ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 810 เลียนแบบผู้สืบทอด
“ท่านมีความผิดอะไรหรือ?” ลู่หยางไม่เข้าใจว่าทำไมท่านเซียน
บรรพกาลอยู่ดีๆ ถึงต้องการสารภาพผิด และรู้สึกว่าท่านเซียนบรรพ
กาลยังดูตื่นเต้นมากอีกด้วย
ไม่รู้ว่าท่านเซียนบรรพกาลได้ก่อความผิดอะไรโดยที่เขาไม่รู้
หรือไม่?
ท่านเซียนบรรพกาลจ้องมองและคิดอยู่นาน ในสมัยแคว้นต้าอวี๋
เขาเป็นคนซื่อสัตย์อยู่แล้ว หลังจากสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ ยิ่งไม่
เคยทำผิดอะไร
เขาพูดอย่างไม่มั่นใจ “เอ่อ การก่อตั้งสำนักเวิ่นเต๋านับไหม…”
เมิ่งจิ่งโจวตกใจ วิ่งขึ้นไปปิดปากท่านเซียนบรรพกาลอย่าง
รวดเร็ว “ไม่ควรพูดคำนี้เล่นๆ นะขอรับ”
หมู่บ้านหวังเจียโกวขึ้นตรงต่อเมืองจินหนิว ดังนั้นลู่หยางจึงต้อง
พาครอบครัวงูปีศาจ รวมถึงชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านหวังเจียโกวที่
หลงใหลในเสน่ห์เหล่านี้ ไปส่งที่ทางการเมืองจินหนิว ให้ทางการ
จัดการต่อไป
ลู่หยางและคณะคุมตัวปีศาจและผู้คนเหล่านี้ลงจากภูเขา มาถึง
ทางการเมืองจินหนิว หลังจากแสดงตัวตน เจ้าเมืองก็วางงานในมือ
มาต้อนรับด้วยตนเอง
“งูปีศาจขั้นแปลงร่างเซียนตอนต้นสองตัว งูปีศาจขั้นแก่นทองคำ
ตอนต้นสองตัว?” เจ้าเมืองตกใจกับผลงานของลู่หยาง ในเมืองจินห
นิวมีแค่เขาคนเดียวที่อยู่ขั้นแปลงร่างเซียน เป็นขั้นแปลงร่างเซียน
ตอนกลาง
เขาเป็นเจ้าเมืองจินหนิวมาสิบกว่าปี รวมๆ แล้วเคยเจอคดีที่มีผู้
บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนเกี่ยวข้องแค่ครั้งเดียว แล้วศิษย์สำนักเวิ่น
เต๋าพวกนี้มาครั้งเดียวก็นำมาให้ถึงสองตัว?
“พวกท่านอย่าใส่ร้ายปีศาจดีๆ ข้าไม่ได้ติดสินบนสักหน่อย!”
สามีนางงูปีศาจร้องว่าถูกใส่ร้าย ยืนยันว่าลู่หยางและคณะกล่าวหา
เขา เขาไม่ได้หยิบลิ่นซือออกมาติดสินบน
ตอนนั้นคนจากหมู่บ้านหวังเจียโกวยังมีจิตใจไม่แจ่มใส ไม่
สามารถเป็นพยานได้ ครอบครัวงูปีศาจก็แน่นอนว่าจะเข้าข้างสามีงู
ปีศาจ โดยรวมแล้วมีเพียงคำให้การของลู่หยางและคณะที่ไม่เป็น
ผลดีต่อสามีงูปีศาจ แต่คำให้การระดับนี้ไม่สามารถสร้างห่วงโซ่
หลักฐานที่สมบูรณ์ ไม่สามารถตัดสินได้
เมิ่งจิ่งโจวคาดการณ์ปฏิกิริยาของสามีงูปีศาจไว้ล่วงหน้าแล้ว
เขาทำอะไรรอบคอบเสมอ จะยอมให้งูปีศาจธรรมดาหาช่องโหว่ได้
อย่างไร
เมิ่งจิ่งโจวใจเย็นหยิบลูกแก้วบันทึกภาพออกมาหนึ่งลูก ใน
ลูกแก้วบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ท่านเซียนบรรพกาลเรียกพวก
เขาสองพี่น้อง จนกระทั่งจับกุมครอบครัวงูปีศาจ ทำให้สามีงูปีศาจ
เถียงไม่ออก
หลักฐานชัดเจน สตรีชุดขาวที่คิดจะปฏิเสธก็หมดหนทาง ได้แต่
ยอมรับการลงโทษอย่างว่าง่าย
เป็นไปตามที่ลู่หยางคาดการณ์ ทางการเชิญท่านเซียนบรรพ
กาลไปให้ปากคำในฐานะผู้เสียหาย
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวให้ปากคำในฐานะพยาน
“ขอบคุณมากๆ” เจ้าเมืองจับมือลู่หยางทั้งสามคน ศิษย์สำนักเวิ่น
เต๋าลงมือทีก็ไม่ธรรมดา ไม่เพียงแต่ช่วยไขคดีการหายตัวไปที่
หมู่บ้านหวังเจียโกว ยังจับงูปีศาจขั้นแปลงร่างเซียนตอนต้นได้ถึงสอง
ตัว นี่ถือเป็นผลงานด้วย
เจ้าเมืองพิจารณาว่าเขาคนเดียวไม่อาจข่มสามีภรรยางูปีศาจได้
จึงถือโอกาสที่ลู่หยางและคณะกำลังให้ปากคำ รีบเชิญผู้บำเพ็ญขั้น
แปลงร่างเซียนสามคนจากเมืองใกล้เคียงมา จึงจะวางใจได้
จากนั้นเจ้าเมืองก็ออกใบรับรองตามที่ลู่หยางร้องขอ ประทับตรา
ใหญ่ของเมืองจินหนิว รับรองว่าท่านเซียนบรรพกาลได้ทำภารกิจ
สำเร็จแล้ว
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ลู่หยางทั้งสองต้องการพาท่านเซียน
บรรพกาลกลับสำนักเวิ่นเต๋า แต่ท่านเซียนบรรพกาลรู้สึกว่าในเมื่อมา
ไกลถึงเพียงนี้แล้ว ซื้อของพื้นเมืองกลับไปฝากคนก็เป็นสิ่งดี
แม้ลู่หยางจะรู้สึกว่าในสำนักเวิ่นเต๋าไม่มีใครกล้ารับของขวัญ
จากท่านเซียนบรรพกาล แต่ทัดทานไม่ได้ จึงต้องปล่อยให้ท่านไป
ตามใจ
“ท่านคิดว่าวัวทองตัวเล็กนี้เป็นอย่างไร…” ลู่หยางชี้ไปที่รูปปั้นวัว
ทองขนาดเล็กในร้านค้า
พอหันกลับมา ท่านเซียนบรรพกาลก็หายไปแล้ว
“หายไปไหน?” ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวมองหน้ากัน เดินไปเดินมา
จู่ๆหายไปได้ยังไง?
ทำท่านเซียนบรรพกาลหาย จะทำอย่างนี้ได้อย่างไร?!
เมิ่งจิ่งโจวมีนิสัยร่าเริง คิดในแง่ดี “ก็คิดอีกแบบก็ได้ เมื่อก่อน
พวกเราสองคนพบท่านเซียนบรรพกาล ตอนนี้ท่านหายไป หนึ่งบุญ
หนึ่งบาป พอดีหักล้างกันไม่ใช่หรือ”
“…เจ้าเชื่อที่ตัวเองพูดไหม?”
“ไม่เชื่อ”
“แล้วยังพูดอะไรอีก รีบหาเร็ว!”
สองคนวุ่นวายอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็พบท่านเซียนบรรพ
กาลที่กำลังกินบะหมี่อยู่ในร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง
“ท่านมากินบะหมี่ที่นี่หรือ?” ลู่หยางถอนหายใจ พ้นจากการถูก
ตีไปได้
ท่านเซียนบรรพกาลเกาศีรษะ รู้สึกอายเล็กน้อย “เมื่อกี้ไม่รู้เกิด
อะไรขึ้น เดินไปเดินมาก็หาพวกเจ้าสองคนไม่เจอแล้ว”
จากนั้นท่านเซียนบรรพกาลมองซ้ายมองขวา ให้สัญญาณให้ลู่
หยางทั้งสองนั่งลงกินบะหมี่ด้วยกัน แล้วเล่าต่อ “ข้าแค่อยากหาร้าน
น ้าชาพักเหนื่อยสักหน่อย พอดีตอนดื่มชา ข้าได้ยินโต๊ะข้างๆ กำลัง
พูดถึงเรื่องของ ‘ลัทธิอู่ชิง'”
“ลัทธิอู่ชิง?” หางตาของลู่หยางกระตุก ท่านเซียนบรรพกาล โชค
ของท่านช่างประหลาดนัก แม้แต่เขายังไม่มีข่าวกรองเกี่ยวกับลัทธิอู่
ชิง แต่ท่านแค่หลงทางครั้งเดียวก็หาร่องรอยเจอแล้ว
ท่านเซียนบรรพกาลพยักหน้า “ใช่ ข้าได้ยินผู้บำเพ็ญโต๊ะข้างๆ
พูดว่า แถวนี้มีฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิงแห่งหนึ่ง ดูเหมือนกำลังรับ
สมัครศาสนิกชน ผู้บำเพ็ญโต๊ะข้างๆ คิดจะไปที่นั่น”
“เดิมทีข้าอยากจะบอกเรื่องนี้กับพวกเจ้าสองคน แต่ข้าก็ไม่
สามารถละทิ้งหน้าที่ไปตามหาพวกเจ้าได้ จึงเลือกที่จะติดตามพวก
เขา”
เขาชี้ไปที่ร้านค้าไม่ไกล “พวกเขาสองคนอยู่ในนั้น”
นั่นเป็นร้านตัดเสื้อ ผู้บำเพ็ญสองคนในชุดเรียบง่ายออกมาจาก
ร้าน พวกเขาคือผู้บำเพ็ญที่ต้องการเข้าร่วมลัทธิอู่ชิง
“ตามไป” ท่านเซียนบรรพกาลกินบะหมี่อย่างรวดเร็ว แม้แต่น ้า
ซุปก็ดื่มหมด เช็ดปาก เรียกลู่หยางทั้งสองให้ตามตัวเอง
ผู้บำเพ็ญสองคนที่ถูกติดตามเป็นเพียงขั้นสร้างฐาน ด้วยความ
ช่วยเหลือของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว ท่านเซียนบรรพกาลไม่ต้องกังวล
ว่าจะถูกพบเห็นในการติดตาม
“ท่านเซียนบรรพกาล ท่านจะติดตามไปถึงฐานที่มั่นหรือ เรื่อง
แบบนี้ให้ข้ากับเจ้าเมิ่งจัดการก็พอ” ลู่หยางเกลี้ยกล่อม การหาฐานที่
มั่นของลัทธิมารแบบนี้ เขากับเมิ่งเชี่ยวชาญมาก
ท่านเซียนบรรพกาลส่ายหน้า พูดอย่างจริงจัง “ข้าได้ยินว่าพวก
เจ้าสองคนเคยแฝงตัวเป็นสายลับในลัทธิอมตะ แฝงตัวอยู่หลายเดือน
ในที่สุดก็สามารถโจมตีฐานที่มั่นใหญ่ของลัทธิอมตะ กำจัดกำลัง
ทั้งหมดของพวกเขาได้ พวกเจ้าสองคนเป็นความภาคภูมิใจของ
สำนักเวิ่นเต๋าของเรา”
ลู่หยางอยากบอกว่าที่จริงแล้วไม่ได้กำจัดหมด ระดับสูงล้วนอยู่
ในสำนักของพวกเรา มุ่งมั่นกับธุรกิจปิ้งย่าง
“แม้ข้าจะเป็นผู้ก่อตั้งสำนักเวิ่นเต๋า แต่ความสำเร็จของสำนักเวิ่น
เต๋าในปัจจุบัน ข้าไม่ได้ออกแรงมากนัก พวกเจ้าดีกับข้ามาก ข้ารู้สึก
ละอายใจ”
“ข้าอยากเรียนรู้จากพวกเจ้าสองคน แฝงตัวในลัทธิอู่ชิง กำจัด
ลัทธิอู่ชิง!”
ลู่หยางเคยได้ยินเรื่องเลียนแบบบรรพบุรุษ แต่ไม่เคยได้ยินเรื่อง
เลียนแบบผู้สืบทอด
“อะไรนะ นี่มันอันตรายเกินไป!” เมิ่งจิ่งโจวตกใจมาก ท่านเซียน
บรรพกาล ท่านช่างกล้าคิดจริงๆ หากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น พวกเขา
สองคนกลับสำนักคงไม่ใช่แค่ถูกตีเท่านั้น
ท่านเซียนบรรพกาลโบกมือ แสดงความตั้งใจ “มีเรื่องอะไรที่ไม่
อันตรายบ้าง ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเจ้าสองคนไม่ต้องเกลี้ยกล่อมอีก”
ลู่หยางเห็นท่านเซียนบรรพกาลเป็นเช่นนี้ จึงต้องตกลง มีเขา
และเมิ่งคอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง คงไม่เกิดเรื่องอะไร ที่นี่คงไม่มี
ระดับสูงของลัทธิอู่ชิงโผล่ออกมาหรอก
แม้จะมีระดับสูงของลัทธิอู่ชิงโผล่ออกมาก็ไม่กลัว ไม่ใช่ว่า
สำนักเวิ่นเต๋าไม่มีระดับสูงนี่นา
คิดแบบนี้แล้ว ท่านเซียนบรรพกาลก็ดูค่อนข้างปลอดภัย
ทั้งสามติดตามเป้าหมายไปตลอดทาง ผ่านไปหกเมือง ในที่สุดก็
มาถึงฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิง