ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 872 ผลการบำเพ็ญของราชครูแคว้นต้าอวี๋
“แต่เจ้าคิดว่าจะเอาเปรียบข้าได้จริงๆ หรือ!”
แม้จะหลงกล แต่กวานซานไห่ก็ไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขา
เพียงไม่ต้องการต่อสู้กับผู้อื่นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่สามารถต่อสู้ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งจวินจื่อยังไม่รู้ด้วยซ ้าว่าผลของการบำเพ็ญของ
เขาคืออะไร
แต่คำพูดถัดไปของเมิ่งจวินจื่อกลับทำให้หัวใจของเขาสะท้าน
“หากข้าเดาไม่ผิด ผลของการบำเพ็ญของสหายกวานมี
ความสามารถกลืนกลายใช่หรือไม่ สามารถเปลี่ยนคนหนึ่งให้
กลายเป็นอีกคนหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์ หากไม่เป็นเช่นนั้น สหาย
กวานคงไม่สามารถฟื้นฟูแคว้นต้าอวี๋ได้”
เมิ่งจวินจื่อและเจียงผิงอันสังเกตเห็นตัวตนของกวานซานไห่มา
ตั้งแต่นานมาแล้ว รู้ว่ากวานซานไห่มีความต้องการที่จะฟื้นฟูแคว้น
ต้าอวี๋
ผลของการบำเพ็ญของกวานซานไห่ไม่เคยมีบันทึกในตำรา
ประวัติศาสตร์เล่มใดเลย การฟื้นฟูแคว้นต้าอวี๋ไม่ใช่เพียงแค่การ
กำจัดตระกูลเจียงและเข้าไปแทนที่เท่านั้น ผ่านการเปลี่ยนแปลงมา
หนึ่งแสนปี แคว้นต้าอวี๋และแคว้นต้าเซี่ยเป็นราชวงศ์ที่แตกต่างกัน
โดยสิ้นเชิง
ทั้งสองคนสงสัยว่าผลของการบำเพ็ญของกวานซานไห่สามารถ
ช่วยฟื้นฟูแคว้นต้าอวี๋ได้ พวกเขาจึงคาดเดากันมากมาย
และเมื่อครู่เมิ่งจวินจื่อได้เห็นกวานซานไห่เปลี่ยนศพให้กลายเป็น
ราชครูคนที่สอง ในที่สุดก็พิสูจน์การคาดเดาของตนเอง
ที่จริงแล้ว การคาดเดาของเมิ่งจวินจื่อคลาดเคลื่อนไปจากความ
เป็นจริงเล็กน้อย กวานซานไห่ตั้งชื่อผลของการบำเพ็ญของตนว่า
“ผลของการบำเพ็ญการลอกเลียน”
ตัวอย่างเช่น เขาสามารถใช้ศพขั้นข้ามพิบัติเป็นตัวรองรับ แล้ว
ลอกเลียนราชครูคนที่สองที่อยู่ในความทรงจำของเขาลงบนศพนั้น
นี่ไม่ใช่เพียงการคัดลอกความทรงจำเท่านั้น แม้แต่รูปลักษณ์
ความทรงจำของร่างกาย รูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า
ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ รวมถึงร่างกายพิเศษ ก็สามารถถูกสร้าง
ขึ้นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ต่างจากการฟื้นคืนชีพเลย!
เพียงแต่เขาไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับราชครูคนที่สองหลังจาก
เข้าสำนักเวิ่นเต๋า ดังนั้นราชครูคนที่สองที่ถูกลอกเลียนขึ้นมาจึงไม่มี
ความทรงจำก่อนตาย
และหากใช้คนเป็นเป็นตัวรองรับ ผลลัพธ์จะยิ่งดีกว่า เมื่อเขาลอก
เลียนลงบนศพ สิ่งที่ลอกเลียนออกมาก็เป็นเพียงร่างกายที่มีความทรง
จำเท่านั้น แต่หากลอกเลียนลงบนคนเป็น เขาก็สามารถเปลี่ยน
วิญญาณของคนเป็นให้กลายเป็นวิญญาณของอีกคนหนึ่งได้อย่าง
สมบูรณ์!
พลังแผ่นดินเชื่อมโยงกับประชาชนของแคว้นต้าเซี่ย นี่คือสิ่งที่
กวานซานไห่มองเห็น
ในความทรงจำของเขามีภาพของช่วงต้นแคว้นต้าอวี๋ ยุคที่แคว้น
ต้าเซี่ยเรียกว่า “ยุคทองของอวี๋อู่เหยา” เขาจดจำทุกเหตุการณ์
ทั้งหมด ทั้งคน เรื่องราว และสิ่งของ เขาจำได้อย่างชัดเจน “ยุคทอง
ของอวี๋อู่เหยา” ดำเนินมาสามพันปี และเขาก็จดจำทั้งสามพันปีนั้นได้
ทั้งหมด
เขาสามารถอาศัยพลังแผ่นดินลอกเลียน “ผู้คนในยุคทองของอวี๋
อู่เหยา” มาสู่แคว้นต้าเซี่ยในปัจจุบัน เปลี่ยนชาวแคว้นต้าเซี่ยให้
กลายเป็นผู้คนในยุคนั้น!
ตัวอย่างเช่น เขาสามารถใช้ผลของการบำเพ็ญการลอกเลียน
เปลี่ยนลู่หยางให้กลายเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งในยุคทองของอวี๋อู่เหยา
ด้วยวิธีนี้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการฟื้นฟูแคว้นต้าอวี๋อย่างแท้จริง!
ที่จริงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องอาศัยพลังแผ่นดินก็สามารถเปลี่ยน
แคว้นต้าเซี่ยให้กลายเป็นแคว้นต้าอวี๋ในความทรงจำของเขาได้ แต่
วิธีนั้นจะช้ามาก และเจียงผิงอันจะต้องออกมาขัดขวางอย่างแน่นอน
ไม่เทียบเท่ากับการอาศัยพลังแผ่นดินที่รวดเร็วกว่า
เพียงแต่เขายังไม่ได้เริ่มแปรร่างพลังแผ่นดิน ตั้งแต่เมิ่งจวินจื่อ
ปรากฏตัว เขาก็อยู่ในสภาวะระแวดระวังตลอดเวลา ไม่กล้าแบ่งความ
สนใจไปแปรร่างอีก
ร่างของคนหนึ่งกำลังเร่งรีบสั่งการกองทัพเข้าสู่เมืองหลวงอย่าง
กระวนกระวาย
“เร็วๆ เข้า เร็วๆ ทุกคนรีบเข้าประจำตำแหน่งที่ข้าจัดไว้ให้ เปิด
ค่ายกล หากมีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็เตรียมรับอาญาจากข้าได้
เลย!”
นี่คือกองทัพรักษาเมืองหลวง ที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวง บัดนี้เมือง
หลวงกำลังมีภัย แม้พวกเขาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการต่อสู้
ของเซียนได้ แต่ก็สามารถเปิดกำแพงใสเพื่อไม่ให้เมืองหลวงได้รับ
ผลกระทบจากการต่อสู้ของเซียน
ผู้ที่บัญชาการพวกเขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอาสามของเมิ่งจิ่งโจว
แม่ทัพชายแดนที่เคยดูแลด่านขังปีศาจ ผู้ได้รับการขนานนามว่า
นักรบขงจื๊อ เมิ่งโป่ฉือ
เมิ่งโป่ฉือเงยหน้ามองสองร่างอันเด่นชัดบนท้องฟ้า บีบคำสั่งย้าย
ที่เพิ่งได้รับ พึมพำเบาๆ
“ปีที่แล้วย้ายข้าจากด่านขังปีศาจมาเมืองหลวง คงไม่ใช่เพื่อการ
ต่อสู้วันนี้กระมัง”
แม่ทัพกองรักษาเมืองหลวงไม่ใช่เมิ่งโป่ฉือ แต่หลังจากฮ่องเต้
แกล้งตายและกวานซานไห่ปรากฏตัว เมิ่งโป่ฉือก็ได้รับการส่งเสียง
ผ่านจิตจากเมิ่งจวินจื่อทันที ให้รีบไปที่ค่ายใหญ่ของเมืองหลวงเพื่อ
รับมอบกองรักษาเมืองหลวง พร้อมกับคำสั่งย้ายฉบับหนึ่ง ซึ่งมีตรา
ประทับหยกบนนั้น
เมื่อเห็นเมิ่งจวินจื่อ เมิ่งโป่ฉือก็ตกตะลึง เขาไม่คิดว่าบรรพบุรุษผู้
เฒ่าจะปรากฏตัวในช่วงเวลานี้
เขาไม่มีเวลาประหลาดใจ รีบมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารใหญ่นอก
เมืองหลวง
แม่ทัพอาวุโสในกองทัพแคว้นต้าเซี่ยมีไม่น้อย ทั้งประสบการณ์
และวิทยายุทธ์ที่เหนือกว่าเมิ่งโป่ฉือมีมากมาย แต่ในเรื่องค่ายกล
ป้องกัน ไม่มีใครเหนือกว่าเมิ่งโป่ฉือ
กวานซานไห่ไม่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวด้านล่าง เขาไม่
สนใจว่าเมืองหลวงจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ตั้งแต่แรกจนจบศัตรูของเขา
มีเพียงเมิ่งจวินจื่อคนเดียวเท่านั้น
“สหายทั้งสามจากสวรรค์ ที่นี่ปล่อยให้ข้าจัดการเองก็พอ พวก
ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
เมิ่งจวินจื่อพูดกับเอ้าหลิงและอีกสองคนอย่างสุภาพ เขาก็รู้ว่าทั้ง
สามคนเป็นพวกเดียวกับตน
การต่อสู้ระหว่างเซียนทั้งสามคนไม่อาจเข้าร่วมได้ และร่างเซียน
ของเอ้าหลิงก็ใกล้จะหมดเวลาแล้ว หากอยู่ที่นี่ก็จะเป็นเพียงอุปสรรค
ให้กับเมิ่งจวินจื่อเท่านั้น ทั้งสามคนจึงออกจากสนามรบอย่างรู้
กาลเทศะ
“ดูเหมือนว่าระหว่างเจ้ากับข้าคงต้องมีการต่อสู้กันแล้ว” กวาน
ซานไห่กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา
ในขณะเดียวกัน ราชครูคนที่สองแห่งแคว้นต้าอวี๋ลบเลือนสายใย
โชคชะตาของตนเอง หายวับไปในอากาศ แล้วปรากฏขึ้นอย่างไร้
ร่องรอยด้านหลังเมิ่งจวินจื่อ ยกกริชที่หลอมจากหินเซียนขึ้นสูง พุ่ง
ปักลงบนศีรษะของเมิ่งจวินจื่อ!
เมิ่งจวินจื่อยกมือคว้าข้อมือของราชครูคนที่สองแห่งแคว้นต้าอวี๋
ออกแรงเพียงเล็กน้อย ก็บีบข้อมือของอีกฝ่ายจนแตกละเอียด
“รูปแบบของผลของการบำเพ็ญสายใยโชคชะตาเป็นเค้านั้น
ยากต่อการรับมือจริงๆ แต่นั่นเป็นสำหรับกึ่งเซียนเท่านั้น สำหรับ
เซียนแล้ว ยังไม่พอให้เห็นอะไร!”
ข้อมือของราชครูคนที่สองแห่งแคว้นต้าอวี๋แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้น
น้อย พร้อมกับกริชในมือร่วงหล่น เมิ่งจวินจื่อยื่นมือไปเก็บของที่ระลึก
จากชัยชนะ สิ่งนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นวัตถุเซียน ซึ่งหาได้ยากมาก
โครม——
กริชระเบิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือน หมอกสีเขียวอ่อนที่มีพิษ
ร้ายแรงแผ่กระจายไปรอบๆ ตัวเมิ่งจวินจื่อ
นี่คือพิษร้ายแรงที่เกิดจากการรวมตัวของวิญญาณอาฆาตของ
ผู้ตายหลายร้อยล้านคนในช่วงปลายแคว้นต้าเฉียน ผู้ที่ได้รับพิษจะ
ถูกวิญญาณอาฆาตเกาะกิน จนตัวเองทำลายตัวเอง!
ราชครูคนที่สองแห่งแคว้นต้าอวี๋ฉวยโอกาสนี้หลบหนีไป ออกไป
จากสนามรบเช่นกัน
เขาเชี่ยวชาญการโจมตีแบบซ่อนเร้นและคำสาป แต่ทั้งสองอย่าง
นี้ไม่มีประโยชน์ต่อเซียน จุดประสงค์ที่แท้จริงของการโจมตีซ่อนเร้น
เมื่อครู่คือการให้กริชจิตวิญญาณระเบิด
เมิ่งจวินจื่อได้ยินเสียงร ่าไห้นับไม่ถ้วนรอบตัว กล่าวโทษฟ้าดินที่
ไม่ยุติธรรม นำสงครามมาสู่โลก กล่าวโทษราชวงศ์ที่ไร้คุณธรรม ไม่
สนใจชีวิตของประชาชน
“อย่าเสียงดังไปหน่อยเลย พูดเหมือนเป็นความผิดของข้าอย่าง
นั้นแหละ”
เมิ่งจวินจื่อไม่ได้รับผลกระทบจากวิญญาณอาฆาตเลย ดูดซึม
หมอกพิษร้ายทั้งหมดจนหมดสิ้น
ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะประเมินเขาอย่างไร เขาเดินหน้าอย่างเที่ยงตรง
เสมอ ไม่มีอะไรให้ละอายใจ
เมื่อเมิ่งจวินจื่อดูดซึมหมอกเข้าไปแล้ว เขาก็พบว่าด้านหลัง
กวานซานไห่มีคนยืนอยู่ห้าคน
พลเอกหยก กึ่งเซียนแห่งฝันร้าย เซียนหมื่นวิชา ผู้ยิ่งใหญ่ผู้
ประทับตรา และฮ่องเต้อวี๋อู่เหยาในช่วงที่เป็นกึ่งเซียน!
กึ่งเซียนห้าคน!
ยกเว้นพลเอกหยก คนที่เหลืออีกสี่คนล้วนถูกลอกเลียนขึ้นจาก
ศพขั้นข้ามพิบัติเป็นตัวรองรับ
พลเอกหยกยังดีที่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร ส่วนอีกสี่
คนไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ฮ่องเต้อวี๋อู่เหยามีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาจำได้ว่าตนเอง
กับอาจารย์ได้จัดการกับกึ่่งเซียนแห่งฝันร้ายแล้ว และกำลังเตรียม
โจมตีมณฑลสุดท้าย อาจารย์ของเขาก็ควรเป็นเพียงกึ่งเซียนเท่านั้น
แต่ที่นี่ กึ่่งเซียนแห่งฝันร้ายยังอยู่ อาจารย์ได้บรรลุเซียนแล้ว และ
เมืองใหญ่ด้านล่างไม่ใช่สถานที่ใดในความทรงจำของเขาเลย
เมื่อนึกถึงรูปแบบของผลของการบำเพ็ญการลอกเลียนเป็นเค้า
ของอาจารย์ ก็ไม่ยากที่จะเดาว่าตัวเองเป็นคนที่ถูกลอกเลียนขึ้นมา
“อาจารย์ ตอนนี้เป็นเวลาใด ท่านกำลังต่อสู้กับใครอยู่!”
กวานซานไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น คนที่ถูก
ลอกเลียนขึ้นมาก็มีข้อเสียตรงนี้ เหมือนกับคนจริงๆ ทุกอย่าง ไม่อยู่
ภายใต้การควบคุมของเขา