ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 818 การแก้แค้นของลัทธิอู่ชิง
ผู้นำระดับสูงของลัทธิอู่ชิงทุกคนรู้ดีว่า อู่เล่ย์เป็นคนที่ไม่เคยยิ้ม
หรือหัวเราะ ไม่มีการแสดงอารมณ์ เดินมาไกลบนเส้นทางไร้
ความรู้สึก แต่ตอนนี้เขายากที่จะรักษาจิตใจให้นิ่งสงบราวสายน ้าได้
จริงๆ
การกระทำของท่านเต๋าปู้อวี่ในอดีต กล่าวได้ว่าลดทอน
โชคชะตาของลัทธิอู่ชิง ทำให้ลัทธิอู่ชิงบาดเจ็บสาหัส
เมื่อลัทธิอู่ชิงฟื้นคืนความแข็งแกร่ง ในที่ลับหลังมีคนจำนวนไม่
น้อยต้องการหาท่านเต๋าปู้อวี่มาแก้แค้น พวกเขาล้วนเป็นคนที่จิตใจ
ถูกท่านเต๋าปู้อวี่ทำให้วุ่นวาย
แต่ในเวลานั้น ท่านเต๋าปู้อวี่ได้บรรลุขั้นแปลงร่างเซียนและเติบโต
เป็นขั้นรวมร่าง อีกทั้งยังเป็นเจ้าสำนัก การจะฆ่าไม่ใช่เรื่องง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น ปู้อวี่บัดซบผู้นี้มีศัตรูมากเกินไป ยามที่คนของลัทธิ
อู่ชิงต้องการฆ่าเขา มีโอกาสสูงที่จะมีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างฝ่ายธรรมะ
ผุดออกมาทันที ซึ่งก็มาหาท่านเต๋าปู้อวี่เพื่อแก้แค้นเช่นกัน
ปัญหาคือเมื่อเห็นคนของลัทธิอู่ชิงอยู่ที่นี่ ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง
ฝ่ายธรรมะจะต้องจัดการลัทธิอู่ชิงก่อน แล้วค่อยหาเรื่องท่านเต๋าปู้อวี่
อีกทั้งวิธีฆ่าภรรยาเพื่อพิสูจน์ตนแบบปรับปรุงที่ท่านเต๋าปู้อวี่เส
นอ ได้รับการยอมรับจากประมุข หรืออาจกล่าวได้ว่า “ชื่นชมอย่าง
ยิ่ง”
แม้ท่านเต๋าปู้อวี่จะหนี ภายในลัทธิอู่ชิงก็ยังคงใช้แบบปรับปรุงอยู่
ซึ่งส่งผลให้ต่อมาในลัทธิอู่ชิงไม่มีใครอยากจะใช้การแต่งงาน
เพื่อพิสูจน์ความไร้ความรู้สึกอีก คิดดูสิ ความรัก การแต่งงาน
เป้าหมายคือการส่งภรรยาให้คนอื่น ใครจะพูดคุยหรือเจรจาต่อลงไป
ได้?!
การบำเพ็ญนั้น ยิ่งวิทยายุทธ์สูง ยิ่งมีข้อเรียกร้องต่อจิตใจสูง
หลังเหตุการณ์ท่านเต๋าปู้อวี่ ผู้นำระดับสูงของลัทธิอู่ชิงหลายคนวิทยา
ยุทธ์หยุดชะงัก ต้องบ่มเพาะจิตใจนานหลายร้อยปีจึงจะกลับคืนสู่
จิตใจเดิม
ตอนนี้อู่เล่ย์มีท่าทีเหมือนกำลังจะรักษาจิตใจไว้ไม่อยู่
“ท่านคือเจ้าสำนักเต๋าปู้อวี่หรือ?” ผู้ปกครองเมืองต้วนไม่คิดว่า
ท่านเต๋าปู้อวี่จะออกมาช่วย บังเอิญอยู่ในเมืองเยว่หรือ?
ท่านเต๋าปู้อวี่เกาคาง “จริงๆ แล้ว ช่วงนี้ข้าอยู่ในคุกใหญ่เมืองเยว่
ของพวกท่านตลอด แต่ข้ากังวลว่าจะถูกเพื่อนเก่าๆ มาล้อมดู ส่งผล
กระทบต่อระเบียบคุกใหญ่เมืองเยว่ของพวกเรา จึงเข้าอกเข้าใจใช้ชื่อ
ปลอม หน้าตาก็เปลี่ยนไปด้วย”
“ข้าเห็นเมืองเยว่ของพวกเราเผชิญวิกฤต จึงยอมรับความผิด
เพื่อลบล้างความผิด ออกมาสู้อย่างไรเล่า”
ท่านเต๋าปู้อวี่ทำสีหน้าแบบ ‘หลังจากข้าสร้างความดีแล้ว พวก
ท่านต้องลดโทษให้ข้าแน่นอน’
อู่เล่ย์ได้ยินคำพูดของท่านเต๋าปู้อวี่ จิตใจสั่นไหว แอบบีบทำลาย
แผ่นหยกแผ่นหนึ่ง
จากนั้นท่านเต๋าปู้อวี่ก็เริ่มพูดคุยเรื่องเก่าๆ กับอู่เล่ย์ “ข้าเห็นเจ้า
อยู่ในลัทธิอู่ชิงไม่มีอนาคตนัก ไม่มาเขาคุมขังของสำนักเวิ่นเต๋าเรา
หรือ ที่นั่นล้วนเป็นผู้บำเพ็ญทรงพลัง ให้คำแนะนำเจ้าผู้เป็นเพียงขั้น
รวมร่างก็เพียงพอยิ่ง”
“ข้าบอกเจ้านะ ข้าไม่เคยบอกคนอื่นว่าสำนักเวิ่นเต๋าของเรามี
สถานที่ดีๆ แบบนี้ ก็เพราะเราสองคนรู้จักกัน ข้าถึงได้บอกเจ้า”
“หุบปาก!” อู่เล่ย์ตวาดเสียงต ่า
เห็นเขาประกบฝ่ามือ สายฟ้ารอบกายรุนแรงขึ้น ในชั่วพริบตา
เรียกเมฆฟ้าผ่ามา ท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง สายฟ้านับไม่ถ้วนเหมือนงู
วิเศษพุ่งออกจากเมฆ ฆ่าเข้าใส่ท่านเต๋าปู้อวี่
ทั้งสองเป็นขั้นรวมร่างตอนปลายเหมือนกัน และเขาอยู่ในขั้นรวม
ร่างตอนปลายมาสองพันปีแล้ว เป็นผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างตอนปลายที่
สมกับชื่อ ฆ่าเจ้าไม่ได้หรือไง!
กระบี่พ้นฝัก คมกระบี่พัดผ่าน เหมือนทางช้างเผือกที่ถล่มลงมา
ราวกับม้วนภาพเขียนหมึกที่เคลื่อนไหว น ้าตกคมกระบี่ม้วนขึ้นสู่
ท้องฟ้า ปะทะกับเมฆฟ้าผ่า
เมฆฟ้าผ่าราวกับทำจากกระดาษ ถูกน ้าตกคมกระบี่เจาะทะลุ
ท่านเต๋าปู้อวี่หมุนข้อมือ ปลายกระบี่ปัดเบาๆ ราวกับสั่นพ้องกับฟ้าดิน
ชักนำพลังกระบี่ที่ลอยอยู่โดยรอบ พลังกระบี่อันคมกริบรวมตัวบนคม
กระบี่ บางเฉียบที่สุด และเร็วที่สุด
พลังกระบี่ระเบิด ส่องสว่างใบหน้าอันหวาดกลัวของอู่เล่ย์
อู่เล่ย์รีบใช้สายฟ้าสร้างเกราะ ปกป้องจุดสำคัญ แต่การโจมตีนี้
ยังคงไม่อาจต้านทานพลังกระบี่ที่รวมตัวกัน ทะลุกระดูกไหปลาร้า
อู่เล่ย์ถอยหลังหลายก้าว เว้นระยะห่างจากท่านเต๋าปู้อวี่
“พวกเราเป็นขั้นรวมร่างเหมือนกัน ทำไมเจ้าถึงรับการโจมตีของ
ข้าไม่ไหวแม้แต่กระบวนเดียว ช่องว่างระหว่างเราทำไมถึงใหญ่กว่าที่
ข้าจินตนาการไว้?”
“โจรเฒ่าปู้อวี่!”
อู่เล่ย์ไม่อาจกดความโกรธไว้อีกต่อไป หากพูดถึงรุ่น เขาเป็นผู้
บำเพ็ญรุ่นเดียวกับอาจารย์ผู้เฒ่า ปู้อวี่เป็นเพียงรุ่นน้อง!
ท่านเต๋าปู้อวี่ส่ายหน้าเบาๆ กังวลถึงอนาคตของอู่เล่ย์ “ดูเจ้าสิ
จิตใจไม่พร้อม แบบนี้จะทำงานในลัทธิอู่ชิงได้อย่างไร?”
อู่เล่ย์ร่ายท่ามือ ท่องคาถาสายฟ้าเสียงต ่า ในชั่วพริบตา เมฆบน
ท้องฟ้าหมุนวน เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง สายฟ้าหลายสายตอบรับการ
เรียกของเขา ฟาดลงมาอย่างรุนแรง
แสงจากคมกระบี่และสายฟ้าที่ประสานกัน ส่องสว่างทั่วทั้งเมือง
ระเบิดเสียงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก
พรวด! — แสงสว่างจางหายไป อู่เล่ย์อาเจียนเป็นเลือดพุ่ง
แขนขวาถูกตัดขาด ที่บาดแผลมีคมกระบี่วิ่งไปมา ขัดขวางการหาย
ของบาดแผล!
อู่เล่ย์ไม่คิดว่า แม้จะเป็นขั้นรวมร่างตอนปลายเหมือนกัน ช่องว่าง
ระหว่างตนและท่านเต๋าปู้อวี่จะใหญ่ถึงเพียงนี้ เพียงสองสามรอบ เขา
ก็บาดเจ็บถึงเพียงนี้!
ท่านเต๋าปู้อวี่หรี่ตา เขาระวังอู่เล่ย์หนีตลอด แต่อีกฝ่ายดูเหมือน
จะตั้งใจหน่วงเหนี่ยวเขา ยังคงวนเวียนกับเขา
เขากำลังรออะไรอยู่?
ทันใดนั้น พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมท่านเต๋าปู้อวี่ ท่าน
เต๋าปู้อวี่ที่ลอยอยู่บนอากาศแบกรับพลังกดดันนี้ไม่ไหว เกือบตกลง
มาจากท้องฟ้า!
คลื่นพลังกดดันอาละวาดในเมืองเยว่ ชาวเมืองราวกับตกลงไป
ในหลุมน ้าแข็ง ตัวสั่นงันงก ฟันกระทบกัน
“เจ้าเด็กปู้อวี่ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่”
“ขอตั้งกฎสวรรค์ ณ ที่นี้ 【ห้ามข้อมูลใดออกจากเมืองเยว่】”
“ขอตั้งกฎสวรรค์ ณ ที่นี้ 【ห้ามผู้ใดออกจากเมืองเยว่】”
กฎสวรรค์สองข้อถูกตั้งขึ้น ม่านดำกว่ารัตติกาลปรากฏเหนือ
ศีรษะของบุรุษผู้นั้น แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว จนปกคลุมทั่ว
ทั้งเมืองเยว่
“ตอนนี้ พวกเราควรคิดบัญชีความแค้นกันได้แล้ว”
ชายวัยกลางคนสีหน้าเย็นชามองไปยังท่านเต๋าปู้อวี่ เสียงดังราว
ฟ้าร้อง เพียงแค่พูด ก็ทำให้อากาศสั่นสะเทือน
ท่านเต๋าปู้อวี่เงยหน้า มองชายวัยกลางคน หัวเราะออกมา “ข้า
กำลังคิดอยู่เลยว่าเจ้าอู่เล่ย์ไร้ประโยชน์ทำไมไม่ยอมหนีสักที ที่แท้ก็
ต้องการหน่วงเหนี่ยวเพื่อให้ท่านประมุขซูมา!”
รองประมุขลัทธิอู่ชิง ซูโม่หร่าน ขั้นข้ามพิบัติตอนกลาง
มีซูโม่หร่านเป็นที่พึ่ง อู่เล่ย์ก็มีความมั่นใจทันที “โจรเฒ่าปู้อวี่
วันนี้คือวันตายของเจ้า!”
เมื่อครู่ท่านเต๋าปู้อวี่พูดแล้ว ไม่มีผู้บำเพ็ญฝ่ายธรรมะคนใดรู้ว่า
ท่านเต๋าปู้อวี่อยู่ที่นี่ และเมืองเยว่ก็ถูกรองประมุขซูปิดล้อม เข้าได้แต่
ออกไม่ได้
ช่องว่างวิทยายุทธ์มหาศาลปรากฏชัด ไม่มีกองเสริม นี่คือ
โอกาสอันดีที่จะฆ่าท่านเต๋าปู้อวี่!
ซูโม่หร่านก็เป็นผู้เสียหายในเหตุการณ์ครั้งนั้น อาจกล่าวได้ว่า
เป็นผู้เสียหายที่มีวิทยายุทธ์สูงที่สุด เขาเกลียดท่านเต๋าปู้อวี่ถึงกระดูก
เพียงแต่เขาระมัดระวังตัวตลอด หากไม่มั่นใจว่าจะฆ่าในครา
เดียว เขาจะไม่ลงมือ
หากปล่อยให้ท่านเต๋าปู้อวี่หนีไปจริงๆ ภายหน้าจะยิ่งยากที่จะฆ่า!
“ท่านประมุขใหญ่ซู ท่านผู้ฒ่าทำไมถึงเหมือนกับอู่เล่ย์คนเขลานี่
เวลาผ่านไปกว่าพันปี ยังคงอยู่ในขั้นข้ามพิบัติตอนกลาง?”
“ไม่ใช่ว่าวิทยายุทธ์ถึงขีดจำกัดแล้วใช่ไหม? หรือว่าจิตใจมีรอย
ร้าว?”
ซูโม่หร่านไม่สะทกสะท้าน หยิบขวานสองด้ามออกมา พูดเสียง
ทุ้ม “เจ้าเด็กปู้อวี่ ถ่วงเวลาก็ไร้ประโยชน์ เจ้าไม่มีทางหาช่องโหว่ของ
กฎสวรรค์ หนีออกจากเมืองเยว่ได้”
“เพื่อโอกาสในวันนี้ ข้ารอมากว่าพันปี”
หากไม่ฆ่าท่านเต๋าปู้อวี่ จิตใจเขาจะยังมีที่บกพร่อง ถูกความ
เกลียดพันธนาการ หากต้องการก้าวไปอีกขั้น เป็นขั้นข้ามพิบัติตอน
ปลาย เขาต้องฆ่าท่านเต๋าปู้อวี่ วิธีอื่นล้วนไม่ได้ผล!
ท่านเต๋าปู้อวี่ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ถ่วงเวลาเพื่อหาทางรอด
แม้ว่าเขาจะมีพลังสู้ระดับขั้นกึ่งข้ามพิบัติ แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงกึ่ง
เท่านั้น ยังไม่สามารถต่อสู้กับขั้นข้ามพิบัติได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคู่
ต่อสู้เป็นขั้นข้ามพิบัติตอนกลางระดับเก๋า
ซูโม่หร่านสืบสวนท่านเต๋าปู้อวี่มาตลอด รู้ว่าหากปล่อยให้เขา
พูดอะไรเพิ่ม ก็มีโอกาสที่จะหาจุดอ่อนได้จริงๆ
วิธีรับมือกับท่านเต๋าปู้อวี่ คือไม่ให้เขาพูด
กร๊วก!
ซูโม่หร่านเกร็งกล้ามเนื้อ ขวานยักษ์สองด้ามฟาดลงมาอย่าง
รุนแรง ด้านขวานกว้าง คมขวานคมกริบ แต่เดิมเป็นขวานสองมือ
แต่ซูโม่หร่านกลับถือมือละหนึ่ง
ขวานยักษ์ฟาดลงบนท่านเต๋าปู้อวี่อย่างหนัก ท่านเต๋าปู้อวี่ยก
กระบี่ขวางไว้ แต่พลังนี้ไม่ใช่สิ่งที่ท่านเต๋าปู้อวี่จะต้านไหว
ท่านเต๋าปู้อวี่พ่นเลือดสด ถูกฟาดจนฝังเข้าไปในภูเขาจำลอง
ของที่ว่าการเมือง อยู่ในท่าตัวตรงเหมือนอักษร ‘大’
“หากเจ้าพยายามหนี ชาวเมืองเยว่สามแสนคนจะต้องตายเพราะ
การกระทำของเจ้า” ซูโม่หร่านพูดเสียงเย็น รู้ว่านี่เป็นจุดอ่อนของ
ท่านเต๋าปู้อวี่
“หนี? ทำไมข้าต้องหนี?”
ท่านเต๋าปู้อวี่ค่อยๆ เงยหน้า ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกเลือดย้อมเป็นสี
แดง ดูน่ากลัวเป็นพิเศษ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแปลกประหลาด
“รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงไม่เลื่อนขั้นเป็นขั้นข้ามพิบัติ?”
เขาออกแรงด้วยสองแขน ทำลายภูเขาจำลอง ค่อยๆ เดินไปหาซู
โม่หร่าน พลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ข้ากลัวว่าหลังจากเลื่อนขั้นเป็นขั้นข้ามพิบัติแล้ว เจ้าจะไม่กล้า
มาหาข้าน่ะสิ!”