ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 795 ผู้รู้ความจริงต้องตาย
ระหว่างกึ่งเซียนกับเซียนมีห้วงเหวลึกที่ไม่อาจข้ามผ่าน ไม่เพียง
แค่แสดงออกในความสมบูรณ์ของผลของการบำเพ็ญ แต่ร่างกาย
เซียนหรือวิญญาณเซียน เพียงแค่มีอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็สามารถบด
ขยี้กึ่งเซียนได้
“หลีกไปให้พ้น!” ซานซานถูกกรงเล็บมังกรกดทับจนไม่อาจดิ้น
หลุด จึงเผาไฟเลือดแท้ ตวาดลั่น พร้อมใช้วิชาแปรกายกายยักษ์
“ขอสาบานว่า สามเกาะรวมเป็นหนึ่ง!”
เกาะเผิงไหลทั้งสามเกาะรวมตัวกลายเป็นภูเขาเซียนสีดำขนาด
มหึมา มีพลังกลไกห้ามล้อม ทุกผู้ที่เข้าใกล้ภูเขาสีดำล้วนไม่สามารถ
ใช้วิชาอาคมได้ แม้แต่ร่างกายก็จะอ่อนกำลังลงอย่างมาก
ร่างเทพหนุ่มคนหนึ่งแบกภูเขาเซียนสีดำยืนตระหง่านเหนือฟ้า
จรดดิน ทะเลตงไห่ลึกถึงสองแสนเมตร แต่ร่างเทพหนุ่มนั้นกลับ
เหยียบพื้นทะเลด้วยเท้า ศีรษะยื่นพ้นผิวน ้า
นี่คือร่างของซานซานในยามหนุ่ม
รอบร่างธรรมกายนั้น พื้นที่ว่างพังทลาย น ้าทะเลตงไห่ไม่อาจเข้า
ใกล้ รอบด้านกลายเป็นพื้นที่สุญญากาศ ทุกสิ่งถูกกลืนกิน เอ้าหลิง
หัวเราะเยาะเบาๆ แววตาเหยียดหยาม แม้นางจะเล็กเหมือนผงธุลีเมื่อ
เทียบกับร่างเทพหนุ่ม แต่กลับแผ่รัศมีอำนาจเหนือกว่าร่างเทพหนุ่ม
หลายเท่า
เอ้าหลิงใช้เขาหงอนมังกรพุ่งชน เมื่อเข้าใกล้ร่างเทพหนุ่ม กระทั่ง
เกล็ดมังกรที่มีผลของการบำเพ็ญยังไม่อาจกลืนกินได้ ร่างเทพหนุ่ม
ยกภูเขาเซียนสีดำขึ้น ก้มหน้าฟาดลงใส่มังกรดำอันน่าสะพรึงกลัว
นั่น
เอ้าหลิงไม่สะทกสะท้าน ราวกับเจาะทะลุกระดาษบางๆ นางทะลวง
ภูเขาเซียนอย่างง่ายดาย แล้วเจาะเข้าไปทางหว่างคิ้วของร่างเทพ
หนุ่ม ทะลุออกทางท้ายทอย ทะลวงศาลาเรือนร่าง
“อ๊วก—”
การใช้วิชาที่ต้องเผาไฟเลือดแท้ถูกทำลาย ซานซานและราชา
แห่งภูเขาและแม่น ้าได้รับผลจากการย้อนกลับ ต่างพ่นเลือดออกมา
เป็นสาย อำนาจตกลงอย่างรวดเร็ว
ผู้ชมการต่อสู้ทั้งหมดไม่คาดคิดว่าจะเห็นภาพเช่นนี้ บรรพบุรุษ
โบราณของตระกูลมังกรที่เสียเปรียบอยู่พลิกกลับมาเอาชนะในชั่ว
พริบตา ง่ายดายราวกับบดขยี้ กึ่งเซียนสองคนถูกปราบอย่างราบ
คาบ มังกรดำผู้ทรงอำนาจกลับมาอย่างผู้ชนะ ราวกับจักรพรรดิที่
พิชิตศัตรูต่างเผ่าได้อย่างยิ่งใหญ่ รัศมีอันทรงพลังทำให้ฟ้าดินต้อง
หยุดหายใจ
ต่อสู้หนึ่งต่อสอง จับกึ่งเซียนสองคนได้ทั้งเป็น นี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่
มีใครคาดคิดมาก่อน!
ในเวลาเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างลู่หยางกับรองประมุขลู่ใกล้จะ
จบลง ทั้งสองจบด้วยผลเสมอกัน
“เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าหลิงน้อยจะชนะ” เซียนอมตะยิ้มอย่าง
ภาคภูมิใจ ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นศิษย์ไม่เป็นทางการของนาง
“ขอแสดงความยินดีกับท่านเอ้าหลิงที่ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่!”
เหล่าผู้คนในทะเลตงไห่พร้อมใจกันโค้งคำนับ ต่างตะโกนสุดเสียงจน
ผิวน ้าทะเลสั่นสะเทือน
ต่างจากการโค้งคำนับครั้งก่อนที่ทำตามมารยาทและตำนาน
ครั้งนี้พวกเขาได้เห็นการต่อสู้ของเอ้าหลิงด้วยตาตัวเอง โค้งคำนับ
ด้วยความเลื่อมใสอย่างแท้จริง ตระกูลมังกรตื่นเต้นที่สุด บรรพบุรุษ
โบราณแสดงพลังอันน่าเกรงขาม แสดงท่วงท่าอันเกรียงไกร พวกเขา
รู้สึกภาคภูมิใจจากส่วนลึกของหัวใจ มังกรกดทับร่างของกึ่งเซียนทั้ง
สองไว้ ดวงตาเย็นเยียบจ้องมองพวกเขา
“หลบเร็ว!” เซียนอมตะส่งเสียงสื่อจิตถึงเอ้าหลิงอย่างกะทันหัน
เกิดเหตุผันผวนกะทันหัน เอ้าหลิงรู้สึกขนลุกซู่ ราวกับตกลงไป
ในบ่อน ้าแข็ง ราวกับมีภัยพิบัติอันใหญ่หลวงกำลังจะเกิดขึ้น นางไม่
สนใจแม้แต่ซานซานและราชาแห่งภูเขาและแม่น ้า รีบเคลื่อนย้าย
ตำแหน่งอย่างเร่งด่วน!
แสงดาบสายหนึ่งที่แผ่รังสีแห่งการสิ้นสุดและความตายแหวกฟ้า
ลงมา ซานซานและราชาแห่งภูเขาและแม่น ้าไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
โหยหวน ก็ถูกแสงดาบที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันนี้ตัดร่างออกเป็น
สองส่วน ทั้งร่างกายและวิญญาณต่างสลายเป็นความว่างเปล่า ไม่
เหลือร่องรอยใดๆ ของพวกเขาในโลกนี้อีกต่อไป!
เอ้าหลิงสูดลมหายใจเย็นวาบ หากนางไม่หลบหลีก แม้จะไม่ถึง
ตาย ก็คงบาดเจ็บสาหัส!
“ไม่คิดว่าเจ้าจะหลบการโจมตีสบายมือของข้าได้”
เสียงทุ้มหนักแน่นก้องกังวานในฟ้าดิน พลังอันหนักอึ้ง ราวกับ
เดินไปถึงปลายโลก
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าทะเลหรือมนุษย์ ร่างกายราวกับถูกปกคลุมด้วย
ม่านสีเทา กดพวกเขาจนหายใจไม่ออก
แม้แต่การต่อสู้ของกึ่งเซียนทั้งสามเมื่อครู่ ยังไม่เคยให้ความรู้สึก
เช่นนี้ ไม่ใช่แค่นั้น ทั้งสองสิ่งนี้ไม่อาจเทียบกันได้เลย!
ร่างสีเทาหม่นสายหนึ่งแหวกฟากฟ้า ปรากฏในนภาเหนือทะเล
ตงไห่ รังสีแห่งความตายแทรกซึมในทุกอณูของอากาศ ทะเลตงไห่
เยือกแข็งกลายเป็นน ้าแข็งภายใต้อิทธิพลของรังสีนี้
ร่างถูกหมอกหนาบดบัง มองไม่เห็นโฉมหน้า
เซียน!
เหล่าผู้คนในทะเลตงไห่ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีเซียนปรากฏตัว
กะทันหัน อีกทั้งยังมีเจตนาสังหารต่อเอ้าหลิง
“ข้าคิดว่าวิญญาณเจ้าแตกสลายไปแล้ว ตายไปนานแล้ว แต่ไม่
คิดว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ช่างเถอะ ข้าเคยสังหารเจ้าครั้งหนึ่ง ก็สามารถ
สังหารเจ้าเป็นครั้งที่สอง” ร่างสีเทาหม่นกล่าวอย่างเรียบเฉย ราวกับ
กำลังพูดถึงเรื่องเล็กน้อยไร้ความสำคัญ ตัดสินชะตาชีวิตของกึ่ง
เซียนด้วยถ้อยคำสั้นๆ
ลู่หยางรู้สึกขนลุกซู่ ร่างสีเทาหม่นนี้คือเซียนที่เคยต่อสู้กับเซียน
ฉี่หลิน ทำให้วิญญาณของเอ้าหลิงแตกสลาย!
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังตั้งใจลบเลือนร่องรอยของราชวงศ์ซินฮั่ว
อีกด้วย!
“อ้อ ใช่แล้ว ยังมีเจ้าด้วย เจ้ารู้จักตัวตนของข้า เจ้าก็ต้องตาย”
ร่างสีเทาหม่นช้อนสายตามองลู่หยาง งอนิ้วดีดออกไป สายฟ้าสีดำ
พุ่งออกมา
ลู่หยางงงงัน ‘ท่านเป็นใครกันแน่ ข้าทำอะไรผิดถึงรู้จักตัวตนของ
ท่าน’
“เจ้ากล้า!” เซียนห่านไห่โกรธจัด ขวางอยู่เบื้องหน้าลู่หยาง ใช้
ผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าพื้นที่ว่าง เคลื่อนย้ายสายฟ้าสีดำ
“แค่ก——”
พลังในสายฟ้าสีดำนี้รุนแรงเกินไป แม้แต่พื้นที่ว่างยังได้รับ
ผลกระทบ เซียนห่านไห่ทำได้เพียงพยายามเบี่ยงเบนการโจมตี
บังคับใช้ผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าอย่างหนัก จนต้องพ่นเลือดออก
มา
เซียนห่านไห่กระตุกมุมปาก นึกถึงช่วงเวลาที่ตนเปี่ยมด้วยความ
มั่นใจเมื่อแรกมาถึงทะเลตงไห่ อยากตบตัวเองสองฉาด
บอกว่าจะปกป้องเจ้าหนุ่มลู่หยางคนนี้!
การต่อสู้ระดับกึ่งเซียนยังพอว่า อยู่ในขอบเขตความสามารถ แต่
นี่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาเป็นเซียน ใครจะปกป้องได้วะเนี่ย!
ร่างสีเทาหม่นไม่คิดว่าเซียนห่านไห่จะสามารถเบี่ยงเบนการ
โจมตีของตนได้ ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะนึกเข้าใจถึงสาเหตุ
“เป็นผลของการบำเพ็ญพื้นที่ว่างเป็นเค้าสินะ น่าสนใจอยู่บ้าง
แต่ก็แค่น่าสนใจเล็กน้อยเท่านั้น ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงปุถุชน ไม่อาจ
ต้านโองการเซียน”
ร่างสีเทาหม่นยังคงไม่ใส่ใจกับการกระทำของเซียนห่านไห่
“ท่านบรรพบุรุษ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?” ลู่หยางถามอย่าง
ระมัดระวัง
เซียนห่านไห่กลอกตา “ไม่ค่อยดีเท่าไร”
“แต่ข้าเคยบอกว่าจะปกป้องเจ้า ก็ต้องปกป้องเจ้าให้ได้แน่นอน!”
ลู่หยางประหลาดใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ท่าน
บรรพบุรุษยังจะบอกว่าสามารถปกป้องตนได้ นี่ต้องมีไพ่เด็ดระดับ
ไหนกัน?
เซียนห่านไห่แอบล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ฉีกยันต์แผ่นหนึ่ง
ประตูพื้นที่ว่างเปิดออก ร่างงามสายหนึ่งก้าวออกมา สีหน้าเรียบ
เฉย ไร้ทั้งความยินดีและความโศกเศร้า ราวกับแม้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่
อาจสั่นคลอนจิตเต๋าของนางได้
ทุกคนกลั้นหายใจ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
ร่างงามนั้นเคยแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ในเมืองชุนเจียง อีกทั้งไม่ได้
ปิดบังโฉมหน้าของตน ผู้บำเพ็ญระดับสูงทุกคนล้วนมีภาพวาดของ
ร่างงามนี้อยู่ในมือ
ร่างงามกวาดตามองรอบด้าน มองผ่านลู่หยาง รองประมุขลู่
เซียนห่านไห่ และเอ้าหลิง สุดท้ายเงยหน้าขึ้น หยุดสายตาไว้ที่ร่างสี
เทาหม่นในท้องฟ้า
ร่างสีเทาหม่นขมวดคิ้ว เขาแทบไม่ได้สนใจโลกภายนอกเลย ไม่
เคยพบร่างงามนี้มาก่อน
แต่เขาสัมผัสได้ถึงท่าทีที่สงบนิ่งของอีกฝ่าย และพลังที่ซ่อนเร้น
จนเหมือนปุถุชนทั่วไป จึงรู้ว่าร่างงามนี้ก็เป็นเซียนเช่นเดียวกับตน
ดูเหมือนเป็นเซียนยุคหลัง
ไม่น่าเกรงขาม
ผู้ที่เขาต้องการสังหาร ไม่มีใครสามารถขวางได้!
เซียนร่างสีเทาหม่นเพิกเฉยต่ออวี้จือ กระตุ้นผลของการบำเพ็ญ
ดับสูญ ปล่อยสายฟ้าดับสูญขนาดเท่าถังน ้าพุ่งใส่ลู่หยางและรอง
ประมุขลู่
อวี้จือก้าวอย่างแผ่วเบา ยื่นมือหยกขาวเนียนขาวดุจหิมะออกไป
เผยให้เห็นข้อมือขาวผ่องส่วนหนึ่ง ไม่แม้แต่จะมอง จับสายฟ้าดับสูญ
ได้อย่างง่ายดาย ราวกับไม่รู้สึกถึงพลังแห่งการดับสูญเลย พลิกมือ
โยนสายฟ้าดับสูญกลับไปให้เซียนร่างสีเทาหม่น
เซียนย่อมไม่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของตนเอง แต่เมื่อเขา
รับสายฟ้าด้วยความมั่นใจ กลับส่งเสียงร้องคราง
ถึงกับพลาดท่าเสียที ถูกอวี้จือทำให้บาดเจ็บ!
เขาสัมผัสได้ว่าในสายฟ้าที่ส่งกลับมามีพลังอื่นแฝงอยู่
เขาไม่ได้บาดเจ็บมาหลายหมื่นปีแล้วใช่ไหม?
“เจ้าเป็นผู้ใด!” เซียนร่างสีเทาหม่นไม่กล้าดูแคลนอวี้จืออีกต่อไป
แต่มองนางเป็นเซียนระดับเดียวกับตน พร้อมรับมืออย่างจริงจัง
“ประมุขลัทธิสวรรค์ หยุนเหมิงเหมิง” อวี้จือแนะนำตัวอย่างเรียบ
เฉย
เซียนห่านไห่แอบถอนหายใจโล่งอก โชคดีที่ก่อนจากลา อวี้จือ
ไม่วางใจ บอกว่าจะมอบยันต์พื้นที่ว่างให้แผ่นหนึ่ง หากเกิดเหตุไม่
คาดฝันให้ฉีกยันต์ นางจะรีบมาทันที
“หืม?”
เซียนร่างสีเทาหม่นงงงัน ลัทธิสวรรค์โผล่มาตั้งแต่เมื่อไร?