ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 166 หลอมอาวุธ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป!
หลิวอู๋เสียปรากฏตัวขึ้นที่หอหลอมอาวุธ ก่อนออกเดินทาง เขาต้องยกระดับดาบสั้นในมือสู่อาวุธลึกล้ำเสียก่อน
ระดับของดาบสั้นเล่มนี้ยังไม่ตอบสนองความต้องการ เมื่อปลดปล่อยปราณแท้ระดับพลังชำระวิญญาณออกไป ตัวดาบคงแตกเป็นสี่ส่วน
การหลอมอาวุธแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกก็เหมือนกับการเช่าห้องฝึกฝน ใช้วิธีจ่ายแต้มศึกษาเพื่อเข้าไปหลอมอาวุธในห้องหลอมอาวุธด้วยตัวเอง
ประเภทที่สองคือการขอให้ปรมาจารย์หลอมอาวุธเป็นผู้หลอมสร้าง ซึ่งต้องใช้แต้มศึกษามากกว่า
“ข้าต้องการห้องหลอมอาวุธลึกล้ำหนึ่งห้อง!”
หลิวอู๋เสียส่งป้ายหยกให้กับผู้อาวุโสที่รับผิดชอบ ใช้แต้มศึกษาสิบแต้ม ถือว่าไม่แพงมาก
“ศิษย์น้อย เจ้าต้องการหลอมอาวุธประเภทใด ข้าเชี่ยวชาญหลอมสร้างอาวุธทุกประเภท ราคาก็ยุติธรรม”
หลิวอู๋เสียเพิ่งจะดำเนินการเสร็จสิ้น ชายร่างกำยำคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา เขาสวมเพียงเสื้อตัวเดียวในฤดูหนาวเช่นนี้ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาจากหน้าผากเป็นหยด ๆ
อาจารย์ที่ปรึกษาหลอมอาวุธหลายคนมักจะชอบมาหาลูกค้าที่นี่ในเวลาว่าง
“ไม่จำเป็นขอรับ ข้ารู้วิธีหลอมอาวุธ!”
หลิวอู๋เสียเหลือบมองชายร่างกำยำพลางส่ายหน้าเล็กน้อย ระดับเช่นนี้ อย่างมากที่สุดก็หลอมได้เพียงอาวุธวิญญาณระดับต่ำ เป้าหมายของเขาคือการหลอมอาวุธลึกล้ำระดับสูง
“เจ้าหนู พูดจาโอ้อวดใคร ๆ ก็ทำได้ การหลอมอาวุธภายในห้องนั้นอุณหภูมิสูงมาก ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนได้ ร่างกายบอบบางเช่นเจ้าเข้าไป ไม่นานก็ถูกย่างจนเกรียม”
ชายร่างกำยำเผยความไม่พอใจ เขารออยู่ที่นี่มาทั้งวันแล้ว ยังไม่มีใครมาขอให้เขาหลอมอาวุธสักคน
ศิษย์ส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ล้วนแต่ขอให้อาจารย์ที่ปรึกษาหลอมอาวุธเป็นผู้ลงมือ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะหลอมอาวุธด้วยตัวเอง
หากควบคุมความร้อนได้ไม่ดี อย่าว่าแต่ล้มเหลวเลย ยังต้องเสียแต้มศึกษาไปเปล่า ๆ
การขอให้อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ลงมือช่วยขจัดปัญหานี้ไปได้ แม้จะหลอมไม่สำเร็จ แต่อาจารย์ที่ปรึกษาก็จะให้ค่าชดเชยตามสมควร
“ขอบคุณในความหวังดีของท่าน ข้าไม่ต้องการจริง ๆ”
หลิวอู๋เสียพูดจบก็ตรงไปยังห้องหลอมอาวุธทันที ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่น้อย
ใบหน้าของชายร่างกำยำฉายวาบด้วยความโกรธ กว่าลูกค้าจะโผล่มา แล้วจะให้พลาดไปได้อย่างไร?
ช่วงนี้มีศิษย์มาหลอมอาวุธน้อยมาก ไม่เหมือนกับห้องฝึกฝนที่ทุกวันมีคนเต็มไปหมด คนที่รู้วิธีหลอมอาวุธนั้นหายากยิ่ง
“ท่านอาจารย์ที่ปรึกษายังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”
หลิวอู๋เสียเผยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชามากขึ้น ชายร่างกำยำผู้นั้นหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ขัดขวางไม่ให้เขาไปยังห้องหลอมอาวุธ
“เจ้าหนู เจ้าอยากจะหลอมสร้างเองก็ได้ แต่ต้องจ่ายแต้มศึกษาสิบแต้ม ถึงจะเข้าห้องหลอมอาวุธได้”
ชายร่างกำยำยื่นมือออกไป ทำท่าทางเหมือนต้องการให้หลิวอู๋เสียจ่ายแต้มศึกษาสิบแต้ม แล้วจะยอมให้เข้าไป
“ทำไมข้าต้องจ่าย!”
หลิวอู๋เสียโกรธมาก เขาทำตามขั้นตอนและจ่ายแต้มศึกษาสิบแต้มไปแล้ว
“ก็เพราะข้าเป็นคนดูแลที่นี่ ศิษย์ทุกคนที่เข้ามาต้องจ่ายแต้มศึกษาจำนวนหนึ่ง เจ้าไม่จ่ายวันนี้ก็อย่าหวังจะเข้าไป”
ชายร่างกำยำแสดงท่าทางกดขี่ข่มเหงอย่างไม่ปิดบัง ที่แท้ก็เป็นแค่คนพาลที่ชอบรังแกศิษย์ทั่วไป บังคับให้พวกเขาจ่ายแต้มศึกษาให้ตน แสดงท่าทีนอบน้อมตน ถึงจะยอมให้พวกเขาเข้าไปหลอมอาวุธ
อาวุธนั้นสร้างได้เพียงไม่กี่ครั้งต่อปี เสียเปรียบครั้งหนึ่งก็ต้องยอมทนไป ครั้งหน้าก็แค่ไม่มาที่นี่อีก นี่จึงกระตุ้นให้คนเหล่านี้ได้ใจ
เสียงทะเลาะดังไปถึงศิษย์ไม่กี่คนที่อยู่ไกลออกไป พวกเขาบังเอิญเดินผ่านมาพอดี จึงหันมามอง
“นั่นมันกัวจง คงกำลังรีดไถศิษย์ใหม่แน่ ๆ”
ไม่มีใครเข้าไปใกล้ เรื่องแบบนี้เห็นจนชินตาแล้ว
กัวจงยังไม่ได้เป็นถึงอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยซ้ำ ไม่ได้มีหน้าที่สอนศิษย์ แค่มาทำงานที่หอหลอมอาวุธในฐานะปรมาจารย์หลอมอาวุธ คอยช่วยศิษย์หลอมอาวุธวิญญาณระดับต่ำ รายได้ต่อปีก็ถือว่ามากอยู่
เดือนนี้มีศิษย์ที่มาหลอมอาวุธน้อยลงเรื่อย ๆ รายได้ของเขาลดลงอย่างมาก จึงต้องใช้วิธีนี้ บังคับรีดไถจากศิษย์ที่อ่อนแอกว่า
หลิวอู๋เสียมีสีหน้าเยาว์วัย ระดับพลังยังไม่สูงส่งนัก อายุก็ยังน้อย บุคคลลักษณะนี้คือเป้าหมายของกัวจง
“ถ้าข้าไม่ยอมล่ะ!”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเย็นชา ต้นไม้ปรารถนาความสงบแต่ลมกลับไม่หยุดพัด สำนักศึกษาจักรวรรดิเต็มไปด้วยอันตราย หากปราศจากภูมิหลังและความแข็งแกร่งก็ได้แต่ปล่อยให้ผู้อื่นรังแก
“ไม่เคยมีผู้ใดกล้าขัดคำพูดของข้า กัวจง!”
กัวจงผู้นี้น่าจะมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งในสำนักศึกษาจักรวรรดิ เพียงแค่ปรมาจารย์หลอมอาวุธตัวเล็กกลับโอหังบังอาจเช่นนี้ หากปราศจากผู้ใดหนุนหลัง หลิวอู๋เสียคงไม่เชื่อ
พูดจบ ฝ่ามือใหญ่โตราวพัดคว้าไหล่ของหลิวอู๋เสียด้วยความรวดเร็วราวสายฟ้า
ความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นเจ็ด ผ่านการหลอมอาวุธมาอย่างยาวนาน ข้อมือแข็งแกร่งมาก หากถูกจับตัวได้ หลิวอู๋เสียคงยากที่จะหลุดพ้น
“อวดดี!”
หลิวอู๋เสียโกรธจัด ร่างกายพลันเคลื่อนไหวหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงภาพติดตาจากวิชากระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า
กัวจงคว้าจับความว่างเปล่า อากาศโดยรอบสั่นสะเทือน เขาเปลี่ยนจากฝ่ามือเป็นกำปั้น แล้วโจมตีไปทางด้านขวาอย่างฉับพลัน การเปลี่ยนกระบวนท่ารวดเร็วจนน่าตกใจ
“ไอ้หนู ดูสิว่าเจ้าจะหลบได้นานแค่ไหน!”
กำปั้นพุ่งทะยานดุจคลื่นยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของหลิวอู๋เสีย สถานที่แห่งนี้คับแคบ เหมาะแก่การลงมือของกัวจงยิ่งนัก เขาเป็นนักสู้สายพลัง ไม่เหมาะกับการต่อสู้ในที่โล่งกว้าง จึงจงใจบีบบังคับหลิวอู๋เสียมา ณ ที่แห่งนี้
“ใครบอกว่าข้าหลบ!”
ความเย็นยะเยือกแทรกกระดูกจากด้านหลังของกัวจง ร่างกายสั่นสะเทือน พยายามตอบโต้แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว
“ปึง!”
เท้าข้างหนึ่งเตะเข้าที่กลางหลัง ร่างกายเสียหลักพุ่งไปข้างหน้า ร่วงลงไปในบ่อโคลนจนเปียกโชกไปทั้งตัว
ผู้ใดจะคาดคิดว่าหลิวอู๋เสียกล้าลงมือทำร้ายปรมาจารย์หลอมอาวุธ เหล่าศิษย์ที่ยืนดูอยู่ไกล ๆ พากันตื่นตกใจราวกับเห็นผี รีบหนีไปโดยไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
“เจ้าหนู ข้าจะฆ่าเจ้า!”
กัวจงปีนขึ้นมาจากบ่อโคลน ปากเต็มไปด้วยโคลน ดูตลกสิ้นดี
หลิวอู๋เสียไม่สนใจเสียงตะโกน เดินตรงไปที่ห้องหลอมอาวุธ ปล่อยให้กัวจงยืนตะโกนอยู่คนเดียว
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องหลอมอาวุธ คลื่นความร้อนที่น่ากลัวพลันพัดเข้ามา กัวจงไม่ได้โกหก อุณหภูมิในห้องหลอมอาวุธสูงมาก
คนทั่วไปเข้ามาคงทนไม่ไหว นอกจากจะเข้าใจคุณสมบัติของไฟ
ห้องหลอมอาวุธมีขนาดประมาณร้อยกว่าหมี่ นอกจากเตาหลอมแล้ว ยังมีสระน้ำใสอีกด้วย
มีเสาเขาวัวอยู่ตรงกลาง ใช้สำหรับขัดเกลาอาวุธ
เขาหยิบวัสดุหลอมอาวุธที่ซื้อมาจากเมืองหลวงออกมาทั้งหมด มีอยู่หลายร้อยชนิด
กระดูกอสูรหายาก แร่ธาตุหายาก หลิวอู๋เสียใช้เหรียญทองหลายล้านเหรียญ
เขาโยนดาบสั้นเข้าไปในเตาหลอม เปลวไฟที่รุนแรงเผาไหม้ ตัวดาบกลายเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้ไม่ใช่การหลอมอาวุธธรรมดา ที่ทำได้ด้วยการตีซ้ำ ๆ การหลอมอาวุธลึกล้ำจำเป็นต้องแกะสลักลายวิญญาณ พร้อมกระตุ้นพลังลึกลับ
โยนกระดูกอสูรขึ้นไปในอากาศ สองมือประสานเข้าหากัน ปรากฏลวดลายประหลาดแทรกซึมเข้าไปในกระดูกอสูร สิ่งสกปรกภายในไหลออกมาไม่หยุด
ตามมาติด ๆ วัสดุบนพื้นลอยขึ้นมา หลิวอู๋เสียเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ความว่างเปล่าเต็มไปด้วยลายวิญญาณ
ลายวิญญาณแบ่งออกเป็นหลายประเภท มีลายโอสถ ลายอาวุธ ลายยันต์ ลายค่ายกลและอีกมากมาย
ตอนนี้หลิวอู๋เสียกำลังแกะสลักลายอาวุธ บรรยากาศลึกลับแผ่ซ่านไปทั่วห้องหลอมอาวุธ
ใช้เวลาสามชั่วยามในการชำระวัสดุหลายร้อยชนิดให้บริสุทธิ์ สิ่งสกปรกภายในหายไป จากนั้นจึงนำไปหลอมรวมกับดาบสั้น
ใช้คีมคีบดาบสั้นออกมา แช่ในน้ำใส เกิดควันสีเขียวขึ้น ดาบสั้นเย็นลงในทันที
โบกมือขวาเพียงครั้งเดียว ร่องลึกปรากฏขึ้นบนดาบสั้น เปลวไฟห่อหุ้มกระดูกอสูรที่ลอยอยู่กลางอากาศเอาไว้ ในชั่วพริบตากระดูกอสูรก็หลอมละลายกลายเป็นของเหลว
ของเหลวร้อนระอุไหลซึมเข้าไปในร่องลึกบนดาบสั้น หลอมรวมเข้ากับตัวดาบ
วัสดุจำนวนมากลอยขึ้นไปในอากาศ กลายเป็นของเหลวและหลอมรวมเข้ากับดาบสั้น
วิธีการหลอมอาวุธของหลิวอู๋เสียช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก หากปรมาจารย์หลอมอาวุธคนอื่นเห็นเข้าคงต้องด่าว่าเขาบ้าไปแล้ว
วิธีการหลอมอาวุธแบบนี้มีโอกาสล้มเหลวสูง หากปราณแท้และพลังวิญญาณไม่แข็งแกร่งพอ ปราณแท้ก็จะหมดลงระหว่างหลอมสร้างได้ครึ่งทาง ทำให้อาวุธแตกสลายได้
แต่สำหรับหลิวอู๋เสียแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ปัญหา หลังจากที่ทะลวงผ่านระดับพลังชำระวิญญาณ เขามีปราณแท้มากมายจนไม่อาจประเมินได้
หากต้องการฝึกฝนม่านตาภูต การกินโอสถชำระจิตยิ่งช่วยให้เขามีพลังจิตเหนือกว่าระดับพลังชำระไขกระดูก
วัสดุบนพื้นดินลดน้อยลงทีละชิ้น ตัวดาบเริ่มเปลี่ยนแปลง ดาบสั้นค่อย ๆ ยาวขึ้น ดูเพรียวบางกว่าเดิม
บนตัวดาบปรากฏลวดลายอักขระประหลาด ก้าวข้ามขอบเขตอาวุธวิญญาณมุ่งสู่ระดับอาวุธลึกล้ำ
วัสดุหลอมรวมเข้ากับตัวดาบ แต่จะหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์หรือไม่นั้นยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจทราบได้ ต้องอาศัยหลิวอู๋เสียขัดเกลาและแกะสลักอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปครึ่งวัน วัสดุบนพื้นดินหายไปจนหมดสิ้น นิ้วมือชี้ไปที่ดาบสั้น ดาบสั้นเข้าสู่กองไฟ
เปลวไฟส่งเสียงดังเปรี๊ยะ ตัวดาบมีร่องรอยหลอมละลาย
ปราณแท้ไท่หวงแผ่ออกมากลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น คว้าดาบสั้นจากกองไฟออกมา แล้วควบคุมไว้กลางอากาศ
“หลอม!”
การหลอมอาวุธที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ในการหลอมอาวุธธรรมดาจำเป็นต้องเทน้ำเหล็กหลอมเหลวลงในแม่พิมพ์ จากนั้นจึงตีขึ้นรูป
แต่การหลอมอาวุธลึกล้ำแตกต่างออกไป ต้องอาศัยลายวิญญาณเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดาบ ยกระดับคุณภาพของดาบสั้นให้สูงขึ้น
สองมือเคลื่อนไหวราวกับภาพลวงหลอน การไหลเวียนของอากาศช้าลง ลายวิญญาณฟ้าดินปรากฏขึ้นและเลือนหายไป สลับกันไปมา ทะลุผ่านห้วงมิติ เข้าโอบล้อมดาบสั้นและแกะสลักตัวดาบอย่างต่อเนื่อง
ลายวิญญาณแต่ละเส้นล้วนเป็นตัวแทนของมหาวิถีฟ้าดิน หลิวอู๋เสียเชี่ยวชาญศาสตร์แห่งวิถีฟ้าดินนับไม่ถ้วน เพียงแต่ไม่อาจแสดงพลังออกมาได้
ตัวดาบค่อย ๆ ยืดออก รูปร่างคล้ายดาบแต่ก็ไม่ใช่ คล้ายกระบี่แต่ก็ไม่เชิง มีเพียงด้านเดียวที่คมกริบ ตัวดาบโดยรวมดูพลิ้วไหวราวกับงานศิลปะไร้ที่ติ
ลายวิญญาณไหลเวียนอยู่บนตัวดาบราวกับโลหะน้ำ ไอเย็นน่าสะพรึงกลัวปลดปล่อยออกมาจากปลายดาบ ทำให้อุณหภูมิภายในห้องหลอมอาวุธลดฮวบลง
จู่ ๆ สองมือก็หยุดลง ปล่อยให้ดาบสั้นลอยอยู่กลางอากาศ เขาหยิบหินวิญญาณออกมาหลายก้อน กลั่นพลังปราณภายในออกมาและบรรจุลงในดาบสั้น
เพื่อเพิ่มประกายวิญญาณให้กับดาบสั้น โดยทั่วไปแล้วปรมาจารย์หลอมโอสถไม่กล้าลองทำเช่นนี้ การฝืนเพิ่มประกายวิญญาณอาจทำให้อาวุธเสียหายถึงแปดในสิบส่วน
ยิ่งประกายวิญญาณแข็งแกร่งเท่าใด คุณภาพของอาวุธก็ยิ่งต้องพิถีพิถันมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากดูดซับหินวิญญาณไปสามก้อน ดาบสั้นก็ส่งเสียงสั่นก้อง เกิดเป็นวังวนขนาดเล็กภายใน เต็มไปด้วยประกายวิญญาณ
อาวุธทุกชิ้นล้วนเติบโตขึ้นมาจากอาวุธธรรมดา เมื่อถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถให้กำเนิดวิญญาณอาวุธได้ ดาบโลหิตของหลิวอู๋เสียในชีวิตก่อนสามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ด้วยตัวเอง
ไม่มีเวลาพัก เขาแกะสลักลายวิญญาณต่อไป พลังงานอันลึกลับแผ่ซ่านไปทั่วห้องหลอมอาวุธ
“ต่อไปก็ค่ายกล!”
ลายค่ายกลปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า และถูกบรรจุลงในตัวดาบทันที
“แคร็ก แคร็ก แคร็ก…”
ในขณะที่ลายค่ายกลถูกบรรจุลงไป ตัวดาบก็เริ่มสั่นไหวไม่มั่นคง เกิดเสียงดังแคร็กราวกับพร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ การกระทำนี้เสี่ยงมาก
เขาไม่รีบร้อน ค่อย ๆ บรรจุลายค่ายกลต่อไป รอยแตกบนตัวดาบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บ่งบอกว่ามันกำลังจะระเบิด
“สำเร็จหรือล้มเหลว ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว!”
หลิวอู๋เสียไม่ได้ละความพยายาม สองมือเร่งร่ายประทับมือเร็วขึ้น พลังปราณน่าสะพรึงกลัวไหลทะลักเข้าสู่ในตัวดาบราวกับของเหลว สัญญาณระเบิดเริ่มบรรเทาลง
– โปรดติดตามตอนต่อไป –