ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 887 มารในใจ
เมื่อรับรู้ถึงสายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนที่พุ่งเป้ามาที่ตน ลู่หยางใช้
วิชาสายใยโชคชะตาทันที— เปลี่ยนชื่อกลับคืนฟ้า!
ตอนนี้เขาไม่ใช่ “ลู่หยาง” อีกต่อไป แต่เป็น “ลู่อิน”
นี่คือวิชาสายใยโชคชะตาขั้นสูงสุด แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่าง
เซียนก็ไม่อาจเรียนรู้ได้ ลู่หยางมีพรสวรรค์พิเศษ เรียนรู้ท่านี้ได้ตั้งแต่
เนิ่นๆ วันนี้จึงได้มีโอกาสใช้!
“เปลี่ยนชื่อกลับคืนฟ้า เปลี่ยนชื่อเพื่อฝ่าภัยพิบัติสวรรค์ ชื่อวิชา
นี้ตั้งได้ดีจริงๆ”
สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือยอดเขาเทียน
กระโดดไปมาในกลุ่มเมฆดำ ทันใดนั้นก็สงบลง ภัยพิบัติสวรรค์พบว่า
เป้าหมายที่จะฝ่าภัยพิบัติหายไปแล้ว
สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนสีเขียววนเวียนอยู่บนยอดเขาเทียน
หลายรอบ แต่ก็หา “ลู่หยาง” ไม่พบ
ลู่อินเห็นว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้นะ จะปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆ อย่าง
นี้ไม่ได้
“ถ้าการเปลี่ยนชื่อกลับคืนฟ้าใช้ได้ผลกับภัยพิบัติสวรรค์……”
ลู่อินยิ้มเล็กน้อย ยกเลิกวิชาสายใยโชคชะตา กลับไปใช้ชื่อเดิม
เมื่อพบลู่หยางอีกครั้ง สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนแสดงอาการ
ตื่นเต้นผิดปกติ มันสะสมพลังตลอดเวลาที่มองหาลู่หยาง บัดนี้ลู่หยาง
ปรากฏตัว มันจึงพร้อมระเบิดพลังเต็มที่!
แสงสีเขียวกระโดดไปมา ส่องยอดเขาเทียนให้สว่างราวกับเที่ยง
วันในฤดูร้อน สว่างจนไม่อาจลืมตามอง
ในช่วงเวลาที่สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนฟาดลงบนตัวลู่หยาง ลู่
หยางก็เปลี่ยนชื่อกลับคืนฟ้าอีกครั้ง กลายเป็น “ลู่อิน”
สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนไม่พบเป้าหมาย แต่มันได้ฟาดลงมาแล้ว
ไม่อาจเรียกกลับได้ จึงต้องเลี่ยงลู่อินและฟาดลงบนพื้น
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ” ลู่อินถอนหายใจโล่งอก พบวิธีฝ่าภัยพิบัติ
สวรรค์อย่างปลอดภัย
โดยทั่วไปแล้ว ไม่มีใครจะหลีกเลี่ยงภัยพิบัติสวรรค์ ดังที่เซียนอิง
เทียนเคยกล่าวไว้ ภัยพิบัติสวรรค์ทั้งเป็นการทดสอบและโอกาสอันดี
การถูกภัยพิบัติสวรรค์ฟาดสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้
แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ถูกฟาดจนตาย
ลู่อินรู้ว่าร่างกายเล็กๆ ของเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสายฟ้าพิบัติเฉียน
เทียน วิธีที่ดีที่สุดคือหลบหลีก
“ลู่อิน” กลับไปเป็น “ลู่หยาง” อีกครั้ง สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนก็
ลงมาอีก ขณะที่มันลงมา ลู่หยางก็เปลี่ยนชื่ออีก ทำให้การโจมตีของ
ภัยพิบัติสวรรค์พลาดเป้า
เขาทำเช่นนี้ซ ้าไปซ ้ามาเก้าครั้ง
เก้าเป็นตัวเลขสูงสุด สายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนมีได้เพียงเก้าครั้ง
หลังจากเก้าครั้ง ก็ถือว่าฝ่าภัยพิบัติสำเร็จ
……
“พระเจ้า ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดฝ่าสายฟ้าพิบัติเฉียน
เทียนได้?!” แม้จะไม่เข้าใจว่าลู่หยางทำอะไร แต่ทุกคนก็เห็นว่านี่คือ
การฝ่าภัยพิบัติสำเร็จ ทั่วทั้งสำนักเวิ่นเต๋าเฮฮาเฉลิมฉลอง
ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดเผชิญกับสายฟ้าพิบัติเฉียนเทียน
ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงการฝ่าไปได้สำเร็จ นี่
เป็นวีรกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!
กู้จวินเย่ยืนกอดอกหลังมือ มุมปากมีรอยยิ้ม แววตาลึกล ้า หวน
นึกถึงอดีต “สมแล้วที่เป็นเจ้าของกระบี่เสวียนหยวน มีกลิ่นอายของ
ความยิ่งใหญ่ในอดีตแล้ว”
“พี่ลู่หยางใช้วิชาอะไรกัน ถึงกับทำให้สายฟ้าพิบัติไม่โจมตีเขา!”
แม้แต่หลี่หาวเหรินที่มีความทรงจำของประมุขชิ่นก็ยังไม่เข้าใจว่าลู่
หยางเพิ่งทำอะไรไป
“คราวนี้จบแล้วใช่ไหม?”
“ทำไมพี่ลู่หยางไม่ขยับเลย ลอยอยู่บนท้องฟ้าตลอด?”
“สายฟ้าเซวียนจีรอบยอดเขาเทียนยังไม่จางหาย ภัยพิบัติสวรรค์
ยังไม่จบ น้องลู่หยางกำลังติดอยู่ในภัยพิบัติมารในใจ!” ศิษย์พี่ขั้นฝึก
ความว่างเปล่ามองออกอย่างรวดเร็ว
เถาเหยาเยี่ยมองพี่ลู่หยางด้วยความกังวลใจ แอบอธิษฐานให้ลู่
หยางกลับมาอย่างปลอดภัย
“พี่ลู่หยางมีจิตเต๋ามั่นคง จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
หลี่หาวเหรินยังเตือนอีกว่า “อย่าลืมสิ พี่ลู่หยางเป็นศิษย์ของท่าน
เจ้าสำนักของพวกเรา ศิษย์ของเจ้าสำนักจะติดอยู่ในภัยพิบัติมารใน
ใจได้อย่างไร?”
เหตุผลเป็นเช่นนั้น แต่เถาเหยาเยี่ยก็ยังเป็นห่วงลู่หยาง
……
“ที่นี่คือที่ไหน?”
ดวงตาของลู่หยางว้าวุ่นไปชั่วขณะ รู้สึกว่าสมองใช้งานได้ไม่ดี
จำไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น และทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่
ลู่หยางค่อยๆ ลุกขึ้น เขาสวมฉลองพระองค์ฮ่องเต้อันทรงเกียรติ
ที่ถักทอด้วยเส้นด้ายทองและเงิน ดาบแทงไม่เข้า ไฟไหม้ไม่ติด และ
วิชาทั้งปวงไม่อาจทำร้ายร่างได้
ด้านหน้าของฉลองพระองค์ปักรูปเซียนอมตะ ด้านหลังปักรูป
ศิษย์พี่ใหญ่
ลู่หยางหันหลัง ที่ที่เขานั่งเมื่อครู่คือบัลลังก์ที่แสดงถึงตำแหน่งดิน
สูงสุด เป็นของคารวะจากเขตปีศาจ ว่ากันว่าเป็นสิ่งที่กึ่งเซียนโจ
วเทียนสร้างด้วยตัวเอง
ลู่หยางมองรอบตัว พบว่าที่นี่คือตำหนักชั่วคราว ตรงหน้าเขามี
เอกสารราชการและตราประทับหยก
เขาพลิกตราประทับหยกขึ้นมา พบว่าบนนั้นมีตัวอักษรว่า
“ราชวงศ์ต้าโต้วอายุยืนนานยิ่ง”
ความทรงจำที่หายไปทะลักเข้ามาดุจคลื่นน ้า ลู่หยางนึกถึงตัวตน
ของตนเองในที่สุด
“ข้าจำได้แล้ว ข้าคือฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าโต้ว”
ขันทีผู้ใกล้ชิดฮ่องเต้โต้วถือถาดเข้ามาใกล้ลู่หยาง บนถาดมี
แผ่นไม้ที่คว ่าอยู่
“ฝ่าบาท คืนนี้พระองค์จะพลิกแผ่นไม้ของใครพ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีผู้
ใกล้ชิดเมิ่งจิ่งโจวถาม
ลู่หยางนึกไม่ออกว่าในวังหลังของเขามีใครบ้าง จึงสุ่มพลิกแผ่น
ไม้แผ่นหนึ่งขึ้นมา
“หวงโต้วโต้ว”
แล้วพลิกอีกแผ่นหนึ่ง
“อวี้จือ”
ต่อมาก็เถาเหยาเยี่ย หลานถิง……
“ฝ่าบาท คืนนี้พระองค์ต้องการทั้งหมดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีผู้
ใกล้ชิดเมิ่งจิ่งโจวถามอย่างลังเล
“เรียกมาทั้งหมด ข้าจะดูพวกนางหน่อย” ลู่หยางโบกมือ สั่งด้วย
น ้าเสียงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
ไม่นานนัก เหล่าสตรีในวังหลังก็ทยอยมาถึง ดั่งนางแอ่นนางนก
สาวงาม งามเกินจะพรรณนา
“ลู่หยาง คืนนี้เจ้าเรียกหาข้าหรือ?” หวงโต้วโต้วสวมชุดกระโปรง
สีเหลืองอ่อน ชายกระโปรงเบาลู่ไหวไปตามการเคลื่อนไหว ดวงตาใส
ดั่งผืนน ้ากะพริบมองลู่หยาง
“ศิษย์น้อง เจ้าเรียกหาข้าหรือ?” อวี้จือเปรียบดังเซียนที่เดิน
ออกมาจากภาพวาด สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ดั่งดอกเหมยที่ปกคลุม
ด้วยหิมะต้นฤดู เย็นชาและสง่างาม ยามเดิน ย่างก้าวเบาหวิว กำไลที่
ข้อมือส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง
“พี่ลู่หยาง……”
เถาเหยาเยี่ยที่ชมพูดังดอกท้อ และหลานถิงผู้เป็นกุลสตรีต่างก็
มาที่ตำหนักชั่วคราว
สาวงามระดับโลกทั้งสี่ล้อมรอบลู่หยาง บางคนขี้อาย บางคน
เปิดเผย แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ชัดอธิบายไม่ถูก
มองสาวทั้งสี่ที่เข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดปกติ
ก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลู่หยางในที่สุดก็นึกถึงความทรงจำที่แท้จริง
ขึ้นมาได้
“ข้าไม่ได้กำลังฝ่าภัยพิบัติสวรรค์หรอกหรือ ทำไมถึงมาปรากฏ
ตัวที่นี่?”
“เดี๋ยวก่อน ภัยพิบัติสวรรค์? ตอนนี้เป็นภัยพิบัติมารในใจหรือ?”
คิดมาถึงตรงนี้ ลู่หยางตกใจจนนั่งทรุดลงกับพื้น ถอยหลังไป
หลายก้าว เหงื่อเย็นไหลไม่หยุด โดยเฉพาะกับหวงโต้วโต้วและอวี้จือ
เขาพยายามอยู่ให้ห่างเท่าที่จะห่างได้
ตอนที่เขาฝ่าภัยพิบัติสายฟ้าอมตะและสายฟ้าพิบัติเฉียนเทียน
เขายังไม่เคยกลัวขนาดนี้
“ในตำรากล่าวไว้ว่า เมื่อฝ่าภัยพิบัติมารในใจ มารในใจจะ
เปลี่ยนเป็นสิ่งที่เจ้ากลัวที่สุด หรือเปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมที่เจ้า
ปรารถนาที่สุด ทำให้เจ้าจมดิ่งในนั้น ไม่อาจถอนตัว แม้จะรู้ตัวว่านี่
คือภัยพิบัติมารในใจ ก็มีคนมากมายที่ยินดีจมดิ่งและตกต ่าต่อไป”
“และหากต้องการฝ่าภัยพิบัติมารในใจ ไม่เพียงแต่ต้องรู้ทันภัย
พิบัติมารในใจ แต่ยังต้องเอาชนะศัตรูในภัยพิบัติมารในใจด้วย”
ลู่หยางมองไปทางหวงโต้วโต้วที่อยู่ทางซ้ายมือ แล้วมองไปทา
งอวี้จือที่อยู่ทางขวามือ
นี่มันจะเอาชนะได้ก็แปลกแล้ว!
ขณะที่ลู่หยางกำลังคิดหาทางออก ก็ได้ยินเสียงแตกเปรี๊ยะ เขา
เงยหน้ามอง พบว่าพื้นที่เหนือศีรษะแตกร้าว รอยแตกกระจายไปทั่ว
ทั้งพื้นที่อย่างรวดเร็ว
พื้นที่แตกสลาย ลู่หยางได้สติ พบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่จิต
วิญญาณ ตรงหน้าคือเซียนอมตะที่พับแขนเสื้อขึ้น
เซียนอมตะเข้ามาใกล้ลู่หยางอย่างเป็นห่วง “ลู่หยาง เจ้าไม่เป็น
อะไรใช่ไหม เมื่อครู่เจ้าติดอยู่ในภัยพิบัติมารในใจ ไม่รู้ว่าเห็นอะไร
แต่ยิ้มโง่ๆ ตลอด”
“……เกือบจะเป็นอะไรแล้ว”
“อมตะ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา” เสียงหัวเราะที่ฟังดูสบายๆ
ดังขึ้นในพื้นที่จิตวิญญาณ
ทำไมในพื้นที่จิตวิญญาณถึงมีคนที่สาม ลู่หยางรีบหันไปมอง
พบว่ามีร่างหนึ่งปรากฏอยู่นอกพื้นที่จิตวิญญาณ ดูเหมือนฮ่องเต้ มี
บุคลิกของผู้นำโดยกำเนิด
ลู่หยางเคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน
เซียนอิงเทียน