ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 812 เข้าร่วมลัทธิอู่ชิง
เมื่อลู่หยางเห็นสองคนนั้น เขาตกใจจนตัวสั่นงันงก หัวใจแทบ
หยุดเต้น
พวกลัทธิอู่ชิงนี่มันอะไรกัน ถ้าไม่อยากให้ข้าเข้าร่วมก็พูดตรงๆ
เลย ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้
แถมยังกดระดับให้เท่ากันอีก ทำไมไม่กดระดับศิษย์พี่ใหญ่ให้อยู่
ขั้นแก่นทองคำ จะได้ให้ข้าเห็นแก่นทองคำที่เต็มท้องฟ้าเป็นอย่างไร
เสียหน่อย?
ลู่หยางถึงกับรู้สึกได้ว่าวิญญาณอมตะที่ไร้พ่ายกำลัง
กระสับกระส่ายอยากจะวิ่งหนี
หากต้องเผชิญหน้ากับคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ ลู่หยางคิดว่า
เขาอาจลองสู้ดูก็ได้ แน่นอน เรื่องชนะหรือแพ้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองคน ลู่หยางคิดว่าเขาอาจลองแข่ง
กับวิญญาณอมตะที่ไร้พ่ายว่าใครวิ่งเร็วกว่ากัน
“ศิษย์น้อง เจ้าเป็นอะไรไป?” ศิษย์พี่ใหญ่ขมวดคิ้วถาม น ้าเสียง
เหมือนเช่นเคย ตอนนี้ลู่หยางถึงสังเกตว่า ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าไร้
สิ่งใด แต่เป็นเขาประตูสวรรค์แห่งสำนักเวิ่นเต๋า
ใช่แล้ว เมื่อต้องจำลองให้สมบูรณ์ ย่อมต้องจำลอง
สภาพแวดล้อมด้วย
“ไม่… ไม่มีอะไร”
“ผู้นำสอง ทำไมดูเหม่อลอยอย่างนั้น ฝึกบำเพ็ญจนสมองใช้การ
ไม่ได้แล้วหรือ?” หวงโต้วโต้วยังคงร่าเริงตามปกติ ยังแอบเอานิ้วจิ้ม
แก้มลู่หยางด้วย
“ข้าว่าเซียนน้อยเจ้าไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นกับข้านะ”
“หืม? กล้าคิดท้าทายข้าด้วยหรือ?” เซียนอมตะโผล่ออกมาจาก
ห้วงจิต นี่คือเซียนอมตะตัวจริง
แค่ชนะตัวปลอมก็นับว่าชนะแล้ว
นางเข้าสิงร่างหวงโต้วโต้วที่ถูกจำลองขึ้นมา พอเข้าร่างได้ก็
ระเบิดจิตวิญญาณทันที
“เฮ้ย เซียนน้อย เจ้ารอก่อน…”
ลู่หยางยังไม่ทันได้ห้าม ก็เห็นเซียนอมตะไม่พูดพล่ามทำเพลง
ระเบิดจิตวิญญาณอย่างเด็ดขาด
โครม!!! — ในความเป็นจริง กลไกรับแรงระเบิดระดับนี้ไม่ไหว
ระเบิดกระจายทันที
นิวเชียนซานเลิกคิ้ว “ล้มเหลวเร็วขนาดนี้เลยหรือ?”
การที่กลไกระเบิดหมายความว่าการทดสอบล้มเหลว และการ
ระเบิดเร็วขนาดนี้แสดงว่าการฆ่าล้มเหลว ถูกฆ่าเสียเอง
คนไร้ความรู้สึกต้องการฆ่าคนที่ใกล้ชิดที่สุด เปรียบเสมือนการ
ลอบสังหาร การลอบสังหารยังล้มเหลว แสดงว่าคนผู้นั้นเกิดความ
สงสารเมตตาระหว่างลงมือ
“ดูเหมือนเด็กคนนี้ไม่เหมาะกับวิถีไร้ความรู้สึกของเรา”
อวี้จือที่กำลังบินมาครึ่งทางขมวดคิ้วเล็กน้อย “หายไปแล้วหรือ?”
นางรู้สึกว่ามีที่บางแห่งฉายภาพลักษณ์ของตนเอง นางอยากไป
ดูให้รู้เรื่อง จึงบินมาครึ่งทาง แต่ดูเหมือนภาพลักษณ์ของนางจะสลาย
ไปแล้ว ไม่สามารถรับรู้ต้นตอได้
“แปลกจริง”
ลู่หยางตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง เขายังคงอยู่ในภวังค์หลังจากการ
ระเบิดจิตวิญญาณของเซียนอมตะ
นิวเชียนซานเดินมาที่หน้าลู่หยาง พูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้า
ล้มเหลวแล้ว กลับไปที่เดิมของเจ้าเถอะ”
ลู่หยางยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากทางเมิ่ง
จิ่งโจว กลไกของเมิ่งจิ่งโจวก็ระเบิดเช่นกัน
เมิ่งจิ่งโจวสบถด่าออกมา โกรธจัดจนอยากจะรื้อฐานที่มั่นแห่งนี้
ทิ้ง “บ้าเอ๊ย ใครจะฆ่าได้ล่ะเนี่ย!”
นิวเชียนซานมองเมิ่งจิ่งโจวด้วยสายตาเย็นชา ไม่เพียงแต่
ล้มเหลว ยังโกรธแค้นอีก คนของลัทธิอู่ชิงไม่ควรมีอารมณ์โกรธ
เช่นนี้
“เจ้าก็ไม่เหมาะกับวิถีไร้ความรู้สึกของเรา พวกเจ้าสองคน
ออกไปเถอะ”
เมื่อไม่ใช่คนที่เดินในหนทางเดียวกัน ก็ไม่อาจร่วมมือกันได้ อยู่
ที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ ลัทธิอู่ชิงไม่มีการยกเว้นหรือรับคนเข้าแบบพิเศษ ลู่
หยางและเมิ่งจิ่งโจวส่งเสียงสื่อจิตถึงกัน
“ทำอย่างไรดี?”
“ออกไปก่อน ถึงเราไม่ออกไปเอง ไอ้คนชื่อนิวเชียนซานก็จะโยน
เราออกไปอยู่ดี คนลัทธิอู่ชิงคงมีนิสัยแบบนี้ทั้งนั้น”
“ได้”
เห็นลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวออกไป นิวเชียนซานเรียก
ผู้ใต้บังคับบัญชามา เป็นผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำตอนปลาย “สอง
คนนี้รู้ตำแหน่งที่ตั้งฐานที่มั่นของเรา ปล่อยไปไม่ได้ เจ้าไปจัดการทั้ง
สองให้เรียบร้อย จัดการให้ว่องไวหน่อย”
แม้ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวจะแสดงตัวว่าอยู่ในขั้นสร้างฐานตอนต้น
แต่นิวเชียนซานระมัดระวังเสมอ มีคนที่เก่งแค่ไหนก็ส่งไปเท่านั้น ถ้า
ไม่ใช่เพราะรองหัวหน้าสาขาติดธุระอยู่ เขาอยากให้รองหัวหน้าสาขา
ขั้นทารกแรกกำเนิดตอนต้นออกโรงเสียด้วยซ ้า
ขณะออกจากสาขาเมืองเยว่ ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวยังคงพูดคุยถึง
การทดสอบเมื่อครู่ “เจ้าลงมือในกลไกเพราะอะไรหรือ?” ลู่หยางถาม
ด้วยความสงสัย เขามีเซียนน้อยช่วยเหลือ จึงตื่นในกลไก รู้ว่าต้องฆ่า
คนที่ใกล้ชิดที่สุดจึงจะผ่านการทดสอบ แต่เมิ่งไม่ได้ตื่น แล้วทำไมถึง
ลงมือกับคนที่ใกล้ชิดได้
เมิ่งจิ่งโจวหน้ามืด “ในกลไกเป็นเจ้าเนี่ยแหละ ข้าแค่อยาก
ประลองกับเจ้าหน่อยเท่านั้น”
ลู่หยางเริ่มสนใจ “โอ้” เขาร้องเสียงยาว “เช่นนั้นเจ้าแพ้ในกลไก
ก็ต้องยอมรับว่าข้าเก่งกว่าเจ้าแล้วใช่ไหม?”
พูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเมิ่งจิ่งโจวยิ่งหม่นลงกว่าเดิม “ในกลไก
เจ้าเริ่มต้นด้วยมวยเลียนแบบยืมพลังของศิษย์พี่ใหญ่เลย ข้าจะต่อย
อะไรออกล่ะ!”
กลไกไม่อาจจำลองการลงมือของอวี้จือได้ แต่มวยเลียนแบบนั้น
มีความสามารถยืมพลังจากต้นแบบได้อยู่แล้ว เพียงแต่ลู่หยางไม่ค่อย
ใช้แบบนี้
ลู่หยางในกลไกยืมพลังเล็กน้อยจากศิษย์พี่ใหญ่ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่
เมิ่งจิ่งโจวจะรับมือได้
“มีคนตามเรามาตลอด”
“ข้ารู้ คงเป็นคนที่ลัทธิอู่ชิงส่งมาฆ่าเรา”
“นั่นแหละดีพอดี พวกเราอาจปลอมตัวเป็นเขา แล้วแฝงตัวเข้า
ลัทธิอู่ชิงต่อ”
ทั้งสองลงมือพร้อมกัน จับตัวคนของลัทธิอู่ชิง คนผู้นั้นแม้แต่
โอกาสตอบโต้ยังไม่มี
“พวกเจ้าไม่ใช่ขั้นสร้างฐาน!” คนผู้นั้นพูดเสียงเย็น
ลู่หยางไม่พูดพล่าม ตบหน้าเขาทันที “พูดเยอะจริง อยู่ให้
เรียบร้อยเถอะ”
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวลากคนผู้นี้ไปยังที่ลับตา ลู่หยางอยาก
ตรวจสอบว่าท่านอาจารย์ด้านล่างเป็นอย่างไรบ้าง
เขาเห็นท่านอาจารย์ยังคงนั่งสมาธิอยู่บนกลไก จากสีหน้าที่ผ่อน
คลายดูเหมือนกำลังหลงอยู่ในภาพมายาของกลไก ไม่อาจหยั่งรู้
ความจริงได้
“ด้วยนิสัยของท่านอาจารย์ หากไม่หยั่งรู้ภาพมายาของกลไก ก็
อย่าหวังว่าจะผ่านการทดสอบ”
“เซียนน้อย รบกวนเจ้าช่วยลงมือหน่อยได้ไหม?”
อย่างไรเสียก็เป็นความปรารถนาของท่านอาจารย์ ลู่หยางย่อม
ต้องพยายามช่วยให้สำเร็จ
“ฮึๆ สุดท้ายก็ต้องพึ่งข้านี่แหละเนอะ” เมื่อเป็นคำขอของลู่หยาง
เซียนอมตะไม่รังเกียจที่จะช่วยเหลือสักเล็กน้อย นางใช้พลังเซียน
เพียงน้อยนิด ก็ทำให้เซียนบรรพกาลตื่นจากกลไก
ขณะนั้นเซียนบรรพกาลกำลังอยู่ที่ป่าไผ่สำนักเวิ่นเต๋า สนทนา
อย่างออกรสกับวิญญาณแม่น ้าซิ่วลู่
หากพูดถึงคนที่ใกล้ชิดที่สุด ย่อมเป็นซิ่วลู่ที่อยู่ร่วมยุคแคว้น
ต้าอวี๋กับเขา
ทันใดนั้น เขาก็ชะงักไป นึกขึ้นได้ว่านี่คือการทดสอบ ซิ่วลู่
ตรงหน้าเป็นของปลอม
เขาถอนหายใจเบาๆ แม้นี่จะเป็นภาพมายา เขาก็ไม่อยากลงมือ
กับซิ่วลู่ แต่เขาก็รู้ว่า หากไม่ฆ่าซิ่วลู่ปลอมนี้ ก็ไม่อาจเข้าร่วมลัทธิอู่
ชิงได้
ศิษย์เล็กและเมิ่งน้อยต่างก็ทำลายลัทธิมารได้หนึ่งแห่ง เขาใน
ฐานะผู้อาวุโสจะยอมล้าหลังได้อย่างไร
ก็ฆ่าซะเลย!
คนมีการเตรียมการย่อมเหนือกว่าคนไม่รู้ตัว วิญญาณแม่น ้าซิ่
วลู่อยู่แค่ขั้นสร้างฐานตอนต้น เซียนบรรพกาลฉวยโอกาสจังหวะที่
นางไม่ระวัง ฆ่าวิญญาณแม่น ้าซิ่วลู่ทันที
เซียนบรรพกาลตื่นขึ้นมา เห็นนิวเชียนซานยืนอยู่ตรงหน้า
นิวเชียนซานตบไหล่เซียนบรรพกาล “ไม่เลว ผ่านการทดสอบ
เร็วเช่นนี้ แสดงว่าเป็นคนเหมาะกับวิถีไร้ความรู้สึกของเรา นับจาก
วันนี้ เจ้าก็เป็นคนของลัทธิอู่ชิงเราแล้ว”
ลู่หยางที่ใช้พลังจิตสังเกตการณ์อยู่ตลอด ถอนหายใจโล่งอก
เช่นนี้ท่านอาจารย์ก็ถือว่าแฝงตัวเข้าลัทธิอู่ชิงสำเร็จแล้ว
เขาเพิ่งจะหันหน้าไปพูดกับเมิ่งเฒ่าสักสองประโยค ก็เห็นกอง
กำลังใหญ่บินมาจากที่ไกล มาอย่างรวดเร็ว ท่าทางดุดัน พวกเขา
ถอนต้นไม้ยักษ์ที่อยู่เหนือฐานที่มั่นขึ้นทั้งราก จากนั้นกรูกันบินเข้า
ไปในโพรงใต้ดิน
ผู้นำกลุ่มแสดงตัวตน “ทุกคนห้ามขยับ! นั่งลง เอามือกุมหัว! ข้า
คือผู้กำกับใหญ่แห่งเมืองเยว่ พวกเจ้าทั้งหมดถูกจับกุมแล้ว!”
ผู้กำกับใหญ่เหลือบมองไปที่เซียนบรรพกาล “สมาชิกใหม่หรือ?
เจ้าก็ถูกจับกุมด้วย!”
เขาประตูสวรรค์
อวี้จือหลับตา เข้าใจวิถีเต๋าแห่งฟ้าดิน
ทันใดนั้น นางรู้สึกว่ามีสองร่างที่กระวนกระวายรีบร้อนมุ่งหน้ามา
ทางนาง
“ศิษย์น้อง เมิ่งน้อย มีเรื่องอะไรหรือ?”
ลู่หยางเหนื่อยจนหายใจไม่ทัน “ศิษย์… ศิษย์พี่ใหญ่ ไม่ดีแล้ว
ท่านอาจารย์ถูกทางการจับตัวไปเพราะเข้าร่วมลัทธิอู่ชิง”
อวี้จือ: “…”
ศิษย์น้อง เจ้าได้ฟังคำพูดของตัวเองบ้างหรือไม่?