ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 171 การลอบสังหารลึกลับ
ลูกน้องคนสำคัญค่อย ๆ ทยอยเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่เป็นกลุ่ม พวกเขาคำนับหัวหน้าทั้งสอง ก่อนจะเดินไปยังที่นั่งของตน
เมื่อผู้นำแต่ละฝ่ายมาถึงจนเกือบครบแล้ว บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ก็เต็มไปด้วยความคึกคัก
“หัวหน้าใหญ่มาแล้ว!”
เสียงประกาศดังมาจากทางเข้าด้านข้าง ห้องโถงใหญ่พลันเงียบสงัด สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ทางเข้า
ห้องโถงใหญ่แห่งนี้มีทางเข้าสองทาง หัวหน้ารองและหัวหน้าสามเข้ามาจากประตูทางเข้าหลัก ส่วนหัวหน้าใหญ่จะเข้ามาจากประตูข้าง หากไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าใหญ่แล้ว ห้ามผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาทางประตูนี้โดยเด็ดขาด
หลิวอู๋เสียซ่อนตัวอยู่ในที่มืด แต่ก็ยังมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชายร่างผอมบางคนหนึ่งเดินออกมาจากประตู เขาไม่ได้มีกลิ่นอายของพวกอันธพาลเลย กลับดูเป็นผู้คงแก่เรียนมากกว่า
เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาว ปล่อยหนวดเคราเล็กน้อย ด้านหลังมีผู้คุ้มกันติดตามมาสองคน ค่อย ๆ เดินไปยังที่นั่งของตน
ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ หลิวอู๋เสียจึงเห็นใบหน้าของหัวหน้าใหญ่ ใบหน้าขาวสะอาดสะอ้าน ดูเหมือนจะมีอายุประมาณสี่สิบปี ขมับนูนออกมา เขาต้องเป็นยอดฝีมืออย่างแน่นอน
“เขาเป็นหัวหน้าใหญ่ของพรรคมังกรแดง? ผู้ที่ถูกขนานนามว่า มือพิฆาตเฉียนคุน!”
หลิวอู๋เสียพึมพำกับตัวเอง เกี่ยวกับตัวตนของหัวหน้าใหญ่พรรคมังกรแดง เขาได้ทำการสืบสวนมาเป็นอย่างดีแล้ว
ขณะที่หัวหน้าใหญ่ปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ก็เงียบสงัดราวกับป่าช้า ทุกคนลดเสียงหายใจลง เป็นการยากที่จะมองข้ามตำแหน่งที่สูงส่งของเฉียนคุน แม้แต่เยี่ยเซียวกับหลี่หวงจงก็ยังลุกขึ้นยืนและรีบเดินลงมาต้อนรับ
“พี่ใหญ่!” เยี่ยเซียว
“พี่ใหญ่!” หลี่หวงจง
ทั้งสองลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับ เหล่าผู้นำคนอื่น ๆ ยิ่งไม่กล้าส่งเสียง พวกเขาเพียงแต่ก้มศีรษะและยืนนิ่งอยู่กับที่
“ขออภัยที่ให้น้องรองกับน้องสามรอนาน!” เมื่อเห็นพี่น้องร่วมสาบานทั้งสอง เฉียนคุนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย บอกเป็นนัยว่าไม่ต้องเกรงใจ สายตามองไปยังเหล่าผู้นำที่อยู่เบื้องล่าง “ทุกคนตามสบายเถอะ”
โบกมือไปมา เหล่าผู้นำกลุ่มต่าง ๆ ที่อยู่ด้านล่างถอนหายใจโล่งอก รอจนกระทั่งหัวหน้าใหญ่นั่งลง พวกเขาจึงค่อย ๆ ทยอยกันนั่งลง
“ขออวยพรให้พี่ใหญ่โชคดีดุจดั่งทะเลตะวันออก อายุยืนยาวดุจดั่งภูเขาหนานซาน!”
เยี่ยเซียวลุกขึ้นยืน ค้อมคำนับด้วยมือข้างเดียว แล้วหยิบขวดกระเบื้องเคลือบออกมาจากอกเสื้อส่งให้เฉียนคุน
“น้องรองช่างมีน้ำใจจริง ๆ!”
เฉียนคุนรับของขวัญที่เยี่ยเซียวยื่นให้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“พี่ใหญ่ พี่รองทุ่มเทความพยายามไปไม่น้อยเพื่อให้ได้โอสถนี้มา”
หลี่หวงจงลุกขึ้นยืนประจบสอพลอ โอสถกำเนิดพิภพจัดเป็นโอสถระดับสี่ขั้นสูงสุด หาได้ยากยิ่งในท้องตลาด แม้แต่หอตันเป่าก็ยังหาซื้อไม่ได้ แล้วเยี่ยเซียวไปหามาได้จากที่ไหนกัน?
“เจ้าตระกูลอู๋นั่นไม่รู้จักประมาณ ไม่งั้นข้าคงไม่ต้องฆ่าล้างตระกูลมันเพื่อแย่งโอสถกำเนิดพิภพหรอก”
เยี่ยเซียวเลียริมฝีปากสีแดงสด เพื่อให้ได้โอสถนี้มาถึงกับฆ่าล้างตระกูล ช่างเป็นวิธีที่โหดร้ายนัก
หลิวอู๋เสียพลันนึกขึ้นได้ เมื่อวานตอนที่อยู่โรงเตี๊ยม เขาได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน มีคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยลี้ถูกทำลายภายในคืนเดียว สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของเยี่ยเซียว
บรรพบุรุษของตระกูลอู๋เคยเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ เขาหลอมโอสถกำเนิดพิภพเอาไว้ เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี รอให้ลูกหลานรุ่นหลังที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้ใช้ คนภายนอกแทบจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ครั้งนี้ไม่รู้ว่าข่าวรั่วไหลออกไปได้อย่างไร พรรคมังกรแดงถึงรู้ความลับนี้
รอคอยมาเป็นร้อยปี ในที่สุดตระกูลอู๋ก็มีอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้น เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับพลังชำระไขกระดูก กำลังจะใช้โอสถกำเนิดพิภพนี้ช่วยให้รากฐานแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
แต่ในตอนนั้นเอง ข่าวก็รั่วไหลออกไป ทุกตระกูลและทุกชนเผ่าในรัศมีหลายร้อยลี้ล้วนมีสายลับของพรรคมังกรแดงแฝงตัวอยู่
ขณะที่กำลังจะใช้โอสถ เยี่ยเซียวก็นำทัพใหญ่ของพรรคมังกรแดงบุกโจมตี กวาดล้างตระกูลอู๋ภายในคืนเดียว สังหารผู้คนไปหกร้อยเจ็ดสิบคน ไม่เว้นแม้แต่ไก่และสุนัข
“น้องรองช่างใส่ใจข้าจริง ๆ !”
เฉียนคุนรับโอสถกำเนิดพิภพมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ด้วยโอสถนี้ เขาย่อมทะลวงสู่ระดับชำระไขกระดูกขั้นสามได้แน่ พลังยุทธ์จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก
“น้องสามขออวยพรให้พี่ใหญ่ทะลวงพลังได้โดยเร็ววัน นำพาพรรคมังกรแดงของเรารวบรวมอาณาเขตรัศมีหลายร้อยลี้ กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
หลี่หวงจงประสานมือคารวะ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ลูกน้องที่อยู่ด้านล่างต่างพากันส่งเสียงสนับสนุน อวยพรให้หัวหน้าใหญ่ทะลวงพลังยุทธ์ได้โดยเร็ววัน
รอบ ๆ ยังมีพลังอีกหลายฝ่ายที่คุกคามพรรคมังกรแดงได้ มีเพียงการทะลวงสู่ระดับชำระไขกระดูกขั้นสามเท่านั้น จึงจะกำจัดพวกมันได้
“พี่ใหญ่ นี่เป็นสิ่งที่ข้าคัดสรรมาอย่างดีให้ท่าน ทุกคนล้วนเป็นสินค้าชั้นเลิศ รับรองว่าท่านจะต้องพอใจ”
หลี่หวงจงชี้นิ้วไปที่หญิงสาวสิบกว่าคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง อายุยังน้อย หลายคนมีรูปโฉมงดงาม ทรวดทรงองค์เอวก็เย้ายวนใจ
เฉียนคุนมองไปที่หญิงสาวสิบกว่าคน มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา ในช่วงหลายปีมานี้ หญิงสาวที่จับมาที่ภูเขาส่วนใหญ่ล้วนถูกส่งไปให้เขา
ได้ยินมาว่าเขาฝึกวิชากำลังภายในที่ร้ายกาจ จำเป็นต้องมีผู้หญิงจำนวนมากคอยช่วยเหลือ
“น้องสามช่างรู้ใจข้าจริง ๆ !”
เฉียนคุนลูบหนวดเครา เขาพึงพอใจกับของขวัญทั้งสองอย่าง
ทั้งสองกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง ต่อไปก็เป็นการมอบของขวัญอวยพรวันเกิดของลูกน้องระดับผู้นำ มีของขวัญแปลกประหลาดมากมาย
หลิวอู๋เสียรู้สึกตกใจลับ ๆ ไม่คิดว่าคนพวกนี้จะมีของดีติดตัวมากมายขนาดนี้ ช่วงหลายปีมานี้จะต้องสะสมสมบัติไว้มหาศาล หากขนย้ายไปได้ทั้งหมด เขาคงร่ำรวย
“ทุกคนไม่ต้องเกรงใจ กินดื่มให้เต็มที่”
เฉียนคุนโบกมือ บรรยากาศครึกครื้นขึ้นมาทันที เสียงชนจอกและเสียงอึกทึกครึกโครมดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
“หากไม่มีสตรี สุราคงจืดชืด ไปพาขึ้นมาสักสองสามคน คอยปรนนิบัติพี่ใหญ่ให้ดี”
หลี่หวงจงดื่มสุราสองสามจอก สั่งให้ผู้คุ้มกันข้างกายไปพาหญิงสาวสองสามคนมาคอยปรนนิบัติพวกเขา
ผู้คุ้มกันสองคนเดินตรงไปยังกลุ่มหญิงสาว เลือกหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงามมาสองสามคน พวกนางดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไร้ประโยชน์
พวกเขาโยนหญิงสาวสี่คนลงบนเตียงหยก หลี่หวงจงและเยี่ยเซียวกอดหญิงสาวไว้คนละคน ส่วนหญิงสาวที่เหลืออีกสองคนซึ่งมีรูปร่างหน้าตาดีที่สุดถูกส่งให้เฉียนคุน
“อย่า อย่า!”
หลี่หวงจงยื่นมือไปลูบคลำหน้าอกของหญิงสาว หญิงสาวดิ้นรนทั้งน้ำตา ไร้หนทาง แม้แต่การฆ่าตัวตายก็เป็นเพียงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ
“เพี๊ยะ!”
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของหญิงสาว เลือดไหลออกจากปาก หญิงสาวหมดสติไปในทันที
“น้องสาม เจ้าช่างหยาบคายกับผู้หญิงเหลือเกิน”
เฉียนคุนเหลือบมอง หญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตัวสั่นเทา หญิงสาวทางซ้ายหน้าซีดเผือดจนพูดไม่ออก
ส่วนหญิงสาวทางขวาแปลกมาก ใบหน้าของนางเปื้อนคราบสกปรก แต่ก็ไม่อาจปิดบังความงามได้ เพียงแค่เหลือบมองก็รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวผู้นี้ต้องเป็นหญิงงามอย่างแน่นอน
“รินสุราให้ข้า!”
เฉียนคุนสั่งให้หญิงสาวทั้งสองรินสุราให้ตน
หญิงสาวทางซ้ายไม่กล้าขยับ ส่วนหญิงสาวทางขวาค่อย ๆ ยกกาสุราขึ้น ขณะที่หันด้านข้าง หลิวอู๋เสียเห็นนางดึงมีดสั้นออกมาจากรักแร้ ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ
หลิวอู๋เสียใช้ม่านตาภูตจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจน คนอื่น ๆ กำลังยุ่งอยู่กับการเฉลิมฉลอง ไม่มีใครสนใจทางนี้
ขณะที่รินสุรา มือซ้ายก็แทงเข้าที่หน้าอกของเฉียนคุนอย่างแรง ทุกอย่างราวกับสายฟ้าแลบ
เร็วมาก เห็นเพียงแสงเย็นวาบ มีดสั้นแทงเข้าที่หน้าอกของเฉียนคุน
“ชิ้ง!”
ไม่มีเลือดไหลออกมา มีเพียงเสียงโลหะกระทบกัน เฉียนคุนสวมเสื้อเกราะอยู่ภายใน อาวุธทั่วไปไม่อาจทำอันตรายเขาได้แม้แต่น้อย
เฉียนคุนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่มีใครคาดคิด จู่ ๆ ก็มีคนลอบโจมตี เขากระแทกฝ่ามือไปทางหญิงสาว คลื่นพลังรุนแรงพัดพาโต๊ะและเก้าอี้ข้างหน้าลอยกระจัดกระจาย ระเบิดเป็นผุยผงกลางอากาศ
หญิงสาวผู้นี้มีพลังแข็งแกร่งนัก ปะทะฝ่ามือกับเฉียนคุนโดยร่างกายยังคงทรงตัวอย่างมั่นคง กระบี่ยาวที่เปล่งประกายเย็นเยียบปรากฏขึ้นในฝ่ามือ
“เป็นนาง!” หลิวอู๋เสียหรี่ตาลง
หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เขาได้ต่อสู้ด้วยอย่างไม่คาดฝันเมื่อเย็นวานนี้
ความโกลาหลเกิดขึ้น ทุกคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม!”
หลี่หวงจงรีบวิ่งเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวเหล่านี้เป็นคนที่เขานำมา หากพี่ใหญ่ได้รับบาดเจ็บ เขาคงไม่สามารถอธิบายได้ตลอดชีวิต
“ไม่เป็นไร!”
ใบหน้าของเฉียนคุนบึ้งตึงน่ากลัว หญิงสาวที่ลงมือโจมตีแข็งแกร่งมาก ฝ่ามือเมื่อครู่นี้เพียงพอที่จะฆ่าผู้ฝึกตนระดับชำระไขกระดูกขั้นต้นได้ง่าย ๆ ตัวนางไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“เจ้าเป็นใคร!”
มีผู้หญิงน้อยคนนักในชนเผ่าที่ฝึกฝนจนถึงระดับชำระไขกระดูก หญิงสาวร่างกายมอมแมมที่ลอบฆ่าเฉียนคุนมีพลังแข็งแกร่งยิ่ง ไม่ใช่คนธรรมดาแน่
ดวงตาของเยี่ยเซียวจ้องมองไปที่หญิงสาวกลางห้องโถงใหญ่ จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมลงมา เหล่าผู้นำกลุ่มด้านล่างต่างชักอาวุธออกมา ปิดล้อมหญิงสาวเอาไว้
“คนที่ฆ่าพวกเจ้า!”
ร่างของหญิงสาวลอยขึ้นไปในอากาศ กระบี่ยาวพุ่งตรงไปยังเฉียนคุน ขอเพียงฆ่าพวกเขาสามคน พรรคมังกรแดงก็จะล่มสลายโดยไม่ต้องลงมือ
“จับนางไว้ ข้าต้องการนางเป็น ๆ!”
เฉียนคุนเปิดปาก สุดท้ายแล้วใครกันที่ส่งนางมาฆ่าเขา?
เหล่าผู้นำกลุ่มต่างพุ่งเข้าหาหญิงสาวพร้อมกับอาวุธในมือ แต่ไม่ได้ลงมือถึงขั้นชีวิต พวกเขามีพลังยุทธ์ไม่น้อย ทุกคนล้วนอยู่ในระดับชำระวิญญาณ
“ตายซะ!”
หญิงสาวถือกระบี่ยาวพุ่งเข้าใส่ฝูงชน ชั่วพริบตา ผู้นำกลุ่มกว่าสิบคนถูกพัดกระเด็นออกไป เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนอาหารและสุราบนโต๊ะ
ลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ หญิงสาวผู้นี้มีพลังต่อสู้ดุดันยิ่ง หนึ่งคนหนึ่งกระบี่… ศพเกลื่อนห้องโถงใหญ่
“รนหาที่ตาย!”
เยี่ยเซียวพุ่งเข้าโจมตี ฟาดฝ่ามือเข้าใส่หญิงสาว
“ฆ่าเจ้าก่อน แล้วค่อยฆ่าคนอื่น ๆ แล้วกัน!”
หญิงสาวล้มเลิกความตั้งใจที่จะสังหารผู้นำกลุ่มเหล่านั้น นางกวัดแกว่งกระบี่ยาว พลังกระบี่อันแหลมคมพุ่งเข้าใส่แขนขวาของเยี่ยเซียว
“กล้าบุกรุกเข้ามาในพรรคมังกรแดงของพวกข้า ดูท่าเจ้าคงเบื่อชีวิตแล้วสินะ”
เยี่ยเซียวยิ้มเยาะ ฝ่ามือถูกปกคลุมด้วยวัตถุประหลาดบางอย่าง เหมือนถุงมือแต่ก็ไม่ใช่ถุงมือ
“ชิ้ง!”
เขาใช้มือเปล่าคว้าไปที่กระบี่ยาวของหญิงสาว เกิดสะเก็ดไฟลุกโชน แต่กลับไม่พบร่องรอยบาดแผลใด ๆ บนมือขวา หญิงสาวผงะเล็กน้อยและรีบชักกระบี่กลับ
กระบี่ยาวกลับไม่ขยับเขยื้อน ราวกับว่ามันหยั่งรากลงบนมือของเยี่ยเซียว ใบหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปกะทันหัน
นางมีพลังชำระไขกระดูกขั้นสอง ส่วนเยี่ยเซียวมีพลังชำระไขกระดูกขั้นหนึ่ง ทั้งสองต่างกันอยู่หนึ่งขั้น หากวัดกันที่พละกำลังภายในแล้ว หญิงสาวยังคงเป็นรองเยี่ยเซียว
หลิวอู๋เสียยืนนิ่งไม่ไหวติง การออกมาครั้งนี้ของเขาได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามาก หากหญิงสาวผู้นี้อยู่ที่สำนักศึกษาจักรวรรดิ นางคงเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น การท้าทายผู้ที่เหนือกว่าคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
ไม่คิดเลยว่าหัวหน้าทั้งสามของพรรคมังกรแดงจะมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า สมกับเป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมไร้ปรานี
หญิงสาวต่อสู้ตามแบบแผน หากนางใช้วิธีการเหมือนเยี่ยเซียว เยี่ยเซียวคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
ในด้านเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิง หญิงสาวยังคงเป็นรองเยี่ยเซียว นี่จึงเป็นโอกาสให้เขาคว้าความได้เปรียบ
“แม่นางน้อย เลิกดิ้นรนได้แล้ว ยอมแพ้แต่โดยดีเถอะ!”
เยี่ยเซียวหัวเราะชั่วร้าย จู่ ๆ แขนซ้ายที่ว่างเปล่าก็มีตะขอเหล็กพุ่งออกมา มุ่งตรงไปที่หน้าอกของหญิงสาว ท่าร่างประหลาดปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หากประมาทเลินเล่อเพียงนิดเดียว นางอาจต้องพบจุดจบก็เป็นได้
หญิงสาวผู้นั้นจนปัญญา จำต้องยอมสละกระบี่ยาว ร่างกายพลิกกลับหลบคมตะขอเหล็ก
ร่างกายยังไม่ทันได้ร่วงหล่น นางก็พุ่งตรงไปยังเฉียนคุน เป้าหมายของนางคือสังหารเฉียนคุน
“พี่ใหญ่ ข้าจัดการเอง!”
หลี่หวงจงต้องการแสดงความภักดี ก้าวเท้าไปข้างหน้า เตรียมจะจับกุมหญิงสาวผู้นั้นไว้
“เจ้าไม่ใช่คู่มือของนาง!”
เฉียนคุนขวางหลี่หวงจงเอาไว้ ร่างกายสั่นไหว ราวกับเคลื่อนย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง ปรากฏตัวต่อหน้าหญิงสาวผู้นั้น ฝ่ามือประทับลงมา
– โปรดติดตามตอนต่อไป –