ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 736 การประลอง
“ลู่หยาง เจ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าแพ้อย่างน่าอับอาย” เมิ่ง
จิ่งโจวมีน ้าใจเพื่อนพี่น้อง บอกว่าจะรักษาหน้าให้ลู่หยางอย่างเต็มที่
ลู่หยางหน้าบึ้ง เมิ่งจิ่งโจว เจ้าไม่รักหน้าตัวเองเลยสินะ กระบวน
กระบี่เจ็ดดาวข้าก็ใช้ไม่ได้ ฝ่ามือหมู่บ้านข้าก็ใช้ไม่ได้ จะให้ข้าใช้ไฟ
สามรสพ่นใส่เจ้าจนตายหรือไง?
กระบวนกระบี่เจ็ดดาวและฝ่ามือหมู่บ้าน ล้วนเป็นเทคนิคที่เคยใช้
ในฐานะรองประมุขลู่ แน่นอนว่าไม่สามารถใช้ต่อหน้าสาธารณชนได้
กระบวนกระบี่สยบเซียนก็เป็นกระบวนท่าที่เก็บไว้สำหรับรอง
ประมุขลู่ ก็ใช้ไม่ได้อีกเช่นกัน
หากเป็นผู้บำเพ็ญระดับเดียวกันคนอื่น ลู่หยางมั่นใจว่าโดยไม่
ต้องใช้เทคนิคเด็ดเหล่านี้ก็เอาชนะได้
แต่คู่ต่อสู้เป็นเมิ่งจิ่งโจวแล้วก็ต่างกัน หากไม่เอาจริง ก็สู้ไม่ได้เลย
“งั้นข้าถอยให้หนึ่งก้าว รับรองว่าจะไม่ใช้หมัดสาปโสด ดีไหม?”
เมิ่งจิ่งโจวพูดอย่างใจกว้าง
ลู่หยางสงสัยว่าสาเหตุที่ไม่มีใครกล้าต่อสู้กับเมิ่งจิ่งโจว ก็เพราะ
ไม่มีใครกล้ารับหมัดสาปโสด
หากถูกโจมตีแล้ว ครึ่งชีวิตที่เหลือก็ต้องตกอยู่ในชะตากรรมอัน
เศร้าสลดเหมือนเมิ่งจิ่งโจว
แน่นอนว่า ลู่หยางก็ไม่ได้ดีกว่า หมัดอรหันต์ตระกูลลู่ของเขาก็
ทำให้คนกลัวเช่นกัน
“…หรือว่าเจ้าไม่ต้องถอย ลองใช้กับข้าดูสิ ดูว่าใครจะแกร่งกว่า
กัน” ลู่หยางผ่านการทดสอบจากเซียนมาแล้วโดยไม่ตาย เขาไม่เชื่อ
ว่าหมัดสาปโสดจะทำอันตรายเขาได้
เมิ่งจิ่งโจวทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของลู่หยาง
เขาไม่โง่ ลู่หยางไอ้หมอนี่ชอบก่อเรื่องทุกวัน โชคลาภมากมาย
ใครจะรู้ว่าวันไหนจะผูกสายพรหมลิขิตกับกึ่งเซียนหรือเซียน เขาไม่
กล้าใช้หมัดสาปโสดกับลู่หยางหรอก
“ลู่หยาง เจ้าไม่พูด ข้าจะถือว่าเจ้าเห็นด้วยกับการต่อสู้ของพวก
เรา!” เมิ่งจิ่งโจวยิ้มเย็นชา ขอแค่เริ่มต่อสู้แล้ว ไม่ว่าลู่หยางจะเห็นด้วย
หรือไม่ ก็ต้องเห็นด้วย!
……
“น้องเถา หนึ่งปีไม่ได้พบกัน ไม่ทราบว่าความก้าวหน้าในการ
บำเพ็ญเป็นอย่างไรบ้าง คงไม่ใช่ว่าไม่มีความก้าวหน้าเลยกระมัง”
หลานถิงกระดิกนิ้ว ปล่อยพลังงานหมุนวนนับไม่ถ้วน พลังงานเหล่านี้
ดูเหมือนไม่มีพลังมาก แต่ความจริงแล้ว ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรก
กำเนิดระดับกลางทั่วไปหากโดนเข้า ก็จะบาดเจ็บสาหัส
เถาเหยาเยี่ยหมุนหน้าร่ม ปลายเท้าหมุนรอบตัว ต้านการโจมตี
ของพลังงานหมุนวนจากทุกทิศทาง ท่วงท่าสง่างาม ราวกับกำลัง
เต้นรำ
“ขอบคุณศิษย์น้องหลานถิงที่เป็นห่วง การบำเพ็ญนั้นอยู่ที่ความ
อุตสาหะ บำเพ็ญเป็นเวลานาน ย่อมมีผลตอบแทน ในโลกนี้มีคน
มากมายที่ปรารถนาจะบำเพ็ญแต่ไม่มีโอกาส เมื่อเทียบกับคน
เหล่านั้น ข้าก็มีความสุขมากแล้ว”
หลานถิงยิ้มเบาๆ เหยียบเบาๆ ลงบนเวทีประลอง แสงสว่างอ่อนๆ
หลายสายปรากฏบนเวทีประลอง รวมตัวกันเป็นกำแพงกำบังหลาย
ชั้นที่ซ้อนทับกัน
“ศิษย์น้องเถาช่างรู้จักพอเสียจริง พูดถึงแล้ว ศิษย์น้องสามารถ
ประดิษฐ์สิ่งมหัศจรรย์อย่างภาพมายาพยับแดด ซึ่งได้รับความนิยม
อย่างมากในหมู่ชาวบ้าน ข้าเห็นภาพมายาพยับแดดพัฒนาอย่าง
รวดเร็ว ศิษย์น้องเถาต้องทุ่มเทความพยายามไม่น้อย หากศิษย์น้อง
เอาความใส่ใจที่มีต่อภาพมายาพยับแดดมาใช้กับการบำเพ็ญ ก็
อาจจะประสบความสำเร็จดีกว่าตอนนี้ก็ได้”
เถาเหยาเยี่ยยิ้มหวาน การเคลื่อนไหวไม่ช้าลง หุบร่มกระดาษ
แดง เปลี่ยนร่มเป็นหอก แทงเข้าที่จุดศูนย์กลางของกำแพงกำบัง
“ภาพมายาพยับแดดเป็นผลงานที่เกิดจากปัญญาร่วมกันของข้า
กับศิษย์พี่ลู่หยาง ชื่อนี้ก็เป็นศิษย์พี่ลู่หยางตั้งให้ หากไม่ทุ่มเทความ
พยายามให้กับมัน จะทำให้สมกับความพยายามร่วมกันของข้าและ
ศิษย์พี่ลู่หยางได้อย่างไร?”
หลานถิงใช้สายผ้าริ้วที่ชายกระโปรงสู้รับ ระหว่างความเป็นจริง
และภาพลวงตา ใช้ความอ่อนโยนเอาชนะความแข็งแกร่ง
“ข้าก็เคยดูภาพมายาพยับแดดสองสามครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง
‘ชะตาอมตะ’ ที่แสดงเรื่องราวของศิษย์พี่น้องร่วมสำนักที่ลงเอยด้วยดี
อยู่เคียงคู่กันชั่วนิรันดร์ ช่างทำให้คนอื่นอิจฉาเหลือเกิน”
“ภาพมายาเหมือนความฝัน ศิษย์น้องเถาสามารถคิดภาพมายา
ที่สมจริงเช่นนี้ได้ ไม่รู้ว่าต้องฝันเช่นนั้นกี่ครั้ง ข้าได้ยินว่าผู้ที่เรียนรู้
เรื่องภาพมายามักแยกแยะระหว่างภาพมายากับความเป็นจริงไม่ออก
ศิษย์น้องเถาอย่าได้เดินตามรอยเขาเหล่านั้น ติดอยู่ในภาพมายา
เลย”
เถาเหยาเยี่ยยิ้มหวาน: “ขอบคุณศิษย์น้องหลานถิงที่เป็นห่วง แต่
ศิษย์น้องหลานถิงคงไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับศิษย์พี่ลู่หยาง จึงอาจไม่รู้ว่า
ศิษย์พี่ลู่หยางเชี่ยวชาญการทำลายภาพมายาที่สุด มีศิษย์พี่อยู่ ก็ไม่
ต้องกังวลว่าจะติดอยู่ในภาพมายา”
“หากข้าติดอยู่ในภาพมายาจริงๆ ศิษย์พี่ลู่หยางก็จะมาช่วยข้า”
หลานถิงในขณะที่เร่งทารกแรกกำเนิด ใช้ลมปราณสองธาตุเป็น
อาวุธ พยายามดึงร่มกระดาษแดงของเถาเหยาเยี่ย พร้อมกับพูดว่า:
“ศิษย์พี่ลู่หยางมีใจเพื่อทั่วทั้งใต้หล้า หากศิษย์น้องมีความ
ยากลำบาก แน่นอนว่าเขาจะช่วยเหลือ แต่คนที่เดือดร้อนในใต้หล้ามี
มากมายเพียงใด เกรงว่าถึงเวลานั้น ศิษย์พี่ลู่หยางจะดูแลศิษย์น้องไม่
ทั่วถึง ศิษย์น้องยังคงช่วยเหลือตัวเองจะดีกว่า”
เถาเหยาเยี่ยเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว พลิกข้อมือหลบการ
โจมตีของลมปราณสองธาตุ แล้วครอบคลุมหลานถิงด้วยภาพมายา
“ข้ากับศิษย์พี่ถือกระบี่ท่องแดนไกล ปราบคนชั่วช่วยคนดี
ช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากร่วมกัน หากถึงเวลานั้นข้าพบความ
ยากลำบาก ศิษย์พี่ก็จะช่วยข้า ศิษย์น้องหลานถิงเป็นเพียงคนนอก
คงไม่มีโอกาสพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้”
……
ไป๋หมิงในฐานะผู้มีร่างเซียนธาตุทั้งห้า รวบรวมทารกแรกกำเนิด
ธาตุทั้งห้าที่มีเฉพาะผู้มีร่างเซียนธาตุทั้งห้า ทารกแรกกำเนิดมีห้าสี
ทารกแรกกำเนิดห้าสีกำมือเล็กๆ เรียกวิชาโจมตีห้าธาตุทั้งทอง
ไม้ น ้า ไฟ ดิน
“ไป!”
วิชาทั้งห้าธาตุพุ่งเข้าโจมตีหลี่หาวเหรินพร้อมกัน นกกินรีเปลว
ไฟร้องเสียงแหลม เผาไหม้จนสายตาพร่ามัว ในเปลวไฟแท้มีมีดบิน
หลายเล่ม น ้าร้ายช่วยเสริมพลังนกกินรีเปลวไฟ กำแพงดินสี่ด้านผุด
ขึ้นจากพื้น ขังหลี่หาวเหรินไว้ข้างใน อีกทั้งต้นไม้นับไม่ถ้วนงอกขึ้น
จากพื้นดิน ต้นไม้ชุบพิษ เต็มไปด้วยหนามแหลม ไม่อาจแตะต้อง
“ร่างเซียนธาตุทั้งห้าสมกับชื่อจริงๆ” หลี่หาวเหรินเผชิญหน้ากับ
การโจมตีจากธาตุที่แตกต่างกันห้าชนิด แต่ยังคงใจเย็น ในฝ่ามือ
ปรากฏเปลวไฟเล็กๆ ตบเข้าใส่นกกินรีเปลวไฟที่ไป๋หมิงใช้
ใช้แจกันหยกชำระล้างจำลองเก็บน ้าร้ายที่ไป๋หมิงปล่อยออกมา
ใช้ค้อนหนักทุบกำแพงดินที่ขวางหน้า ใช้วิชาหลอมอาวุธเปลี่ยนมีด
บินที่พุ่งเข้ามาให้เป็นของตัวเอง ใช้แขนพระโพธิสัตว์ฟันต้นไม้ที่ผุด
ขึ้นไม่หยุด ทำให้ศิษย์ที่ชมอยู่ด้านล่างทึ่ง
เผชิญหน้ากับการโจมตีห้าชนิดพร้อมกัน แต่จัดการแยกแยะ
โดยไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แสดงให้เห็นว่าหลี่หาวเหรินช่างสงบนิ่ง
ในการต่อสู้เพียงใด
“การใช้วิชาห้าอย่างพร้อมกันเป็นอะไรที่พิเศษด้วยหรือ ข้าใช้ได้
หกอย่างเลย!” หลี่หาวเหรินหัวเราะเบาๆ เร่งทารกแรกกำเนิด
ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น หลี่หาวเหรินถูกระเบิดแตกเป็นชิ้นๆ ทำ
ให้ไป๋หมิงตกใจไม่น้อย นึกว่าหลี่หาวเหรินบำเพ็ญผิดพลาด
“เร็วดู ศิษย์พี่หลี่ยังเคลื่อนไหวได้!” มีคนด้านล่างตะโกนอย่าง
ตื่นเต้น
ในกลุ่มควัน มีวัตถุหกชิ้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นั่นคือหัว
ลำตัว และแขนขาทั้งสี่ของหลี่หาวเหริน
ไป๋หมิงมองจนหางตากระตุก แม้แต่ตอนที่เขาต่อสู้กับศิษย์ลัทธิ
มารก็ไม่เคยเจอวิธีการต่อสู้ที่แปลกประหลาดเช่นนี้
เห็นหัวของหลี่หาวเหรินพ่นเพลิงหกติงออกมา ลำตัวพุ่งชนไป๋ห
มิงอย่างแข็งทื่อ มือทั้งสองถือน ้าเต้าที่หลอมขึ้น น ้าเต้าดูดกลืนธาตุห
ยินหยาง สามารถดึงดูดวิญญาณ รองเท้าบู๊ตที่สวมเต็มไปด้วยเหล็ก
แหลมชุบพิษ หากป้องกัน ตะปูเหล็กก็จะพุ่งออกมาในทันที ทำให้ไม่
ทันตั้งตัว
ใช้วิชาหกอย่างพร้อมกัน!
ไป๋หมิงและทารกแรกกำเนิดต่อต้านการโจมตีเหล่านี้พร้อมกัน
วิชาอาคมต่างๆ รับมือไม่ทัน แต่กลไกซ่อนเร้นในวัตถุวิเศษต่างๆ มัก
ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
ทันใดนั้น ผมของหลี่หาวเหรินก็ลอยออกมา เส้นผมตึงแข็งทุก
เส้น เหมือนเข็มเหล็ก ทั้งหมดกลายเป็นวงล้อหมุนความเร็วสูง พุ่งเข้า
ใส่ไป๋หมิง!
“เจ้าสวมวิกผมมาตลอดเหรอวะ?!”
ไป๋หมิงมองเวทีประลองข้างๆ ด้วยความอิจฉา ทำไมเถาเหยาเยี่ย
กับหลานถิงต่อสู้กันได้อย่างกลมกลืน แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยเจตนา
ฆ่า