ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 137 การสอบหลอมโอสถ
การสอบแต่ละวันจะมีการกำหนดเวลาอย่างเข้มงวด รอบเช้ารอบบ่าย
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้ว หากพลาดการสอบครั้งนี้ หลิวอู๋เสียต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้
หญิงสาวเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นชายหนุ่มชุดหรูหราก็เผยท่าทางเย้ายวนทันที ท่าทางราวกับจะเอาตัวเข้าไปใกล้ชิด ก่อนจะหยิบกระดาษที่กรอกข้อมูลไว้แล้วออกมาจากใต้โต๊ะ
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว เขาตั้งใจมาสมัครเข้าร่วมการสอบกลับถูกปฏิเสธ ชายหนุ่มคนนี้ก้าวเดินไม่มั่นคง บนร่างกายมีรัศมีแห่งธาตุไฟวูบวาบขึ้นเป็นระยะ ถึงแม้จะผ่านการสอบก็คงเป็นได้แค่ขยะ
คำเยินยอเช่นนี้น่าสงสัยจริง ๆ
“ขอบคุณแม่นางหลัน”
ชายหนุ่มชุดหรูหรารับกระดาษมา ก่อนจะเดินอาด ๆ เข้าไปในประตู บ่าวไพร่ที่อยู่ด้านหลังเดินตามไปติด ๆ
หญิงสาวส่งสายตายั่วยวนไปให้ ขณะมองชายหนุ่มชุดหรูหราเปิดม่านเข้าไป ก่อนจะหยิบกระจกขึ้นมาส่องเพื่อแต่งหน้าตัวเอง ใบหน้าของนางจัดว่าธรรมดา แถมยังมีไฝอีกสองสามเม็ด ทว่ากลับทำท่าทางเคลิบเคลิ้มหลงใหลในตัวเอง
“แม่นางหลัน ทำไมเขาถึงเข้าไปได้ แต่ข้าไม่มีสิทธิ์”
หลิวอู๋เสียพยายามระงับโทสะในใจพลางขมวดคิ้วถามหญิงสาว
“เจ้าเทียบกับเขาได้หรือไง? เขาน่ะเป็นถึงคุณชายแห่งตระกูลไป๋ แล้วเจ้าเป็นใคร รีบไสหัวไปให้พ้น อย่ามาขวางหูขวางตา”
หากไม่ใช่เพราะหลิวอู๋เสียมีรูปโฉมพอใช้ได้ นางคงพูดจาหยาบคายไปนานแล้ว จากนั้นนางก็ไม่สนใจหลิวอู๋เสียอีก หันไปสนใจแต่งหน้าต่อ
ช่างเป็นพวกตัดสินคนจากภายนอกเสียจริง
รังเกียจพวกหลิวอู๋เสียว่าไม่มีชาติตระกูล ไม่คู่ควรแก่การเข้าร่วมการสอบปรมาจารย์หลอมโอสถ
ความจริงก็เป็นเช่นนี้ การเดินบนเส้นทางวรยุทธ์ไม่อาจแยกจากทรัพย์ คู่บำเพ็ญเพียร เคล็ดวิชาและสถานที่ การหลอมโอสถก็เช่นกัน
ล้วนต้องการทรัพย์สมบัติจำนวนมาก การสนับสนุนจากคู่บำเพ็ญเพียร เคล็ดวิชาที่ช่วยเหลือ รวมถึงสถานที่ฝึกฝน เรียกรวมกันว่าทรัพย์คู่วิชาสถานที่
การฝึกฝนด้านหลอมโอสถตั้งแต่เนิ่น ๆ จำเป็นต้องลงทุนอย่างมาก เช่น การซื้อสมุนไพรวิญญาณ
ในทางปฏิบัติเบื้องต้น มีโอกาสล้มเหลวสูง การหลอมโอสถแต่ละครั้งที่ล้มเหลว หมายถึงเหรียญทองที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ครอบครัวทั่วไปไม่สามารถแบกรับได้
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามส่วน เมื่อสำเร็จเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถแล้ว รายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โอสถเม็ดทุกเม็ดที่หลอมได้ล้วนนำมาซึ่งผลกำไรมหาศาล
ทั้งสามแต่งกายเรียบง่าย ไม่มีศักยภาพที่จะเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ พวกเขาจึงถูกนางเย้ยหยัน
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ให้พวกข้าเข้าร่วมการสอบ”
หลิวอู๋เสียนัยน์ตาเต็มไปด้วยความเย็นชา เริ่มไม่พอใจมากขึ้น
“เจ้านับเป็นตัวอะไรกัน? อยากเข้าร่วมการสอบนักใช่ไหม? จ่ายหินวิญญาณคนละหนึ่งก้อน ถ้าไม่มีก็ไสหัวไปให้พ้น”
หญิงสาวที่รับผิดชอบการกรอกข้อมูลเงยหน้าขึ้น สายตาเหยียดหยามอย่างสุดซึ้ง
นางมีนามว่าหลันรั่วอวี่ เป็นศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถของหอตันเป่า ฝึกฝนการหลอมโอสถมาสามปีแล้ว ความปรารถนาสูงสุดคือการเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ นางเข้าร่วมการสอบติดต่อกันสามปี แต่ไม่ผ่านการสอบปรมาจารย์หลอมโอสถหนึ่งดาวสักที ทำได้เพียงดูแลต้อนรับผู้เข้าร่วมการสอบที่นี่
อย่าดูถูกศิษย์ต้อนรับตัวเล็ก ๆ นี้เชียว นางมีตำแหน่งไม่ธรรมดาเลย ผู้เข้าร่วมการสอบหลายคนที่มาที่นี่ ไม่เพียงต้องประจบประแจงนาง แต่ยังต้องมอบของกำนัลให้นางด้วย
ที่สำคัญคือทุกวันมีคุณชายจากตระกูลใหญ่นับไม่ถ้วนมาเข้าร่วมการสอบ หากถูกใจคุณชายจากตระกูลใหญ่คนใดเข้า นางมิใช่จะได้ขึ้นสวรรค์ในเพียงขั้นเดียวหรือ?
พวกหลิวอู๋เสียทั้งสามคนมาถึงก็ไม่คิดประจบสอพลอ หรือมอบผลประโยชน์ใด ๆ ไม่แปลกที่นางจะไม่สนใจ
ถูกศิษย์ต้อนรับตัวเล็กดุด่า หลิวอู๋เสียเผยแววสังหารอันเย็นเยียบ
เขาไม่ได้ขาดแคลนหินวิญญาณสักก้อน พวกหลิวอู๋เสียทั้งสามคนโกรธเคืองต่อท่าทีเยาะเย้ยของหลันรั่วอวี่ การสอบปรมาจารย์หลอมโอสถไม่มีค่าใช้จ่าย นี่ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด ทว่านางกลับจะเก็บหินวิญญาณถึงจะยอมให้พวกเขาเข้าสอบ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
เฉินเล่อเหยาต้องการจะก้าวไปข้างหน้าเพื่ออธิบายตัวตนของนาง นางเป็นศิษย์อักษรลึกล้ำของสำนักศึกษาจักรวรรดิ วันนี้ออกมาทำธุระจึงไม่ได้สวมชุดคลุมยาวสีม่วง แบบนี้จึงถูกมองข้ามสินะ?
“เจ้าเห็นว่าพวกเรามีฐานะธรรมดา ไม่ยอมจ่ายหินวิญญาณให้ จึงเลือกที่จะปฏิเสธพวกเรา หอตันเป่าแห่งเมืองหลวง ใครกันที่มอบอำนาจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ให้เจ้า ถึงได้ทำให้เจ้าไม่เห็นหัวคนอื่น”
หลิวอู๋เสียน้ำเสียงเย็นชาราวกับฤดูหนาวอันเหน็บหนาวเจียนตาย คลื่นเจตนาฆ่าน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกไป
ชั่วพริบตานั้นสร้างความตกตะลึงให้ผู้คนมากมาย ผู้ฝึกตนที่กำลังซื้อโอสถพากันมามุงดู ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
การสอบด้านหลังประตูกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงคำรามที่ดังกะทันหันทำให้ปรมาจารย์หลอมโอสถผู้คุมสอบสองคน รวมถึงผู้เข้าสอบพากันหันไปมองด้านนอก
“เจ้าเด็กสารเลว เจ้ากล้าดียังไงมาพูดกับข้าแบบนี้?”
หลันรั่วอวี่โกรธจัด กระโดดลงมาจากหลังโต๊ะ พูดจบก็ตบไปที่หน้าของหลิวอู๋เสียทันที อาศัยว่าตัวเองเป็นระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นปลายจึงไม่เห็นใครในสายตา
“ข้าไม่ตีผู้หญิง สำหรับวันนี้ข้าขอทำลายกฎตัวเอง!”
ฝ่ามือของหลันรั่วอวี่ยังไม่ทันถึงตัว ร่างของนางก็ลอยกลับออกไปอย่างกะทันหัน รู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มซ้าย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่คนที่คิดจะห้ามก็ไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไป หลิวอู๋เสียตบหลันรั่วอวี่จนกระเด็นออกไป
ร่างของนางกระแทกเข้ากับโต๊ะ ผมเผ้ากระเซิง ปากเต็มไปด้วยเลือด ภาพลักษณ์ดูน่ากลัวมาก นางถูกตบจริง ๆ ไม่อาจยอมรับได้ชั่วขณะหนึ่ง
นางเป็นถึงศิษย์ฝึกหัดแห่งหอตันเป่า ถึงจะเทียบกับปรมาจารย์หลอมโอสถตัวจริงไม่ได้ แต่สถานะและฐานะก็ไม่ควรถูกดูแคลน
เฉินเล่อเหยามีสีหน้าเคร่งเครียด เพิ่งผ่านไปไม่นาน ก็มาตบหน้าคนของหอตันเป่าอีกแล้ว นางมีสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
เรื่องนี้ไม่สามารถโทษหลิวอู๋เสียได้ หลันรั่วอวี่พยายามหาเรื่องและเอาแต่ดูถูกเหยียดหยาม หลิวอู๋เสียจึงทนไม่ไหว
หากหลันรั่วอวี่ไม่ลงมือ หลิวอู๋เสียก็จะไม่ลงมือตีผู้หญิงก่อนแน่นอน
อีกฝ่ายแทบรอไม่ไหวที่จะกระโดดออกตบหน้าหลิวอู๋เสีย นี่มันมากเกินไปแล้ว
“อ๊าาาา… ข้าจะฆ่าเจ้า!”
หลันรั่วอวี่คลุ้มคลั่งราวกับหญิงเสียสติ ดวงตาจ้องมองหลิวอู๋เสียอย่างดุร้ายราวกับเสือแม่ลูกอ่อน ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าเข้าใกล้
เมื่อครู่หลิวอู๋เสียเพียงตบหน้านางก็ทำให้มึนงงไปหมด ไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างก็ลอยละลิ่วออกไปแล้ว
หลิวอู๋เสียไม่สะทกสะท้าน เขาจงใจทำให้เรื่องราวใหญ่โต ต้องการให้คนของหอตันเป่ารู้ว่าแมวสุนัขที่ไหนวิ่งออกมาหาเรื่องเขา หรือว่าหอตันเป่ายิ่งใหญ่จนไม่เห็นหัวใครแล้ว
นอกจากปี้กงอวี่กับมู่เยว่อิ่งแล้ว หลิวอู๋เสียไม่ได้รู้สึกดีกับหอตันเป่ามากนัก
หลิวอู๋เสียรู้ดีว่าเหล่าประมุขหอสาขาในงานชุมนุมโอสถครั้งนั้นมีใบหน้าแบบไหน แม้แต่ผู้ตัดสินทั้งสามคนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
หลิวอู๋เสียยังไม่ได้สืบสวนการรั่วไหลของศาลาหลัก
“เจ้าเด็กนี่บ้าไปแล้ว กล้าตีคนของหอตันเป่า เบื่อชีวิตแล้วหรือไง?”
ชั่วพริบตาก็มีคนมามุงดูมากมาย ทุกคนพากันชี้หน้าพูดถึงหลิวอู๋เสีย
หอตันเป่าอยู่เหนือโลกีย์ ไม่ถูกฝ่ายใดควบคุม แม้แต่ศิษย์ฝึกหัดตัวเล็กก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดา
การตบหน้าศิษย์ฝึกหัดต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ หลิวอู๋เสียช่างท้าทายฟ้าดินเสียจริง!
ไม่น่าแปลกใจที่เฉินเล่อเหยาอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
แม้แต่นางก็คิดหาวิธีที่ดีไม่ได้ ตบหน้าหลันรั่วอวี่ไปแล้ว หอตันเป่าไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่
คนของตระกูลเซวียยังไม่ปรากฏตัว ก็มาสร้างความขุ่นเคืองให้กับหอตันเป่าอีก
ทุกคนมองไปที่หลิวอู๋เสียด้วยสายตาเห็นใจและความสะใจเล็กน้อย มีเรื่องสนุกให้ดู ใครบ้างจะไม่สนใจ?
เวลาผ่านไปทีละน้อย หลันรั่วอวี่ยังคงกรีดร้อง หลิวอู๋เสียยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
หลังจากรอประมาณหนึ่งก้านธูป ก็มีชายสองคนเดินออกมาจากประตูบานนั้น พวกเขาขมวดคิ้วมุ่น เสียงดังโวยวายข้างนอกทำให้พวกเขาตกใจจนต้องเดินออกมา
ชายทั้งสองอายุประมาณห้าสิบกว่าปี หนึ่งในนั้นเมื่อเห็นหลิวอู๋เสียก็พลันเบิกตากว้างขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
หลังจากที่ชายทั้งสองออกมา หนึ่งในนั้นก็ถามหลันรั่วอวี่
“เรียนท่านผู้อาวุโสเซิ่ง เด็กคนนี้ไม่ฟังเหตุผล ไม่เพียงดูหมิ่นหอตันเป่าของเราเท่านั้น แต่ยังลงมือทำร้ายศิษย์ด้วย ขอผู้อาวุโสโปรดให้ความเป็นธรรม”
หลันรั่วอวี่ใส่ร้ายป้ายสี ชี้นิ้วไปที่หลิวอู๋เสียด้วยสีหน้าชั่วร้าย
ชายสองคนนี้เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่า นอกจากหลอมโอสถ ปกติแล้วยังทำหน้าที่เป็นผู้คุมสอบปรมาจารย์หลอมโอสถด้วย วันนี้บังเอิญเป็นเวรของทั้งคู่พอดี
“คุณชายหลิวมาได้อย่างไร?”
ผู้อาวุโสอีกคนก้าวออกมา สายตามองไปที่หลิวอู๋เสีย แล้วรีบเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ายินดี
เรื่องโอสถวิญญาณฟ้า ปี้กงอวี่ได้รายงานไปยังสาขาใหญ่แล้ว ปัจจุบันโอสถที่มียอดขายอันดับหนึ่งของหอตันเป่าในเมืองหลวงก็คือโอสถวิญญาณฟ้านั่นเอง
โอสถวิญญาณทองคำ ปี้กงอวี่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและค้นคว้า วิธีการหลอมโอสถจึงค่อนข้างช้า ในท้องตลาดจึงหาได้ยาก
งานชุมนุมโอสถ หลิวอู๋เสียได้เขียนตำรับโอสถสี่ชุด หลังจากที่พวกเขาตรวจสอบแล้ว ล้วนถูกต้องทั้งหมด อีกไม่กี่วันนี้ โอสถก็จะวางจำหน่ายในท้องตลาดอย่างเป็นทางการ
ส่วนการแยกแยะโอสถครั้งสุดท้าย มีโอสถหลายเม็ดที่มาจากราชวงศ์อื่น หลิวอู๋เสียได้วิเคราะห์วิธีการหลอมโอสถ ปรมาจารย์เม่าเป็นผู้หลอมเอง ทั้งหมดประสบความสำเร็จสมบูรณ์
นี่เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดที่มู่เยว่อิ่งเดินทางไปยังเมืองชางหลันด้วยตัวเอง ถึงปี้กงอวี่จะส่งข้อความไปยังสาขาใหญ่ ทว่าด้วยคุณสมบัติของเขาย่อมไม่อาจเชิญมู่เยว่อิ่งได้
เรื่องพวกนี้มีเพียงฝ่ายบริหารของหอตันเป่าเท่านั้นที่รู้ แม้แต่ปรมาจารย์หลอมโอสถหลายคนก็อยากเห็นโฉมหน้าหลิวอู๋เสีย
ผู้ใดกันมีฝีมือยิ่งใหญ่เช่นนี้ สามารถเขียนตำรับโอสถได้ถึงสี่ชุด เพียงโอสถวิญญาณฟ้าธรรมดาเม็ดเดียวกลับโด่งดังเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังไขวิธีการหลอมโอสถของต่างราชวงศ์ได้อีกด้วย
เรื่องนี้เกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ ระหว่างงานชุมนุมโอสถ หลิวอู๋เสียคาดการณ์ไว้แล้วว่าเมืองชางหลันจะไม่สงบ ตระกูลเซวียต้องเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้อย่างแน่นอน
วิธีที่ดีที่สุดคือขับไล่เสือให้หมาป่ากัดกัน
ถ้าต้องการอาศัยต้นไม้ใหญ่เช่นหอตันเป่า หากปราศจากสิ่งล่อใจและผลประโยชน์มหาศาลที่ทำให้หวั่นไหว พวกเขาย่อมไม่มีทางยื่นมือเข้าช่วยแน่
ดังนั้น!
ในระหว่างงานชุมนุมโอสถ หลิวอู๋เสียจึงแสดงความสามารถของตัวเองเต็มที่ เพื่อดึงดูดความสนใจจากหอตันเป่า โดยเฉพาะตำรับโอสถทั้งสี่ชุด ยิ่งทำให้ฝ่ายบริหารของหอตันเป่าตกตะลึง
ตอนนั้นที่หลิวอู๋เสียทำเช่นนี้เพียงเพื่อป้องกันไว้ก่อน ไม่คิดว่าจะได้ใช้จริง ๆ
“คารวะผู้อาวุโสซางขอรับ!”
หลิวอู๋เสียโค้งคำนับเล็กน้อย ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นซางเหยียน หนึ่งในผู้ตัดสินการประลองโอสถทั้งสามคนนั่นเอง
ที่จริงตอนที่หลิวอู๋เสียเพิ่งมาถึง เขาเห็นซางเหยียนผ่านม่านตาภูตแล้ว จึงกล้าสร้างความวุ่นวายโดยไม่เกรงกลัว
ซางเหยียนเป็นถึงฝ่ายบริหารของหอตันเป่า ปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาว แน่นอนว่าต้องรู้ถึงความสำคัญของเขา หากหอตันเป่าไม่โง่เขลา คงไม่คิดเป็นศัตรูกับเขา
ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน การปรากฏตัวของหลิวอู๋เสียนำผลกำไรอันมหาศาลมาสู่หอตันเป่า สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือศักยภาพในอนาคต
“เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น?”
ซางเหยียนแสดงท่าทีนอบน้อมต่อหลิวอู๋เสีย เรื่องที่มู่เยว่อิ่งไปเมืองชางหลันนั้นไม่ใช่ความลับอีกต่อไป
“เรื่องนี้ต้องถามนางดูแล้ว!”
หลิวอู๋เสียมองด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน หลันรั่วอวี่ที่ร้องห่มร้องไห้กำลังฟ้องชายอีกคนหนึ่ง บอกว่าต้องลงโทษหลิวอู๋เสียอย่างหนัก
พอดีว่าพูดจบแล้ว ทั้งสองคนก็หันมามองหลิวอู๋เสียพร้อมกัน
“หลันรั่วอวี่ รีบพูดมา เกิดอะไรขึ้น?”
ซางเหยียนสีหน้ามืดมน ฉากนี้ทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ทัน ตอนนี้ไม่ควรลงโทษหลิวอู๋เสียหรอกหรือ? ทำไมถึงกลับมาสอบสวนหลันรั่วอวี่แทน?
ชายอีกคนหนึ่งที่กำลังจะหาเรื่องหลิวอู๋เสียพลันหยุดฝีเท้าลง
“ท่านผู้อาวุโสซาง เขาเป็นคนลงมือตบศิษย์ก่อน”
หลันรั่วอวี่ทำสีหน้าเสียใจ กล่าวหาว่าหลิวอู๋เสียเป็นคนลงมือก่อน ร้องไห้น้ำตาไหลพราก ดูแล้วน่าสงสาร
“ซางเหยียน เกิดอะไรขึ้น?”
ชายที่ออกมาพร้อมกับซางเหยียนถามด้วยใบหน้างุนงง
ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ ศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถของหอตันเป่าถูกตบหน้า ถ้าไม่เอาคืน หอตันเป่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
– โปรดติดตามตอนต่อไป –