ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 744 ตามหาพืชอายุวัฒนะ
ทั้งห้าคนอัดกันอยู่ในรถม้า ม้าแก่ใจจดจ่อที่จะกลับบ้าน ตาม
ความเร็วปกติ การไปทะเลตงไห่ต้องใช้เวลาสี่ห้าวัน แต่ครั้งนี้ใช้เวลา
เพียงครึ่งวันก็มาถึงชายแดนแคว้นต้าเซี่ย เมืองหมิง
หลังจากยืนยันตัวตน ทั้งห้าคนเข้าเมือง และทำเอกสารออกนอก
ประเทศ
“ชื่อ?”
“ลู่หยาง”
“สถานะ?”
“ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า”
“จุดประสงค์ที่ไปทะเลตงไห่?”
“ท่องเที่ยว”
“ได้ ผ่านไปได้”
“หืม? ทำไมมีคนมากมายขนาดนี้?” เมิ่งจิ่งโจวสังเกตเห็นที่
ท่าเรือออกจากเมืองมีเรือใหญ่สามลำ จากสัญลักษณ์บนเรือ เป็นเรือ
ที่สังกัดราชสำนักแคว้นต้าเซี่ย
เป็นราชทูตที่ราชสำนักส่งไปเยือนวังมังกรทะเลตงไห่หรือ?
“รบกวนท่านพี่ เรือใหญ่สามลำที่กำลังจะออกเดินทางนั่นจะไป
ทำอะไรหรือ?” เมิ่งจิ่งโจวสุ่มจับคนเดินทางที่มีใบหน้าเป็นมิตรถาม
“เจ้าถามเรื่องไหนล่ะ ได้ยินว่านั่นเป็นคณะเดินทางออกทะเลที่
องค์ชายรองจัดตั้ง”
“องค์ชายรองออกทะเลทำไม?”
คนผู้นั้นทำท่าลึกลับ กระซิบเสียงเบา “ข้าได้ยินว่า ฝ่าบาทป่วย
หนัก อายุขัยเหลือน้อย องค์ชายรองได้ยินว่าทะเลตงไห่มียา
อายุวัฒนะ จึงจัดตั้งเรือใหญ่สามลำ ออกไปทะเลตงไห่เพื่อตามหายา
อายุวัฒนะ”
เมิ่งจิ่งโจวย่อมรู้ว่าฝ่าบาทอายุขัยเหลือน้อย แต่ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะ
แพร่สะพัดถึงชาวบ้านแล้ว
“เซียนน้อย ในโลกนี้มียาอายุวัฒนะจริงหรือ?” ลู่หยางที่อยู่ข้างๆ
ได้ยินเมิ่งจิ่งโจวสนทนากับคนเดินทาง
“ข้าจำไม่เคยได้ว่าเคยสร้างปลูกพืชเซียนชนิดนี้” เซียนอมตะ
เป็นหัวหน้าสายอมตะ หากนางต้องการ นางสามารถทำให้ทุกคนใน
โลกอายุยืนยาวไม่แก่ไม่ตาย
“นึกออกแล้ว ข้าเคยปลูกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเซียนจิ้วชงกำลังวิจัย
พลังหยินหยาง ให้กระต่ายหยกและนกกินรีผสมพันธุ์กัน แต่พอผสม
พันธุ์นานๆ ก็เริ่มหมดแรง เฉื่อยชา จึงขอให้ข้าคิดหาวิธี”
“ข้าจึงปลูกยาพืชอายุวัฒนะหนึ่งต้น บดเป็นผง ผสมน ้าให้
กระต่ายหยกและนกกินรีกิน”
“มองในแง่นี้ ผลงานวิจัยพลังหยินหยางของเซียนจิ้วชง ก็มีส่วน
สำคัญจากข้าด้วย”
ลู่หยางอดอึ้งไม่ได้ พืชอายุวัฒนะนี้ฟังดูใช้ได้ผลกว่ายาบำรุง
อะไรมากนัก
กระต่ายหยกและนกกินรีที่เซียนจิ้วชงวิจัย วิทยายุทธ์อย่างน้อยก็
ต้องถึงขั้นรวมร่าง
“แต่พืชอายุวัฒนะหนึ่งต้นจะทำให้คนเพียงคนเดียวอายุยืนยาว
พวกกระต่ายหยกและนกกินรีทั้งหมดกินแล้ว ก็แค่ช่วยยืดอายุ ไม่มี
ผลในการอายุยืนยาว”
“นอกเหนือจากนี้ ข้าก็ไม่เคยปลูกพืชอายุวัฒนะเซียนอีกเลย”
“พืชอายุวัฒนะเซียนปลูกอย่างไรหรือ?” ลู่หยางรู้สึกว่านี่เป็น
ทักษะที่ต้องฝึกฝน หากเรียนรู้ได้ก็สามารถช่วยฝ่าบาทได้
“ง่าย แค่หยดเลือดของข้าลงบนหญ้าต้นใดก็ได้ เลือดหนึ่งหยด
สามารถปลูกพืชอายุวัฒนะเซียนได้หนึ่งต้น”
ลู่หยาง “……”
ง่ายก็ง่าย แต่เรียนรู้ไม่ได้
“ก็ไม่เคยได้ยินว่าเซียนอิงเทียนและอีกสามคนเคยปลูกพืช
อายุวัฒนะ พวกโง่เขลาเหล่านั้นคงไม่มีคนไหนปลูกได้หรอก ส่วน
พวกกึ่งเซียนก็ยากจะคาดเดา”
“กึ่งเซียนก็สามารถปลูกพืชอายุวัฒนะเซียนได้เหรอ?”
เซียนอมตะกลอกตา เสียงพูดเกียจคร้าน “เป็นไปได้อย่างไร กึ่ง
เซียนเองยังไม่สามารถอายุยืนยาวได้ จะปลูกพืชอายุวัฒนะเซียนได้
อย่างไร”
“หากเป็นกึ่งเซียนสายอมตะ เช่น กึ่งเซียนที่มีรูปแบบของผลการ
บำเพ็ญอมตะเป็นเค้า รูปแบบของผลการบำเพ็ญไม่ดับเป็นเค้า ก็
สามารถปลูกยาวิเศษที่ช่วยยืดอายุขัยได้อย่างมหาศาล”
“อ้อ ผู้นำสอง เจ้าไม่คิดจะรับรูปแบบของผลการบำเพ็ญอมตะสัก
อันหรือ ให้ฟรี ไม่ต้องเสียเงิน” เซียนอมตะชักชวนลู่หยางอีกครั้ง
“ไม่เอา ข้าต้องการพึ่งความพยายามของตัวเองในการบำเพ็ญ
ให้ได้รูปแบบของผลการบำเพ็ญเป็นเค้า” ลู่หยางคิดในใจว่าตนเอง
ต้องไม่กลายเป็นคนอย่างหลี่หาวเหรินที่พึ่งพาคนอื่น
เห็นลู่หยางปฏิเสธตนอีกครั้ง เซียนอมตะแสดงความเสียดาย
อย่างยิ่ง
“งั้นเจ้าต้องพยายามแล้วนะ ดูหลี่หาวเหรินสิ เขาเป็นกึ่งเซียน
แล้ว แต่เจ้ายังแค่ขั้นทารกแรกกำเนิดที่สอง”
“ข้าเรียกว่าขั้นทารกแรกกำเนิดคู่ต่างหาก… เดี๋ยวก่อน อะไรนะ
หลี่หาวเหรินเป็นกึ่งเซียนแล้วหรือ?”
“หลี่หาวเหรินมีรูปแบบของผลการบำเพ็ญวัฏสงสารเป็นเค้า
แน่นอนว่าเป็นกึ่งเซียน” เซียนอมตะในฐานะผู้สร้างระดับขั้น ย่อมมี
สิทธิในการตีความสูงสุด
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของลู่หยางที่มองไปยังหลี่หาวเหรินที่
กำลังดำเนินการเอกสารออกนอกประเทศ ก็เปลี่ยนไปในทันที
คาดไม่ถึงจริงๆ ในห้าคน หลี่หาวเหรินที่มีความก้าวหน้าในการ
บำเพ็ญช้าที่สุด กลับเป็นคนที่มีวิทยายุทธ์สูงที่สุด
“จุดประสงค์ที่ไปทะเลตงไห่?”
“กลับบ้านเยี่ยมญาติ”
“ขอให้เยี่ยมญาติอย่างมีความสุข”
“ขอบคุณ”
ลู่หยางและคนอื่นๆ สังเกตเห็นว่าหลังจากพวกเขาดำเนินการ
เอกสารผ่านด่านเสร็จ ด้านหลังมีเสียงอึกทึกวุ่นวาย
“ดูเร็ว นั่นปีศาจ!”
“จริงด้วย มันฝึกจนเปิดดวงจิตแล้ว!”
ทั้งห้าคนหันกลับไปมอง เห็นม้าแก่ยืนสองขา ขาหนึ่งวางบน
เคาน์เตอร์ อีกขาหนึ่งแบกรถม้า กำลังดำเนินการเอกสารผ่านด่าน ดู
แปลกประหลาดและขัดแย้งอย่างยิ่ง
ไม่แปลกที่จะมีเสียงวุ่นวาย แม้แต่ลู่หยางพวกเขาเองก็ต้องมอง
สองตา
ม้าแก่พูด “ขอบคุณ” แล้ววางรถม้าลง กลับมาเดินสี่ขาอีกครั้ง
เดินผ่านทั้งห้าคนที่จ้องมองด้วยสายตาเบิกกว้าง ก้าวเดินอย่างมั่นคง
ราวกับม้าธรรมดาทั่วไป
“ไปกันเถอะ ยืนนิ่งทำไม ไม่เคยเห็นข้าเดินสองขาหรือไง” ม้าแก่
เร่งคนที่ไม่เคยเห็นโลกทั้งห้าคน ดูจากปฏิกิริยาแล้ว ยังต้องได้รับการ
ฝึกฝนอีกมาก
“ข้านึกว่าม้าแก่เจ้าจะลักลอบข้ามไปทะเลตงไห่เสียอีก”
ม้าแก่ทำเสียงฟืดฟาดจากจมูก ไม่สนใจเมิ่งจิ่งโจว
มันจะกล้าพูดได้อย่างไรว่า ตอนที่มันมาแคว้นต้าเซี่ยครั้งแรกก็
ลักลอบข้ามเข้ามา เกือบถูกราชสำนักจับได้
เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ หากไม่จำเป็นต้องพูดก็ไม่ควรพูด
“โอ้โฮ นั่นทะเล!” พวกเขาเป็นเพียงวัยรุ่น เมื่อเห็นทะเลสีเขียว
ครามกระเพื่อม คลื่นซัดฝั่งอึงอล ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
เถาเหยาเยี่ยยิ่งตื่นเต้น ถอดรองเท้าออกเหยียบบนทรายนุ่ม
ปล่อยให้น ้าทะเลท่วมปลายเท้า ความเย็นเฉียบทำให้นางรู้สึกสบาย
อย่างประหลาด ยิ้มไม่หยุด
ลู่หยางทำตัวดีกว่าเล็กน้อย เขาเคยเห็นทะเลในชาติก่อน
แน่นอนว่า ทะเลในชาติก่อนไม่อาจเทียบกับทะเลตงไห่ตรงหน้า
และเหนือทะเลในชาติก่อนคงไม่มีวาฬยาวร้อยเมตรแสดงการกระโดด
น ้า
เห็นเพียงวาฬยาวร้อยเมตรตัวหนึ่งกระโดดขึ้นจากผิวน ้า
กระโดดขึ้นไปสูงพันเมตร จากนั้นดำลงไปในทะเล เสียง “ปึง” ดังขึ้น
ราวกับระเบิดแตกบนผิวน ้า ผิวทะเลปั่นป่วน คลื่นม้วนตัว
ยังมีฝูงปลาลอยอยู่บนผิวน ้า เรียงเป็นแถวยาว ก่อเป็นสะพาน
ปลาลอยอยู่ในอากาศ ภายใต้แสงอาทิตย์ระยิบระยับ ราวกับสะพานที่
หล่อด้วยทองและเงิน คู่รักสองคนออกเดินทางจากสองฝั่ง มาพบกัน
ตรงกลาง บอกความในใจซึ่งกันและกัน ดูโรแมนติกอย่างยิ่ง
สองภาพนี้เป็นเอกลักษณ์พิเศษของชายแดนทะเลตงไห่ สิ่งเดียว
ที่แตกต่างคือ ภาพแรกวาฬกระโดดน ้าเพราะมันชอบทำเช่นนั้น ส่วน
ภาพหลังการสร้างสะพานปลาเป็นบริการที่ต้องเสียเงิน
เรือใหญ่สามลำที่ออกตามหาพืชอายุวัฒนะออกเดินทาง ลูกเรือ
ต่างเปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น ตั้งใจจะหายาอายุวัฒนะในตำนาน
ให้ได้ เพื่อยืดอายุขัยของฝ่าบาทผู้ยิ่งใหญ่
เรือใหญ่สามลำนี้เป็นฝีมือของผู้บำเพ็ญช่างต่อเรือที่ฝีมือยอด
เยี่ยมที่สุดที่องค์ชายรองหามาได้ ไม่เพียงแต่มีพื้นที่กว้างขวาง รวม
เก้าชั้นเรือ มีทรัพยากรพร้อมสรรพ ราวกับเมืองเล็กๆ เรือยังใช้ลิ่นซือ
เป็นพลังในการขับเคลื่อน เมื่อออกเดินทาง ความเร็วของเรือยังเร็ว
กว่าเรือเหาะหลายเท่า อาจกล่าวได้ว่าเป็นพาหนะที่เร็วที่สุดในทะเล
จากนั้นลูกเรือก็เห็นรถม้าคันหนึ่งวิ่งฉิวบนผิวน ้าทะเล ม้าหันหน้า
มามองเรือใหญ่ทั้งสามลำอย่างดูแคลน เร่งความเร็วอีกครั้ง อีกไม่
นานก็ทิ้งเรือใหญ่ไว้ข้างหลัง ได้ยินเสียงไชโยโห่ร้องจากบนรถม้าแว่ว
มา
ถึงอย่างไรเรือใหญ่จะเร็วเพียงใด ก็ไม่อาจเร็วกว่าปีศาจระดับ
ราชาที่กำลังกลับบ้านเยี่ยมญาติได้