ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 865 การดักรอ
“ฮ่องเต้ตอนนี้ต้องการลูกท้อเซียนนี้มากที่สุด ต้องรีบส่งไปให้
เร็ว!”
สถานการณ์ของฮ่องเต้ไม่น่าไว้วางใจ เกรงว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีก
สองสามวัน นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกินลูกท้อเซียน
สิ่งเดียวที่ลู่หยางไม่เข้าใจคือ ทำไมศิษย์พี่ใหญ่ไม่ให้หม่านกู่
ส่งไปที่วังหลวงโดยตรง แต่กลับให้เขานำไปส่ง
ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วน ลู่หยางไม่มีเวลาคิดหาสาเหตุ จึง
เตรียมตัวออกเดินทาง
เพื่อความแน่ใจ ลู่หยางได้แจ้งเรื่องลูกท้อเซียนให้บิดาเมิ่งทราบ
หวังว่าตระกูลเมิ่งจะส่งคนไปวังหลวงพร้อมกับเขา
เอ้าหลิงทั้งสามคนมีฐานะพิเศษ หากจะลงมือช่วย จะอธิบาย
ไม่ได้ว่าทำไมพวกนางทั้งสามถึงต้องช่วยลู่หยาง ถ้าไม่จำเป็นต้องลง
มือก็เป็นการดีที่สุด
“ไม่ถูกจำกัดด้วยอายุขัย ยังสามารถยืดอายุขัยได้อีก ในโลกนี้มี
ของวิเศษเช่นนี้ด้วยหรือ?”
เมิ่งโป่เทียนแสดงสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าตระกูลเมิ่งของเขาจะ
ร ่ารวยและยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของลูกท้อเซียนมาก่อน
“เมื่อเป็นคำพูดของสหายอวี้จือ ต้องไม่มีทางเป็นเท็จแน่นอน”
“ไปกันเถอะ ข้าจะไปวังหลวงกับเจ้าด้วยตัวเอง!”
เมิ่งโป่เทียนรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ลู่หยางไม่คุ้นเคยกับเมืองหลวง
ในปัจจุบัน แต่เขารู้ดี เมื่อฮ่องเต้อายุขัยใกล้หมด หลายฝ่ายเริ่ม
กระวนกระวายขยับตัว ทุกคนต้องการหาผลประโยชน์จาก
สถานการณ์นี้
และตัวตนของลูกท้อเซียนย่อมเป็นเสมือนหนามยอกตาพวกเขา
แน่นอน!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าลูกท้อเซียนสามารถยืดอายุขัยได้ จะมีผู้
อาวุโสประหลาดที่มีอายุขัยเหลือน้อยจับตามองมากแค่ไหน
แม้ว่าคนในปัจจุบันจะไม่รู้จักว่าลูกท้อเซียนเป็นผลผลิตของ
รากฐานฟ้าดิน แต่ผู้บำเพ็ญที่มีวิทยายุทธ์สูงเพียงได้กลิ่นที่ลูกท้อ
เซียนแผ่ออกมา ก็สามารถตัดสินได้ว่านี่คือสิ่งที่สามารถยืดอายุขัย
ได้
เมิ่งโป่เทียนสงสัยว่าเมื่อหม่านกู่นำลูกท้อเซียนเข้ามาในเมือง
หลวง เส้นทางจากประตูเมืองถึงคฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง กลิ่นหอมของลูก
ท้อเซียนได้แพร่กระจายออกไป มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกผู้ไม่
หวังดีจับตามองแล้ว
เมิ่งโป่เทียนพยายามใช้วิธีปิดผนึกแบบต่างๆ เพื่อปิดผนึกลูกท้อ
เซียน แต่ไม่สามารถกักกลิ่นของมันได้ แม้แต่การขอให้บรรพบุรุษ
ขั้นข้ามพิบัติที่ฝึกฝนอยู่บนเขาของตระกูลเมิ่งออกมาช่วยก็ไม่ได้ผล
ลู่หยางและเมิ่งโป่เทียนจึงได้แต่ถือลูกท้อเซียนที่ส่งกลิ่นหอมไป
ยังเมืองหลวง ผู้ที่ไปด้วยกันยังมีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างของตระกูลเมิ่ง
อีกหลายคน รวมถึงผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติหนึ่งคนของตระกูลเมิ่ง
มองจากภายนอก เมืองหลวงยังคงคึกคักรุ่งเรืองเหมือนเคย มีผู้
บำเพ็ญอยู่ทั่วทุกที่ แต่เมิ่งโป่เทียนรู้ดีว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตา ความ
จริงแล้วแต่ละฝ่ายต่างตึงเครียด เหมือนเส้นเชือกที่ถูกขึงตึง คอยจับ
ตาดูความเคลื่อนไหวของวังหลวงตลอดเวลา
ทุกคนต่างต้องการรู้ว่าในที่สุดแล้วใครจะได้สืบทอดบัลลังก์ องค์
ชายใหญ่หรือองค์ชายรอง
เมืองหลวงถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยแม่น ้ากว้างหลายร้อยจั้ง
แบ่งเป็นเมืองใต้และเมืองเหนือ วังหลวงตั้งอยู่ในเมืองเหนือ คฤหาสน์
ตระกูลเมิ่งตั้งอยู่ในเมืองใต้ หากต้องการไปจากคฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง
ไปวังหลวง จำเป็นต้องข้ามแม่น ้าจินซานี้
เมื่อกลุ่มของลู่หยางเดินมาถึงกลางสะพาน กองกำลังขนาดใหญ่
ก็เคลื่อนพลมาเผชิญหน้า ผู้นำขี่ม้าตัวใหญ่ หยุดอยู่ตรงหน้าพวก
เขา
“สหายลู่หยาง ลุงเมิ่ง สองท่านกำลังจะไปที่ใดหรือ?”
ชายที่ขี่ม้าลงจากหลังม้า ถามอย่างสุภาพ
ลู่หยางมองอีกฝ่ายด้วยความระแวดระวัง ค่อยๆ ถอยหลังไปสอง
ก้าว “เรื่องนี้ไม่ต้องให้องค์ชายรองเป็นห่วงแล้ว”
องค์ชายรองหรี่ตามองไปที่กล่องบนหลังของลู่หยาง
“หากข้าเดาไม่ผิด สิ่งที่สหายลู่หยางแบกอยู่ น่าจะเป็นสิ่งที่
สามารถยืดอายุขัยได้ใช่หรือไม่? มอบมันให้ข้า ลู่หยาง เมื่อข้าขึ้น
ครองราชย์ ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการข้าจะมอบให้ทั้งหมด!”
องค์ชายรองมองกล่องบนหลังของลู่หยางด้วยสายตาเร่าร้อน
ราวกับกำลังมองร่างของหญิงงามระดับโลก
ในหมู่ผู้สนับสนุนเขา มีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติคนหนึ่งชื่อชังหมิ
งจื่อ ลู่หยางเคยพบเขาระหว่างการเดินทางไปทะเลตงไห่
ชังหมิงจื่อบอกองค์ชายรองว่าลู่หยางมีสิ่งที่สามารถช่วยชีวิต
ฮ่องเต้ได้
ในสายตาขององค์ชายรอง นี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่ช่วยชีวิตพระบิดา แต่
เป็นวัตถุวิเศษสูงสุดที่จะทำให้พระบิดามอบบัลลังก์ให้เขา!
หากเขาได้รับสิ่งที่ช่วยชีวิตได้ และใช้มันช่วยพระบิดา พระบิดา
จะต้องมอบบัลลังก์ให้เขาอย่างแน่นอน!
เมิ่งโป่เทียนยืนขวางหน้าลู่หยาง พูดเสียงเย็น “หลีกไป ตอนนี้ฝ่า
บาทอยู่ในอันตราย ทุกวินาทีมีค่า อย่าเสียเวลากับเรื่องเช่นนี้”
องค์ชายรองไม่อยากขัดเคืองตระกูลเมิ่งและสำนักเวิ่นเต๋า แต่เขา
รู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้บัลลังก์ ตามข่าวที่ส่งมาจากวัง พระ
บิดาได้เตรียมพระราชโองการถ่ายโอนบัลลังก์ให้พี่ชายแล้ว เพียงแต่
ในช่วงเวลานั้น พระบิดาทรงสลบไป
หากพระบิดาฟื้นขึ้นมาและออกพระราชโองการถ่ายโอนอำนาจ
เขาก็จะไม่มีโอกาสในการแย่งชิงอีกต่อไป!
ความสำเร็จหรือความล้มเหลวอยู่ที่ครั้งนี้ ต้องเสี่ยง!
เพื่อแย่งชิงบัลลังก์ เขาได้ดึงคนมากมายเข้ามา ทำการ
แลกเปลี่ยนผลประโยชน์มากมาย หากในตอนนี้เขายอมถอย ไม่
เพียงแต่เขาจะไม่ยอม แต่กลุ่มผลประโยชน์เบื้องหลังเขาก็จะไม่ยอม
เช่นกัน
“หากข้าไม่หลีกล่ะ!”
“ก็ไสหัวไป!” เมิ่งโป่เทียนในวัยหนุ่มเคยร่วมท่องโลกของผู้
บำเพ็ญกับลุงม้าและผู้ดูแลสวี มีนิสัยดุดันเหมือนโจร เพียงแต่
หลังจากได้เป็นหัวหน้าตระกูล นิสัยจึงเก็บกดไว้