ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 809 ไม่มีใครหนีไปได้สักคน
“พลังสามหยางเป็นแบบนี้เหรอ ทำไมรู้สึกว่าไม่เหมือนกับที่ข้า
เข้าใจ?” ท่านเซียนบรรพกาลงุนงง แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด ก็
รู้สึกว่าคำอธิบายของลู่หยางมีเหตุผลมาก
“สำนักอื่นตั้งชื่อยา ชื่อมักจะเกินจริง แต่สำนักของพวกเรา
ค่อนข้างดั้งเดิม ไม่ทำอะไรหรูหราฟุ่มเฟือย ยึดตามความเป็นจริง
เสมอ ยามีฤทธิ์อย่างไรก็ตั้งชื่อตามนั้น แต่ก่อนข้าเคยใช้ยาพละกำลัง
วัวสิบตัว ก็เป็นการเรียกวัวปีศาจออกมาสิบตัว”
ลู่หยางอธิบายด้วยประสบการณ์ตรง ใช้ประสบการณ์ส่วนตัว
ยืนยันว่ายากำลังสามหยางเป็นยาประเภทเรียกตัวช่วย ไม่ใช่พวกเขา
สองคนแอบรออยู่ข้างๆ แล้วแอบวิ่งเข้ามาตอนที่ยาเกิดควัน
“ที่แท้เป็นเช่นนี้” ท่านเซียนบรรพกาลพยักหน้า รู้สึกปลื้มใจ ไม่
คิดว่าสำนักเวิ่นเต๋าจะดั้งเดิมถึงเพียงนี้
คนแก่อย่างเขา ความคิดตายตัว ชอบสิ่งที่ดั้งเดิมที่สุด
แม้ว่าในยุคของเขาจะไม่มียาที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้
“ปีศาจร้าย ยอมจำนนเสียเถอะ!” เมิ่งจิ่งโจวตะโกนเสียงดัง ทารก
แรกกำเนิดสองตนเต็มไปด้วยพลังหยางลอยออกมา แผ่กระจายความ
ร้อนระลอกแล้วระลอกเล่า
“ขั้น…ทารกแรกกำเนิด!?” นางงูปีศาจฝาแฝดตกใจ ตกใจจนไม่
กล้าขยับ
แม้ว่าแคว้นต้าเซี่ยจะมีผู้บำเพ็ญมากมาย แต่ก็ไม่ถึงขนาดจะเจอ
ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดได้ง่ายๆ
และทำไมเขาถึงมีทารกแรกกำเนิดถึงสองตน?
ลู่หยางรู้สึกเสียดาย โอกาสในการโชว์ฝีมือถูกเมิ่งจอมหน้าด้าน
ชิงไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยากำลังสามหยางเป็นวิธีที่เขาคิดขึ้นมา แต่พูดอีก
อย่าง เขาก็ทำแบบเมิ่งไม่ได้ ที่จะปล่อยทารกแรกกำเนิดออกมาแสดง
ตัวได้ตามใจชอบ
นางงูปีศาจฝาแฝดกลับมาสงบได้อย่างรวดเร็ว “อย่าคิดว่าพวก
เจ้ามีคนหนุนหลังคนเดียว พวกเราก็มีเหมือนกัน!”
พวกนางไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิด แต่
นี่ใครบอกว่าไม่มีพวกพ้องกัน
พี่สาวนางงูปีศาจหยิบเกล็ดงูชิ้นหนึ่งออกมา ใช้แรงหักมัน
ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงดังกึกก้องมาจากป่าลึก เหมือนมีสิ่งมีชีวิต
ขนาดมหึมากำลังเคลื่อนที่ในป่า ชนกับหินขนาดใหญ่ ทำให้หินกลิ้ง
และเกิดเสียง
“ผู้ใดกล้ารังแกลูกสาวของข้า!” หัวงูขนาดมหึมากีดขวางปากถ ้า
ดวงตางูเย็นเยียบจ้องมองลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวอย่างเขม็ง
“พวกเราเป็นคนของสำนักเวิ่นเต๋า ลูกสาวสองคนของเจ้ากระทำ
ผิดกฎหมาย ต้องมากับพวกเรา” ลู่หยางแสดงแผ่นหยกประจำตัว
อธิบายสาเหตุ
งูขาวยักษ์แสดงรอยยิ้มที่มีความเป็นมนุษย์ เป็นรอยยิ้มเย็นชา
สำนักเวิ่นเต๋ายิ่งใหญ่นักหรือ ข้าสู้ไม่ได้ แต่หนีไม่ได้หรือ?
นางแปลงร่างเป็นสตรีชุดขาวที่ยังคงความงดงามด้วยเสียง “ปัง”
มุดเข้าปากถ ้า ต้องการอาศัยวิทยายุทธ์ขั้นสร้างเทพตอนต้น
ช่วยเหลือนางงูปีศาจฝาแฝดให้หนี!
วิทยายุทธ์ขั้นแปลงร่างเซียนตอนต้นไม่น่ากลัวสำหรับลู่หยาง
และเมิ่งจิ่งโจว เมิ่งจิ่งโจวแสดงวิชาสามเศียรหกกร แขนทั้งหกที่ทรง
พลังกดสตรีชุดขาวลงกับพื้น
“ขอให้ท่านเห็นแก่ชีวิตด้วย!” ปีศาจงูอีกตัวมาช้า เป็นสามีของ
สตรีชุดขาว
“ขอให้ท่านผู้บำเพ็ญทั้งสามเมตตาด้วย” ปีศาจงูตนนี้แปลงเป็น
มนุษย์ ยิ้มเจื่อนๆ เขารู้ดีว่านี่เป็นอาณาเขตของแคว้นต้าเซี่ย การ
ต่อสู้กับสำนักเวิ่นเต๋าไม่มีจุดจบที่ดี
“น ้าใจเล็กน้อย โปรดรับไว้” ปีศาจงูตนนี้รู้งาน รู้ว่าไม่ควรใช้
กำลัง หยิบแหวนเก็บของวงหนึ่งออกมา ข้างในมีหินวิเศษสามแสน
ก้อน
“พ่อ ไม่ต้องให้หินวิเศษพวกเขา พวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะจับพวก
เรา พวกเราสองพี่น้องไม่ได้บังคับคนพวกนี้!” นางงูปีศาจฝาแฝด
ชัดเจนว่าอยู่ในแคว้นต้าเซี่ยมานาน รู้กฎระเบียบของแคว้นต้าเซี่ย ไม่
สามารถจับผู้คนตามอำเภอใจได้
“พวกเจ้ายังบอกว่าไม่ได้บังคับ?” ท่านเซียนบรรพกาลชี้ไปที่ชาย
ฉกรรจ์ที่นอนเกลื่อนกลาด การต่อสู้รุนแรงขนาดนั้น คนเหล่านี้กลับ
ไม่มีปฏิกิริยา เห็นได้ชัดว่าจิตใจถูกบังคับ สูญเสียการรับรู้โลก
ภายนอก
“นั่นเป็นเพียงวิธีเล่นเพื่อความสนุก”
นางงูปีศาจฝาแฝดใช้มนต์ปีศาจ ปลดปล่อยการควบคุมชาย
ฉกรรจ์เหล่านั้น ทำให้จิตของพวกเขากลับมาปกติ
แม้จิตจะกลับมาปกติ แต่เมื่อพวกเขาเห็นนางงูปีศาจฝาแฝด ก็ยัง
แสดงสีหน้าหลงใหล ท่านเซียนบรรพกาลถามพวกเขาว่าถูกนางงู
ปีศาจบังคับหรือไม่ พวกเขาต่างบอกว่าเต็มใจ
“งั้นพวกเจ้าคือการฝึกคลังหยางเสริมหยิน ซึ่งก็ผิดกฎหมาย
อาญาเช่นกัน!” ท่านเซียนบรรพกาลนึกถึงข้อหาอีกประการ การฝึก
คลังหยางเสริมหยินเป็นวิชาของมารบำเพ็ญ ซึ่งผิดกฎหมายอาญา
เช่นกัน
หยินหยางเกื้อกูลกันจึงจะเป็นวิถีที่ถูกต้อง แต่นางงูปีศาจฝาแฝด
ล้วนอยู่ในขั้นแก่นทองคำตอนต้น ไม่มีทางเกื้อกูลหยินหยางกับคน
ธรรมดาได้
“ใครบอกว่าพวกเราฝึกคลังหยางเสริมหยิน?” นางงูปีศาจฝา
แฝดดูเหมือนจะคาดเดาไว้แล้วว่าท่านเซียนบรรพกาลจะถามเช่นนี้
ท่านเซียนบรรพกาลตรวจสอบสภาพของชายฉกรรจ์เหล่านี้อย่าง
ละเอียด พบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกคลังพลัง ที่ดูอ่อนแรงเป็นเพราะเสพ
สมมากเกินไปในช่วงสองสามวันมานี้
หัวใจวายเพราะเสพสมมากเกินไปไม่ได้ผิดกฎหมาย
“แล้วทำไมพวกเจ้าสองคนต้องนอนกับผู้ชายมากมายขนาดนี้?”
ท่านเซียนบรรพกาลไม่เข้าใจ
“ราคะสูง”
“งั้นพวกเจ้าเข้าเมืองผิดกฎหมาย”
“น่าขัน พวกเราทำเอกสารถูกต้องก่อนมานะ!”
ครอบครัวของพวกนางอาศัยอยู่บนภูเขา แต่ไม่ได้หมายความว่า
พวกนางลักลอบเข้ามาในแคว้นต้าเซี่ย พวกนางเพียงแค่ชินกับการ
อยู่ในป่าเขา
นี่ทำให้ท่านเซียนบรรพกาลจนปัญญา จะบอกว่าลักพาตัวก็
ไม่ใช่ คนเหล่านี้ดูก็รู้ว่าเต็มใจมาเอง อย่างมากก็แค่ไม่ได้บอกคนใน
หมู่บ้านตอนที่มา
จริงๆ แล้วไม่มีความผิดหรือ?
นางงูปีศาจฝาแฝดหัวเราะเย็นชา อย่าคิดว่าพวกนางเป็นเผ่า
ปีศาจแล้วจะไม่รู้กฎหมาย พวกนางศึกษามาอย่างดี พวกนางไม่ได้
เรียกเก็บเงินด้วยซ ้า แม้แต่ค้าประเวณีก็ไม่ใช่
ลู่หยางหยิบโซ่ออกมา ไม่พูดพร ่าทำเพลง มัดนางงูปีศาจฝาแฝง
ไว้ ทำเอาพวกนางตกใจ
“เจ้ามัดพวกเราด้วยอะไร!”
ลู่หยางบิดปาก “พูดเหมือนไม่มีความผิดอย่างนั้นแหละ นี่มัน
ข้อหาร่วมกันทำลามกอนาจารชัดๆ”
เมื่อนำนางงูปีศาจไปส่งที่ทางการแถวนั้น ทางการออกใบรับรอง
ภารกิจก็จะถือว่าเสร็จสิ้น
เมิ่งจิ่งโจวก็ผูกชายฉกรรจ์เหล่านั้นไว้ ข้อหาร่วมกันทำลามก
อนาจารจะลงโทษแต่ผู้จัด แต่คนเหล่านี้ในฐานะผู้เข้าร่วม แม้จะไม่ผิด
กฎหมายอาญา แต่หนีไม่พ้นการลงโทษทางการปกครอง อย่างน้อย
ก็ต้องถูกขังสักสิบวัน
“ยังมีเจ้าอีกคน ต้องไปพบทางการกับพวกเราด้วย”
ลู่หยางมัดสตรีชุดขาวด้วยโซ่
“มัดข้าทำไม ข้าไม่ได้นอนกับผู้ชายพวกนี้ แม้พวกเจ้าจะเป็นคน
ของสำนักเวิ่นเต๋าก็ไม่อาจจับคนตามใจชอบ” สตรีชุดขาวโกรธ
ลู่หยางกลอกตา ขี้เกียจตอบคนไม่รู้กฎหมายแบบนี้ “ข้าบอก
แล้วว่าพวกเราเป็นคนของสำนักเวิ่นเต๋า กำลังปฏิบัติหน้าที่ เจ้ายัง
กล้าแย่งคนต่อหน้าพวกเรา นี่มันข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่
ชัดๆ”
ลู่หยางหันไปมองสามีของสตรีชุดขาว “เจ้าจะเดินไปกับพวกเรา
เอง หรือให้พวกเรามัดเจ้า?”
“แล้วข้าทำผิดอะไร?” สามีนางงูปีศาจงุนงง ตั้งแต่ต้นจนจบเขา
ไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะลงมือ
“ข้อหาติดสินบนไม่สำเร็จ”
ลู่หยางหันไปมองท่านเซียนบรรพกาลที่ยืนงงอยู่กับที่ “และท่าน
อีกคน”
ลู่หยางนึกได้ว่านางงูปีศาจที่ชื่อเสี่ยวสวินต้องการบังคับท่าน
เซียนบรรพกาลให้เป็นบ่าวชาย ท่านเซียนบรรพกาลไม่ยินยอม นางงู
ปีศาจเสี่ยวสวินยังโจมตีท่านเซียนบรรพกาล อาจเข้าข่ายข้อหา
ข่มขืนไม่สำเร็จหรือลวนลามไม่สำเร็จ เขาต้องการเตือนท่านเซียน
บรรพกาล หากทางการขอให้ท่านให้ปากคำในฐานะผู้เสียหาย อย่า
แปลกใจ
ท่านเซียนบรรพกาลเห็นลู่หยางให้ข้อหากับทุกคนทีละคน และ
เห็นลู่หยางหันมามองตน จึงรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที ตัวสั่นถามอย่าง
สั่นเครือ “ข้ารับสารภาพตอนนี้ยังทันไหม?”