ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 138 เจียงเยว่
ชายอีกคนหนึ่งถามซางเหยียน
“ผู้เฒ่าเซิ่ง ท่านยังจำเรื่องงานชุมนุมโอสถได้หรือไม่?” ซางเหยียนถามเสียงเบา
ชายคนนี้มีนามว่าเซิ่งเลี่ยน เช่นเดียวกับซางเหยียน เขาเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาว
“แน่นอนว่าจำได้!”
งานชุมนุมโอสถปีนี้ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ก็เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ให้พูดถึง ไม่เพียงแต่มีการคิดค้นโอสถหลากหลายชนิด ยังไขปริศนาหลอมโอสถจากต่างราชวงศ์ได้อีกด้วย
“เขาผู้นี้คือหลิวอู๋เสีย ผู้ชนะงานชุมนุมโอสถ!”
ซางเหยียนชี้ไปที่หลิวอู๋เสียพร้อมกับแนะนำอย่างจริงจัง มีคนในเมืองหลวงรู้ไม่มากนักที่รู้เกี่ยวกับผู้ชนะงานชุมนุมโอสถ
“อายุยังน้อยเช่นนี้!”
เซิ่งเลี่ยนนัยน์ตาฉายชัดถึงความเหลือเชื่อ หลิวอู๋เสียอายุยังน้อยเกินไป พวกเขาในวัยนี้ยังเป็นเพียงศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถเท่านั้น
หลันรั่วอวี่ไม่ได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดคุยอะไรกัน แต่เห็นทั้งสองคนเผยสีหน้าแปลก ๆ ในใจรู้สึกไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
หากเป็นคนทั่วไปที่ทำร้ายศิษย์ของหอตันเป่า ในฐานะปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่าคงลงมือลงโทษผู้ร้ายไปแล้ว
ที่แปลกก็คือซางเหยียนกลับไม่มีท่าทีใด ๆ ไม่เพียงมิลงมือลงโทษหลิวอู๋เสีย กลับทำท่าทีเป็นมิตรด้วยซ้ำ
“ผู้อาวุโสทั้งสอง เรื่องราวเป็นเช่นนี้…”
เฉินเล่อเหยาเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างละเอียด
เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของเฉินเล่อเหยา ผู้คนรอบข้างหลายคนต่างแสดงสีหน้าไม่พอใจ การกลั่นแกล้งหลิวอู๋เสียไม่ใช่ครั้งแรก หลายคนที่เดินทางมาที่นี่ต่างก็เคยถูกหลันรั่วอวี่กลั่นแกล้งมาแล้วทุกราย
“เมื่อวานตอนที่ข้ามา ก็เป็นหญิงผู้นี้ที่ให้ข้าจ่ายหนึ่งก้อนหินวิญญาณเป็นค่าธรรมเนียม ถึงจะยอมให้ข้ากรอกข้อมูล ด้วยความโมโห ข้าจึงไม่คิดจะเข้าสอบ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังมาจากฝูงชน ชายหนุ่มผู้หนึ่งตะโกนด้วยความโกรธแค้น
“รวมถึงข้าด้วย เมื่อห้าวันที่แล้ว ข้ามาสมัครสอบปรมาจารย์หลอมโอสถ ก็ถูกหญิงผู้นี้กลั่นแกล้งสารพัด บอกว่าข้านั้นหน้าตาอัปลักษณ์ จนต้องจำใจจากไป”
มีชายอีกคนหนึ่งเห็นพ้องด้วย เล่าถึงประสบการณ์ตรงของตัวเอง
“พวกเจ้ายังนับว่าโชคดี ข้ามาเมื่อเดือนก่อน นางกลับรังเกียจที่ข้าตัวเตี้ย แถมยังเตี้ยกว่าเตาหลอมโอสถอีก บอกว่าอย่ามาทำให้ตัวเองขายหน้า”
ชายร่างเล็กเดินออกมาจากฝูงชน ชี้หน้าต่อว่าหลันรั่วอวี่
ทั้งรูปร่างหน้าตาล้วนเป็นสิ่งที่บุพการีประทานให้ เขาเองก็ไม่อาจเลือกได้ หลันรั่วอวี่กลับนำเรื่องนี้มาเยาะเย้ยพวกเขา
ผู้คนจำนวนมากเริ่มร่วมกลุ่มต่อต้านหลันรั่วอวี่ หลิวอู๋เสียไม่คิดเลย ตอนนี้ไม่ต้องให้เขาออกหน้า แค่ผู้คนมากมายร่วมกันประณาม น้ำคงท่วมปากหลันรั่วอวี่แล้ว
ใบหน้าของหลันรั่วอวี่แดงก่ำสลับซีดขาว ดูไม่ได้เอาเสียเลย
หลายปีมานี้ นางได้รับผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย จนหล่อหลอมให้นางกลายเป็นคนเย่อหยิ่ง ในฐานะศิษย์ฝึกหัดแห่งหอตันเป่า การรับสินบนนับเป็นเรื่องปกติ
เมื่อพบกับคุณชายจากตระกูลใหญ่ หลันรั่วอวี่จะประจบประแจง แต่เมื่อเป็นคนธรรมดาทั่วไป นางกลับแสดงท่าทีรังเกียจ คนทั่วไปคงไม่อยากมีเรื่องกับหอตันเป่าเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ จึงได้แต่ยอมอดทนครั้งแล้วครั้งเล่า นางจึงยิ่งได้ใจและทำเรื่องเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาเจอกับหลิวอู๋เสีย ชายผู้ไม่สนใจหอตันเป่า
“หลันรั่วอวี่ ข้ารู้มานานแล้วว่าเจ้าชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น ในฐานะศิษย์ฝึกหัดแห่งหอตันเป่า หากไม่ร้ายแรงนัก เราก็ได้แต่ทำเป็นไม่เห็น ทว่าการกระทำของเจ้าในวันนี้มันเกินไปแล้ว”
ตอนนี้ผู้คนต่างโกรธแค้น ชาวบ้านมากมายร่วมกันประณาม ซางเหยียนกับเซิ่งเลี่ยนลำบากใจเช่นกัน
ซางเหยียนรู้เรื่องเลวร้ายที่หลันรั่วอวี่เคยทำมานานแล้ว เพียงแต่ไม่อยากพูดถึง
ตอนแรกหลันรั่วอวี่ยังพอควบคุมตัวเองได้บ้าง นาน ๆ ครั้งจะกลั่นแกล้งผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถ ที่หวังมาสร้างความวุ่นวายและสิ้นเปลืองทรัพยากรของหอตันเป่า
วิธีเช่นนี้ย่อมไม่อาจตำหนิได้ หากผู้คนต่างพากันมาเข้าร่วมสอบ หอตันเป่าย่อมต้องยุ่งวุ่นวายจนตายไปข้าง คงต้องตัดไฟแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้พวกไร้ความสามารถเข้ามาปะปน
ใครจะรู้ว่าต่อมานางกลับได้คืบจะเอาศอก แปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือในการกอบโกยผลประโยชน์ ไม่ว่าจะมีคุณสมบัติในการสอบปรมาจารย์หลอมโอสถหรือไม่ หากไม่ยอมจ่ายผลประโยชน์ละก็… นางจะปิดประตูไล่ตะเพิดทันที
“ผู้อาวุโสซาง ท่านอย่าได้หลงเชื่อคำพูดเพียงด้านเดียวของพวกเขา ศิษย์เป็นศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถแห่งหอตันเป่า ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ขอผู้อาวุโสทั้งสองให้ความเป็นธรรมกับศิษย์ด้วย”
หลันรั่วอวี่ทรุดกายลงอย่างหมดแรง ทุกคำพูดล้วนดูซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง แม้เผชิญหน้ากับการกล่าวโทษจากผู้คนมากมาย นางก็ยังคงแก้ตัว
“ด้วยเห็นแก่เจ้าเป็นศิษย์ฝึกหัดแห่งหอตันเป่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ตำแหน่งของเจ้าถูกปลดแล้ว จงออกไปจากหอตันเป่าเสีย”
ซางเหยียนตัดสินใจเด็ดขาด วันนี้หากไม่ให้คำอธิบายแก่ทุกคน เกรงว่าคงยากที่จะระงับโทสะของฝูงชนได้
ประกาศคำตัดสินออกมาโดยตรง ไม่เปิดโอกาสให้หลันรั่วอวี่โต้แย้ง ตลอดสามปีมานี้ นางได้กระทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงของหอตันเป่าไว้มากมาย หากยังปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป ชื่อเสียงของหอตันเป่าย่อมต้องพังทลาย
ผลลัพธ์เช่นนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหลิวอู๋เสีย เขาคิดว่าอย่างมากก็น่าจะลงโทษตักเตือน ไม่น่าถึงขั้นถูกไล่ออกไป
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ผู้คนมากมายสะใจ พวกนักรบที่ถูกนางทำให้อับอายขายหน้าพากันโห่ร้องยินดี
“ข้าไม่ยอม อาจารย์ของข้าคือเจียงเยว่ ใครกล้าไล่ข้า?”
หลันรั่วอวี่เผยสีหน้าดุร้ายออกมาแวบหนึ่ง นางจ้องมองโดยไม่เกรงกลัว พร้อมกับพูดนามอาจารย์ของตนออกมา
ซางเหยียนกับเซิ่งเลี่ยนสบตากัน มองเห็นความรังเกียจในแววตาของกันและกัน และยังมีความรู้สึกสิ้นหวังผสมอยู่ด้วย
เจียงเยว่คือใคร? พวกเขาทั้งสองรู้ดี ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว สถานะสูงส่งในหอตันเป่า มีฐานะเท่าเทียมกับปรมาจารย์เม่า แม้แต่พวกเขาที่ได้พบกับเจียงเยว่ก็ยังต้องสุภาพอ่อนน้อม
หลันรั่วอวี่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของเขา ไม่ได้ใช้ความพยายามเพียงน้อยนิดเลย ทุ่มเททั้งพลังของตระกูล ถึงจะได้รับสถานะศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถ
หากสูญเสียสถานะนี้ไป ความพยายามตลอดหลายปีมานี้คงจะสูญเปล่า แม้แต่ของขวัญที่มอบให้ไปก็กลายเป็นผุยผง
มีเพียงการเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถเท่านั้น ความพยายามทั้งหมดจึงจะได้รับผลตอบแทน
“ผู้เฒ่าซาง เรื่องนี้ให้ท่านประมุขหอเป็นคนจัดการเถอะ ในเมื่อคุณชายหลิวมาเพื่อเข้าร่วมสอบ เรามาเริ่มสอบกันก่อน เรื่องนี้ค่อยพูดกันทีหลัง”
เซิ่งเลี่ยนช่วยไกล่เกลี่ย ไม่อยากทำให้เจียงเยว่ขุ่นเคืองเพราะคนนอกคนหนึ่ง นี่เป็นผลเสียต่อพวกเขาในภายหลังอย่างมาก
ซางเหยียนไม่เข้าใจท่าทีที่เซิ่งเลี่ยนแสดงออก ตัวหลิวอู๋เสียเองก็มีพรสวรรค์สูง พวกเขาก็เป็นถึงปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาว ไม่น่าจะต้องประจบประแจงขนาดนี้
เพราะไม่ได้เห็นพรสวรรค์ของหลิวอู๋เสียกับตาตัวเอง เซิ่งเลี่ยนจึงไม่เข้าใจหลายสิ่ง แต่ซางเหยียนกลับได้เห็นทุกสิ่งกับตาตัวเอง
“คุณชายหลิว ท่านคิดเห็นอย่างไร?”
ซางเหยียนถอนหายใจ คำพูดเมื่อครู่นี้ก็ให้เกียรติหลิวอู๋เสียมากพอแล้ว เรื่องนี้ควรจะยุติลงได้แล้ว
หากก่อเรื่องใหญ่โตขึ้นจริง ๆ คงไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้น เขาที่อยู่ตรงกลางก็ลำบากใจ
“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ข้าต้องการป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถเพื่อซื้อสมุนไพรวิญญาณ”
หลิวอู๋เสียไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อตัวเอง เพียงแค่อยากได้ป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถโดยเร็วที่สุด
“ยังไม่ให้คุณชายหลิวกรอกข้อมูลอีก!”
ซางเหยียนตวาดเสียงต่ำ หลันรั่วอวี่จึงจำใจนำกระดาษออกมาจากโต๊ะอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ก็เดินตามซางเหยียนกับเซิ่งเลี่ยนเข้าไปด้านหลังประตู เฉินเล่อเหยากับซงหลิงทำได้เพียงรออยู่ข้างนอก ผู้ที่ไม่เข้าสอบล้วนไม่อนุญาตให้เข้าไป
ทว่าคุณชายไป๋เมื่อครู่นี้ยังสามารถพาคนรับใช้เข้าไปได้เลย
การสมัครสอบในวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว หลันรั่วอวี่เก็บข้าวของอย่างง่าย ๆ แล้วรีบออกจากห้องไปยังส่วนลึกของหอตันเป่า
เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปก็มองลานกว้างที่มีผู้คนกว่าสิบคนรออยู่ก่อนแล้ว ล้วนแต่เป็นผู้ที่มาเข้าร่วมสอบในวันนี้
การสอบแบ่งออกเป็นสามรอบคล้ายกับงานชุมนุมโอสถ แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง
หลิวอู๋เสียกวาดมองไปรอบ ๆ รวมทั้งตัวเขาแล้ว พบว่ามีผู้เข้าสอบทั้งหมดสิบสองคน
ส่วนใหญ่เป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ แต่งกายหรูหรา คนที่แต่งตัวแบบหลิวอู๋เสียมีน้อยมาก การหลอมโอสถ นอกจากจะต้องใช้เงินทุนสนับสนุนแล้ว พรสวรรค์ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน
“คุณชายหลิว การสอบเหล่านี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับท่านหรอก แต่ก็ต้องทำตามขั้นตอน”
ซางเหยียนเดินเข้ามาพูดเบา ๆ
หลิวอู๋เสียคว้าตำแหน่งผู้ชนะงานชุมนุมโอสถได้ แสดงว่าการสอบเล็กน้อยนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย แต่ก็ยังมีขั้นตอนบางอย่างที่ต้องทำ
“ข้าเข้าใจแล้ว”
หลิวอู๋เสียพยักหน้า ไม่อยากทำให้ซางเหยียนลำบากใจ
“เอาล่ะ ตอนนี้เตรียมตัวสำหรับการสอบรอบแรก หากได้คะแนนถึงเก้าสิบแต้ม ถือว่าผ่านเข้าสู่การสอบรอบต่อไป”
หลังจากที่เซิ่งเลี่ยนพูดจบ ผู้เข้าสอบทั้งหมดก็เดินไปที่โต๊ะ แต่ละโต๊ะอยู่ห่างกันประมาณสามหมี่ ซางเหยียนเริ่มแจกกระดาษคำถาม
การสอบรอบแรกเป็นการสอบความรู้ทางทฤษฎี บนกระดาษคำถามเต็มไปด้วยตัวอักษรขนาดเล็กมากมาย ทั้งการหลอมโอสถ การแยกแยะสมุนไพรและอื่น ๆ
ทุกครั้งที่ทำการสอบ หัวข้อในกระดาษคำถามจะไม่เหมือนกัน หลายคนที่เข้าร่วมในวันนี้ พรุ่งนี้ก็สามารถกลับมาอีกได้อีกครั้ง หากกระดาษคำถามเหมือนเดิม พวกเขาก็คงท่องจำกันได้หมดแล้ว
สมุนไพรวิญญาณมีเป็นล้านชนิด เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะรู้จักทั้งหมด
“ช้าก่อน!”
ขณะที่ทุกคนกำลังจะลงมือทำข้อสอบ ชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาจากประตู น้ำเสียงแฝงความเย็นชา
ชายมีอายุมากกว่า ดูเหมือนจะแก่กว่าซางเหยียนสองสามปี ส่วนหญิงที่เดินตามหลังมาคือหลันรั่วอวี่ที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่นี้
“ปรมาจารย์หลอมเจียง ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้?”
ซางเหยียนกับเซิ่งเลี่ยนรีบตรงเข้าคำนับเจียงเยว่ คนผู้นี้คือปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว พวกเขาจึงต้องให้เกียรติอย่างสูงสุด
“ศิษย์ข้าบอกว่าเมื่อครู่นี้มีคนตบหน้านาง พวกเจ้ายังขับไล่นางออกจากหอตันเป่า บอกข้ามาว่าใครเป็นคนตบนาง”
เจียงเยว่มีใบหน้าเหลี่ยม คางใหญ่ รูปร่างสูงกำยำ ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับหอคอยสูง ปล่อยคลื่นพลังที่แข็งแกร่งออกมา ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง พลังที่น่าสะพรึงกลัวทำให้กระดาษข้อสอบบนโต๊ะสั่นไหว
หลันรั่วอวี่อยู่ด้านหลังร้องไห้น้ำตาไหลพรากราวกับได้รับความคับข้องใจ ดวงตาเปล่งประกายอาฆาตแค้น
“ปรมาจารย์หลอมเจียง เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด โปรดฟังข้าอธิบายก่อน...”
ซางเหยียนยังพูดไม่จบ เจียงเยว่ก็ขัดจังหวะ “หลีกไป บอกข้ามาว่าใครเป็นคนตีศิษย์ข้า”
ซางเหยียนหน้าชาชั่วขณะ ช่างเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองเสียจริง
เป็นดังคำกล่าวที่ว่า ‘สันดอนขุดง่ายสันดานขุดยาก’
อาจารย์เป็นคนแบบนี้ ศิษย์ก็ไม่ต่างกัน
ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวหาได้ยากยิ่งในราชวงศ์ต้าเยี่ยน ทุกตระกูลต่างพากันประจบประแจง
สามดาวกับสี่ดาวต่างกันเพียงหนึ่งดาว แต่ฐานะต่างกันราวฟ้ากับดิน
“ข้าเป็นคนตบนางเอง!”
หลิวอู๋เสียก้าวออกมาพลางมองไปที่เจียงเยว่ มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย อาศัยโอสถต้องห้ามจึงฝืนทะลวงเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวได้ ช่างน่าขันสิ้นดี
เจียงเยว่มีสภาพไม่ต่างจากปรมาจารย์ฮั่ว อาศัยโอสถต้องห้ามเพื่อเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้อาจจะยังไม่รู้สึกอะไร แต่อีกไม่เกินหนึ่งปี อาการข้างเคียงจะกำเริบขึ้น ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ช่วยเขาไม่ได้
แน่นอน!
เรื่องนี้หลิวอู๋เสียไม่มีหน้าที่ต้องบอกเขา หากตอนนี้เขาหยุดหลอมโอสถ พักผ่อนสักครึ่งปีเพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างดี ในภายภาคหน้าก็ยังหลอมโอสถได้ตามปกติ ปัญหาไม่ใหญ่โตอะไร
เขาในฐานะปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว ทุกวันมีคนมาขอให้เขาหลอมโอสถมากจนนับไม่ถ้วน จะให้หยุดพักอย่างไรได้กัน?
ทรัพยากรมากมายไหลเข้ากระเป๋า มันยากที่จะห้ามใจไม่คว้าทรัพยากรเอาไว้
“ดีมาก เจ้าหนูนี่ช่างกล้าหาญยิ่งนัก กล้าก้าวออกมาสารภาพเอง!”
เจียงเยว่จ้องมองหลิวอู๋เสียราวกับมองดูคนตาย
– โปรดติดตามตอนต่อไป –