ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 873 ยืม
แม้ว่ากวานซานไห่และอวี๋อู่เหยาจะมีความสัมพันธ์แบบทั้ง
อาจารย์และสหาย อวี๋อู่เหยายังเรียกกวานซานไห่ว่าอาจารย์ แต่นั่น
ไม่ได้หมายความว่าอวี๋อู่เหยาจะเหมือนอาจารย์หลวงคนที่สอง ที่
ไว้วางใจกวานซานไห่อย่างสมบูรณ์
ความอยากรู้อยากเห็นของอวี๋อู่เหยาเหนือกว่าสิ่งอื่นใด เขา
สงสัยใคร่รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ทั้งหมด เส้นทางการบำเพ็ญของเขาเริ่มต้นจาก
ความอยากรู้อยากเห็นในวิชายุทธ์ที่อยู่ในอ้อมอกของผู้บำเพ็ญที่
ตายไปแล้ว
ต่อมาวิทยายุทธ์ของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะเขาอยากรู้
ว่าระดับที่สูงขึ้นจะเป็นอย่างไร
ด้วยแรงผลักดันของความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงสถาปนา
ราชวงศ์ต้าอวี๋ บำเพ็ญจนเป็นเซียน และยังสังเวยราชวงศ์ต้าอวี๋ เพื่อ
จะรู้ว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร
อวี๋อู่เหยาที่กวานซานไห่ลอกเลียนขึ้นมามีบุคลิกเหมือนกับอวี๋อู่
เหยาที่แท้จริงทุกประการ เขาต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมตัวตนที่
แท้จริงของเขาจึงไม่อยู่ที่นี่ และตอนนี้ทำไมต้องต่อสู้
กวานซานไห่ยังไม่ได้ตอบ ก็ได้ยินเสียงกึ่่งเซียนแห่งฝันร้ายที่มีสี
หน้าเหมือนเห็นผี ถอยหลังไปหลายก้าว เสียงพูดสั่นเครือ
“กวาน…กวานซานไห่ เจ้า…เจ้า…เจ้า…เจ้าบรรลุเซียนตั้งแต่
เมื่อไร?!”
ความทรงจำของกึ่่งเซียนแห่งฝันร้ายยังคงหยุดอยู่ในช่วงปลาย
แคว้นต้าเฉียนที่มีการแย่งชิงใต้หล้า ในตอนนั้นเขาได้เอาชนะศัตรูที่
แข็งแกร่งมากมาย รวมถึงพลเอกหยก และเขาต้องการสถาปนา
ราชวงศ์ใหม่ จึงจำเป็นต้องเอาชนะอวี๋อู่เหยาดาวรุ่งคนนี้ และอาจารย์
ของอวี๋อู่เหยา กวานซานไห่
แต่ปัญหาตอนนี้คือ เจ้ากวานซานไห่บรรลุเป็นเซียนได้อย่างไร
แล้วข้าจะสถาปนาราชวงศ์ใหม่อะไรได้อีก?
เซียนหมื่นวิชาและผู้ยิ่งใหญ่ผู้ประทับตราเมื่อเห็นตัวละครใน
ตำนานทั้งสามคนนี้ กวานซานไห่ อวี๋อู่เหยา และกึ่่งเซียนแห่งฝันร้าย
ก็แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อเช่นกัน
เห็นกึ่งเซียนที่ตนลอกเลียนขึ้นมาส่งเสียงจ้อกแจ้ก ต่างคนต่างสี
หน้า กวานซานไห่รู้สึกเหนื่อยใจ ยังไม่ทันต่อสู้ก็ทำให้คนหัวเราะเสีย
แล้ว
กวานซานไห่ถอนหายใจ การต่อสู้ระดับเซียนแย่งชิงทุกวินาที
เขาเพียงแค่คิดในใจ ก็พรากชีวิตของทั้งสี่คนไปท่ามกลางสีหน้า
ตกใจของพวกเขา และกลืนกินรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็น
เค้าของพวกเขา
แม้เขาไม่สามารถควบคุมความคิดของคนที่ถูกลอกเลียนขึ้นมา
ได้ แต่เขาสามารถควบคุมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าที่
ถูกลอกเลียนขึ้นมาได้
เพียงแต่คนและรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าเชื่อมโยง
กันอย่างแนบแน่น เขาไม่สามารถลอกเลียนเฉพาะรูปแบบของผล
ของการบำเพ็ญเป็นเค้าได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รับรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าสี่
ชนิด: รูปแบบของผลของการบำเพ็ญความฝันเป็นเค้า รูปแบบของ
ผลของการบำเพ็ญการแลกเปลี่ยนเป็นเค้า รูปแบบของผลของการ
บำเพ็ญยืนยงเป็นเค้า และรูปแบบของผลของการบำเพ็ญฟื้นฟูของผู้
ยิ่งใหญ่ผู้ประทับตรา
กวานซานไห่เร่งเวลาของตัวเองในทันที ทำให้ความเร็วของ
ตนเองเร็วจนการรับรู้ของเซียนอย่างเมิ่งจวินจื่อตอบสนองไม่ทัน ใน
สายตาของคนด้านล่าง ดูเหมือนเขาจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ร่างทองเก้าชั้นไม่ดับสลาย”
กวานซานไห่เดินเส้นวิชาลึกลับของฝ่ายพุทธ ผ่านการทดสอบ
อันยากลำบากเก้าชั้น สร้างร่างที่ไม่ดับสลาย ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็น
พระพุทธรูปทองขนาดใหญ่ ในขณะที่ฝ่าข้ามพิบัติเซียน เขาใช้ร่าง
ทองนี้ฝ่าผ่านมาได้ บัดนี้เขากลายเป็นเซียนแล้ว เมื่อใช้วิชาร่างทอง
อีกครั้ง สามารถจินตนาการได้ว่าร่างเซียนของเขาแข็งแกร่งขนาด
ไหน แม้จะกล่าวว่าไม่ดับสลายตลอดกาลก็ไม่เกินจริง
ในเมืองหลวงทั้งหมด มีเพียงลู่หยางและเซียนอมตะเท่านั้นที่
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากวานซานไห่ทำอะไร
เซียนอมตะมองดูกวานซานไห่ที่เร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง ยิ้ม
กล่าวว่า “มีความคิดดีทีเดียว ใช้รูปแบบของผลของการบำเพ็ญยืน
ยาวเป็นเค้าของเด็กหมื่นวิชาเร่งเวลาของตัวเอง แล้วเสริมความ
แข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้การเคลื่อนไหวทุกอย่างมีพลังเทียบเท่า
วัตถุเซียน”
กวานซานไห่เคลื่อนไหวเหมือนวิญญาณ ปรากฏตัว
ด้านหลังเมิ่งจวินจื่อ ใช้ห้านิ้วรวมกันเป็นดาบเซียนสีทอง หมายจะตัด
ศีรษะเมิ่งจวินจื่อ!
บนมือของเขายังมีพลังคำสาปแฝงอยู่ แม้ว่าเมิ่งจวินจื่อจะ
สามารถต่อศีรษะกลับคืนได้ ก็ยังจะได้รับบาดเจ็บที่ส่วนสำคัญ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กวานซานไห่ไม่คาดคิดคือเมิ่งจวินจื่อเอียง
ศีรษะไปด้านหลังเบาๆ หลบการโจมตีนี้ได้พอดี!
“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าสามารถมองเห็นข้าได้ชัดเจน?”
กวานซานไห่อดประหลาดใจไม่ได้ การโจมตีแรกนี้พลาดไปได้
อย่างไร
“มหากรุณามหาปรานีอัด!”
“ถล่มฟ้า!”
“พลังเซียนแม่เหล็กไร้ขีดจำกัด!”
มือของพระพุทธเจ้าที่ใหญ่กว่าเมืองหลวงฉีกผ่านเมฆชั้นแล้วชั้น
เล่า กดลงมา กวานซานไห่พาความเกรี้ยวกราดของฟ้าถล่ม ตบเข้า
ที่อกของเมิ่งจวินจื่อ พลังสองอย่างทั้งบวกและลบที่บิดเบี้ยวหนีบเมิ่งจ
วินจื่อไว้ตรงกลาง ต้องการบิดเบี้ยวร่างกายของเขา
กวานซานไห่ใช้วิชาเซียนอันยอดเยี่ยมสามอย่างติดต่อกัน แต่ละ
อย่างก็เพียงพอที่จะบดขยี้กึ่งเซียนได้ เอ้าหลิงยังดีหน่อย จะถูก
ทำลายร่างเซียน แต่ก็ยังพอรักษาชีวิตไว้ได้อย่างยากลำบาก หาก
เป็นเซียนที่ไม่มีการป้องกันได้รับการโจมตีเช่นนี้ ก็ต้องบาดเจ็บ
อาเจียนเลือดอย่างแน่นอน!
จุดอ่อนเพียงสองอย่างของวิชาเซียนทั้งสามนี้คือ การใช้ช้า
เกินไป และความเร็วในการโจมตีก็ไม่เพียงพอ แต่ในสถานการณ์ที่
เร่งเวลาของตัวเอง จุดอ่อนทั้งสองก็หมดไป
“รูปลักษณ์แห่งฟ้าดิน ศิลปะซ่อมแซมฟ้า สร้างสรรค์ไร้ที่สิ้นสุด”
สิ่งที่กวานซานไห่ไม่คาดคิดคือเมิ่งจวินจื่อก็สามารถใช้วิชา
เซียนอันยอดเยี่ยมสามอย่างในเวลาอันสั้นได้เช่นกัน
เห็นเมิ่งจวินจื่อแปลงร่างเป็นรูปลักษณ์แห่งฟ้าดินขนาดมหึมา
เท้าเหยียบพื้นดิน ทะลุมือพระพุทธเจ้าที่ลงมาจากฟ้า ทำให้เมือง
หลวงกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง ยังใช้ศิลปะซ่อมแซมฟ้าโบราณ
ต้านทานพลังถล่มฟ้าของตนเอง และใช้วิชาสร้างสรรค์หักล้างพลังที่
บิดเบี้ยวทั้งบวกและลบ ป้องกันการโจมตีทั้งสามด้านอย่างง่ายดาย
“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าควรเป็นผลของการบำเพ็ญการยืมไม่ใช่
หรอกหรือ!”
ในช่วงปลายแคว้นต้าอวี๋ เขาให้ความสนใจกับเมิ่งจวินจื่อและ
เจียงผิงอันมาก ใช้การรับรู้ของเซียนที่เข้มแข็งสังเกตการณ์
ตลอดเวลา จึงรู้ถึงรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าของทั้งสอง
คนมานานแล้ว
เมิ่งจวินจื่อควบคุมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญการยืมเป็นเค้า
วิธีการใช้ที่พบบ่อยที่สุดคือการยืมวัตถุวิเศษ ลิ่นซือ หรือสิ่งของต่างๆ
ของศัตรู ทำให้ศัตรูเปล่าเปลือย ในขณะที่ตนมีอาวุธครบมือ ไม่มีทาง
สู้กับเขาได้เลย
แต่ปัญหาคือรูปแบบของผลของการบำเพ็ญการยืมเป็นเค้าไม่
เกี่ยวข้องกับเวลาเลย ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มั่นใจในการต่อสู้ขนาดนี้!
“เซียนน้อย เกิดอะไรขึ้น ผลของการบำเพ็ญการยืมก็สามารถ
ยืมเวลาได้ด้วยหรือ?” ลู่หยางถาม เขาไม่เข้าใจการต่อสู้ระดับสูง
เช่นนี้
ต่างจากกวานซานไห่ที่ยังไม่ทันตั้งตัว เซียนอมตะที่เห็นมามาก
สังเกตเห็นบางอย่าง “น่าสนใจนะ เมิ่งจวินจื่อเมื่อครู่คงไม่ได้ยืมเวลา
แต่เพียงแค่เพิ่มความเร็วเท่านั้น”
“นี่ทำให้ข้านึกถึงศัตรูคนหนึ่งที่เซียนแห่งกาลเวลาเคยพบบน
เส้นทางสู่การบรรลุเซียน อีกฝ่ายควบคุมรูปแบบของผลของการ
บำเพ็ญความเร็วเป็นเค้า ขนานนามว่าความเร็วสูงสุดในโลก และเมื่อ
ความเร็วถึงระดับหนึ่ง ก็จะเกี่ยวข้องกับเวลา ดังนั้นระหว่างคนนั้นกับ
เซียนแห่งกาลเวลา จึงมีเพียงคนเดียวที่สามารถบรรลุเซียนได้”
“หรือว่าในยุคของพวกท่านก็มีคนที่ควบคุมรูปแบบของผลของ
การบำเพ็ญความเร็วเป็นเค้า และผลของการบำเพ็ญการยืมของเมิ่งจ
วินจื่อสามารถยืมผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าของผู้อื่นได้?”
“เจ้ายังจำวิชา ‘ยืมวิชา’ ของตระกูลเมิ่งได้หรือไม่ เมื่อผู้บำเพ็ญ
ตั้งแต่ขั้นรวมร่างขึ้นไปมายืมเงินจากตระกูลเมิ่ง ไม่เพียงแต่ต้องทิ้ง
ใบรับรองหนี้ไว้ แต่ยังต้องให้ยืมท่าไม้ตายของตนชนิดหนึ่งด้วย วิชา
นี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน น่าจะเป็นสิ่งที่ตระกูลเมิ่งคิดค้นขึ้นมาเอง
เป็นไปได้ว่าจะพัฒนามาจากผลของการบำเพ็ญการยืม”
“เก่งขนาดนั้นเลยหรือ?” ลู่หยางตกใจ
“เดี๋ยวก่อน ถ้ายืมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าได้ ก็ยืม
อายุขัยได้ด้วยสินะ?” ลู่หยางนึกขึ้นได้ทันที
การที่อายุขัยของฮ่องเต้ใกล้หมดสามารถหลอกอาจารย์หลวงซึ่ง
เป็นเซียนได้ แสดงว่าไม่เพียงแต่อาจารย์หลวงไม่เคยเห็นมาก่อน แต่
ยังเป็นวิชาอัศจรรย์ในระดับ “เซียน”
ผลของการบำเพ็ญการยืมตรงกับเงื่อนไขทั้งสองนี้อย่างสมบูรณ์
“น่าจะเป็นอย่างนั้น”