ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 718 ขั้นทารกแรกกำเนิดระดับกลาง
แม้จะเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก แต่ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวก็รู้สึกชื่น
ชอบเซียนห่านไห่อย่างมาก
นี่แหละคือท่วงท่าของผู้อาวุโส
เมื่อเซียนห่านไห่บอกว่าจะช่วยลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวสักครั้ง
อวี้จือเดิมทีคิดจะเตือนเซียนห่านไห่ แต่ลู่หยางทั้งสองรู้จักมารยาทดี
เกินไป รีบขอบคุณเร็วมาก นางจึงไม่สะดวกจะแทรกขึ้นมา
เซียนบรรพกาลพักอยู่กับเซียนห่านไห่ชั่วคราว อวี้จือกล่าว
อำลาผู้อาวุโสทั้งสอง พาลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวกลับไปยังยอดเขาของ
แต่ละคน
“พวกเจ้าทั้งสองจงตั้งใจบำเพ็ญ”
“น้อมรับคำสั่ง”
……
สี่เดือนผ่านไป เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงวันที่สองเดือนสอง
ศิษย์ที่ออกไปปฏิบัติภารกิจทยอยกลับมา ไต้ปู้ฟานมองรายงาน
ภารกิจที่กองซ้อนกัน พยักหน้าหลายครั้ง รู้สึกพอใจมาก แสดงว่าคน
ธรรมดาส่วนใหญ่ที่เขาคัดเลือกมีความประพฤติผ่านเกณฑ์
บนหินดาบ ลู่หยางนั่งขัดสมาธิแบบห้าใจสู่สวรรค์ คมกระบี่
ภายในถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ กระบี่ชิงเฟิงและกระบี่เมิ่งเยว่ กระบี่เจ็ดดาว
รวมถึงสระล้างกระบี่อันโดดเด่น ทั้งหมดลอยล้อมรอบตัวลู่หยาง
ปกป้องเขา
ทุกลมหายใจเข้าออก อากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนภายในร่างกาย
พุ่งทะลุจุดพิเศษและพันธนาการของร่างกาย ทำให้ลู่หยาง
เปรียบเสมือนมังกรที่หลับใหลอยู่ในห้วงลึก ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า โผ
บินในนภา!
ฮู้——
ลู่หยางพ่นลมเสีย นี่คือสิ่งสกปรกในร่างกาย ลมเสียกลายเป็นคม
กระบี่ พุ่งออกไปทันที จากนั้นต้นไม้ใหญ่มากมายถูกตัดขาดครึ่งตัว
ล้มลงต่อเนื่องกัน
กลืนกินขุนเขาลำธาร ปากพ่นคมกระบี่
ความเข้าใจในวิถีกระบี่ของลู่หยางก้าวขึ้นอีกระดับ!
ในโลกบำเพ็ญปัจจุบัน นอกจากท่านเต๋าปู้อวี่แล้ว ยังไม่เคยได้
ยินว่ามีใครทำได้ถึงจุดนี้ในขั้นทารกแรกกำเนิด!
“ขั้นทารกแรกกำเนิดระดับกลางแล้วสินะ”
ลู่หยางพินิจถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากบรรลุขั้นใหม่ แม้จะ
ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าพลิกดินเหมือนตอนจากการแตก
สลายแก่นทองคำกลายเป็นทารกแรกกำเนิด แต่การเปลี่ยนแปลงก็มี
อยู่จริง และเป็นการยกระดับอย่างเห็นได้ชัด!
ตอนนี้เขาสามารถเอาชนะทารกอมตะขั้นทารกแรกกำเนิดระดับ
ต้นได้!
“ทารกอมตะ มาสู้กัน!”
ลู่หยางได้รับพลังอันแข็งแกร่ง พยายามท้าทายทารกอมตะ แต่
ทารกอมตะก็รีบทำให้เขาได้รับรู้ความจริง
“เอ่อ เบาๆ หน่อย”
อย่างไรเสียทารกอมตะก็เป็นทารกอมตะขั้นทารกแรกกำเนิด
ระดับกลางเช่นกัน
ลู่หยางเจ็บปวดทั่วตัว รีบสร้างการเชื่อมต่อกับทารกอมตะใหม่
ทารกอมตะจึงสงบลง กลับเข้าสู่ตันเถียนอีกครั้ง
หลังจากปะทะกับทารกอมตะสั้นๆ เขาค้นพบข้อบกพร่องของ
ตัวเอง
“แม้ว่าพลังและความเร็วของข้ากับทารกอมตะจะเท่ากัน แต่
เทคนิคของทารกอมตะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในทางทฤษฎีข้าก็
น่าจะทำได้เช่นกัน”
ลู่หยางสงบสติอารมณ์ ทบทวนเหตุการณ์ที่ถูกทารกอมตะรุม
ซ้อมอย่างละเอียด ได้ผลลัพธ์มากมาย
“บางทีนี่อาจเป็นวิธีใช้ทารกอมตะที่ถูกต้อง ให้ข้าค้นหา
ข้อบกพร่องของตัวเอง”
จากนั้นเขาก็ควบคุมกระบี่ยาวเก้าเล่มอย่างตื่นเต้น เรียกใช้
กระบวนกระบี่
“กระบวนกระบี่สยบเซียน!”
กระบี่ยาวเก้าเล่มลอยสูงเหนือศีรษะ ปลายกระบี่ชี้ลงด้านล่าง ทำ
ให้ผู้คนรู้สึกกดดันอย่างมาก
โดยเฉพาะสระล้างกระบี่นั้น กดดันมากที่สุด
ตึง! ลู่หยางคุกเข่าลงกับพื้น ไม่สามารถลุกขึ้นได้
“กระบวนกระบี่ห่วยแตกนี่ไม่แยกแยะมิตรศัตรูเลยหรือไง แม้แต่
เจ้านายก็ยังได้รับผลกระทบ!” ลู่หยางโกรธมาก
เซียนอมตะเบ้ปาก “เจ้าลืมหรือไงว่ากระบวนกระบี่นี้แต่เดิมมีไว้
ทำอะไร?”
นี่เป็นกระบวนกระบี่ที่เซียนฉี่หลินใช้กับตัวเอง ตั้งแต่กำเนิดมา ก็
เพื่อจัดการกับเจ้าของกระบวนกระบี่นั่นเอง
……
หน้าถ ้าพักของเมิ่งจิ่งโจว
ประตูหินเปิดออกด้วยเสียงดังกึกก้อง เมิ่งจิ่งโจวเก็บแผนภาพห
ยินหยางไท้จี๋ เดินออกจากถ ้าพัก ได้รับแสงอาทิตย์ ยืดเส้นยืดสาย
อย่างสบายอารมณ์
“สบายจังเลย ในที่สุดก็ถึงขั้นทารกแรกกำเนิดระดับกลางแล้ว”
“หืม? ม้าแก่ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
เมิ่งจิ่งโจวเห็นม้าแก่ยืนเฝ้าอยู่หน้าถ ้าพัก นั่งอยู่บนพื้น ขาหลัง
สองข้างพันกันเป็นเกลียว ขาหน้าสองข้างวางบนหัวเข่า รูจมูกพ่นไอ
ขาวเข้าออก
“นี่กำลังบำเพ็ญอยู่หรือ?” เมิ่งจิ่งโจวเพิ่งเคยเห็นม้าแก่บำเพ็ญ
เป็นครั้งแรก จึงไม่ค่อยแน่ใจ
ม้าแก่มองเมิ่งจิ่งโจวด้วยหางตา แต่ก่อนมันคิดว่าขั้นรวมร่างก็ดี
พอแล้ว เพราะหากไม่มีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติออกมา มันก็จะเป็นผู้
ไร้เทียมทาน
ตอนนี้มันรู้แล้วว่าผิด นับตั้งแต่มันลากเมิ่งจิ่งโจวออกจากตระกูล
เมิ่ง ผ่านไปแล้วสามปี ในช่วงเวลานี้ ศัตรูที่พบล้วนเกินความสามารถ
ของมัน
ไม่ก็มากเกินไป ไม่ก็มีวิทยายุทธ์สูงเกินไป
สรุปคือไม่มีสักคนที่มันจัดการได้
มีเพียงไม่นานมานี้ที่พบกับรูปปั้นเคลือบดินนั่น ทำให้มันรู้สึกอุ่น
ใจเล็กน้อย ทำให้มันรู้ว่ามันยังคงเป็นผู้มีพลังขั้นรวมร่างที่แผ่อำนาจ
ทั่วหล้า
ถ้าไม่ขยันบำเพ็ญตอนนี้ อนาคตใครจะเป็นผู้คุ้มครองใครก็ไม่รู้
……
“เป็นถนนคนเดินที่คึกคักจริงๆ” เซียนบรรพกาลและเซียนห่าน
ไห่มาถึงถนนร้านค้า เนื่องจากคนแปลกหน้าสองคนปรากฏตัวใน
สำนักเวิ่นเต๋า ดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมเกินไป เซียนห่านไห่จึงใช้
พลังวิเศษ ซ่อนการปรากฏตัวของทั้งสอง
เซียนห่านไห่คิดในใจว่าในที่สุดก็หาสถานที่ที่ท่านบรรพบุรุษไม่
เคยไปได้แล้ว
เขาเพิ่งไปยอดเขาคุมขัง ยืนยันว่าเจ้าแห่งฝันร้ายและกึ่งเซียน
แห่งความว่างเปล่าถูกจับตัวไว้จริง และได้ฟังอาจารย์ผู้เฒ่าถัง เซิงอี้
บ่นพร ่าเพรื่อเป็นเวลานาน บอกว่ายอดเขาคุมขังขังกึ่งเซียนและผู้
บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติมากเกินไป เขาเป็นเพียงผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ
คนเดียว เกือบรับมือไม่ไหวแล้ว
จากนั้นทั้งสองก็ผ่านหลายจุด ในที่สุดก็มาถึงถนนร้านค้า
ทั้งสองเดินผ่านถนนที่คึกคัก ราวกับคนผ่านไปมาธรรมดา ไม่ว่า
จะเป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าหรือผู้มีพลังที่ซ่อนตัวในถนนร้านค้า ล้วนไม่
สังเกตเห็นตัวตนของทั้งสอง
“เนื้อแพะย่างๆๆ เนื้อแพะย่างสดใหม่แท้ๆ!”
เซียนบรรพกาลได้กลิ่นน ้ามันเนื้อแพะที่หยดลงบนเปลวไฟ ส่ง
กลิ่นหอมฉุย ก็ดมจมูกฟุดฟิด
“หอมจริงๆ”
หากเขายังเป็นผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง ก็จะผ่านช่วงที่ต้อง
ตอบสนองความต้องการของลิ้นและปากไปแล้ว คงไม่ถูกล่อลวงด้วย
เนื้อแพะย่างธรรมดา
แต่ตอนนี้เขาเป็นคนธรรมดา คนธรรมดาก็ต้องกินข้าว
“ท่านปู่ต้องการกินหรือไม่?” เซียนห่านไห่ถามอย่างใส่ใจ
“แขกสองท่าน ต้องการเข้าร้านกินเนื้อแพะย่างหรือไม่?” คน
เรียกลูกค้าหน้าร้านย่างเนื้อถามพร้อมรอยยิ้ม
“กิน… เดี๋ยวก่อน เจ้ามองเห็นพวกเราได้หรือ?” เซียนห่านไห่
ตอบแทนเซียนบรรพกาลโดยไม่ทันคิด แล้วจู่ๆ ก็พบว่ามีบางอย่างไม่
ถูกต้อง
ทั้งสองใช้วิชาพลังวิเศษซ่อนตัว ไม่ควรมีใครสังเกตเห็นพวกเขา
เว้นแต่อีกฝ่ายจะเป็นผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ!
สำนักเวิ่นเต๋ามีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติคนที่สามมาจากไหน!
เซียนห่านไห่เงยหน้าขึ้นทันที จ้องมองคนเรียกลูกค้า เห็นร่าง
วิญญาณหนึ่ง และมีรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า “กึ่ง
เซียน?”
“เจ้าเป็นใคร!”
“ข้า? แต่ก่อนข้าเป็นเซียนอมตะชาย ตอนนี้เป็นเจ้าของร้านย่าง
เนื้อและโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้”
“เซียนอมตะชาย? ท่านเป็นคนของลัทธิอมตะ!” เซียนห่านไห่ยิ่ง
ระวังตัวมากขึ้น ลัทธิอมตะถึงกับมีผู้มีพลังระดับกึ่งเซียน และยังแฝง
ตัวเข้ามาในสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเขา
มองแบบนี้ ในสี่ลัทธิมารใหญ่ ลัทธิอมตะมีพลังแข็งแกร่งที่สุด!
เซียนห่านไห่เรียกใช้รูปแบบของผลของการบำเพ็ญ เตรียมลง
มือ
“เดี๋ยวๆๆ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าถูกจับมาที่สำนักเวิ่นเต๋า” เซียน
อมตะชายรีบอธิบาย เขาจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือเซียนห่านไห่
หน้าตาเหมือนกับรูปปั้นไม่มีผิดเพี้ยน
“เกิดอะไรขึ้น?” เซียนห่านไห่ขมวดคิ้ว เก็บรูปแบบของผลของ
การบำเพ็ญ เขาเข้าภวังค์ไปสามร้อยปี ทำไมเหมือนกับเข้าภวังค์ไป
หลายหมื่นปี ราวกับว่าสำนักเวิ่นเต๋าเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้า
พลิกดิน และเขาไม่รู้อะไรเลย
หากเขาตรวจสอบเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียด ก็จะ
พบว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในช่วงสามร้อยปีนี้ แต่การเปลี่ยนแปลง
ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงสามปี
เซียนอมตะชายเชิญผู้อาวุโสทั้งสองเข้าร้านย่างเนื้อ สั่งให้
อาจารย์หลิวและอาจารย์เกาเอาของเด็ดออกมา นำของดีทั้งหมดมา
เสิร์ฟ
“หากพูดถึงว่าข้ามาที่สำนักเวิ่นเต๋าของพวกท่านได้อย่างไร ต้อง
เล่าตั้งแต่ต้น เริ่มแรกคือศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าของพวกท่านออกไป
ปฏิบัติภารกิจ ต้องการฆ่าเสือปีศาจตัวหนึ่ง……”