ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 141 มวลเมฆาโอสถ
คนหนึ่งชราคนหนึ่งหนุ่ม พวกเขาเห็นจิตสังหารแรงกล้าในสายตาของกันและกัน
การประลองโอสถช่วงสุดท้ายของงานชุมนุมโอสถ เขาอาศัยม่านตาภูตจึงได้รับชัยชนะ เกือบต้องตายด้วยแผนการของซ่างกวนไฉแล้ว
เบื้องหลังคนที่แอบบอกคำตอบก็คือเจียงเยว่นั่นเอง
“แค่เจ้าก็อยากจะฆ่าข้า!”
หลิวอู๋เสียเย้ยหยันอย่างไม่ใส่ใจ หัวเราะเสียงเย็นชาออกมา เขาอยากจะไป ไม่มีใครในที่นี้สามารถหยุดเขาได้
“คนที่ข้าอยากจะฆ่า ไม่มีใครหนีไปจากมือข้าได้!”
เจียงเยว่ก้าวไปข้างหน้า คลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมก่อตัว สั่นสะเทือนจนเรือนทั้งหลังเกือบพังทลาย
ทั้งสองฝ่ายต่างยืนกราน ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว หลันรั่วอวี่ยิ้มจนปากเบี้ยว ไม่คิดว่าอาจารย์ของนางกับเจ้าเด็กนี่จะมีเรื่องบาดหมางกันด้วย
“ปรมาจารย์หลอมเจียง การสอบยังไม่จบ โปรดควบคุมตัวเองด้วย!”
ซางเหยียนยืนขวางระหว่างคนทั้งสอง ขัดขวางไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าตายแน่!”
เจียงเยว่สะกดแรงผลักดันและยืนเฝ้าอยู่ด้านข้าง รอจนกว่าการสอบจะสิ้นสุด ไม่ว่าหลิวอู๋เสียจะได้เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถหรือไม่ เขาก็จะลงมือฆ่า
ถังเหยียนกับไป๋หลินสอบตกในรอบที่สอง แต่ก็ไม่ได้จากไป ต้องการชมการสอบรอบที่สาม
การสอบรอบที่สามคือการหลอมโอสถ เฉาชิงลี่เลือกที่จะหลอมโอสถเสริมพื้นฐานระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นโอสถที่ง่ายที่สุด เพียงแค่สำเร็จก็จะได้เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถหนึ่งดาว
“คุณชายหลิว ท่านจะหลอมโอสถใด?”
ซางเหยียนถามเพื่อขอความเห็นจากหลิวอู๋เสีย
“หลอมโอสถรวมวิญญาณก็แล้วกัน เปลี่ยนหญ้าชิงเซวียนเป็นเถาเย่อี๋”
หลิวอู๋เสียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจหลอมโอสถรวมวิญญาณ
“คุณชายหลิว โปรดคิดทบทวนให้ดี นี่คือการสอบ มีโอกาสเพียงครั้งเดียว”
ซางเหยียนเตือนหลิวอู๋เสีย ความล้มเหลวหมายความว่าการสอบในวันนี้จะสิ้นสุดลง เขาก็ยังไม่นับว่าเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถที่แท้จริง
ไม่เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ เจียงเยว่ย่อมมีเหตุผลที่จะฆ่าหลิวอู๋เสีย
“ไอ้หนูนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ โอสถรวมวิญญาณเป็นโอสถระดับสี่ แล้วยังดัดแปลงสูตรโอสถตามใจชอบ ถ้าเขาหลอมโอสถสำเร็จ ข้ายอมคุกเข่าคารวะเขาเลย”
ไป๋หลินหัวเราะเยาะเย้ย มองว่าหลิวอู๋เสียเสียสติไปแล้ว ถึงกล้าท้าทายโอสถที่หลอมยากเช่นนี้
ทุกคนจ้องมองหลิวอู๋เสียราวกับสัตว์ประหลาด เจียงเยว่หัวเราะเยาะ ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวยังไม่กล้าทำเช่นนี้ เขาเป็นแค่ผู้ฝึกหัดหลอมโอสถตัวเล็ก ๆ กลับคิดจะดัดแปลงสูตรโอสถ
นำสมุนไพรวิญญาณระดับสี่ออกหนึ่งต้น แทนที่ด้วยสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่ง การกระทำเช่นนี้ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก
หลันรั่วอวี่ยิ้มเยาะ ไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียจะหาเรื่องตายเอง
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสซางที่เตือน ข้าตัดสินใจแล้ว!”
หลิวอู๋เสียรู้ว่าซางเหยียนหวังดี เขาต้องการก้าวกระโดด หลอมโอสถระดับสี่ออกมาให้ได้ กลายเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว
มีเพียงปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวเท่านั้นที่จะได้รับความเคารพจากผู้อื่น
การหลอมโอสถระดับสี่ดาวอื่น ๆ เขาจำเป็นต้องจัดระเบียบสูตรโอสถใหม่ ปัจจุบันที่เขาเข้าใจมีเพียงโอสถวิญญาณฟ้า โอสถวิญญาณทองคำและโอสถหยวนหยาง
โอสถวิญญาณทองคำมีระดับสูงสุด บรรลุคุณภาพโอสถระดับสาม
ในความทรงจำของเขามีสูตรโอสถมากมาย สรรพคุณโอสถมีพลังมากเกินไป จำเป็นต้องลดทอน หลิวอู๋เสียไม่มีเวลามากขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานที่แห่งนี้อาจไม่พบสมุนไพรวิญญาณที่เหมาะสม
โอสถรวมวิญญาณมีสูตรโอสถสำเร็จรูป วัตถุดิบอื่น ๆ ก็ไม่ขาดแคลน ขาดเพียงหญ้าชิงเซวียน หลิวอู๋เสียต้องการหลอมโอสถจำเป็นต้องดัดแปลงสูตรโอสถ
ซางเหยียนไม่ได้พูดอะไรต่อและเริ่มเตรียมสมุนไพรวิญญาณ ทุกคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียว
เปลวไฟพวยพุ่งออกมา เฉาชิงลี่ลงมือเป็นคนแรก ท่วงท่าของเขายังไม่คล่องแคล่ว
หลิวอู๋เสียไม่รีบร้อน เขาใช้วิชาม่านตาภูตวิเคราะห์หลายสิบครั้ง หลังจากยืนยันว่าถูกต้องแล้วจึงเดินไปที่เตาหลอมโอสถ
ผนึกฝ่ามือทั้งสองข้าง ซางเหยียนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เกรงว่าจะพลาดรายละเอียดบางอย่าง สายตาจ้องมองหลิวอู๋เสียอย่างไม่วางตา เรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ จากทักษะหลอมโอสถของเขา
เซิ่งเลี่ยนก็เช่นกัน ได้ยินมานานแล้วว่าตอนที่หลิวอู๋เสียหลอมโอสถวิญญาณทองคำมีนิมิตประหลาดบนท้องฟ้า เขาจ้องมองหลิวอู๋เสียโดยไม่กะพริบ
สมุนไพรวิญญาณต้นแรกถูกโยนเข้าไป ท่วงท่าชำนาญมาก เมื่อเทียบกับเฉาชิงลี่แล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของหลิวอู๋เสียราวกับผ่านการฝึกฝนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ลื่นไหลราวกับสายน้ำ!
ท่วงท่างดงาม ย่างก้าวเหยียบย่ำเจ็ดดารา ทุกครั้งที่สมุนไพรวิญญาณถูกโยนเข้าไป เตาหลอมโอสถจะส่งเสียงสั่นสะเทือนออกมาเป็นระลอก
ลายวิญญาณไร้รูปผนึกเตาหลอมโอสถ ป้องกันไม่ให้พลังปราณรั่วไหลออกมา
เจียงเยว่ขมวดคิ้วแน่น เขาเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว เพียงแค่ปรายตามองก็มองออกว่าทักษะหลอมโอสถที่หลิวอู๋เสียใช้นั้นลึกลับมาก เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ทุกคนมองไปที่หลิวอู๋เสียด้วยสายตาที่ต่างออกไป ทุกคนตกตะลึงกับทักษะชุดนี้
“ท่วงท่างดงามแล้วไง ไร้สาระ ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวไม่ใช่จะสอบผ่านกันได้ง่าย ๆ”
ไป๋หลินเยาะเย้ย
“เจ้าหุบปากไปเลย!”
ซางเหยียนตวาดเสียงดัง คลื่นพลังกระแทกไป๋หลินจนร่างลอยละลิ่วและกระแทกพื้น มีเลือดไหลออกมาจากปาก
ถังเหยียนกลัวจนไม่กล้าพูดอะไรอีก จ้องมองคนทั้งสองอย่างเงียบ ๆ
เวลาผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที เฉาชิงลี่ยังคงหลอมโอสถเสริมพื้นฐานระดับหนึ่ง ผ่านไปหนึ่งก้านธูปไหม้ กลิ่นหอมโอสถก็ลอยออกมา
เพิ่มความแรงของเปลวไฟอีกหน่อย ห้านาทีต่อมา โอสถก็หลอมเสร็จ โอสถสามเม็ดสมบูรณ์ อีกห้าเม็ดถูกทิ้งไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ปรมาจารย์หลอมโอสถหนึ่งดาวอย่างฉิวเฉียด
“นี่มันทักษะอะไรกัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
เซิ่งเลี่ยนมองไม่ออก จึงหันไปถามซางเหยียน
“ข้าเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเช่นกัน ทุกท่วงท่าราวกับเป็นธรรมชาติ”
ซางเหยียนคือปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาว เขาก็เองก็ไม่อาจหยั่งถึงทักษะหลอมโอสถชุดนี้ได้ แตกต่างจากตอนที่หลอมโอสถวิญญาณทองคำครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง
ปรมาจารย์หลอมโอสถส่วนใหญ่ฝึกฝนทักษะหลอมโอสถได้หนึ่งถึงสองแบบก็ถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว แต่หลิวอู๋เสียผู้นี้แตกต่างออกไป ทุกครั้งที่หลอมโอสถ ท่วงท่าล้วนไม่เหมือนเดิม
“ท่วงท่าใด ๆ ก็ช่วยเขาไม่ได้หรอก หญ้าชิงเซวียนคือวัตถุดิบหลักของโอสถรวมวิญญาณ หากไม่มีหญ้าชิงเซวียน ก็ไม่มีทางหลอมโอสถรวมวิญญาณสำเร็จ”
เจียงเยว่เป็นผู้ที่มีน้ำหนักคำพูดมากที่สุด เขาคือปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว เคยหลอมโอสถรวมวิญญาณมาก่อน หลอมถึงห้าเตา ทว่าประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียว คิดดูก็รู้ว่าการหลอมโอสถรวมวิญญาณนั้นยากเย็นเพียงใด
ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ไม่มีผู้ใดแก้ไขปัญหานี้ได้ อาศัยเพียงแค่เด็กน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นี้จะแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมาหลายร้อยปีของวงการโอสถได้เชียว ล้อกันเล่นหรืออย่างไร?
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปไหม้ เหนือศีรษะของหลิวอู๋เสียปรากฏหมอกจาง ๆ ลอยอยู่ มันค่อย ๆ หนาแน่นขึ้นรวมตัวกันจากทุกทิศทุกทางจนกลายเป็นเมฆาโอสถ
“นี่มันเมฆาโอสถ!”
เซิ่งเลี่ยนอุทานตกใจ มองไปยังเมฆาโอสถที่เบาบางอย่างไม่อยากเชื่อ สายตามองดูมันรวมตัวกัน กลายเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น
เจียงเยว่เซถลาไปก้าวหนึ่ง เมื่อครู่นี้เขายังเยาะเย้ยหลิวอู๋เสียว่าไม่มีทางสำเร็จได้ แต่ในชั่วพริบตา กลับปรากฏนิมิตเมฆาโอสถออกมา ราวกับมีฝ่ามือตบเข้าที่หน้าเขาอย่างจัง
ชั้นเก้าของหอตันเป่า เตาหลอมโอสถรูปร่างแปลกประหลาดใบหนึ่งส่งเสียงหึ่งออกมา เสียงนั้นมีจังหวะที่ไพเราะยิ่งนัก
มู่เยว่อิ่งที่กำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียรพลันลืมตาขึ้น จ้องมองไปยังเตาหลอมโอสถ
“ผู้ใดกันที่กำลังหลอมโอสถ กระตุ้นติ่งหมื่นสัตว์จนสั่นสะเทือน!”
มู่เยว่อิ่งลุกขึ้นยืน ดวงตาฉายแววสงสัย มีเพียงนิมิตเมฆาโอสถเท่านั้นจึงจะทำให้ติ่งหมื่นสัตว์เกิดเสียงสะท้อนได้
ติ่งหมื่นสัตว์เป็นอาวุธเวทอย่างแท้จริง เทียบเท่ากับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์
“ผู้ใดอยู่ข้างนอก”
มู่เยว่อิ่งพูดขึ้น สาวใช้สองคนเดินเข้ามาจากนอกประตู
“ไปตรวจสอบดูว่าผู้ใดกำลังหลอมโอสถ!”
เมื่อพูดจบ สาวใช้สองคนก็ถอยออกไป บริเวณหลอมโอสถของหอตันเป่าถูกกำหนดให้อยู่ที่ชั้นสี่ แบ่งออกเป็นห้องหลอมโอสถมากกว่าสิบห้อง เพียงตรวจสอบเล็กน้อยก็จะได้ผลลัพธ์
ไม่ถึงเวลาหนึ่งถ้วยชา สาวใช้สองคนก็กลับมา
“เรียนคุณหนูใหญ่ เวลานี้ทุกคนพักผ่อนกันหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดหลอมโอสถเจ้าค่ะ”
ในเวลานี้ทุกคนกำลังพักผ่อน ห้องหลอมโอสถแต่ละห้องล้วนว่างเปล่า
“พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าไม่มีผู้ใดหลอมโอสถ?”
มู่เยว่อิ่งเผยสีหน้าแปลกใจ เสียงสะท้อนที่ติ่งหมื่นสัตว์ส่งออกมานั้นหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ต้องมีคนกำลังหลอมโอสถแน่นอน ไม่มีทางผิดพลาด
“พวกเราไปดูที่บริเวณหลอมโอสถ จริง ๆ แล้วไม่มีผู้ใด หากจะบอกว่ามีผู้ใดหลอมโอสถ ก็คงมีเพียงพื้นที่การสอบเท่านั้นเจ้าค่ะ”
สาวใช้สองคนพูดด้วยความไม่แน่ใจ
หอตันเป่ามีพื้นที่กว้างมากก็จริง ทว่าห้องหลอมโอสถล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ตรวจสอบได้ง่ายมาก
“เตรียมน้ำแต่งตัว ข้าจะออกไปข้างนอก!”
มู่เยว่อิ่งสั่ง สาวใช้สองคนรีบเตรียมสิ่งของสำหรับอาบน้ำทันที
หมอกโอสถหนาขึ้นเรื่อย ๆ ซางเหยียนไม่อาจบรรยายความรู้สึกในขณะนี้ได้ ตื่นเต้นราวกับเด็กน้อย
เซิ่งเลี่ยนตกอยู่ในภวังค์ไม่อาจถอนตัวได้ ไม่จำเป็นต้องใช้หญ้าชิงเซวียนในการหลอมโอสถรวมวิญญาณ ก็สามารถก่อเกิดเมฆาโอสถได้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป คาดว่าคงสร้างความตกตะลึงไปทั่วราชวงศ์ต้าเยี่ยน
ในขณะที่หมอกโอสถปรากฏขึ้น ไป๋หลินกับถังเหยียนต่างก็ตกตะลึงยืนนิ่งอยู่กับที่
เจียงเยว่นัยน์ตาฉายแววจิตสังหารเย็นเยียบ กลิ่นหอมเข้มข้นกำลังย้ำเตือนเขาว่าโอสถรวมวิญญาณใกล้จะสำเร็จแล้ว อีกไม่เกินห้านาทีก็น่าจะเสร็จสิ้น
ทุกคนมองหลิวอู๋เสียด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป หลันรั่วอวี่มีสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย นางกลั่นแกล้งอัจฉริยะการหลอมโอสถที่หาได้ยากในรอบพันปี
ท่วงท่าเปลี่ยนไปอีกครั้ง ทันใดนั้นก็เร็วขึ้นราวกับภาพติดตา เดินวนรอบเตาหลอมโอสถหลายรอบ
การหลอมโอสถรวมวิญญาณไม่อาจผิดพลาดแม้แต่น้อย หลิวอู๋เสียดัดเปลี่ยนสูตรโอสถ และนี่เป็นความพยายามครั้งแรก ยากมาก!
“เร็วเข้า เร็วเข้า!”
ซางเหยียนถูมือ ลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จดจ่ออยู่กับการหลอมโอสถ
ทันใดนั้น!
ความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ปกคลุมห้องหลอมโอสถ หลิวอู๋เสียปล่อยความเย็นไร้ขอบเขตออกมาจากมือทั้งสองข้าง ปกคลุมเตาหลอมโอสถทั้งเตา
เปลวไฟดับลงอย่างกะทันหัน เตาหลอมโอสถถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งหนาชั้นหนึ่ง ไม่เคยเห็นทักษะหลอมโอสถแบบนี้มาก่อน
“วิธีการที่แยบยลยิ่งนัก ใช้ปราณน้ำแข็งปิดผนึกพลังงานโอสถ ทำให้สรรพคุณโอสถถูกปิดผนึกไว้ในเตาหลอมโอสถโดยสมบูรณ์ ไม่มีการสูญเสีย”
เซิ่งเลี่ยนอุทานออกมาเป็นระยะ
ขณะที่โอสถก่อตัวขึ้น สรรพคุณบางส่วนจะสูญเสียไปกับอากาศ
หลิวอู๋เสียขจัดความเป็นไปได้นี้โดยสิ้นเชิง ใช้ปราณน้ำแข็งปิดผนึกเตาหลอมโอสถทั้งเตา ไม่มีสรรพคุณใดรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาจึงหันหลังกลับไปที่เตาหลอมโอสถ
เขายื่นมือออกไปตบเบา ๆ ฝาเตาเปิดออก กลิ่นหอมเข้มข้นโชยมากระทบใบหน้า
ทันใดนั้น!
สมุนไพรวิญญาณสดใหม่มากมายที่วางอยู่ในห้องผลิบาน รวมทั้งสมุนไพรบางชนิดที่ปลูกในลานเรือนก็เติบโตอย่างบ้าคลั่ง
ให้กำเนิดวิญญาณโอสถ!
“หอมจัง หอมเหลือเกิน พลังวิญญาณของข้าแข็งแกร่งขึ้น”
เซิ่งเลี่ยนแทบจะกระโดดโลดเต้น สรรพคุณหลักของโอสถรวมวิญญาณคือเพิ่มพลังวิญญาณ
สูดดมกลิ่นหอมเข้าไป พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นไม่น้อย โอสถรวมวิญญาณเม็ดนี้รุนแรงกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก
ผู้คนต่างพากันเดินไปที่เตาหลอมโอสถด้วยความอยากรู้ ต้องการเห็นโอสถรวมวิญญาณด้วยตาตัวเอง
ขณะเดียวกัน บริเวณด้านนอกของหอตันเป่ากลับมีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
“นายท่าน ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว!”
สายลับที่เฝ้าอยู่หน้าประตูรีบลุกขึ้นยืนและคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเซวียชุนอวี่
“เจ้าเด็กนั่นอยู่ที่ไหน!”
เซวียชุนอวี่สีหน้าบึ้งตึง พลังสังหารแรงกล้าแผ่กระจายไปทั่วทั้งชั้นแรกของหอตันเป่า
“เขากำลังเข้ารับการสอบเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอยู่ด้านในขอรับ”
– โปรดติดตามตอนต่อไป –