ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 622 โจวเทียนขวัญเสียวจนตัวสั่น
ทันทีที่ค ำพูดหลุดออกมำจำกปำก โจวเทียนรู้สึกว่ำตนเองเล่น
อยู่กับควำมเป็นควำมตำย ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ำย
เจียงเหลียนอี๋มองโจวเทียนด้วยสำยตำเย็นชำ แต่ไม่ได้ลงมือ
มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นำงกลัวว่ำโจวเทียนจะโกหก จึงใช้
พลังของผลกำรบ ำเพ็ญเป็นเค้ำ ควบคุมให้โจวเทียนไม่อำจปิดบังสิ่ง
ใด คิดอะไรก็ต้องพูดออกมำ
โจวเทียนรีบแก้ไขสถำนกำรณ์ ยังไม่สำยเกินไปที่จะกอบกู้ รีบ
กล่ำวว่ำ “ข้ำหมำยควำมว่ำ ข้ำเข้ำใจว่ำเซียนฉี่หลินตำยไปนำนแล้ว
ต่ำงหำก”
พูดจบโจวเทียนก็อยำกตบปำกตัวเองสักสองที
ก่อนหน้ำนี้พูดอะไรล้วนผ่ำนกำรไตร่ตรองอย่ำงถี่ถ้วน วันนี้เป็น
อะไรไป ถึงพูดโดยไม่ผ่ำนสมองเลยเช่นนี้?
เจียงเหลียนอี๋: “……”
ดูเหมือนกำรบังคับให้พูดควำมจริงก็มีข้อเสีย
ช่ำงเถอะ ดูท่ำทำงโจวเทียนไม่เพียงไม่รู้ร่องรอยของสำมี แม้แต่
ว่ำสำมีนำงยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ยังไม่ทรำบ
เมื่อโจวเทียนสงบสติอำรมณ์ได้ หลังของเขำโชกไปด้วยเหงื่อ
มือเท้ำเย็นเฉียบ
เจียงเหลียนอี๋ถำมเช่นนี้ แสดงว่ำเซียนฉี่หลินยังมีชีวิตอยู่แน่นอน
ที่ตนเองไม่รู้สึกถึงกำรกดทับจำกผลกำรบ ำเพ็ญขั้นสูง นั่นเพรำะว่ำ
ตนเองฝึกฝนยังไม่พอเท่ำนั้น
เซียนฉี่หลินยังมีชีวิตอยู่ แล้วตนเองดันลงมือกับเจียงเหลียนอี๋
เรื่องนี้…
โจวเทียนไม่กล้ำจินตนำกำรถึงผลลัพธ์ หำกเจอเซียนฉี่หลิน
ชีวิตเขำหลำยชำติก็ไม่พอใช้!
“เจ้ำรู้จักพี่สำวอมตะหรือไม่?”
“ใครหรือ?” โจวเทียนมีสีหน้ำงุนงง ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มำก่อน
“ข้ำนี่แหละ” เซียนอมตะยืดอกอย่ำงเปิดเผย โผล่ออกมำจำกร่ำง
ของลู่หยำง ถึงอย่ำงไรโจวเทียนก็ถูกลงตรำนำยบ่ำวแล้ว จะไม่
เปิดเผยตัวตนของนำงแน่นอน
โจวเทียนเห็นเซียนอมตะ ขนลุกซู่ทันที คิดว่ำตนเองเห็นภำพ
หลอน กระโดดขึ้นทันที แม้แต่เสียงก็ควบคุมไม่ได้
“เซียน!!!”
เขำผ่ำนยุคเซียนทั้งสี่ปกครองโลก เคยฟังเซียนบรรยำยอยู่
บ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับเซียนยิ่งนัก
พลังมหำศำลที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง นี่ย่อมเป็นเซียนอย่ำงไม่ต้อง
สงสัย!
ร่ำงของรองประมุขลู่ดันซ่อนเซียนเอำไว้ด้วย!
นึกถึงเรื่องสวรรค์ยุคโบรำณ บำงทีเซียนผู้นี้อำจเป็นเทพถั่ว
ประมุขแห่งสวรรค์ เซียนคนที่ห้ำในยุคโบรำณกระมัง?
เมื่อคิดไปว่ำเหตุใดรองประมุขลู่จึงไม่ถูกควบคุม แต่เดิมเขำคิด
ว่ำเป็นเพรำะเจียงเหลียนอี๋สกัดไว้ แต่บัดนี้ดูเหมือนเป็นเซียนผู้นี้ที่
ช่วยไว้มำกกว่ำ
โจวเทียนพลันพบว่ำ แม้ตนจะเป็นมำรยุคโบรำณ แต่กลับรู้เรื่อง
ยุคโบรำณน้อยเกินไป เหมือนกบในบ่อที่มองไม่เห็นท้องทะเล สิ่งที่
เขำรู้ล้วนเป็นเพียงผิวเผิน
“เอำเถอะ ดูเหมือนนี่ก็เป็นอีกคนที่ไม่รู้จักข้ำ” เซียนอมตะเบ้ปำก
ไม่แปลกใจนัก เจียงเหลียนอี๋ยังมีควำมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนำง เป็นกึ่ง
เซียนที่มีพลังอันน่ำเกรงขำม แต่กลับจ ำนำงไม่ได้ ด้วยโจวเทียนคน
เช่นนี้ ยิ่งย่อมจ ำนำงไม่ได้
โจวเทียนรีบน ำบัลลังก์ที่สี่มำให้เซียนอมตะนั่ง มีสำยตำอันแหลม
คม
ทั้งสี่นั่งรวมกันเป็นวงกลม บรรยำกำศเหมือนกำรพูดคุยของ
ชำวบ้ำนในชนบทยิ่งนัก
“เล่ำมำซิ เหตุใดเจ้ำถึงคิดจะหลับใหล และเลือกที่จะฟื้นคืนชีพ
ในเวลำนี้?”
“เรื่องนี้ต้องเล่ำย้อนถึงกำรต่อสู้สะท้ำนฟ้ำสะเทือนดินของเซียน
ทั้งสี่ยุคโบรำณ เพียงแต่ไม่เคยรู้ว่ำศัตรูของพวกเขำคือผู้ใด…”
โจวเทียนเล่ำไปเล่ำมำ สำยตำที่มองไปยังเซียนอมตะนั้นเริ่ม
ผิดปกติ ยิ่งหวำดกลัวกว่ำเมื่อครู่เสียอีก
ประมุขแห่งสวรรค์ เซียนล ำดับที่ห้ำที่ซ่อนตัว ศัตรูของเซียนทั้งสี่
แห่งยุคโบรำณ บำงทีศัตรูของเซียนทั้งสี่ในครั้งนั้นอำจเป็นผู้ทรง
อ ำนำจท่ำนนี้ก็ได้
เซียนอมตะเบิกตำโพลง: “อย่ำมองข้ำสิ พูดต่อไป”
“อ่ำ อืม” โจวเทียนรีบสงบใจที่หวำดผวำ รู้สึกเหมือนเดินเลียบ
เส้นควำมตำยมำหนึ่งรอบ
เซียนฉี่หลินฆ่ำเขำได้อย่ำงง่ำยดำย ประมุขแห่งสวรรค์ท่ำนนี้ที่
สำมำรถปะทะกับเซียนทั้งสี่ยุคโบรำณได้ พลังของนำงย่อมอยู่เหนือ
เซียนฉี่หลิน
หำกแต่เนิ่นเป็นนำงที่ลงมือบนแท่นฟ้ำ…
โจวเทียนสะท้ำนเยือกเย็น
เห็นว่ำท่ำนรองประมุขลู่ สนิทสนมกับประมุขแห่งสวรรค์ หำกเอำ
ใจท่ำนรองประมุขลู่ได้ ย่อมเท่ำกับเอำใจประมุขแห่งสวรรค์ทำงอ้อม
โจวเทียนพูดต่อ: “ท่ำนเจียงคงเคยเห็นกำรต่อสู้ครั้งนั้นเช่นกัน
ใช่หรือไม่? นั่นคือขั้นที่กึ่งเซียนเช่นพวกเรำไม่อำจไปถึงได้ ห่ำงกัน
เหมือนห้วงเหวอันไม่อำจก้ำวข้ำม ท ำให้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวัง…”
เจียงเหลียนอี๋แก้ไข: “ข้ำไม่สิ้นหวัง”
“…ท ำให้ข้ำรู้สึกสิ้นหวัง”
“ข้ำคิดในตอนนั้นว่ำ ในโลกนี้ไม่มีอะไรด ำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ เซียน
ทั้งสี่ยุคโบรำณไม่อำจปกครองโลกตลอดไป หำกข้ำไม่อำจมีชื่อเสียง
ในยุคที่มีเซียนทั้งสี่ ท ำไมข้ำไม่เลือกที่จะหลับใหล รอให้โลกไม่มี
เซียน และไม่มีแม้แต่กึ่งเซียน แล้วค่อยฟื้นคืนชีพ?”
“ข้ำยิ่งคิดยิ่งเห็นว่ำควำมคิดนี้ดี จึงรวบรวมสมุนไพรวิเศษส ำหรับ
กำรหลับใหลมำกมำย ฝังตัวในโลงศพ ผนึกชีวิตตนเองไว้ใต้ธรณี”
“ข้ำได้ทิ้งข้อควำมให้กับลูกหลำน ให้พวกเขำปลุกข้ำในยุคที่ไร้
เซียน”
“เรื่องนี้กลำยเป็นควำมลับสูงสุดของตระกูลต้อเจียง ที่มีเพียงเจ้ำ
เผ่ำในแต่ละสมัยเท่ำนั้นที่รู้ ถ่ำยทอดกันรุ่นต่อรุ่น”
“กว่ำสองร้อยปีก่อน ลูกหลำนก็ปลุกข้ำ”
“ข้ำตื่นขึ้นมำและได้เห็นว่ำยุคนี้ช่ำงวิเศษนัก กึ่งเซียนเป็นผู้ทรง
อ ำนำจสูงสุดเสียแล้ว!”
“จำกนั้นข้ำใช้เวลำสองร้อยปี ทั้งฟื้นฟูพลัง ทั้งวำงแผนสร้ำง
ประเทศปีศำจ กระทั่งเพิ่งจะเสร็จเรียบร้อยในช่วงเช้ำ พวกเจ้ำก็บุก
เข้ำมำ”
เห็นว่ำโจวเทียนไม่รู้อะไรเลยจริงๆ เจียงเหลียนอี๋จึงไม่เสียเวลำ
ถำมอีก เตรียมจำกไป
“ดังที่ข้ำเคยบอก ตระกูลหงส์จะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศปีศำจ
ปกครองเขตปีศำจให้เป็นหนึ่งเดียว เจ้ำจงตั้งใจดูแลประเทศปีศำจ ข้ำ
จะคอยควบคุมเจ้ำอยู่ตลอด”
ในยุคโบรำณเซียนปกครองดวงดำวแห่งชีวิตนับพันนับหมื่น กึ่ง
เซียนด้อยกว่ำเล็กน้อย ปกครองได้หลำยร้อยดวง เซียนอมตะเป็น
ข้อยกเว้น ปกครองเพียงดวงเดียว
โจวเทียนมีประสบกำรณ์กำรปกครอง
ออกจำกวังหลวงเมืองปีศำจ เซียนอมตะกลับเข้ำสู่ร่ำงของลู่หยำง
“พวกเรำจะไปที่ใดต่อ?”
“ไปตระกูลหงส์”
……
ตระกูลฉงฉี
ร่ำงเล็กก ำลังศึกษำลูกแก้วบันทึกภำพที่ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นใช้ทรัพย์
มหำศำลซื้อมำ สีหน้ำเคร่งขรึม
กำรต่อสู้ระหว่ำงกึ่งเซียนสองท่ำนควรค่ำแก่กำรศึกษำซ ้ำแล้วซ ้ำ
เล่ำ
“เป็นเจียงเหลียนอี๋จริงๆ ด้วย และเป็นสภำพสมบูรณ์เต็มก ำลัง”
ร่ำงเล็กปรำยเสียง เคยคิดว่ำเจียงเหลียนอี๋เพิ่งตื่น ต้องห่ำงไกล
จำกช่วงรุ่งโรจน์ แต่เมื่อได้ชม ทั้งท่ำทำงกว้ำงใหญ่ ไม่มีอำกำรเก็บง ำ
แม้แต่น้อย สำมำรถจัดกำรโจวเทียนได้โดยไม่ต้องใช้ไม้ตำยเลยด้วย
ซ ้ำ
“บำงทีอำเสี่ยอำจมอบของดีให้นำงกระมัง?”
“บรรพบุรุษ พวกเรำขั้นต่อไป…” ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นถำมข้ำงๆ อย่ำง
กระสับกระส่ำย
“เข้ำร่วมประเทศปีศำจก่อน ในลูกแก้วบันทึกภำพไม่แสดงให้
เห็น แต่ตำมนิสัยของเจียงเหลียนอี๋ ย่อมจะสลักตรำนำยบ่ำวให้โจ
วเทียนแน่นอน ประเทศปีศำจในนำมเป็นของโจวเทียน แต่ที่จริงเป็น
ของเจียงเหลียนอี๋”
“โดยมีเจียงเหลียนอี๋อยู่ ประเทศปีศำจย่อมจะรวมเป็นหนึ่งเดียว
ได้อย่ำงแน่นอน ตระกูลฉงฉีของพวกเรำไม่เข้ำร่วมคงพูดได้ไม่เต็ม
ปำก ยังไม่เท่ำอำศัยตอนนี้เข้ำร่วมประเทศปีศำจอย่ำงกระตือรือร้น
ยังมีโอกำสคุมสถำนกำรณ์ได้บ้ำง”
ร่ำงเล็กต่อสู้กับเจียงเหลียนอี๋มำไม่น้อยในยุคโบรำณ นิสัยของ
เจียงเหลียนอี๋นำงรู้ดีที่สุด กำรอำศัยควันปกคลุมสลักตรำนำยบ่ำว
หลอกคนอื่นว่ำพอไหว แต่หลอกนำงไม่ได้แน่
“ลัทธิสวรรค์นี้ อำเสี่ยไม่เคยเล่ำให้ฟัง”
เห็นว่ำกำรต่อสู้ของกึ่งเซียนไม่มีอะไรน่ำดูอีกแล้ว ร่ำงเล็กโยน
ลูกแก้วบันทึกภำพไปทำงด้ำนหลังอย่ำงไม่ใส่ใจ โยนให้ท่ำนเจ้ำเผ่ำ
จิ่น
“ลูกแก้วนี้เจ้ำจะเก็บไว้หรือท ำลำยก็ตำมใจ ขอเพียงอย่ำให้คน
นอกเห็นก็พอ”
ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นไม่เข้ำใจ: “เป็นเพรำะกำรต่อสู้ของกึ่งเซียนเป็น
เรื่องใหญ่ ไม่อำจเผยแพร่หรือ?”
“เป็นเพรำะว่ำตอนที่เจ้ำถูกตระกูลเต่ำปีศำจขึ้นรำคำจนต้องซื้อ
ลูกแก้วบันทึกภำพในรำคำแพงถูกบันทึกเอำไว้”
“อืม”