ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 602 ข้าก็คือบรรพบุรุษตระกูลหงส์ที่พวกเจ้าพูดถึง
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 602 ข้าก็คือบรรพบุรุษตระกูลหงส์ที่พวกเจ้าพูดถึง
“ข้ามีเรื่องเกี่ยวกับการบำเพ็ญสักหน่อย ข้าติดอยู่ในขั้นหนึ่งมา
นานแล้ว ไม่สามารถก้าวผ่านได้เสียที”
ผู้อาวุโสที่เจ็ดพยักหน้า “ที่แท้ก็เจอช่วงชะงักงันในการบำเพ็ญ ก็
เป็นเรื่องธรรมดา ข้ามียาวิเศษที่สามารถช่วยเจ้าฝ่าช่วงชะงักงันได้”
“ไม่ใช่ช่วงชะงักงัน แต่เป็นเพราะมีผู้ที่ก้าวไปข้างหน้าข้าก่อน ทำ
ให้ข้าไม่สามารถก้าวผ่านได้”
ผู้อาวุโสที่เจ็ดเข้าใจแล้ว ดูเหมือนคนใหม่นี้ฝึกวิชายุทธ์พิเศษ
วิชายุทธ์ประเภทนี้พบได้บ่อยในยุคแคว้นต้าเฉียนและแคว้น
ต้าอวี๋ ลักษณะสำคัญคือ ผู้ที่ฝึกฝนวิชาไปก่อนจะดูดซับพลังจากผู้ที่
บำเพ็ญวิชาทีหลัง ผู้ชนะจะได้ทั้งหมด จนถึงยุคแคว้นต้าเซี่ย ด้วย
ความที่วิชาประเภทนี้โหดร้ายเกินไป และผู้บำเพ็ญก็ไม่ใช่ว่าไม่มีวิชา
ยุทธ์อื่นให้ฝึก พวกเขาจึงไม่ฝึกวิชาประเภทนี้อีกต่อไป
“เปลี่ยนสำนักเริ่มใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“คงเป็นไปไม่ได้ หากเริ่มใหม่ ข้าไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะ
บำเพ็ญได้ถึงขั้นปัจจุบัน”
“อย่างนี้นี่เอง ถ้าเช่นนั้น เจ้าบอกข้ามาว่าใครที่ก้าวไปข้างหน้า
เจ้า ข้าจะทำให้เขาเริ่มใหม่เอง!”
เจียงเหลียนอี๋ดูกังวลใจ “แต่คนผู้นั้นแข็งแกร่งมาก”
“เป็นถึงขั้นข้ามพิบัติหรือ?”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น”
เมื่อได้ยินว่าไม่ใช่ขั้นข้ามพิบัติ ผู้อาวุโสที่เจ็ดก็วางใจ เขาตบอก
รับประกัน “ตราบใดที่ไม่ใช่ขั้นข้ามพิบัติ ข้าก็สู้ได้สบาย”
ทุกคนในศิษย์ทั้งเก้าแห่งสำนักเวิ่นเต๋าล้วนมีชื่อเสียงทางด้าน
กำลังการต่อสู้
“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เหมาะแก่การพูดคุย เข้าเมืองกันก่อน” ผู้
อาวุโสใหญ่กล่าว พวกเขาพูดเรื่องพวกนี้ที่ประตูเมืองไม่เหมาะสมนัก
แม้จะใช้เวทมนตร์กั้นเสียงไว้แล้วก็ตาม แต่หากมีผู้บำเพ็ญระดับข้าม
พิบัติผ่านมาได้ยินเข้าจะทำอย่างไร?
พันธมิตรเผ่าปีศาจเตรียมการไว้ค่อนข้างพร้อม พวกเขาจัดที่
พักให้แต่ละสำนักแล้ว สำนักเวิ่นเต๋าเป็นหนึ่งในห้าสำนักใหญ่ จึง
ได้รับจัดสรรโรงเตี๊ยมทั้งชั้น
ภายในเมืองปีศาจยิ่งเจริญรุ่งเรือง ผู้บำเพ็ญหลากหลายประเภท
มีนับไม่ถ้วน
นอกเหนือจากผู้บำเพ็ญท้องถิ่นของเขตปีศาจแล้ว ยังมีผู้บำเพ็ญ
ที่มีลักษณะคล้ายปลา เป็นเผ่าทะเลจากทะเลตงไห่ พระสงฆ์ศีรษะโล้น
ใส่ชุดเรียบง่ายมาจากดินแดนพุทธะทอง ผู้มีขนดกจากดินแดนขั้ว
เหนือสุด…
เจียงเหลียนอี๋มองพระสงฆ์จากดินแดนพุทธะทองครู่หนึ่ง ลู่หยา
งจึงส่งเสียงสื่อจิต อธิบายเกี่ยวกับสถานะของพุทธศาสนาในปัจจุบัน
เขารู้ไม่มากนัก จึงบอกได้แค่คร่าวๆ
“ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง คาดไม่ถึงว่าเรื่องที่แต่งขึ้นมาตอนนั้น จะ
กลายเป็นที่นิยมในโลกการบำเพ็ญเซียนอย่างกว้างขวาง”
เจียงเหลียนอี๋แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเซียนทั้งสี่ยุค
โบราณแต่งเรื่องตำนานพุทธศาสนาขึ้นมานั้น นางอยู่ข้างๆ คอยฟัง
และเสริมสองสามประโยค ดังนั้นนางจึงถือว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างพุทธ
ศาสนาเช่นกัน
ลู่หยางยักไหล่ “ก็เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว เรื่องราวยุค
โบราณล้วนกลายเป็นตำนาน ยากที่จะแยกแยะความจริงจากความ
เท็จ”
อ้อ ก็ไม่ควรเรียกว่าเท็จด้วยซ ้า เพียงแค่มีการเพิ่มลูกเล่นทาง
ศิลปะ เลือกบรรยายเรื่องราวของยุคโบราณเท่านั้น
เมื่อไปถึงโรงเตี๊ยม ผู้อาวุโสที่เจ็ดยังคงคุยโม้ไม่หยุด เพราะไม่
บ่อยนักที่จะได้พบกับศิษย์ใหม่ของลัทธิสวรรค์ ครั้งนี้จึงต้องทำตัวเป็น
ครูให้สมกับที่คิดไว้
“ไม่ใช่ข้าจะโอ้อวด แต่ในโลกการบำเพ็ญยุคนี้ ทักษะการปรุงยา
ของข้าถือว่าอันดับหนึ่ง หากเจ้ามีความต้องการด้านยาวิเศษ ก็ขอให้
บอกข้ามาได้เลย”
ผู้อาวุโสที่ห้าไม่อยากแพ้ผู้อาวุโสที่เจ็ด จึงกล่าวว่า “ทักษะการ
หลอมวัตถุวิเศษของข้าก็เป็นเลิศเช่นกัน พูดว่าเป็นอันดับหนึ่งในโลก
การบำเพ็ญก็ไม่เกินจริง เพื่อแสดงน ้าใจที่เจ้าเป็นศิษย์ใหม่ของลัทธิ
เรา หากขาดวัตถุวิเศษใด ข้าจะช่วยหลอมให้เจ้าชิ้นหนึ่ง!”
เจียงเหลียนอี๋มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม คำพูดของผู้อาวุโสที่ห้า
ทำให้นางนึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง “ช่างหลอมหรือ? บังเอิญจัง ข้าก็
รู้จักช่างหลอมผู้หนึ่ง เขาก็ประกาศว่าตนเป็นอันดับหนึ่งในโลกการ
บำเพ็ญเช่นกัน”
ผู้อาวุโสที่ห้าเลิกคิ้ว “ช่างโอหังนัก รอวันได้พบกันเมื่อไร ข้าจะ
ทำให้เขารู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นอันดับหนึ่งในการหลอมวัตถุวิเศษ”
“ข้าเพิ่งนึกได้ ยังไม่ได้ถามชื่อของเจ้าเลย”
“เจียงเหลียนอี๋”
“ชื่อนี้ฟังคุ้นๆ” ผู้อาวุโสที่สามเกาศีรษะ
ผู้อาวุโสที่สี่เป็นผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ เพียบพร้อมด้วยภูมิปัญญา
“เป็นชื่อเดียวกับบรรพบุรุษตระกูลหงส์”
ผู้อาวุโสที่เจ็ดในฐานะผู้อาวุโสของลัทธิสวรรค์ แสดงท่าทีราวกับ
รู้มากมาย ชื่นชมว่า “ชื่อนี้ตั้งได้ดีมาก ตามหลักวิชาโชคลาภแล้ว
ชื่อของเจ้าเหมือนกับบรรพบุรุษตระกูลหงส์ จะสามารถรับโชคลาภ
จากบรรพบุรุษตระกูลหงส์ได้ ช่วยในการบำเพ็ญของเจ้าอย่างมาก
วันหน้าก้าวสู่ขั้นข้ามพิบัติก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้เลย”
เจียงเหลียนอี๋ลังเลเล็กน้อย นึกถึงสิ่งที่เซียนอมตะและลู่หยางพูด
ระหว่างทาง ว่าคนของสำนักเวิ่นเต๋าล้วนเชื่อถือได้มาก นางจึงถอด
หมวกคลุม เผยใบหน้างดงามที่แท้จริง
“บรรพบุรุษตระกูลหงส์!!!”
ผู้อาวุโสใหญ่เบิกตากว้าง สะดุ้งเฮือก ควบคุมเสียงไม่ได้ พลัน
เอ่ยดังลั่น ถอยหลังไปสามก้าว
ตอนเขาหนุ่มๆ เคยแอบไปเยี่ยมชมสุสานโบราณของตระกูลหงส์
เคยเห็นรูปปั้นของบรรพบุรุษตระกูลหงส์
ความที่ศิษย์พี่คนที่สามสามารถเข้าออกสุสานโบราณของเผ่า
ต่างๆ ได้อย่างอิสระ ประสบการณ์และแผนที่ที่ผู้อาวุโสใหญ่ถ่ายทอด
ให้มีประโยชน์อย่างมาก
ผู้อาวุโสที่เจ็ดไม่พอใจ หันไปมองผู้อาวุโสใหญ่ “ข้าก็รู้ว่านางมี
ชื่อเดียวกับบรรพบุรุษตระกูลหงส์”
“นางคือบรรพบุรุษตระกูลหงส์! ข้าเคยเห็นรูปปั้นของนางที่
ตระกูลหงส์!”
ผู้อาวุโสที่เจ็ดหัวเราะลั่น ไม่เชื่อ “พี่ใหญ่ช่างตลก…”
ทันใดนั้นเขาก็ตาเหลือก ล้มฮวบลงบนพื้น ตกใจจนหมดสติ
เมื่อกี้เขาพูดอะไรไป พูดว่าบรรพบุรุษตระกูลหงส์มีปัญหาเรื่อง
การบำเพ็ญแล้วให้มาหาเขา?
สองสามวินาทีต่อมา ผู้อาวุโสที่เจ็ดฟื้นขึ้นมา แต่ยังคงเต็มไป
ด้วยความไม่อยากเชื่อ สงสัยว่าตนกำลังฝัน จึงตบหน้าตัวเองสองครั้ง
“เป็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ของบรรพบุรุษตระกูลหงส์หรือ?” ผู้
อาวุโสใหญ่ถามอย่างระมัดระวัง แทบไม่กล้าหายใจ
ตัวตนของหลี่หาวเหรินทำให้เขารู้จักแนวคิดเรื่องการกลับชาติ
มาเกิด
“ไม่เคยได้ยินเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่อะไร ข้าก็คือบรรพ
บุรุษตระกูลหงส์ที่พวกเจ้าพูดถึง ก่อนหน้านี้ข้าหลับใหลอยู่ใน
ดินแดนลับ เมื่อสองสามวันก่อน ข้าถูกลู่หยางปลุกให้ตื่น ผ่านการ
เกิดใหม่จากเปลวเพลิง กลับคืนสู่โลกมนุษย์”
ผู้อาวุโสใหญ่อุทานด้วยความตกใจ บรรพบุรุษตระกูลหงส์เชียว
นะ บุคคลระดับตำนาน ลู่หยางไปขุดบุคคลระดับนี้มาจากที่ไหนกัน
แล้วยังหลอกให้เข้าลัทธิสวรรค์อีก
เจ้าเก่งกว่าอาจารย์เจ้ามากนัก
เฒ่าเก้าออกไปโกหกหลอกลวงทุกวัน แม้แต่ศิลปะการหลอกคน
ยังไม่เทียบเจ้า
คราวหน้าจะให้เฒ่าเก้าไหว้เจ้าเป็นอาจารย์
“เดี๋ยวก่อน พวกท่านเรียกลู่หยางว่าอะไรนะ?”
ลู่หยางรีบขวางตรงกลาง สกัดกั้นการสนทนาในหัวข้อนี้ “ไม่มี
อะไรๆ เป็นเพียงคำพูดผิดพลั้งของท่านเจียงเท่านั้น”
ผู้อาวุโสที่เจ็ดมองเจียงเหลียนอี๋ด้วยมือที่สั่นระริก ที่แท้เมื่อกี้ที่
นางบอกว่าถึงขั้นชะงักงัน หมายถึงขั้นชะงักงันของกึ่งเซียนหรือ?
“ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่ามีคนก้าวหน้าท่านไป ทำให้ท่านไม่
สามารถก้าวผ่านได้ คนๆ นั้นคือ…”
“เซียนฉี่หลิน หรือเรียกตามภาษาปัจจุบัน อาจเรียกว่าเซียนจาก
มาร”
ผู้อาวุโสที่เจ็ด “……”
เมื่อกี้ข้าพูดอะไรไป พูดว่าตราบใดที่ไม่ใช่ขั้นข้ามพิบัติ ข้าก็สู้ได้
สบาย?
ผู้อาวุโสที่ห้าสภาพไม่ได้ดีกว่าผู้อาวุโสที่เจ็ดเท่าไร เขาก็เพิ่งพูด
คำโอ้อวดไปหยกๆ
“แล้วเมื่อกี้ท่านบอกว่ารู้จักช่างหลอมที่ประกาศว่าตนเป็นอันดับ
หนึ่ง ผู้นั้นคือ?”
“เซียนอิงเทียน”
ผู้อาวุโสที่ห้าเกือบหมดลมหายใจ
ผู้อาวุโสที่สามและผู้อาวุโสที่สี่ไม่กล่าวอะไร โชคดีที่พวกเขา
ไม่ได้พูดอะไรเมื่อครู่
“แล้วตำแหน่งของท่านในสวรรค์คือ?”
“หนึ่งในสี่เทพผู้ปกครองสวรรค์ มหาเทพผู้ดับสูญและเกิดใหม่
แห่งทิศใต้”
ผู้อาวุโสทั้งห้าอุทาน สูดอากาศเฮือก
พวกเขามาชมงานฉลองการสร้างประเทศปีศาจเพื่อเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้ประสบการณ์เร็วขนาดนี้