ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 142 ขับไล่ออกจากหอตันเป่า
กองกำลังตระกูลเซวียที่โผล่มากะทันหันสร้างความตกใจให้กับผู้ฝึกตนที่กำลังซื้อหาโอสถ พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองแทบจะพร้อมกัน
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมผู้ช่วยเซวียถึงได้นำกองกำลังตระกูลเซวียบุกเข้ามาในหอตันเป่าเช่นนี้”
เสียงอุทานดังขึ้นรอบทิศ
ตระกูลเซวียเป็นตระกูลเก่าแก่ในเมืองหลวง มีทรัพย์สมบัติมากมายและสืบทอดมายาวนานกว่าห้าร้อยปี ศิษย์ในสังกัดมีจำนวนนับหมื่นคน ไม่ว่าจะเป็นในราชสำนัก สำนักศึกษาจักรวรรดิหรือแม้แต่กองทัพ ต่างก็มีคนของพวกเขาอยู่ทั้งสิ้น
ผู้คนทั่วไปไม่มีใครกล้ายั่วยุตระกูลใหญ่เช่นนี้
“พวกเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ? ถึงได้กล้าประกาศสงครามกับหอตันเป่า!”
ผู้คนยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตระกูลเซวียมีอำนาจกว้างขวางก็จริง แต่ก็เป็นเพียงขั้วอำนาจในราชวงศ์ต้าเยี่ยนเท่านั้น หอตันเป่านั้นอยู่เหนือโลก ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ ไม่ว่าตระกูลใดในเมืองหลวงก็ไม่กล้าสร้างปัญหาในหอตันเป่า
ผู้ดูแลและคนรับใช้ของหอตันเป่าต่างละทิ้งงานและรีบวิ่งตามออกมา บางคนก็รีบไปแจ้งฝ่ายบริหารของหอตันเป่า
ทางด้านห้องหลอมโอสถ!
หลิวอู๋เสียถือโอสถรวมวิญญาณสามเม็ดอยู่ในมือ บนโอสถปรากฏลายเส้นโอสถจาง ๆ แต่ละเม็ดนั้นกลมมนและสมบูรณ์แบบ
“นี่… นี่มันโอสถรวมวิญญาณจริงหรือ?”
เซิ่งเลี่ยนมองด้วยความไม่เชื่อ โอสถระดับสี่ถูกหลอมขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
“นี่คือโอสถรวมวิญญาณไม่ผิดแน่ แถมยังมีระดับสูงกว่าที่หอตันเป่าของเราวางขายเสียอีก”
ซางเหยียนยืนยันอีกเสียง โอสถนี้ไม่อาจปลอมแปลงได้ แม้จะไม่ใช่ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว พวกเขาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับโอสถเม็ดระดับสี่ พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับโอสถสมุนไพรหลายปี ย่อมจดจำได้อย่างรวดเร็ว
หลันรั่วอวี่ไร้ซึ่งอารมณ์ นางยืนนิ่งอยู่กับที่
นางเยาะเย้ยปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวผู้ยิ่งใหญ่ และเกือบจะลงมือกับเขา สมองของนางอยู่ในสภาวะมึนงง ลืมแม้กระทั่งจะคิด
ไป๋หลินกับเฉาชิงลี่ทรุดตัวลงบนพื้นอย่างหมดแรง โดยเฉพาะไป๋หลินที่เพิ่งเยาะเย้ยหลิวอู๋เสีย ตอนนี้เขากลัวจนอยากจะวิ่งหนีออกไป
มีเพียงเจียงเยว่ที่ใบหน้ามืดมนน่ากลัวราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเลือกเหยื่อ ต้องการจะกลืนกินหลิวอู๋เสีย
เขาก้าวเข้าหาหลิวอู๋เสียทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไป จิตสังหารยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น กลายเป็นพายุโหมกระหน่ำเหนือศีรษะของหลิวอู๋เสีย
“ปรมาจารย์หลอมเจียง ท่านต้องการทำอะไร!”
ซางเหยียนขวางเจียงเยว่ไว้พร้อมกับตั้งคำถาม
“ฆ่ามันซะ!”
น้ำเสียงทวีความเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เขาต้องฆ่าหลิวอู๋เสีย หอตันเป่ามีปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวเพียงสามคน คนหนึ่งคือเขา ที่เหลือคือปรมาจารย์เม่าและอีกคนหนึ่ง เขาไม่อนุญาตให้หอตันเป่ามีปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวเพิ่มขึ้นอีก
ในบรรดาปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวทั้งหมด ฐานะของเขาต่ำที่สุด เขาเลื่อนขั้นขึ้นมาได้ด้วยโอสถต้องห้าม
หอตันเป่ามีห้องหลอมโอสถสำหรับปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวเพียงสามห้อง เมื่อหลิวอู๋เสียเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว เจ้าเด็กนี่อาจเข้ามาแทนที่เขาได้
รวมถึงเฉลยที่รั่วไหลไปถึงซ่างกวนไฉ และการที่หลิวอู๋เสียได้รับตำแหน่งผู้ชนะงานชุมนุมโอสถ จี้หยางจึงพลาดโอสถระดับสี่ ทั้งหมดนี้รวมกันทำให้เจียงเยว่ไม่มีทางปล่อยหลิวอู๋เสียไปได้
“ปรมาจารย์หลอมเจียงบ้าไปแล้วหรือ? เขาหลอมโอสถระดับสี่ได้นะ เขาคือปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวรุ่นใหม่ของราชวงศ์ต้าเยี่ยน ท่านยังจะฆ่าเขาหรือ?”
เซิ่งเลี่ยนก้าวไปข้างหน้าพลางตะโกนเสียงดัง
“เพียงพวกเจ้าก็คิดจะหยุดข้า!”
เจียงเยว่โกรธจัด คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวพัดซางเหยียนและเซิ่งเลี่ยนกระเด็นออกไป เขาเป็นถึงระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง ความแข็งแกร่งต่างกันราวฟ้ากับเหว
หลังจากที่ซัดซางเหยียนและเซิ่งเลี่ยนกระเด็นไปแล้ว เจียงเยว่ก็ปรากฏตัวต่อหน้าหลิวอู๋เสีย
“เจ้าหนู วันนี้เจ้าต้องตาย!”
ขอเพียงหลิวอู๋เสียยังไม่ได้รับป้ายสถานะปรมาจารย์หลอมโอสถ ก็ยังไม่นับว่าเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถที่แท้จริง การฆ่าเขาย่อมไม่ต้องแบกรับผลใด ๆ
มีดสั้นปรากฏขึ้นในมือ สายตามองไปที่ทางออก ด้วยความเร็วของเขายังคงมีโอกาสหลบหนี
“ปรมาจารย์หลอมเจียง ท่านไม่สนใจชื่อเสียงของหอตันเป่า กลับลงมือกับปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาว ข้าจะต้องรายงานเรื่องนี้ต่อประมุขหอแน่นอน”
ซางเหยียนลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“ชื่อเสียงงั้นรึ?” เจียงเยว่หัวเราะเยาะ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ? พวกเจ้าช่วยมันโกง เด็กอมมือแบบนี้จะหลอมโอสถระดับสี่ได้อย่างไร? พวกเจ้าร่วมมือกันวางแผนไว้ใช่หรือไม่?”
เจียงเยว่เผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม คิดว่าซางเหยียนแอบช่วยหลิวอู๋เสีย ความจริงแล้วโอสถรวมวิญญาณถูกวางไว้ในเตาหลอมโอสถตั้งแต่แรกแล้ว
“เจ้า… เจ้า…”
ซางเหยียนโกรธจนพูดไม่ออก หากเจียงเยว่ฆ่าหลิวอู๋เสียจริง ๆ ก็จะกลายเป็นตายไปก็ไม่มีหลักฐาน อีกฝ่ายยืนกรานว่าหลิวอู๋เสียคดโกง ต่อให้เขาพูดจนปากฉีก ก็ยากที่จะทำให้คนอื่นเชื่อ
ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวอายุสิบแปดปี นับตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์ต้าเยี่ยนก็ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน ความน่าเชื่อถือต่ำเกินไป
ฝ่ามือยกขึ้น คลื่นพลังบ้าคลั่งกวาดเตาหลอมโอสถบนพื้นขึ้นมา ลมหมุนอันเกรี้ยวกราดพัดพาตัวของเฉาชิงลี่และคนอื่น ๆ ลอยขึ้นไป ก่อนจะตกลงในลานกว้าง
หลิวอู๋เสียยกดาบสั้นขึ้น มือซ้ายกำหมัดแน่น เขาตั้งใจที่จะต้านทานอย่างเต็มที่
ขณะที่ฝ่ามือยักษ์ของเจียงเยว่กำลังจะกระแทกลงมา เสียงดังสนั่นก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“ตูม!”
ประตูถูกพังทลายลง ตามมาด้วยเงาร่างจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาจนเต็มลานกว้าง
ทันใดนั้นเจียงเยว่ก็หยุดมือแล้วหันไปมองด้านนอก เพลิงโทสะอันแรงกล้าควบแน่นกลายเป็นลูกธนูเตรียมจัดการหลิวอู๋เสีย
“หลิวอู๋เสีย ออกมารับความตายซะ!”
เซวียชุนอวี่ถือกระบี่ยาวไว้ในมือ ดวงตาแดงก่ำ คลื่นความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจนต้นไม้ใหญ่ในลานกว้างแข็งเป็นน้ำแข็ง นี่คือจิตสังหารที่แปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรม
เจียงเยว่เผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เหตุใดเซวียชุนอวี่ถึงมาที่นี่ได้? แล้วยังคิดจะฆ่าหลิวอู๋เสียอีก
แต่เรื่องนี้ก็เป็นผลดีกับเขา หากคนของตระกูลเซวียฆ่าหลิวอู๋เสียได้ เขาก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
เฉินเล่อเหยากับซงหลิงตามผู้คนเข้ามาด้วยสีหน้าวิตกกังวล ไม่คิดว่าตระกูลเซวียจะกล้าบุกเข้ามาในหอตันเป่า
“เซวียชุนอวี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!”
หลิวอู๋เสียพูดด้วยรอยยิ้ม
เขาเดินออกมา เจียงเยว่เองก็ลดแรงกดดันลงแล้วเดินตามหลิวอู๋เสียไปติด ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลบหนี
“เจ้าเด็กน้อย ข้าจะฆ่าเจ้า!” เซวียชุนอวี่คำรามลั่น
บุตรชายสุดที่รักของเขาถูกหลิวอู๋เสียทำลายเส้นชีพจรจนหมดสิ้น สูญเสียโอกาสในการสืบทายาท ความแค้นนี้มิอาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้
หลายคนมารวมตัวกันรอบลาน เซวียชุนอวี่เป็นถึงเสนาบดีกรมคลัง ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็นง่าย ๆ แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น?
“พวกเจ้ายังไม่รู้สินะ เมื่อครู่ข้าได้ยินคนพูดกันว่าบุตรชายคนเดียวของเซวียชุนอวี่ถูกคนทำลายเส้นชีพจรจนหมดสิ้น คาดว่าน่าจะเป็นเด็กหนุ่มคนนี้แหละ”
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ข่าวก็แพร่กระจายออกไป
“เด็กคนนี้เป็นใครกัน กล้าทำลายบุตรชายของท่านเซวีย เขาถึงขั้นออกหน้าก้าวออกมาด้วยตัวเอง คงเบื่อโลกเต็มทนแล้วล่ะสิ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ ทุกคนจ้องมองหลิวอู๋เสียราวกับสัตว์ประหลาด ใครบ้างไม่รู้ว่าเซวียชุนอวี่รักบุตรชายยิ่งกว่าชีวิต ปกติแค่ผมร่วงเส้นเดียวก็เป็นกังวลไปครึ่งค่อนวัน
หลิวอู๋เสียไม่ได้ยินเสียงวิจารณ์รอบข้าง สายตามองไปที่เซวียชุนอวี่ “ที่นี่คือหอตันเป่า เจ้ากล้าฆ่าคนในนี้หรือ?”
แววตาแฝงไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ทั้งสองอยู่ห่างกันประมาณสิบหมี่ ยอดฝีมือตระกูลเซวียล้อมหลิวอู๋เสียไว้ทุกทิศทาง
“ฮึ่ม วันนี้ต่อให้เป็นหอตันเป่า ก็ไม่มีทางหยุดข้าไม่ให้ฆ่าเจ้าได้”
เซวียชุนอวี่ออกคำสั่ง ยอดฝีมือตระกูลเซวียทุกคนพุ่งเข้าใส่ หวังจะรุมฆ่าหลิวอู๋เสียให้ตาย
“ใครบังอาจมาฆ่าคนในหอตันเป่าของข้า!”
ชั่วพริบตา!
เสียงเย็นยะเยียบดังมาจากด้านหลังเซวียชุนอวี่
จากนั้นหญิงสาวชุดสีขาวยาวก็เดินมาอย่างช้า ๆ ด้านหลังมีสาวใช้สองคนติดตามมาด้วย แล้วยังมียอดปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่า
พวกเขาได้รับข่าวว่ามีคนก่อเรื่องในหอตันเป่า จึงมาดูให้เห็นกับตา
ยอดฝีมือตระกูลเซวียหยุดชะงักพลางมองไปที่หญิงสาวชุดสีขาว รอคำสั่งจากเซวียชุนอวี่ว่าจะให้ลงมือต่อหรือไม่
“คารวะคุณหนู!”
ซางเหยียนรีบเดินออกมาจากด้านใน ก้มคารวะหญิงสาวชุดสีขาว
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น นางคือมู่เยว่อิ่ง เมื่อสายตามองไปที่หลิวอู๋เสียก็เผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมา ราวกับคิดอะไรบางอย่างออก
ซางเหยียนไม่กล้าปิดบัง เล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่หลิวอู๋เสียเข้ามา ถูกหลันรั่วอวี่ขัดขวางและกลั่นแกล้ง จนถึงการสอบ
เล่าอยู่ราวห้านาทีจึงจบ
“เฮือก…”
เสียงสูดหายใจดังมาจากทุกทิศทาง ปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวอายุสิบแปดปี เป็นไปได้อย่างไร เขาได้แต้มเต็มทั้งสามรอบ
เซวียชุนอวี่มีแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ไม่คิดว่าเจ้าเด็กนี่จะมีพรสวรรค์ในการหลอมโอสถสูงส่งถึงเพียงนี้
มู่เยว่อิ่งจ้องมองหลันรั่วอวี่ด้วยสายตาแหลมคมราวกับกระบี่
หลิวอู๋เสียรู้ดีถึงนิสัยเด็ดขาดของนาง ครั้งที่แล้วที่เมืองชางหลัน นางกล้าตบหน้าพวกเซวียฉางเหนียนทั้งสามคนโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด
“เจ้า ออกไปจากหอตันเป่าเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ สั่งให้หลันรั่วอวี่ออกไปจากหอตันเป่า ถือเป็นการตัดสินผลลัพธ์แล้ว
“อาจารย์ ข้าขอร้องท่าน ช่วยข้าด้วย!”
หลันรั่วอวี่คุกเข่าต่อหน้าเจียงเยว่อย่างกะทันหัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเว้าวอน น้ำตาไหลพรากราวกับสายฝน นางพยายามอย่างหนักกว่าจะไต่เต้ามาถึงจุดนี้ นางไม่อยากสูญเสียทุกอย่างไปแบบนี้
ไม่มีใครเปิดปาก แม้แต่เซวียชุนอวี่ยังเลือกที่จะปิดปากเงียบ
“คุณหนูใหญ่ ทำแบบนี้ดูจะไม่เหมาะสม!”
หากเรื่องที่ศิษย์ของตัวเองถูกขับไล่แพร่กระจายออกไป เจียงเยว่คงไม่กล้าสู้หน้าใครอีกต่อไป ศิษย์ของตัวเองยังปกป้องไม่ได้
“ปรมาจารย์หลอมเจียง เจ้ากำลังสอนข้าทำงานงั้นรึ!”
มู่เยว่อิ่งจ้องมองเจียงเยว่ด้วยสายตาเย็นชา อีกฝ่ายรีบก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตากับนาง
“ข้าไม่กล้าขอรับ เพียงแต่ขอร้องคุณหนูใหญ่ โปรดเมตตาด้วยเถอะ” เจียงเยว่พูดต่อ
“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจียงเยว่ไม่ใช่ปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่าอีก ขับไล่ออกไปด้วยกัน!”
สิ้นเสียงมู่เยว่อิ่ง ร่างของเจียงเยว่ก็เซถลาไปข้างหน้า รู้สึกราวกับฟ้าถล่มดินทลาย คุณหนูใหญ่ขับไล่เขา เขาไม่ใช่ปรมาจารย์หลอมโอสถของหอตันเป่าอีกต่อไป
ปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลังต่างมีสีหน้าตกตะลึง เจียงเยว่คือปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวเชียวนะ!
หลิวอู๋เสียตกตะลึง ไม่คิดว่ามู่เยว่อิ่งจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้
ที่น่าแปลกคือไม่มีใครลุกขึ้นมาขัดขวาง แม้แต่ปรมาจารย์เม่าก็ยังยืนนิ่งอยู่ด้านหลังมู่เยว่อิ่ง
เจียงเยว่นัยน์ตาอาฆาตพยาบาท จ้องมองหลิวอู๋เสียด้วยความเกลียดชัง ทุกอย่างเป็นความผิดของเจ้าเด็กนี่
จัดการกับสองศิษย์อาจารย์เจียงเยว่เสร็จแล้ว มู่เยว่อิ่งจึงหันไปมองเซวียชุนอวี่
“ท่านผู้ช่วยเซวีย ท่านพาคนมาอาละวาดถึงหอตันเป่าของข้า คิดจะไม่ให้คำอธิบายข้าเลยหรือ?” มู่เยว่อิ่งถามเสียงเย็นชาเช่นกัน
ไม่เคยมีใครกล้ามาหาเรื่องที่หอตันเป่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฆ่าคนต่อหน้าธารกำนัล เซวียชุนอวี่เป็นคนแรกอย่างแท้จริง
“คุณหนูมู่เยว่อิ่ง คนผู้นี้ทำให้บุตรชายข้ากลายเป็นคนไร้ค่า รอข้าฆ่ามันแล้ว ข้าจะไปขอโทษหอตันเป่าเอง”
เซวียชุนอวี่เกรงใจหอตันเป่า แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัว ขอเพียงฆ่าหลิวอู๋เสียได้ จากนั้นค่อยขอโทษก็ยังไม่สาย
“ไอ้ขยะนั่น ถึงตายไปก็ไม่น่าสงสาร”
คำตอบของมู่เยว่อิ่งเกือบทำให้เซวียชุนอวี่สำลักตาย สร้างเสียงหัวเราะครึกครื้นไปทั่วบริเวณ
เซวี่ยไป๋เซิงดื่มสุรา เล่นการพนัน ทำชั่วทุกอย่าง นี่ไม่ใช่ความลับด้วยซ้ำ ชาวเมืองหลวงต่างก็รู้ดี
การที่เขาถูกฆ่าตายถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ไม่แปลกที่หลายคนจะพากันหัวเราะออกมา
“คุณหนูมู่ หากวันนี้ข้ายืนกรานจะฆ่ามันล่ะ?”
ใบหน้าของเซวียชุนอวี่บึ้งตึงน่ากลัว
– โปรดติดตามตอนต่อไป –