ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 601 สมาชิกใหม่ลัทธิสวรรค์
ศิษย์พี่สามบังคับหนังสัตว์เป็นเวลาห้าวัน ในที่สุดก็มาถึงสถานที่
จัดงานเปิดประเทศปีศาจ
แต่เดิมที่นี่เป็นเทือกเขาเรียงรายไม่ขาดสาย แต่ด้วยความ
พยายามของพันธมิตรเผ่าปีศาจ ได้เปลี่ยนที่นี่เป็นที่ราบ เมืองหลวง
สง่างามตั้งตระหง่านขึ้นบนที่ราบ
เมืองที่หล่อหลอมจากโลหะมองเห็นได้ชัดในเขตปีศาจป่าเถื่อน
ยอดเขาสูงตระหง่าน ภูเขารายล้อม เมืองโลหะยิ่งใหญ่ตั้งอยู่
ท่ามกลางการโอบล้อมของเทือกเขา สะดุดตายิ่งนัก
เมืองโลหะมีสีดำสนิท กดดันจนหายใจไม่ออก อำนาจข่มขวัญ
สูงยิ่ง
ใกล้ถึงงานเปิดประเทศ ทุกสำนักที่มีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างล้วน
ได้รับเชิญ ส่วนใหญ่มาถึงเมืองโลหะล่วงหน้า รวมถึงสมาชิก
พันธมิตรเผ่าปีศาจที่พำนักอยู่ที่นี่ เมืองโลหะจึงคึกคักยิ่งนัก
แคว้นต้าเซี่ย ทะเลตงไห่ ประเทศปีศาจ ผู้บำเพ็ญอิสระต่างๆ มา
รวมตัวกัน สำนักใหญ่ทั้งหมดในโลกผู้บำเพ็ญล้วนมาเป็นสักขีพยาน
แต่เดิมจากการจัดงานเฉลิมฉลองประจำปีของสำนักเวิ่นเต๋า ลู่
หยางรู้จักสำนักใหญ่ของแคว้นต้าเซี่ยจนครบ ครั้งนี้มีสำนักใหญ่อีก
มากมายที่ไม่คุ้นเคย
สามแสนปีที่เขตปีศาจวุ่นวาย จู่ๆ ก็ประกาศจะตั้งประเทศ ใครๆ ก็
อยากเห็นประวัติศาสตร์สำคัญครั้งนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ตั้งประเทศไม่ธรรมดา ต้อเจียงยุคโบราณ จูเทียน
นี่คือกึ่งเซียนที่มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน!
ผู้ใดที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ยุคโบราณย่อมรู้จักชื่อเสียงของผู้
นี้!
“เมืองปีศาจ?”
ที่ประตูเมืองโลหะแขวนตัวอักษรใหญ่สองตัว——เมืองปีศาจ
เมื่อได้เห็นตัวอักษรสองตัวนี้ กลิ่นอายโบราณราณพัดมาปะทะ
หน้า ทำให้ผู้คนได้กลิ่นฝุ่นเก่าแก่จากประวัติศาสตร์
“ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว ทางนี้ๆ” ขณะลู่หยางและคณะลงมาที่ประตู
เมืองปีศาจ ได้ยินการส่งเสียงสื่อจิตของผู้อาวุโสใหญ่
“ดูข้างซ้าย”
ทั้งสองหันไปมอง เห็นผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสที่สามนั่งยองๆ
อยู่ข้างทาง
ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสที่สามสะดุดตามาก ปีศาจที่ผ่านไป
ล้วนจ้องพวกเขาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว แต่ด้วยข้อจำกัดของกฎ
สวรรค์เมืองปีศาจที่ห้ามลงมือ จึงทำได้เพียงเข้าเมืองปีศาจไปอย่างไม่
พอใจ
ใกล้ถึงงานเปิดประเทศ หากมีการทะเลาะวิวาทแถวเมืองปีศาจ
นั่นเท่ากับตบหน้าตระกูลต้อเจียง แม้จะมีความแค้นกับสำนักเวิ่นเต๋า
ก็ไม่กล้าหาเรื่องก่อความวุ่นวายในเวลานี้
ด้วยเหตุนี้ ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสที่่สามจึงกล้าเปิดเผยตัวตน
เมืองปีศาจมีทั้งหมดสี่ประตู ผู้อาวุโสที่สี่ ผู้อาวุโสที่ห้า ผู้อาวุโสที่
เจ็ด คอยเฝ้าอยู่ที่ประตูอื่นอีกสามแห่ง เมื่อรู้ว่าพบลู่หยางและเมิ่งจิ่ง
โจวที่ประตูตะวันออก ทั้งสามก็มารวมตัวกัน
“ผู้อาวุโสทั้งห้า พวกท่านหนีมาได้สำเร็จ?”
เมิ่งจิ่งโจวจำได้ว่าตอนที่เหล่าปีศาจตามไล่ล่าทั้งห้าผู้อาวุโส
พวกเขาโกรธจนแทบจะเผาวิญญาณ ในสถานการณ์เช่นนั้น ยังหนี
มาได้อีกหรือ?
ผู้อาวุโสใหญ่ลูบเคราหัวเราะ “พวกเราห้าคนกล้ามาเขตปีศาจ
ได้ ย่อมมีการเตรียมตัวมาอย่างดี ต้องการไล่ล่าพวกเรา? รอให้พวก
มันฝึกถึงขั้นข้ามพิบัติก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
“ผู้อาวุโสทั้งห้า ไม่ได้พบกันนานแล้ว” ศิษย์พี่สามทักทายอย่าง
สุภาพ
“กั่นเถียน เกือบร้อยปีแล้วที่ไม่ได้พบกัน ดูเหมือนเจ้าได้รับ
ผลตอบแทนไม่น้อยในเขตปีศาจ ในหมู่ศิษย์รุ่นเดียวกัน วิทยายุทธ์
ของเจ้าคงสูงที่สุด อยู่ในขั้นฝึกความว่างเปล่าระดับสูงสุดแล้ว อีกไม่
นานก็จะตามทันไต้ปู้ฟาน้อยได้แล้ว” ผู้อาวุโสใหญ่หัวเราะฮ่าๆ กั่น
เถียนเด็กคนนี้ขยันเรียนรู้ ตอนฝึกบำเพ็ญในสำนักเวิ่นเต๋ามักทำให้
พวกเขาดีใจยิ่ง ต่างกับเยี่ยจื่อจินที่น่ารำคาญคนละขั้ว
ทั้งสองเป็นศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่ ทำไมถึงแตกต่างกันอย่างมาก
เช่นนี้?
“ขั้นฝึกความว่างเปล่าระดับสูงสุด?” ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวต่าง
ประหลาดใจ พวกเขานึกว่าศิษย์พี่คนที่สามอยู่ในขั้นรวมร่างเสียอีก
ไม่ใช่ว่าพลังในขั้นฝึกความว่างเปล่าผกผันมากหรืออย่างไร?
ทำไมถึงไม่แสดงให้เห็นเลย?
“แน่นอนว่าอยู่ในขั้นฝึกความว่างเปล่าระดับสูงสุด” เซียนอมตะ
พูดเสียงเรื่อยๆ “พวกเจ้าไม่สังเกตหรือว่าเด็กสาวคนนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
จนจบไม่ได้ลงมือเองเลย แต่ใช้วัตถุวิเศษตลอด?”
ได้รับคำเตือนเช่นนี้ ลู่หยางก็ตระหนักได้ทันที ตลอดทางศิษย์พี่
คนที่สามใช้พิณบ้าง หนังสัตว์บ้าง แผ่นวิเศษหายตัวบ้าง ไม่เคยเห็น
นางใช้วิชาอะไรเลย
“เด็กสาวคนนี้เลือกช่วงที่วิทยายุทธ์ของตนแกว่งไกวอยู่ในขั้น
รวมร่าง เติมพลังวิเศษเข้าไปในวัตถุวิเศษเก็บไว้ล่วงหน้า เมื่อวิทยา
ยุทธ์ลดลง วัตถุวิเศษยังคงใช้ได้ตามปกติ”
ลู่หยางนึกออกแล้ว ตอนที่เขาและเมิ่งเฒ่าสอบเข้าสำนัก เมิ่ง
เฒ่าก็นำวัตถุวิเศษที่เติมพลังวิเศษไว้แล้วหลายชิ้นมาด้วย ล้วนนำมา
จากบ้าน
“เมื่อถึงขั้นฝึกความว่างเปล่า ลองใช้วิธีนี้ปกป้องตัวเองดู”
แม้กระนั้น ลู่หยางก็ยังคิดว่าศิษย์พี่คนที่สามใจกล้าเหลือเกิน ผู้
บำเพ็ญในขั้นฝึกความว่างเปล่าล้วนเลือกเข้าภวังค์ อยู่อย่างสันโดษ
บำเพ็ญในโลกมนุษย์ สอบข้าราชการ หรือแม้กระทั่งเข้าคุก…
กล่าวคือทำอย่างไรปลอดภัยก็ทำอย่างนั้น
ไม่เหมือนศิษย์พี่คนที่สาม ที่เข้ามาเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในเขต
ปีศาจอันตราย ยังมีแรงพาพวกเขาลงสุสานเก่าอีก
ลู่หยางเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับขั้นฝึกความว่างเปล่าบ้าง เขาได้
ยินมาว่าท่านเต๋าปู้อวี่มักผ่านช่วงอ่อนแอของขั้นฝึกความว่างเปล่าใน
คุกใหญ่
ส่วนผู้อาวุโสมีใครบ้างที่อยู่ในสำนักอย่างเงียบๆ ไม่ออกไปข้าง
นอก?
หลายศิษย์พี่ศิษย์น้องเลือกที่จะปลอมตัวเป็นคนธรรมดา กินนอน
กับคนธรรมดา พอเจอเรื่องอันตรายจึงแสดงวิทยายุทธ์ออกมาอวดโอ่
วิธีการล้วนแตกต่างกันไป
“เซียน เมื่ออยู่ในขั้นฝึกความว่างเปล่า ท่านทำอย่างไร?”
ลู่หยางสงสัยยากที่จะจินตนาการว่าตามนิสัยของเซียนอมตะจะ
เข้าภวังค์อยู่อย่างสันโดษ
ยุคโบราณสถานการณ์วุ่นวาย เข้าคุกหรือปลอมตัวเป็นคน
ธรรมดาคงเป็นไปไม่ได้
“ง่ายนิดเดียว สร้างร่างแยก วิทยายุทธ์ข้าขึ้นลงไม่แน่นอน ร่าง
แยกก็ขึ้นลงไม่แน่นอน จากความน่าจะเป็น ข้ากับร่างแยกคงไม่มีทาง
ตกต ่าพร้อมกัน ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่วิทยายุทธ์อยู่ในระดับสูง”
ลู่หยางนึกถึงทุกแง่มุม “แล้วถ้าเกิดว่าท่านและร่างแยกตกอยู่ใน
จุดต ่าสุดพร้อมกันล่ะ?”
เซียนอมตะรู้สึกว่าคำถามของลู่หยางนี้โง่เหลือเกิน ตอบอย่างชัด
แจ้ง
“ก็สร้างร่างแยกให้มากขึ้นสิ”
“……มีเหตุผล”
“ท่านผู้นี้คือ……” ผู้อาวุโสใหญ่สังเกตเห็นคนสวมเสื้อคลุมดำที่
ตามหลังลู่หยางมาตั้งแต่แรก กำลังจะถามถึงที่มา
เสียงเย็นชาดังออกมาจากใต้เสื้อคลุมดำ ตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่
น้อย “ลู่หยางคือศิษย์พี่ใหญ่……”
ลู่หยางตาไว ปากไว รีบพูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นสมาชิกใหม่ในลัทธิ
สวรรค์ของพวกเรา”
แนวคิดเรื่องสวรรค์เป็นสิ่งที่ห้าเซียนยุคโบราณหลอกให้คนรุ่น
หลังเชื่อ เจียงเหลียนอี้ย่อมเคยได้ยินเรื่องสวรรค์มาบ้าง
ด้วยฐานะของเซียนอมตะที่เป็นประมุขสวรรค์ เมื่อลู่หยางชวน
นางเข้าร่วมลัทธิสวรรค์ นางจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
ส่วนเรื่องศิษย์พี่ใหญ่ เซียนอมตะยืนยันว่าลู่หยางเป็นศิษย์ภายใน
เจียงเหลียนอี้เป็นศิษย์ไม่มีชื่อ ลู่หยางจึงเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของเจียง
เหลียนอี้ เจียงเหลียนอี้ยืนกรานเรียกลู่หยางว่าศิษย์พี่ใหญ่ ลู่หยางยืน
กรานเรียกเจียงเหลียนอี้เป็นผู้อาวุโส
ต่างฝ่ายต่างหัวรั้น
“มีสมาชิกใหม่แล้วหรือ?” ผู้อาวุโสที่เจ็ดหัวเราะ ฝีมือการ
คัดเลือกคนของลู่หยางเขาเชื่อมั่น คนที่ลู่หยางดึงเข้าลัทธิสวรรค์
ย่อมน่าไว้วางใจ
ผู้อาวุโสที่เจ็ดเดินวนมือไพล่หลัง เท่าทางแบบผู้เฒ่า “คนแก่
อย่างข้าเข้าร่วมลัทธิสวรรค์ก่อนเจ้า นับว่าเป็นผู้อาวุโสของเจ้า หาก
เจ้าพบเจอสิ่งใดไม่เข้าใจ ขอเพียงถามข้าได้เลย”
“เรื่องการบำเพ็ญก็เช่นกัน คนแก่อย่างข้าในด้านการบำเพ็ญมี
ประสบการณ์มากพอสมควร”
เมิ่งจิ่งโจว “……”
ศิษย์พี่สาม “……”
“ได้”