ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 167 ความตายของกัวจง
หลิวอู๋เสียใช้ม่านตาภูตสังเกตการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของดาบ ค้นพบสาเหตุอย่างรวดเร็ว
เมื่อซ่อมแซมลายวิญญาณและหลอมรวมเข้าด้วยกัน รอยแตกก็เริ่มฟื้นฟูจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เจตจำนงดาบแผ่กระจายไปทั่วห้องหลอมอาวุธ
ดาบสั้นยาวกว่าเดิมเล็กน้อย น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก ลายวิญญาณทีละเส้นปรากฏขึ้นราวกับใยแมงมุม ปกคลุมทั่วทั้งตัวดาบอย่างหนาแน่น
พลังลึกลับไร้ขอบเขตไหลซึมออกมาจากปลายดาบ พลังดาบเข้มข้นตัดผ่านอากาศ พุ่งเข้าใส่ผนังหินทั้งสองด้าน ทิ้งร่องรอยไว้เป็นทาง
“ดาบที่ดีเช่นนี้ สมควรมีชื่อเสียที!”
หลิวอู๋เสียเอื้อมมือลูบไล้ตัวดาบ พลังดาบน้อยนิดไหลผ่านแขนของเขา ไต่ขึ้นไปบนไหล่และไหลทั่วทั้งร่างกาย นี่คือสายสัมพันธ์ ดาบเล่มนี้จดจำหลิวอู๋เสียผู้เป็นนายของมันแล้ว
“เจ้าชื่อเสียเหรินก็แล้วกัน!”
ในชื่อนามของเขามีคำว่า ‘เสีย’ อยู่แล้ว ส่วนคำว่า ‘เหริน’ เพิ่มเข้าไปอีกนิด รวมแล้วหมายถึงคมดาบปีศาจ ช่างเหมาะกับดาบเล่มนี้พอดี ฟาดฟันครั้งใดต้องได้เห็นเลือด
เมื่อกดลงบนด้ามดาบ ดาบเสียเหรินก็ชี้ตรงไปยังท้องฟ้า เจตจำนงดาบปกคลุมทั่วทั้งตัวดาบ สายตามองไปที่เสาเขาวัวตรงกลางห้อง
“ฟัน!”
แสงดาบวูบวาบ ดาบเสียเหรินฟันลงมาอย่างรวดเร็ว ไม่อาจสัมผัสถึงพลังดาบที่ผันผวน ใช้ความพยายามเพียงน้อยนิด ปลายดาบก็ฟันลงบนเสาเขาวัวแล้ว
“เคร้ง!”
เสาเขาวัวซึ่งสูงเท่ากับคนถูกตัดเป็นชิ้น ๆ นี่คือวัสดุที่สร้างขึ้นจากเหล็กกล้าชั้นเลิศหายาก อาวุธลึกล้ำทั่วไปไม่อาจทำอันตรายมันได้แม้แต่น้อย
หลิวอู๋เสียเดาะลิ้น ดูเหมือนจะประเมินดาบเสียเหรินต่ำเกินไป อาวุธลึกล้ำทั่วไปไม่อาจเทียบได้เลย
“เยี่ยมมาก ตอนนี้ดาบเสียเหรินสามารถต้านทานอาวุธชะตาได้แล้ว”
หลิวอู๋เสียใช้เวลาที่เหลือปรับแต่งฝักดาบ หลังจากเสร็จสิ้นก็เป็นยามเช้าของวันรุ่งขึ้นแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบเก้าวันก่อนถึงกำหนดหนึ่งเดือน
เขาเปิดประตูหิน แล้วเดินออกมาจากห้องหลอมอาวุธ
ทันทีที่ก้าวออกจากประตู กำปั้นขนาดเท่าหม้อดินก็พุ่งเข้ามาราวสายฟ้าฟาด ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว
“ไสหัวไป!”
เสียงคำรามดังกึกก้อง หลิวอู๋เสียตอบสนองฉับพลัน เขายกกำปั้นขึ้นและซัดมันออกไปอย่างแรง
“ปัง!”
คลื่นพลังแข็งแกร่งพัดผ่านต้นไม้ทั้งสองข้าง ต้นไม้น้อยใหญ่ฉีกขาด ไม่อาจต้านทานคลื่นพลังกระแทก
มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอกประตูหิน แววตาอาฆาตแค้น ทันทีที่หลิวอู๋เสียเปิดประตู เขาก็พุ่งเข้าโจมตีอย่างกะทันหัน
“กัวจง เจ้ารนหาที่ตาย!”
หลิวอู๋เสียโกรธจัด คนที่แอบโจมตีเขาไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นกัวจง เขารออยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ คอยให้หลิวอู๋เสียออกมา
หมัดทั้งสองปะทะกัน ร่างของทั้งคู่ต่างก็ถอยหลัง หลิวอู๋เสียถอยกลับเข้าไปในห้องหลอมอาวุธ ขณะที่กัวจงถูกกระแทกจนลอยละลิ่วไปไกลกว่าสิบหมี่
เขามีสีหน้าตกตะลึง ภายใต้การโจมตีอย่างเต็มกำลัง เด็กหนุ่มคนนี้กลับรับมือได้ นี่มันเกินความคาดหมายไปมาก
ถ้าเป็นคนอื่น โดนหมัดเข้าไปเต็ม ๆ แบบนี้คงตายไปแล้ว กัวจงตั้งใจที่จะฆ่าหลิวอู๋เสียให้ตาย
เมื่อวานนี้เขาถูกโยนลงไปในบ่อโคลน สูญเสียใบหน้ายกใหญ่ ถึงจะไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษา แต่ก็มีสถานะไม่ธรรมดา มีชื่อเสียงในฐานะปรมาจารย์หลอมอาวุธ
“เจ้าหนู ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหลบได้”
กัวจงเผยรอยยิ้มเย็นชา เขาก้าวเข้าหาหลิวอู๋เสียทีละก้าว วันนี้เขาต้องฆ่าเด็กคนนี้เพื่อเป็นการเตือนผู้อื่น มิฉะนั้นศิษย์ใหม่คงไม่รู้จักวิธีเคารพผู้อาวุโส
เมื่อก้าวออกมาจากห้องหลอมอาวุธ จิตสังหารในร่างของหลิวอู๋เสียทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าตายแน่!”
เขาชักดาบเสียเหรินออกมา หลังจากที่ฆ่าเซวียรุ่ยแล้ว การฆ่าเพิ่มอีกคนก็ไม่ต่างกัน ท้ายที่สุดสาส์นลงทัณฑ์ก็อยู่ในมือเขาแล้ว
“เจ้าหนู เจ้ามันอวดดีนัก วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง! อยากหลอมอาวุธในหอหลอมอาวุธแห่งนี้ โดยไม่ยอมสยบต่อข้า กัวจง เจ้าเป็นคนแรก!”
กัวจงกลายเป็นดาวตกพุ่งลงมา หมัดหนักหน่วงทุบอากาศ ปราณแท้ก่อตัวเป็นกระบวนท่าหมัดที่แข็งแกร่ง เสียงหวีดหวิวแหลมบาดหูพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย
“เช่นนั้นก็ให้ข้า ผู้เป็นคนแรก ปิดฉากชีวิตของเจ้า นับเป็นการทำความดีให้กับหอหลอมอาวุธแห่งนี้”
กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้าถูกใช้ออก ร่างของหลิวอู๋เสียราวกับนกกระเรียนโผบินสู่ท้องฟ้า กัวจงมองไม่เห็นเงาหลิวอู๋เสีย รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ดี
“ฉึก!”
ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงมา ทิ้งรอยแผลยาวจากด้านหลังไล่ลงมาถึงเอว เลือดไหลทะลักออกมา
หลิวอู๋เสียไม่ได้ฆ่าเขาทันที แต่ตั้งใจจะทรมานอย่างช้า ๆ ดาบแล้วดาบเล่า ร่างของกัวจงมีบาดแผลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ชั่วพริบตาก็มีบาดแผลเพิ่มขึ้นหลายสิบแห่ง
ทั้งหน้าอก แผ่นหลังและแขน บาดแผลมีขนาดแตกต่างกัน เลือดยังคงไหลไม่หยุด กัวจงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ก่อนที่หมัดของเขาจะมาถึง หลิวอู๋เสียก็หายตัวไปเสียทุกครั้ง กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้าถูกใช้ออกอย่างถึงขีดสุด มองเห็นเพียงเงาเลือนราง
ฉากต่อสู้น่าสยดสยอง มันเกือบจะเป็นการสังหารฝ่ายเดียวร่างของกัวจงเต็มไปด้วยบาดแผลจากดาบ
สามสิบแผล!
ห้าสิบแผล!
เจ็ดสิบแผล!
เก้าสิบแผล!
หนึ่งร้อยห้าสิบแผล!
หลิวอู๋เสียต้องการใช้เลือดกัวจงล้างคมดาบ
ทุกครั้งที่หลอมอาวุธเทพศาสตราขึ้นมา จำเป็นต้องใช้เลือดมนุษย์เพื่อกระตุ้นวิญญาณของอาวุธ
แม้แต่ใต้ฝ่าเท้าก็เต็มไปด้วยบาดแผลจากคมดาบ กลายเป็นมนุษย์เลือดไปแล้ว พลังหมัดเขาเบาลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถยกแขนขึ้นได้อีกต่อไป ร่างกายสูญเสียเลือดมากเกินไป เขาดูอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรง
คมดาบสุดท้ายฟันลงบนตันเถียน ปราณแท้ไหลทะลักออกมา กัวจงคงไม่รอดแล้ว
หลิวอู๋เสียเก็บดาบสั้นเข้าฝักโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกัวจง เขาหันหลังกลับและจากไปโดยไม่ทันได้บอกลาพวกหลี่เซิงเซิง เขามุ่งหน้าไปยังถนนสิบหลี่ ออกจากสำนักศึกษาจักรวรรดิเพื่อไปทำภารกิจทั้งสามให้สำเร็จ
ระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นไม่นานไม่สั้น ภารกิจทั้งสามดูเหมือนง่าย แต่กว่าจะทำสำเร็จยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก
คนที่มอบหมายภารกิจไม่ได้คิดที่จะปล่อยหลิวอู๋เสียรอดชีวิตกลับมา
ศพของกัวจงถูกพบโดยคนรับใช้ สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งสำนักศึกษาจักรวรรดิ ใครกันที่โหดร้ายทารุณเช่นนี้ ทิ้งบาดแผลกว่าสองร้อยแผลไว้บนร่างของกัวจง
เมื่อผู้ดูแลแห่งหอหลอมอาวุธมาถึง กัวจงก็ใกล้สิ้นลมหายใจ เหลือลมหายใจสุดท้ายเพียงเฮือกเดียวเท่านั้น
“กัวจง ใครทำเจ้าเช่นนี้?”
ผู้ดูแลแห่งหอหลอมอาวุธถามขึ้นขณะประคองกัวจงเอาไว้ นับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักศึกษาจักรวรรดิเป็นต้นมา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์สังหารปรมาจารย์หลอมอาวุธมาก่อน
กัวจงพยายามยกแขนขึ้นอย่างยากลำบาก ชี้ไปที่ห้องหลอมอาวุธที่หลิวอู๋เสียเพิ่งเดินออกมา
“ไปตรวจสอบดูว่าใครเป็นคนใช้ห้องหลอมอาวุธห้องนี้!”
ผู้อาวุโสสั่งการลงไป ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ผลการตรวจสอบก็ออกมา หลิวอู๋เสียกลายเป็นที่พูดถึงทั่วทั้งหอหลอมอาวุธอย่างรวดเร็ว
กัวจงตายแล้ว ตายตาไม่หลับ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นในวาระสุดท้าย เขาต้องมาตายด้วยน้ำมือมดปลวกตัวหนึ่งเช่นนี้หรือ?
“ผู้อาวุโส พวกเราจะทำอย่างไรดี กัวจงเป็นหลานชายของรองอาจารย์ใหญ่ฉิน เขาตายในหอหลอมอาวุธเช่นนี้ หากอธิบายไม่ได้ พวกเราทุกคนคงถูกไล่ออกจากสำนักศึกษาจักรวรรดิ”
ผู้อาวุโสที่อีกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ตัวสั่น ไม่คิดว่ากัวจงจะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เป็นหลานชายของรองอาจารย์ใหญ่ฉิน
“รีบไปแจ้งรองอาจารย์ใหญ่ฉินลี่เร็วเข้า!”
ผู้อาวุโสตัวเปื้อนเลือดลุกขึ้นจากพื้น ตอนที่พยุงกัวจงเมื่อครู่ เลือดก็เปรอะเปื้อนเสื้อคลุมของเขา
ชายชราคนหนึ่งวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่กล้ารีรอแม้แต่น้อย
ฉินลี่เพิ่งจะก้าวขาออกมาจากห้องก็มีคนมาแจ้งข่าว
เมื่อได้ยินว่าหลานชายของตัวเองตาย ความโกรธแค้นอันไร้ขอบเขตก็ปะทุออกมาจากตัว
“อาจารย์ เกิดเรื่องอะไรขึ้นขอรับ?”
ทุก ๆ เช้า หวังเหยียนหลงจะต้องมาคำนับอาจารย์ของตนทุกวัน เขาถึงกับตกใจเมื่อเห็นท่าทีของอาจารย์เมื่อครู่นี้
เป็นเรื่องยากที่จะเห็นอาจารย์โกรธ จิตสังหารที่น่ากลัวเกือบจะพัดเขาปลิว มันเกิดอะไรขึ้น?
“กัวจงตายแล้ว!”
ฉินลี่ดูเหมือนคนขาดสติ แข้งขาไร้เรี่ยวแรง มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด กัวจงที่ดูเหมือนหลานชายของเขา อันที่จริงแล้วเป็นลูกนอกสมรส เด็กที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพี่สะใภ้
“พี่กัวตายได้ยังไงกัน!”
หวังเหยียนหลงย่อมรู้จักกัวจงเป็นอย่างดี ทั้งสองคนไม่ได้แค่รู้จักกัน ยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา กัวจงมักจะมาคารวะอาจารย์อยู่บ่อยครั้ง เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
“เจ้าไปกับข้า!”
ฉินลี่ไม่รู้รายละเอียดมากนัก ชายชราที่แจ้งข่าวบอกแค่ให้เขารีบไป พอไปถึงหอหลอมอาวุธก็จะรู้เอง
สองศิษย์อาจารย์ไม่มีเวลากลับไปอาบน้ำ รีบเดินผ่านลานฝึกยุทธ์ไปอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงก้านธูปไหม้ก็มาถึงหอหลอมอาวุธแล้ว
ร่างของกัวจงยังไม่แข็งทื่อ นอกจากใบหน้าแล้ว ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเปื้อนไปด้วยเลือด นอนแน่นิ่งอยู่ในสระเลือด
ไร้ลมหายใจ ตายสนิทไปแล้ว
ในตอนที่เห็นศพของกัวจง ฉินลี่ถึงกับเซถลา หวังเหยียนหลงรีบเข้าไปประคองเอาไว้
ผู้ดูแลแห่งหอหลอมอาวุธยืนอยู่ด้านข้าง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เหล่าศิษย์ที่เดินผ่านไปมาพากันเลี่ยงหลบไปให้ไกลที่สุด เพื่อไม่ให้ไปทำให้ฉินลี่โกรธ
รองอาจารย์ใหญ่ทั้งสอง ไป๋หลี่ชิงมีนิสัยเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ฉินลี่มีนิสัยโหดเหี้ยม ทำอะไรไม่เลือกวิธี ส่วนฟ่านเจินยุติธรรมในการทำสิ่งต่าง ๆ และเป็นที่รักของเหล่าศิษย์
หวังเหยียนหลงคุกเข่าลง ตรวจสอบร่างของกัวจงอย่างละเอียด พบบาดแผลทั้งหมดสองร้อยสี่สิบแห่ง แต่ละแผลล้วนไม่โดนจุดสำคัญ แผลที่ยาวที่สุดยาวกว่าหนึ่งฉื่อ แผลที่สั้นที่สุดยาวเพียงไม่กี่นิ้ว
กล่าวคือกัวจงไม่ได้ถูกฆ่าตาย แต่ถูกทรมานและปล่อยให้เลือดไหลจนตาย
“วิธีฆ่าคนโหดเหี้ยมอะไรเช่นนี้!”
หวังเหยียนหลงยืนขึ้น ใบหน้าบึ้งตึง กัวจงไปสร้างความแค้นอะไรกับใคร ถึงได้ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้?
ขณะที่เขาลอบฆ่าหลิวอู๋เสีย ชะตาก็ถูกกำหนดไว้แล้ว หากไม่ใช่หลิวอู๋เสียตอบสนองรวดเร็วทันที คนที่นอนอยู่ตรงนี้คงไม่ใช่กัวจง แต่เป็นหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียไม่เคยปรานีใครที่คิดจะฆ่าเขา
“ใครฆ่าเขา!”
ฉินลี่ระงับความโกรธในใจ เอ่ยถามผู้ดูแลแห่งหอหลอมอาวุธด้วยน้ำเสียงเย็น
ผู้ดูแลแห่งหอหลอมอาวุธอายุห้าสิบปี รูปร่างเตี้ย รีบลุกขึ้นยืนทันที เล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงเรื่องที่กัวจงมีเรื่องกับหลิวอู๋เสียเมื่อวานนี้
ตอนที่กัวจงถูกฆ่า พวกเขายังหลับกันอยู่ จึงไม่เห็นเหตุการณ์
ก่อนตาย กัวจงชี้ไปที่ห้องหลอมอาวุธที่หลิวอู๋เสียเพิ่งเดินออกมา เมื่อตรวจสอบบันทึกการใช้งานเมื่อวานนี้ ก็พบนามของหลิวอู๋เสีย
“หลิวอู๋เสียอีกแล้วหรือ?!”
เมื่อได้ยินนามของหลิวอู๋เสีย ฉินลี่ถึงกับกัดฟันแน่น สองสามวันมานี้ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหลิวอู๋เสียมากเกินไปแล้ว
ไม่คิดเลย บุตรชายของตัวเองต้องมาตายด้วยน้ำมือของหลิวอู๋เสียเช่นนี้
หวังเหยียนหลงขมวดคิ้ว หลิวอู๋เสียได้รับสาส์นลงทัณฑ์แล้ว เหตุใดจึงยังคงอยู่ที่สำนักศึกษาจักรวรรดิอีก?
“ตอนนี้หลิวอู๋เสียอยู่ที่ไหน!”
ฉินลี่แทบจะสะกดจิตสังหารเอาไว้ไม่อยู่ ไม่ว่าหลิวอู๋เสียจะอยู่ที่ใด วันนี้เขาต้องฆ่ามันเพื่อล้างแค้นแทนกัวจงให้ได้
“ข้าได้ส่งคนตามเขาแล้ว เขาออกจากสำนักศึกษาจักรวรรดิไปแล้ว เดินทางไปได้ราวหนึ่งชั่วยาม มุ่งหน้าไปทางเมืองซาง”
ผู้ดูแลแห่งหอหลอมอาวุธส่งคนไปสะกดรอยตามหลิวอู๋เสียอย่างลับ ๆ มีข่าวกลับมาว่าหลิวอู๋เสียมุ่งหน้าไปยังเมืองซาง
“ข้าจะทำให้ไอ้สารเลวนี่ไม่มีวันได้กลับมาเหยียบสำนักศึกษาจักรวรรดิอีก”
ฉินลี่พูดจบก็อุ้มร่างของกัวจงเดินออกไปข้างนอก ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนผ่านทิ้งรอยเลือดไว้บนพื้น ดึงดูดผู้คนมากมายให้หยุดมอง
“อาจารย์ ข้าได้จัดการส่งคนไปฆ่ามันแล้ว เจ้าเด็กนั้นไม่มีวันได้กลับมาอีก”
หวังเหยียนหลงเดินตามหลังมาติด ๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
– โปรดติดตามตอนต่อไป –