศาลาหลักชั้นที่สามของเมือง ป่าวประกาศ
สถานะของตัวเองงอันเป็นจ้าเมือง
หลังจัดการเรื่องราวในเมืองเสร็จ ตามปกตินางก็เงยหน้ามอง
ท้องฟ้า นั่นคือตำแหน่งของชั้นที่สี่
ทันใดนั้น ทะลุขนาดหนึ่งปรากฏบนท้องฟ้า ร่างคนสามร่างหลุด
ออกมา แล้วหายวับไป ปรากฏตัวในศาลาใหญ่
“ผู้อาวุโสหลัวหง พวกเราพบกันอีกแล้ว” ลู่หยางยิ้มทักทาย
หลัวหง “……”
ข้าจำได้ว่าเจ้าขึ้นไปคนเดียว แล้วทำไมตอนลงมามีถึงสามคน?
อีกทั้งหลัวหงรู้สึกว่าสองคนที่อยู่ข้างหลังลู่หยางลึกลับยากหยั่ง
พลังน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
หลัวหงในฐานะวิญญาณของดินแดนลับ สามารถใช้พลังทุก
อย่างในดินแดนลับ ที่นี่มีของล ้าค่ามากมาย แต่ไม่มีอัจฉริยะเผ่า
ปีศาจที่เติบโตเป็นผู้ทรงพลังคนใดกล้าบุกเข้ามาในดินแดนลับ แสดง
ให้เห็นถึงความน่ากลัวของหลัวหง
ถึงกระนั้น นางยังรู้สึกว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสองคนที่อยู่ข้างหลัง
ลู่หยาง
แต่นางกลับเกิดความยำเกรงต่อหญิงในชุดสีแดงผู้นั้น
“หลัวหงขอคารวะนายหญิง!”
หลัวหงคุกเข่าลงกับพื้นทันทีต่อหน้าเจียงเหลียนอี้
“เจ้ารอก่อน เจ้าเป็นใคร?”
เจียงเหลียนอี้ขยับไปข้างๆ ไม่อยากให้ผู้อื่นคุกเข่าให้ตนโดยไม่
มีเหตุผล
“ข้าคือวิญญาณดินแดนลับที่นายท่านสร้างขึ้น”
“นายท่านของเจ้าคือใคร?”
“สือเหอ นายท่านให้ข้าเรียกว่าเซียนฉี่หลิน”
สือเหอคือชื่อของเซียนฉี่หลิน
“นายท่านสร้างดินแดนลับแห่งนี้ บอกว่าหากมีผู้ใดตอบคำถาม
ทั้งหมดในชั้นที่สามได้ถูกต้อง ก็ให้ผู้นั้นเข้าสู่ชั้นที่สี่ ในชั้นที่สี่มีนาย
หญิงพำนักอยู่ หลังจากนายหญิงปรากฏตัว ทุกอย่างในดินแดนลับ
รวมถึงข้า จะเป็นของนายหญิง”
หลัวหงยกลายตราเซียนซับซ้อนออกจากหว่างคิ้ว นางอุ้มตรา
นั้นขึ้นมา เคารพยื่นให้เจียงเหลียนอี้
“นี่คือตราที่สวามีของข้าฝากไว้จริงๆ”
เจียงเหลียนอี้รับตราเอาไว้ นี่คือตราดินแดนลับ ผู้ถือตรานี้จะ
ควบคุมทุกอย่างในดินแดนลับได้
ในทันที เจียงเหลียนอี้ก็รับรู้ถึงโครงสร้างของดินแดนลับ เพียง
นึกก็สามารถสั่งให้หลัวหงทำอะไรก็ได้ คลังสมบัติของดินแดนลับก็
สามารถเปิดได้ทุกเมื่อ
เจียงเหลียนอี้ลากมือในอากาศหนึ่งที แหวกช่องว่างมิติ สมบัติ
มากมายกองสูงเป็นภูเขา
สมบัติเหล่านี้แม้แต่ผู้ทรงพลังเผ่าปีศาจได้เห็นยังต้องตาลุกวาว
แต่ในสายตาของเจียงเหลียนอี้ก็แค่ของทั่วไปเท่านั้น
“เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการหรือไม่?”
เจียงเหลียนอี้หันไปถามลู่หยาง หากลู่หยางต้องการ นางก็ยินดี
มอบสมบัติทั้งหมดนี้ให้
ลู่หยางลำบากใจอยู่บ้าง สมบัติมีค่าก็จริง แต่เขาไม่ขัดสนลิ่นซือ
ไม่จำเป็นต้องใช้ ส่วนวัตถุวิเศษ คงไม่มีวัตถุวิเศษใดล ้าค่ากว่ากระบี่
ชิงเฟิงของเขา และยังมีตำราฝึกและเคล็ดวิชาอีก มีหอคัมภีร์ มีศิษย์
พี่ใหญ่อยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องดูประสบการณ์ที่ผู้ทรงพลังเผ่าปีศาจ
ทิ้งไว้
“ข้าได้ยินว่ามีอัจฉริยะเผ่าปีศาจได้รับสมุนไพรเซียนในที่นี้ ซึ่ง
หลังใช้แล้วข้ามระดับใหญ่หนึ่งระดับ และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ?”
เจียงเหลียนอี้ยื่นมือข้ามพื้นที่ เด็ดสมุนไพรที่มีเจ็ดใบ บนใบมี
แสงดาวจากชั้นที่สอง
“ที่เจ้าพูดถึงคือหญ้าไล่จันทร์เจ็ดดารา สมุนไพรนี้เงื่อนไขการ
เติบโตยากยิ่ง จริงอยู่ที่มันช่วยยกระดับหนึ่งขั้นใหญ่ เช่น หากเจ้าอยู่
ในขั้นแก่นทองระดับปลาย มันจะช่วยยกระดับถึงขั้นทารกแรกกำเนิด
ระดับปลาย แต่จะเรียกมันว่าสมุนไพรเซียนก็สูงเกินไป หลังใช้แล้ว จะ
ไม่สามารถไปถึงขั้นข้ามพิบัติได้อีก”
“งั้นไม่เอาดีกว่า” ลู่หยางเชื่อว่าการบำเพ็ญต้องเป็นไปตาม
ขั้นตอน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
เจียงเหลียนอี้ปลูกหญ้าไล่จันทร์เจ็ดดาราคืนที่เดิม
“ขอเลือกกระบี่สักสองสามเล่มได้ไหม เพื่อใช้ตั้งค่ายกระบี่” ลู่
หยางพูดขึ้นอย่างฉับพลัน
“ได้สิ”
เจียงเหลียนอี้โบกมือเบาๆ กระบี่เจ็ดเล่มที่มีรูปแบบต่างกัน ล้วนมี
ค่ายิ่ง ลอยออกมาจากกองสมบัติ เปล่งประกายเย็นเยียบ
“ให้กระบี่ทั้งเจ็ดเล่มนี้แก่เจ้า”
กระบี่ทั้งหมดในดินแดนลับหมิงหวาอยู่ที่นี่ ล้วนเป็นวัตถุวิเศษที่
เติบโตได้
บนด้ามกระบี่สลักชื่อกระบี่: เทียนจู เทียนเซวียน เทียนจี๋…
หลัวหงคุ้นเคยกับสมบัติเหล่านี้ที่สุด จึงแนะนำว่า “ชื่อเหล่านี้ตรง
กับดาวจระเข้เจ็ดดาราในสมัยโบราณ ชุดกระบี่นี้เรียกว่าชุดกระบี่เจ็ด
ดารา”
ด้านบนของกระบี่แต่ละเล่มลอยอยู่ตัวเลข “สอง”
“ของดีจริงๆ”
ลู่หยางเป็นผู้ฝึกกระบี่ ได้รับกระบี่ล ้าค่าเจ็ดเล่มที่แตกต่างกัน ดี
ใจจนปิดปากไม่มิด
“จะทำอย่างไรจึงจะตั้งเป็นเจ้าของ หยดเลือดเป็นเจ้าของหรือ?”
หลัวหงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ไม่ง่ายอย่างนั้น กระบี่ทั้งเจ็ดเล่มนี้
ล้วนมีจิตวิญญาณ หากต้องการครอบครองกระบี่ทั้งเจ็ด ต้องเลี้ยง
ด้วยร่าง เลี้ยงด้วยใจ เลี้ยงด้วยเลือด เป็นกระบวนการที่ยาวนาน สั้น
ที่สุดหนึ่งเดือน ยาวที่สุดหนึ่งปี”
ชุดกระบี่เจ็ดดาราส่งเสียงกระบี่ร้องดังกึกก้อง ยืนยันคำกล่าวของ
หลัวหง
ผู้ฝึกกระบี่มีความภาคภูมิใจ กระบี่ของพวกเขาก็มีความ
ภาคภูมิใจของตนเอง ไม่ใช่ใครก็สามารถใช้ได้ตามใจชอบ พวกมัน
กำหนดกฎสามข้อในการใช้งานตั้งแต่กำเนิด:
หากไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ชั้นเลิศไม่ได้ หากไม่ใช่อัจฉริยะชั้นเลิศ
ไม่ได้ หากไม่ได้ใช้ความจริงใจสัมผัสไม่ได้
กระบี่ทั้งเจ็ดแม้จะยังไม่ถึงขั้นมีสติปัญญา แต่ก็มีวิญญาณแล้ว
เซียนอมตะเดินเข้าไป ใช้วิธีการทุบแรงๆ เล่มไหนส่งเสียงดังก็ทุบ
เล่มนั้น เมื่อชุดกระบี่เจ็ดดาราเงียบแล้ว ก็ชี้ไปที่ลู่หยางพลางกล่าวว่า
“ต่อไปติดตามเขา ได้ยินหรือไม่”
ชุดกระบี่เจ็ดดารายังส่งเสียงกระบี่ร้อง สั่นสะท้านอย่างน่ากลัว
อย่าดูแคลนว่าเซียนอมตะเพียงทุบสองสามที การทุบนั้นกระทบ
ถึงวิญญาณโดยตรง หากเซียนอมตะต้องการ เพียงแค่ทุบสองสาม
ครั้งก็สามารถลบวิญญาณของพวกมันได้
แล้วพวกมันก็ลอยมาข้างลู่หยาง ถูกับลู่หยาง ท่าทางเป็นมิตร
ลู่หยางรีบถอยห่าง กระต่ายขนนุ่มมาเสียดสีตนเองยังพอได้ แต่
พวกเจ้ากระบี่เจ็ดเล่มมาถูกับข้า จะเฉือนข้าตายหรือ?
ลู่หยางวิ่งอยู่ข้างหน้า ชุดกระบี่เจ็ดดาราไล่ตามข้างหลัง ท่าทาง
มุ่งมั่น ตามไม่ลดละ ในที่สุดลู่หยางจึงใช้แผ่นหยกประจำตัวเก็บพวก
มันเข้าไป จึงสงบลงได้
เจียงเหลียนอี้พูดกับหลัวหงอีกว่า “เจ้าทำหน้าที่ในดินแดนลับ
ต่อไปเหมือนเดิม ทุกอย่างให้เป็นไปตามปกติ”
“เจ้าค่ะ!”
“อีกอย่าง เรื่องของข้า และเรื่องของพี่อมตะ อย่าพูดออกไปข้าง
นอก”
“น้อมรับคำสั่ง!”
ตอนลงมาจากชั้นที่สี่ เซียนอมตะได้บอกเจียงเหลียนอี้ไม่ให้บอก
คนนอกถึงตัวตนของนาง อาจจะทำให้ศัตรูระแวดระวัง
“พวกเราไปกันเถอะ พอดีได้ดูว่าโลกผู้บำเพ็ญเซียนตอนนี้เป็น
อย่างไรบ้าง”
ผ่านไปสามแสนปี คงมีแต่คนเก่าจากไป สิ่งเดิมคงเปลี่ยนไปแล้ว
“ถ้าพูดถึงคนเก่า เมื่อไม่นานก็มีคนหนึ่ง” ลู่หยางลูบคาง
“ใคร?”
“ต้อเจียงยุคโบราณ เขาหลับมาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน
หลังจากตื่นขึ้นก็เตรียมรวบรวมเขตปีศาจ สร้างประเทศปีศาจ คาดว่า
พวกเราออกไปพอดีจะทันงานเปิดประเทศของเขา”
เจียงเหลียนอี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรู้ว่าลู่หยางพูดถึงต้อเจียง
ยุคโบราณคนไหน นี่ช่างเป็นจริงตามคำโบราณที่ว่าสิ่งเดิมไม่
เหมือนเดิม
“เขาถึงกับจะตั้งประเทศปีศาจได้ มีฝีมือขึ้นแล้วสินะ?”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากขอความเห็น”
“เจ้าเป็นผู้ชุบชีวิตพี่อมตะ ไม่ต้องเกรงใจกับข้าหรอก มีอะไรก็
พูดมา”
“ท่านเคยได้ยินเรื่องสวรรค์ไหม?”