ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 621 โชคชะตาผันแปร
“ฮู… ในที่สุดก็จบแล้ว” ลู่หยางและเจียงเหลียนอี๋เดินมาถึงที่
ห่างไกลจากเมืองปีศาจ ถอดแผ่นวิเศษหายตัวออก
“ยังไม่จบหรอก ข้าใช้พลังของผลการบำเพ็ญเป็นเค้าควบคุมโจ
วเทียนแล้ว ที่นี่คนมากตาเยอะ รอให้ผู้คนกลับเกือบหมดแล้วพวกเรา
ค่อยไปหาเขาอีกครั้ง”
……
การต่อสู้ของกึ่งเซียนดึงดูดความสนใจอย่างมาก การต่อสู้สาม
สนามของผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติไม่ค่อยมีใครสนใจนัก
ในสามสนามรบนั้น ศึกระหว่างเจียงหมิงจื่อกับหัวหน้าเผ่าตระกูล
เทาเที่ยมีความแตกต่างมากที่สุด ผลลัพธ์มั่นใจได้ที่สุด
มีบรรพบุรุษคอยหนุนหลัง เจียงหมิงจื่อสู้รบรุนแรงกว่าเดิม
หลังจากตระกูลเทาเที่ยเข้าร่วมประเทศปีศาจ หัวหน้าเผ่าจี้อวี่หมิงก็
ใช้อำนาจของผู้อื่นข่มขู่ผู้อื่น รังแกตระกูลหงส์ แต่ตระกูลหงส์ไม่กล้า
ตอบโต้ กลัวสร้างข้ออ้างให้กองทัพประเทศปีศาจยกมา
ตอนนี้จึงมีโอกาสตอบโต้เสียที
“เจียงหมิงจื่อ พวกเรานั่งลงคุยกันได้ไหม” จี้อวี่หมิงถูกซ้อมจน
กระอักเลือด หัวใจสั่นขวัญหนี เห็นทีว่าอีกฝ่ายจะซ้อมให้ตาย ไม่ให้
โอกาสแม้แต่น้อย
“ไปคุยพ่อเจ้าเถอะ วันนี้เจ้าต้องตาย!”
เจียงหมิงจื่อนิสัยดุดัน แต่ก่อนเพราะข้อจำกัดเรื่องสถานะจึงไม่
สะดวกแสดงออก
“ดี ดี ดี นี่เจ้าบังคับข้า!”
จี้อวี่หมิงโกรธจัด เผาเลือดปราณ พ่นควันออกทางปาก เรียก
สายฟ้า
ทั้งสายฟ้าที่ปรากฏระหว่างการต่อสู้ของโจวเทียนและเจียง
เหลียนอี๋ไม่ใช่เกิดจากทั้งสองคน แต่เป็นฝีมือของจี้อวี่หมิง
“สายฟ้าแห่งเซียน!”
สายฟ้าเหมือนกลายเป็นโลกใบหนึ่ง บนเมฆปรากฏภาพขุนเขา
และแม่น ้า สัตว์ร้ายและพืชพันธุ์นับร้อยล้วนทำจากสายฟ้า หลังจาก
นั้นโลกถูกทำลาย สายฟ้าเปลี่ยนเป็นธารน ้าสีม่วงอมฟ้า เทใส่เจียงห
มิงจื่อด้วยความรุนแรง!
มีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างบางคนสังเกตความเคลื่อนไหวทางนี้
ตกใจจนขนลุก หากเป็นพวกเขาอยู่ใต้สายฟ้า คงเหลือแต่กระดูก
เปล่า
“ในบริเวณนี้ตั้งกฎสวรรค์ 【ภายในสามลมหายใจ เจ้าไม่อาจ
หลบหนี】 ไอ้แก่ ตายซะ!” จี้อวี่หมิงคำราม
เจียงหมิงจื่อคลี่ธงห้าคุณธรรม สะบัดแรงๆ ธงพลิ้วไหว อักษร
คุณธรรม หน้าที่ เมตตา จารีต และสัตย์ซื่อห้าตัวอักษรโบราณ
ปรากฏชัด สายฟ้าสีม่วงอมฟ้าฟาดลงบนธง แต่กลับไม่แสดงพลัง
แม้แต่น้อย
“เป็นไปไม่ได้!” จี้อวี่หมิงตกใจ ท่านี้ถือเป็นไพ่ตายที่เขาเก็บไว้
ทำไมถึงถูกต้านได้ง่ายดายเช่นนี้?
เจียงหมิงจื่อหัวเราะเย็น ที่ไหนจะบอกเขาว่าธงห้าคุณธรรมเป็น
สมบัติล ้าค่าชั้นเลิศด้านการป้องกัน สามารถสับสนหยินหยาง ทำให้
ทุกเวทไร้ผล
“ในบริเวณนี้ตั้งกฎสวรรค์ 【ภายในสามลมหายใจ เจ้าไม่อาจ
หลบหนี】!”
“โชคชะตาผันแปร!”
พลังลึกลับรวมตัวที่ปลายนิ้วเจียงหมิงจื่อ จี้อวี่หมิงรู้สึกไม่ดี หัน
หลังคิดจะหนี แต่ด้วยกฎสวรรค์ทำให้หนีไม่ได้ในหนึ่งช่วงลมหายใจ
จึงได้แต่รับการโจมตีไป
“อย่าคิดว่ามีเพียงเจ้าที่เก่งการป้องกัน!”
จี้อวี่หมิงหยิบหนังราชสีห์จากแหวนเก็บของ วางขวางไว้
ด้านหน้า นี่คือวัตถุวิเศษป้องกันที่หลอมจากร่างของหัวหน้าเผ่าคน
ก่อน จี้เฉิง
ฉีบ
นิ้วของเจียงหมิงจื่อทะลุหนังราชสีห์อันมั่นคงไม่สั่นคลอน จรดลง
ที่หว่างคิ้วของจี้อวี่หมิง
“เจ้าทำอะไรข้า!”
จี้อวี่หมิงรู้สึกว่ามีบางสิ่งเปลี่ยนไป แต่พูดไม่ถูกว่าเปลี่ยนอะไร
เจียงหมิงจื่อไม่มีทางบอกผลของการโจมตีแก่ศัตรู
สองคนต่อสู้กันต่อ จี้อวี่หมิงเกิดความผิดพลาดซ ้าแล้วซ ้าเล่า
อาจเป็นเพราะวิชายุทธ์ติดขัด หรือร่ายคาถาช้าไปหนึ่งจังหวะ ทุก
รูปแบบของความบังเอิญล้วนเกิดขึ้น
โชคชะตาผันแปร อาคมสายใยโชคชะตา ทำให้โชคของฝ่าย
ตรงข้ามลดลงในช่วงเวลาหนึ่ง
กล่าวคือ ทำให้จี้อวี่หมิงโชคร้าย
สองคนปะทะกันนับร้อยรอบ จี้อวี่หมิงแต่เดิมก็สู้เจียงหมิงจื่อไม่ได้
ยิ่งมีสมบัติล ้าค่าธงห้าคุณธรรมที่ทำให้ทุกการโจมตีที่มีต่อเจียงหมิ
งจื่อไร้ผล และโชคที่แย่ยิ่งกว่า ทำให้การปะทะร้อยกว่ารอบนี้ เขา
เกือบจะเป็นฝ่ายรับการโจมตีอย่างเดียว
เจียงหมิงจื่อลงมือโหดเหี้ยม ทุกกระบวนท่าล้วนเป็นอันตรายถึง
ชีวิต ในที่สุด……
“อ๊ากกก——”
เจียงหมิงจื่อเปลี่ยนร่างเป็นหงส์พันจั้ง ใช้กรงเล็บหงส์แข็งแกร่ง
ดุจเหล็กฉีกอกของจี้อวี่หมิง
จี้อวี่หมิงเห็นแย่แล้ว ปล่อยวิญญาณออกจากร่าง เผาผลาญ
อายุขัย วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต!
“ฮึ หนีไวชะมัด”
เจียงหมิงจื่อแค่นเสียง ไม่คิดว่าจี้อวี่หมิงจะหนีเร็วเช่นนี้ เว้นแต่
ตัวเองจะเผาผลาญอายุขัยด้วย ไม่เช่นนั้นไล่ตามไม่ทัน
“อาจเป็นเพราะข้าตีแรงเกินไป ทำให้เขากลัวหรือ?”
เจียงหมิงจื่อไม่สนใจจี้อวี่หมิงต่อ เก็บร่างไร้วิญญาณไว้ในแหวน
เก็บของ ไปเมืองปีศาจตามหาบรรพบุรุษ
……
“ฮึก ฮึก ฮึก——” จี้อวี่หมิงยังหวาดกลัว เห็นเจียงหมิงจื่อไม่ไล่
ตาม จึงหยุดเผาผลาญอายุขัย
“กลับไปตระกูลในสภาพวิญญาณ อาจถูกคนพบระหว่างทาง”
“ยึดครองร่างคน ใช้ร่างเขากลับไป!”
จี้อวี่หมิงมาถึงนอกเมือง ที่นี่มีแต่ผู้บำเพ็ญตัวน้อยที่ไม่มีอาจารย์
คุ้มครอง ไม่กล้าเข้าเมืองชมการต่อสู้ หาคนสักคนก็พอ
“เจ้านั่นแหละ!”
เขาพุ่งตรงเข้าไปในศาลาเรือนร่างของผู้บำเพ็ญตัวน้อยคนหนึ่ง
โดยไม่บอกกล่าว
วิญญาณของผู้บำเพ็ญตัวน้อยนั่งสมาธิฝึกวิชายุทธ์ เห็นจี้อวี่หมิ
งตกใจมาก
“เจ้าหนุ่ม เจ้าชื่ออะไร?” จี้อวี่หมิงเยาะหยัน ร่างเขาเป็นรูปแบบ
ดั้งเดิม หน้าตาน่าขยะแขยง ทำให้เด็กร้องไห้กลางดึกได้
“ข้า… ข้าชื่อขงฮ่าว” ผู้บำเพ็ญตัวน้อยดูประหม่ามาก
“ขงฮ่าวรึ เราจะจำชื่อเจ้าไว้… เดี๋ยวนะ ที่นี่มาจากไหน มีลูกกรง
เหล็กด้วย?”
จี้อวี่หมิงเพิ่งจะโจมตีขงฮ่าว ตั้งใจยึดครองร่าง แต่กลับพบว่า
ตนเองกับขงฮ่าวถูกขั้นด้วยลูกกรงเหล็ก
“นี่คือการผนึก ในร่างเจ้ามีการผนึกหรือ ผนึกใครไว้?”
จี้อวี่หมิงงุนงง ทันใดนั้นเสียงคุ้นหูแต่เย็นชาก็ดังขึ้น
“แน่นอนว่าผนึกข้าไว้!”
จี้อวี่หมิงหันขวับไปมอง พบว่าในกรงยังมีเทาเที่ยอีกตัวหนึ่ง ตา
ข้างหนึ่งบอด ร่างกายสั่นระริก ร้องเสียงดัง
“จี้เฉิง!”
จี้เฉิงตาบอดข้างหนึ่ง คอเขาเหมือนมีบางสิ่งติดอยู่ เสียงหัวเราะ
แหบแห้งน่ารำคาญ ไม่ว่าใครก็ล้วนได้ยินความสะใจในเสียงหัวเราะ
นั้น
“จี้อวี่หมิง เจ้าลอบประทุษร้ายข้า แย่งตำแหน่งหัวหน้าเผ่าของข้า
เคยคิดบ้างไหมว่าจะมีวันนี้?”
หากเป็นช่วงรุ่งโรจน์ เขาย่อมไม่กลัวอดีตหัวหน้าเผ่า แต่เขาเพิ่ง
ต่อสู้กับเจียงหมิงจื่อเลือดสาด ตอนนี้อยู่ในช่วงอ่อนแอที่สุด หากต่อสู้
กับอดีตหัวหน้าเผ่าตอนนี้ ได้แต่เป็นฝ่ายถูกซ้อม
“เจ้า… เจ้าจะทำอะไร?”
“ทำอะไรน่ะหรือ? ก็แน่นอนว่าต้องขังเจ้าไว้ที่นี่!” จี้เฉิงคำรามลั่น
ผนึกจี้อวี่หมิง!
ที่นี่คือที่ผนึกจี้เฉิง จี้อวี่หมิงอาจออกจากที่นี่ได้ แต่จี้เฉิงไม่ปล่อย
ให้ศัตรูหนีไป
เขาถูกขังที่นี่มาหลายปี ไม่เข้าใจวิธีปลดผนึก แต่วิธีผนึกนั้น
ศึกษาอย่างถี่ถ้วนแล้ว!
……
ครึ่งวันต่อมา การต่อสู้ที่เมืองปีศาจจบลง การต่อสู้ระหว่างกึ่ง
เซียนยุคโบราณทั้งสอง เขย่าโลกทั้งใบ
จี้อวี่หมิงหายตัวไป ไม่รู้ชะตากรรม
การต่อสู้ระหว่างผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติสองตระกูลมังกรกับผู้
อาวุโสตระกูลต้อเจียงและบรรพบุรุษตระกูลจิ้วอิงไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ แต่ผู้
มีหูตาแหลมคมต่างเห็นว่านี่เป็นเพียงข้ออ้าง ผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียง
และบรรพบุรุษตระกูลจิ้วอิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักฟื้นเป็น
เวลานาน
วังหลวงเมืองปีศาจ โจวเทียนกลับคืนร่างมนุษย์ นั่งบนบัลลังก์อัน
เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ
“ฝ่าบาท……” ผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียงที่พันผ้าพันแผลรับใช้ข้าง
กาย
“พอเถอะ ถอยไป ที่นี่ไม่มีธุระของเจ้า” โจวเทียนโบกมือไล่อย่าง
ไม่พอใจ
หลังจากผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียงออกไป ชายหญิงสองร่างปรากฏ
ในวังหลวง ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือเจียงเหลียนอี๋และลู่หยาง
วังหลวงกว้างใหญ่ มีเพียงสามคน ดูโล่งมาก
โจวเทียนถูมือยิ้มแย้ม ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ยอมสละบัลลังก์ “ท่าน
เจียง เชิญนั่ง เก้าอี้เย็น ข้าช่วยอุ่นให้แล้ว”
เจียงเหลียนอี๋หันไปมองลู่หยาง “ศิษย์พี่ นั่งไหม?”
ลู่หยาง “……”
ให้ตัวข้าซึ่งเป็นมนุษย์นั่งบนบัลลังก์ประมุขประเทศปีศาจเนี่ยนะ?
ลู่หยางมองไปที่โจวเทียน “ท่านนั่งเถิด?”
สามคนวนไปวนมา สุดท้ายโจวเทียนต้องหยิบบัลลังก์ออกมาอีก
สองตัวจากแหวนเก็บของ จึงแก้ปัญหาได้
สามบัลลังก์วางเป็นวงกลม คล้ายชาวบ้านล้อมวงคุยกันรอบเตา
ไฟ
เจียงเหลียนอี๋ถามสิ่งที่ต้องการคำตอบมากที่สุด “รู้หรือไม่ว่าสามี
ข้าอยู่ที่ใด?”
“หือ? เขายังมีชีวิตอยู่หรือ?”