ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 871 แกล้งท ำ
เสียงของกวำนซำนไห่แผ่กระจำยไปทั่วเมืองหลวง ตั้งแต่เหล่ำขุน
นำงไปจนถึงสำมัญชน ทุกคนที่ได้ยินชื่อนี้ต่ำงก็สะท้ำนกำย
แม้แต่เด็กๆ ที่เข้ำเรียนในโรงเรียนเอกชนก็เคยได้ยินชื่อ “เมิ่งจวิ
นจื่อ”
บรรพบุรุษตระกูลเมิ่ง ผู้ที่เคยแย่งชิงใต้หล้ำกับตระกูลเจียง แม้ว่ำ
ในที่สุดตระกูลเจียงจะชนะและสถำปนำแคว้นต้ำเซี่ย แต่ตระกูลเมิ่ง
กลับไม่เหมือนกับผู้พ่ำยแพ้ในกำรแย่งชิงรำชบัลลังก์ตำมยุค
สมัยก่อนๆ ที่ถูกกวำดล้ำง กลับตรงกันข้ำม ตระกูลเมิ่งเฟื่องฟูรุ่งเรือง
กลำยเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของแคว้นต้ำเซี่ย
แน่นอนว่ำส่วนหนึ่งเป็นเพรำะบรรพบุรุษตระกูลเจียงยังระลึกถึง
มิตรภำพเก่ำ แต่สิ่งส ำคัญกว่ำนั้นคือรำกฐำนของตระกูลเมิ่งที่ลึกล ้ำ
เกินไป
ตระกูลเมิ่งมีก ำเนิดตั้งแต่ยุคแคว้นต้ำอวี๋ แต่ในตอนนั้นตระกูลเมิ่ง
ก็เป็นเพียงตระกูลทั่วไป ผู้ที่น ำพำตระกูลเมิ่งให้เติบใหญ่รุ่งเรือง สั่งสม
รำกฐำนอันแข็งแกร่ง คือเมิ่งจวินจื่อ ผู้ที่ได้รับต ำแหน่งประมุขตระกูล
ในช่วงปลำยแคว้นต้ำอวี๋
“สหำยกวำน ควำมแค้นที่เข้มข้นเช่นนี้ ไม่ค่อยดีนัก” เมิ่งจวินจื่อ
ยืนประสำนมือไว้ด้ำนหลัง แผ่พลังควำมสงบรำบเรียบออกมำ สลำย
แรงกดดันของเซียนที่ปกคลุมเมืองหลวงอยู่
“เจ้ำบรรลุเซียนจริงๆ ด้วย!” หำกว่ำก่อนหน้ำนี้กวำนซำนไห่
ยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย บัดนี้กำรแสดงฝีมือของเมิ่งจวินจื่อก็ยืนยันแล้ว
ว่ำเขำก็เป็นเซียนเช่นเดียวกับตน
กำรปรำกฏตัวของเมิ่งจวินจื่อสร้ำงควำมตกตะลึงให้กับทุกคน
รวมถึงเมิ่งจิ่งโจวด้วย
เมิ่งจิ่งโจวเบิกตำกว้ำงมองบรรพบุรุษที่ยืนอยู่เหนือศีรษะ อ้ำปำก
ด้วยควำมประหลำดใจ
เอ่อ… ที่แท้บรรพบุรุษผู้เฒ่ำท่ำนก็บรรลุเซียนแล้วนี่เอง
หม่ำนกู่ก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขำเพิ่งมำถึงเมืองหลวงได้เพียงชั่ว
ยำม ก็ได้พบเซียนถึงสองคนแล้ว เขำรู้เลยว่ำกำรติดตำมลู่หยำงและ
เมิ่งจิ่งโจวจะได้เปิดหูเปิดตำ
เมิ่งจวินจื่อปรำกฏตัวเพียงครั้งเดียวเท่ำนั้นตอนที่แคว้นต้ำเซี่ย
เพิ่งก่อตั้ง หลังจำกนั้นก็ไม่เคยโผล่พ้นมำอีกเลย ผู้คนต่ำงพูดกันว่ำ
หลังจำกพ่ำยแพ้ต่อเจียงผิงอัน เขำก็หมดอำลัยตำยอยำก จึงได้ผนึก
ตัวเองไว้
กวำนซำนไห่ก็เชื่อเช่นนั้น เจียงผิงอันและเมิ่งจวินจื่อเป็นอัจฉริยะ
ของรุ่นหลังที่เปล่งประกำยจนเขำไม่อำจท ำเป็นไม่สนใจ ไม่เช่นนั้น
เขำก็คงไม่ส่งศิษย์ไปสอนที่โรงเรียนของตระกูลเมิ่งในฐำนะคณบดี
ของสถำบันไท้เสวีย
ในอดีตเขำเคยเห็นกับตำตัวเองตอนที่เมิ่งจวินจื่อผนึกตัวเอง สั่ง
ให้คนรุ่นหลังฝังเขำไว้ในภูเขำของตระกูลเมิ่ง
บัดนี้ดูเหมือนว่ำ แม้แต่กำรผนึกตัวเองก็เป็นกำรแสดงให้เขำดู
เซียนไม่จ ำเป็นต้องผนึกตัวเองเลย!
กวำนซำนไห่จ้องมองเมิ่งจวินจื่ออย่ำงเขม็ง พยำยำมหวนนึกว่ำ
เมิ่งจวินจื่อบรรลุเซียนตอนไหนต่อหน้ำต่อตำเขำ กำรฝ่ำข้ำมพิบัติ
เซียนเกิดขึ้นที่ไหน
ทันใดนั้น เขำก็เข้ำใจแล้ว เมิ่งจวินจื่อบรรลุเซียนไปตั้งแต่หนึ่ง
แสนปีก่อน
“ตอนที่ข้ำกับอวี๋อู่เหยำบรรลุเซียนพร้อมกันในพิธีสถำปนำ
แคว้น เจ้ำกับเจียงผิงอันก็เช่นกัน บรรลุเซียนทั้งคู่ในกำรต่อสู้ครั้ง
สุดท้ำย!”
“ช่ำงคำดไม่ถึงจริงๆ ตลอดหนึ่งแสนปีที่ผ่ำนมำ ไม่เคยใช้พลัง
ของผลกำรบ ำเพ็ญเลย แกล้งท ำเป็นกึ่งเซียนตลอด อดทนได้จริงๆ
เมิ่งจวินจื่อ ข้ำกวำนประเมินเจ้ำต ่ำไปจริงๆ!”
เมิ่งจวินจื่อยิ้มบำงๆ “กำรตกปลำน่ะ ต้องอำศัยควำมอดทนอยู่
แล้ว ดูสิวันนี้ไม่ใช่ว่ำจับปลำได้แล้วหรือ”
กวำนซำนไห่มักระมัดระวังในกำรกระท ำเสมอ หลีกเลี่ยงกำรต่อสู้
เมื่อเป็นไปได้ เพรำะกำรต่อสู้ย่อมมีแพ้มีชนะ แต่ตรำบใดที่ไม่ต่อสู้
เขำก็จะยืนอยู่ในต ำแหน่งที่ไม่มีวันพ่ำยแพ้ นี่เป็นเหตุผลที่เขำส่งเจียง
ผิงอันออกไป หำกเขำรู้ว่ำเมิ่งจวินจื่อก็บรรลุเซียนแล้ว เขำจะไม่มีทำง
ปรำกฏตัวในเมืองหลวงเด็ดขำด
กวำนซำนไห่ท ำเหมือนไม่ได้ยินค ำยั่วยุของเมิ่งจวินจื่อ เขำ
หัวเรำะเย็นชำ “ตอนที่ข้ำสั่งให้พลเอกหยกสกัดกั้นลูกท้อเซียน ท่ำน
ก็ไม่ออกมำ ปล่อยให้ฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ไปเช่นนั้น ช่ำงไร้น ้ำใจจริงๆ”
นี่เป็นค ำพูดที่กล่ำวหำจิตใจ กวำนซำนไห่ตั้งใจพูดเรื่องนี้ขึ้นมำ
ให้ทั่วเมืองหลวงได้ยินชัดเจน เพื่อบอกให้ประชำชนของแคว้นต้ำเซี่ย
รู้ว่ำ ฮ่องเต้ที่พวกเขำเคำรพนั้น เป็นเพียงเครื่องมือที่เซียนน ำมำใช้
คิดค ำนวณและจัดกำรเท่ำนั้น นี่เป็นเรื่องที่สำมำรถสั่นคลอนต ำแหน่ง
ของฮ่องเต้ในใจประชำชนได้!
แต่เมิ่งจวินจื่อไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย ยังคงมีท่ำทีสบำยๆ
เหมือนเดิม “แล้วท่ำนรู้ได้อย่ำงไรว่ำฮ่องเต้สิ้นพระชนม์จริงๆ?”
“หรืออีกนัยหนึ่ง ฮ่องเต้มีปัญหำเรื่องอำยุขัยใกล้หมดจริงหรือ?”
……
“แสดงละครหมำยควำมว่ำอย่ำงไร? ฮ่องเต้ไม่ได้สิ้นพระชนม์จำก
ควำมชรำ ถ้ำส่งลูกท้อเซียนไปตอนนี้ยังทันอยู่หรือ?”
เซียนอมตะยังไม่ตื่นเต็มที่ ยังคงหำวพลำงขยี้ตำอย่ำงง่วงงุน “ลูก
ท้อเซียน? เด็กอวี้ไม่ได้บอกหรือว่ำนำงพบเพียงลูกเดียว ส่วนรำกฐำน
ฟ้ำดินหำยไปทำงไหนไม่ทรำบ สิ่งดีๆ แบบนี้ลู่น้อยเจ้ำกินเองเถอะ
อย่ำงไรเสียฮ่องเต้ที่อำยุขัยใกล้หมดก็แค่แกล้งท ำเท่ำนั้นแหละ”
“แกล้งท ำหรือ?”
ลู่หยำงตกตะลึง เขำคิดว่ำ “กำรแสดงละคร” ที่เซียนอมตะพูดถึง
นั้นหมำยถึงงำนศพของฮ่องเต้ แต่จำกที่ฟังดู แม้แต่กำรที่ฮ่องเต้มี
ปัญหำเรื่องอำยุขัยก็เป็นกำรแกล้งท ำด้วย?
เมื่อได้ยินเจ้ำส ำนักผู้รักษำกำรแทนเสียงสูงขึ้น เซียนอมตะจึง
ค่อยๆ ตื่นเต็มที่ แล้วเอ่ยขึ้นว่ำ “ถ้ำเขำใกล้จะตำยแล้วจริงๆ ข้ำคง
ไม่ให้เขำเป็นอัครเสนำบดีหรอก”
“เซียนน้อยรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ำอำยุขัยของฮ่องเต้เป็นกำรแกล้งท ำ
หรือ?”
“ก็ไม่ได้รู้ตั้งแต่แรกหรอก ก็ตอนที่ข้ำเป็นเจ้ำส ำนักผู้รักษำกำร
แทนในช่วงสำมเดือนนั้น ตอนที่เตรียมจัดงำนเฉลิมฉลองครบรอบ
หนึ่งแสนสองหมื่นปีของส ำนักเวิ่นเต๋ำ ไม่ใช่ว่ำข้ำไปประชุมที่วังหลวง
และได้พบฮ่องเต้ครั้งแรกหรือ ตอนนั้นข้ำถึงได้รู้ว่ำเขำแกล้งท ำ”
“นั่นมันตอนที่พบกันครั้งแรกไม่ใช่หรือ!”
นี่เป็นเรื่องที่แม้แต่อวี้จือก็คำดไม่ถึง ฮ่องเต้ปลอมแปลงตัวเองจน
ลู่หยำงไม่รู้ หลอกคนทั้งใต้หล้ำ หลอกกวำนซำนไห่ได้ แต่กลับไม่
สำมำรถหลอกเซียนอมตะผู้ครอบครองผลกำรบ ำเพ็ญอมตะและ
ควบคุมอ ำนำจแห่งควำมเป็นควำมตำยได้
ลู่หยำงนึกถึงบำงสิ่ง
ตอนแรก ศิษย์พี่ใหญ่บอกเขำและเซียนน้อยว่ำ ฮ่องเต้ใกล้จะสิ้น
อำยุขัยแล้ว และถำมเซียนน้อยว่ำมีสิ่งวิเศษใดที่จะช่วยยืดอำยุขัย
เซียนอมตะบอกว่ำสำมำรถมอบรูปแบบของผลของกำรบ ำเพ็ญอมตะ
เป็นเค้ำให้ฮ่องเต้ ให้ฮ่องเต้เป็นเจ้ำส ำนักล ำดับที่สี่ แต่ศิษย์พี่ใหญ่
ปฏิเสธข้อเสนอนี้ เซียนน้อยจึงพูดถึงเรื่องลูกท้อเซียน
แต่หลังจำกที่เซียนน้อยได้พบฮ่องเต้ที่วังหลวง นำงก็ไม่เคยพูด
ถึงกำรให้ฮ่องเต้เป็นเจ้ำส ำนักคนที่สี่อีกเลย
ไม่เพียงแต่ไม่พูดถึงกำรให้ฮ่องเต้เป็นเจ้ำส ำนักคนที่สี่ แต่ตอน
อยู่ในวัง หลังจำกที่เซียนน้อยชนะประมุขส ำนักทั้งสี่แล้ว ยังท้ำทำย
ฮ่องเต้ด้วย
ถ้ำฮ่องเต้มีอำยุขัยเหลือน้อยจริงๆ เซียนอมตะคงไม่ท ำแบบนี้
ลู่หยำงเข้ำใจแล้ว เรื่องนี้เป็นกับดักที่วำงไว้ให้กวำนซำนไห่ตั้งแต่
แรก
ไม่น่ำแปลกใจที่ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ส่งลูกท้อเซียนไปที่วังหลวง
โดยตรง แต่ให้หม่ำนกู่น ำมำให้เขำ
ศิษย์พี่ใหญ่ไม่เคยตั้งใจจะให้ฮ่องเต้กินลูกท้อเซียนเพื่อยืด
อำยุขัยเลย
ลูกท้อเซียนมีไว้เพื่อให้กวำนซำนไห่สกัดกั้น ด้วยวิธีนี้กวำนซำน
ไห่จะเชื่อว่ำฮ่องเต้ก ำลังจะสิ้นอำยุขัยจริงๆ
……
กวำนซำนไห่มีสีหน้ำบึ้งตึงจนเกือบจะมีน ้ำหยดลงมำ
เขำไม่คิดว่ำทุกอย่ำงจะเป็นเรื่องหลอกลวง
เขำติดตำมควำมเคลื่อนไหวของฮ่องเต้อย่ำงใกล้ชิด และยังใช้
ต ำแหน่งคณบดีฉีเพื่อสังเกตฮ่องเต้ในระยะใกล้ แต่ก็ยังไม่สำมำรถ
เห็นว่ำฮ่องเต้แกล้งท ำ
เขำเป็นคนระแวดระวัง แต่กำรเปลี่ยนแปลงล่ำสุดในเมืองหลวงก็
ดูเหมือนว่ำฮ่องเต้ก ำลังจะสิ้นพระชนม์จริงๆ ฮ่องเต้ให้องค์ชำยใหญ่
ปลอมตัวเป็นพระองค์เพื่อจัดกำรงำนรำชกำร ทดสอบควำมสำมำรถ
จำกนั้นองค์ชำยใหญ่ไม่เต็มใจรับรำชบัลลังก์ ฮ่องเต้จึงก ำจัดองค์
ชำยสี่และองค์ชำยห้ำ บังคับให้องค์ชำยใหญ่ต้องขึ้นครองรำชย์
“ดีๆๆ ไม่นึกว่ำข้ำกวำนใช้ชีวิตทั้งชีวิตคิดค ำนวณผู้อื่น แต่กลับ
ไม่คิดว่ำจะถูกพวกเจ้ำคนรุ่นหลังคิดค ำนวณเสียเอง!”