ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 668 เจดีย์ปราบมารงู
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกว่าตั้งแต่ออกมาขายเลือด ไม่เคยเจอเรื่องดีๆ เลย
เมื่อก่อนมีซื่อฉันทดสอบจิตใจในหอนางโลม ตอนนี้มีสวี่อานกับ
เหล่าสาวๆที่วุ่นวาย
สำคัญที่สุดคือ ทั้งสองคนใช้เลือดของเขาทั้งนั้น!
เขานึกอยู่แล้วว่าน ้าแกงเห็ดหลินจือที่หลิวเสียงอวี่เสิร์ฟมามีกลิ่น
คาวเลือด ที่แท้ก็เป็นเลือดของเขานี่เอง!
คนรักตีกันจนลุกเป็นไฟจะทำอย่างไรดี ฆ่าต้นเหตุซะก็จบเรื่อง
หรือเขาอาจจะละเว้นชีวิตสวี่อาน แค่ใช้หมัดสาปโสดสักชุดก็พอ
ในลานบ้าน มารงู ผีร้าย ปีศาจจิ้งจอก และวิญญาณวัตถุวิเศษ
ต่อสู้กันชุลมุน โชคดีที่มีกำแพงกำบังปิดกั้นบริเวณนี้ชั่วคราว
ไม่เช่นนั้นคงมียามมาตรวจสอบนานแล้ว
หลิวเสียงอวี่แปลงร่าง กลายเป็นงูขาวยาวเป็นสิบจั้ง ลำตัวใหญ่
กว่าถังน ้า ขยับตัวแผ่ไปมา ชูลิ้นสองแฉกอันหนาวเย็น ดวงตาจับจ้อง
สามสาวใช้เขม็ง
“ข้ากับสามีพบกันโดยบังเอิญ นัดหมายกันในสายฝนฤดูใบไม้
ผลิ สาบานจะอยู่ร่วมกันชั่วชีวิต ที่ไหนจะให้พวกปีศาจอย่างพวกเจ้า
มาแทรกแซง!”
ร่างงูเลื้อยพันไปมา แผ่นดินสั่นสะเทือน พื้นปริแตก อ้าปากกว้าง
จะกลืนสามสาวใช้ทั้งเป็น
เสี่ยวฉุยกางแขนออก ร่างผีดำสลัวมากมายรวมกันในความมืด
มองไม่เห็นชัดว่าอยู่ตรงไหน แม้แต่จิตทารกก็ออกมาต้านปากงูขาว
ไว้
“คำว่าพบกันโดยบังเอิญนั้นนับเป็นอะไร ความรักที่ไม่ผ่านการ
ทดสอบเป็นวาจาที่ว่างเปล่า!”
“วันนั้นข้าเปิดเผยตัวตน ถูกทางการไล่ล่า โชคดีพบคุณชาย
โดยบังเอิญ ทำให้ข้ารอดชีวิตด้วยพลังจิตเที่ยงตรงที่คุณชายสร้าง
ขึ้น!”
“หากไม่ใช่เพราะตัวตนพิเศษของข้า ที่เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อ
การสอบขุนนางของคุณชายหลังจากข้าเล่าความจริงให้ฟัง ข้าคง
แต่งงานกับเขาไปนานแล้ว ที่ไหนจะมีโอกาสให้เจ้าเป็นภรรยาหลวง!”
เสี่ยวจู่แสดงร่างปีศาจจิ้งจอกที่แท้จริง จิ้งจอกขาวดุจเงาในหิมะ
ปราดเปรียวและคล่องแคล่ว
“หิมะจงมา!”
ลานบ้านพลันเต็มไปด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมา อุณหภูมิลด
ฮวบ ไอหนาวกรีดใจ หยดน ้ากลายเป็นน ้าแข็งทันที
“ข้าคือจิ้งจอกหิมะที่บรรลุวิชา เมื่อร้อยกว่าปีก่อน บรรพบุรุษของ
คุณชายช่วยข้าจากกับดักล่าสัตว์ ข้าพลัดหลงเข้าไปในเขตหวงห้าม
กลืนกินผลไม้แปลกปลอมไม่มีชื่อ ปลุกสายเลือดโบราณ ใช้พลัง
สายเลือดฝึกร่างมนุษย์”
“ข้าตั้งใจจะกลับมาตอบแทนบุญคุณบรรพบุรุษของคุณชาย แต่
เมื่อกลับมา บรรพบุรุษของคุณชายก็กลายเป็นเพียงกองดินเสียแล้ว
เช่นนั้นข้าก็จะตอบแทนบุญคุณกับคุณชายแทน!”
“หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าคุณชายจะรับตัวตนของข้าไม่ได้ ข้าคง
เปิดใจกับคุณชายไปนานแล้ว!”
หลิวเสียงอวี่หัวเราะเยาะ “พวกเจ้าอย่างละคนแอบมาตอน
กลางคืน ทำให้สามีอ่อนเพลีย ยังมีหน้ามาพูดว่ามีเหตุผลอีก ถ้าเรื่อง
เห็ดหลินจือเป็นข้าที่สืบรู้มา เลือดบำรุงหยางก็เป็นข้าที่ซื้อมา พวก
เจ้าสามคนทำอะไรบ้าง!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคืนนี้พวกเจ้าสามคนปรากฏตัวพร้อมกัน ข้าก็ยัง
ไม่รู้ว่าพวกเจ้าสามคนไม่ใช่มนุษย์ จนสามีต้องเชิญผู้บำเพ็ญขั้นแก่น
ทองคำสามคนมาจากข้างนอก!”
งูขาวพัดกระหน ่าสร้างพายุ ลมหนาวตัดกระดูก กระโชกกราชั้น
ทำให้คนขนลุกด้วยความหนาวเย็น
เสี่ยวฉิวสร้างกำแพงใส ต้านการโจมตีของหลิวเสียงอวี่ไว้
ชั่วคราว
ตัวตนที่แท้จริงของนางคือแผ่นหยก เป็นวัตถุวิเศษเพื่อป้องกัน
“นายหญิงกรุณาหยุดความโกรธ นายท่านได้ปลุกข้า แต่ข้าไม่รู้
จะเผชิญหน้ากับนายท่านอย่างไร จึงไม่ได้เปิดเผยตัวตนเสียที ไม่ได้
ตั้งใจปกปิด”
เมื่อเห็นว่าการต่อสู้รอบที่สองกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงสวดมนต์พุทธ
ก็ดังขึ้นทำให้ทั้งสี่คนหยุดชะงัก
“อมิตาพุทธ ขอเหล่าสตรีโปรดหยุดมือเพื่อเห็นแก่อาตมา
ชั่วคราวได้หรือไม่?”
ซื่อฉันก้าวมายังลานบ้าน พร้อมด้วยผู้คุ้มกันสองคน คนหนึ่งถือ
กระบี่ อีกคนกำหมัดแน่น
“พวกท่านตื่นแล้ว ไม่ใช่สิ พวกท่านไม่ได้สลบอยู่เลย?!”
หลิวเสียงอวี่ทั้งสี่คนสีหน้าเปลี่ยนไป มีอาการตกใจเล็กน้อย พวก
นางไม่เคยสังเกตเลยว่าสามคนที่คุณชายเชิญมาเป็นคนที่ตื่นอยู่
“นี่… นี่ไม่ควรเป็นเช่นนี้สิ เครื่องหอมของข้าแม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้น
ทารกแรกกำเนิดที่ไม่ทันระวังก็ยังต้องสลบสามชั่วยาม!” เสี่ยวฉุย
ตกใจที่สุด นางรู้ดีถึงพลังของเครื่องหอมของตน
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำไม่น่าจะต้านทานได้
ที่สำคัญกว่านั้นคือ สามคนนี้รู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกนางแล้ว!
ถ้าให้คุณชายรู้จะทำอย่างไรดี?
“พวกท่าน… แกล้งหลับมาตลอด!”
สี่สาวใบหน้าแดงก ่าด้วยความอับอาย เช่นนี้ก็หมายความว่าเรื่อง
ที่พวกนางทำกับสวี่อานบนเตียงคืนนี้ ทั้งสามคนเห็นหมดแล้วกระมัง?
ด้วยความโกรธ ทั้งสี่คนพร้อมใจกันโจมตี
งูขาวเลื้อยพัน ผีร้ายออกอาละวาด จิ้งจอกโปรยหิมะ แผ่นหยก
เปล่งประกาย
“อาตมาไม่ได้ตั้งใจก่อกวน”
เผชิญกับการโจมตีพร้อมกันของทั้งสี่คน ซื่อฉันไม่ร้อนรน หยิบ
เจดีย์เก้าชั้นออกมาโยนขึ้นไปในอากาศ เจดีย์เปล่งรัศมีสีทองอ่อนๆ
ครอบคลุมทั้งสี่คน ทำให้พวกนางขยับตัวไม่ได้
“นี่… นี่เป็นวัตถุวิเศษอะไร?”
ทั้งสี่คนตกใจยิ่งนัก ไม่เคยเห็นวัตถุวิเศษที่มหัศจรรย์เช่นนี้
แผ่นหยกเสี่ยวฉิวรู้สึกถึงการกดทับของวัตถุวิเศษที่เหนือกว่า
“เหล่าสตรี พวกท่านสู้พวกเราสามคนไม่ได้หรอก”
ซื่อฉันถอนหายใจ เรียกกายทองกลับคืน ร่างทองปรากฏขึ้นที่
หลัง มือซ้ายถือวัชระ มือขวาถือธรรมจักร เป็นร่างทองหกจั้งที่ถูกต้อง
ตามตำรา
ลู่หยางมือถือกระบี่ชิงเฟิงที่เปล่งประกายเย็นเยียบ เพียงแค่มอง
แวบเดียวก็รู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันแทงเข้าตา คมกระบี่แหลมคม ไม่
กล้าจ้องมอง
เมิ่งจิ่งโจวใช้ท่าสามหัวหกแขน หกแขนแข็งแกร่งกำหมัดแน่น
พร้อมจะต่อย หมัดหนึ่งทำลายฟ้า หมัดหนึ่งทำลายดิน ใบหน้าทั้ง
สามน่าเกรงขาม ตาจ้องมองด้วยความเกรี้ยวกราด แสดงภาพลักษณ์
แห่งความโกรธเกรี้ยว
“ขั้นทารกแรกกำเนิด… ไม่ใช่สิ ขั้นแปลงร่างเซียน?!”
หลิวเสียงอวี่และสามสาวใช้หน้าซีดเผือดในพริบตา สามคนนี้แม้
จะดูมีวิทยายุทธ์ใกล้เคียงกับพวกนาง แต่จากพลังที่แสดงออกมา นี่
คืออำนาจของขั้นแปลงร่างเซียนชัดๆ!
แม้ไม่มีเจดีย์เก้าชั้น แค่คนใดคนหนึ่งในสามคนนี้ก็สามารถ
เอาชนะพวกนางได้!
ไม่ใช่ว่าเมืองชุนเจียงมีแค่สองคนที่อยู่ในขั้นแปลงร่างเซียน และ
พวกเขาก็เป็นคนของทางการทั้งนั้นหรือ คุณชายไปเชิญผู้บำเพ็ญ
ขั้นแปลงร่างเซียนสามคนมาจากที่ไหนกัน?
ซื่อฉันเห็นทั้งสี่คนสงบลงแล้ว จึงเก็บร่างทองหกจั้ง ลู่หยางและ
เมิ่งจิ่งโจวก็เก็บท่าไปด้วย
“อาตมาได้รับการว่าจ้างจากคุณชายสวี่ มาแก้ไขปัญหาพลังห
ยางไม่เพียงพอ ขอท่านทั้งสี่กรุณาอย่าทำให้อาตมาลำบากใจ”
ทั้งสี่สตรีรับปากทันที ว่าง่ายสุดๆ
หลิวเสียงอวี่กลับร่างเป็นมนุษย์ เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งสามไปที่โถง
ใหญ่
“ก่อนจะเข้าเรื่อง อาตมาขอแนะนำตัวก่อน อาตมาฉายาซื่อฉัน
เป็นศิษย์วัดเสวียนคง”
ทั้งสี่สตรีสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง ทุกคนเริ่มตึงเครียด ที่แท้เป็น
พระจากวัดเสวียนคง
ศิษย์วัดเสวียนคงมีจำนวนน้อย แทบไม่ค่อยได้ยินข่าวคราวของ
พวกเขา วัดเสวียนคงค่อนข้างลึกลับสำหรับคนภายนอก ทั้งสี่คนไม่
สามารถคาดเดาท่าทีของซื่อฉันได้
เสี่ยวฉุยกังวลมากที่สุด นางเป็นหัวหน้าสาขาลัทธิจิ่วอิ่ว หาก
ตัวตนถูกเปิดเผย ต่อให้หนีก็หนีไม่พ้น
“คุณหลิว หากอาตมาดูไม่ผิด ท่านคือมารงูจากเขตปีศาจใช่
หรือไม่?”
“ท่านพระเห็นถูกต้องแล้ว”
“คุณหลิว ฟังอาตมาแนะนำสักคำ ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับ
คุณชายสวี่ดูไม่เหมาะสมนัก”
หลิวเสียงอวี่ใบหน้าซีดเผือด มีลางสังหรณ์ไม่ดี “ท่านพระ
หมายความว่า มนุษย์กับปีศาจอยู่คนละภพ ไม่อาจอยู่ร่วมกันใช่
หรือไม่?”
ซื่อฉันส่ายหน้า “ไม่ใช่ อาตมาหมายความว่า เมื่อจดทะเบียน
สมรส จำเป็นต้องตรวจสอบเผ่าพันธุ์ของทั้งสองฝ่าย คุณชายสวี่ไม่รู้
ว่าท่านเป็นมารงู แสดงว่าพวกท่านมีเพียงความเป็นสามีภรรยาโดย
พฤตินัย ไม่มีความเป็นสามีภรรยาโดยนิตินัย”
“อาตมาแนะนำให้ท่านทั้งสองไปจดทะเบียนที่ที่ว่าการ”