ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 173 วายุอัสนีผสาน
“เจ้าหนู ระวังเจ้าเฉียนคุนให้ดี ถุงมือที่มันสวมอยู่นั่นเรียกว่าถุงมือวายุอัสนี มีพลังลมสายฟ้าแฝงอยู่ หากถูกมันโจมตีเข้า ถึงไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส”
หลังจากจัดการไก่ย่างไปหนึ่งตัว เฉินรั่วเยียนก็ใช้มือปาดริมฝีปาก ก่อนจะเตือนหลิวอู๋เสียให้ระวังถุงมือของเฉียนคุนให้ดี
ไม่ต้องรอให้นางเตือน หลิวอู๋เสียก็สังเกตเห็นความผิดปกติของถุงมือคู่นั้นเช่นกัน มันแผ่รังสีอำมหิตอย่างชัดเจน มันน่าจะเป็นอาวุธลึกล้ำขั้นสูงสุด อาวุธทั่วไปไม่อาจทำอันตรายมันได้แม้แต่น้อย
“ข้าไม่สนว่าใครส่งเจ้ามา เจ้าฆ่าน้องสามของข้า ข้าจะบดขยี้เจ้าให้แหลกเป็นผุยผง ดึงเอ็นเจ้า ถลกหนังเจ้า แขวนประจานบนยอดเสาให้ตากแดดสิบวันสิบคืน”
เฉียนคุนพูดออกมาทีละคำ ความโกรธแค้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ โต๊ะเก้าอี้ที่วางอยู่แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
สิ่งของทั้งหมดถูกพลังปราณซัดกระเด็นออกไปจนโล่ง เผยให้เห็นลานกว้างสำหรับให้ทั้งสองคนต่อสู้กัน
“ก็ต้องดูว่าเจ้ามีฝีมือพอหรือไม่!”
หลิวอู๋เสียไม่กล้าประมาท ยกดาบเสียเหรินขึ้น เจตจำนงดาบอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุม
“ดาบดี!”
เฉียนคุนชื่นชม ดาบในมือของหลิวอู๋เสียดึงดูดสายตาทันที
นี่ไม่ใช่แค่เพียงอาวุธลึกล้ำธรรมดา ตัวเขาเป็นปรมาจารย์หลอมอาวุธเช่นกัน จึงมองออกได้ทันทีว่าดาบในมือหลิวอู๋เสียนั้นอยู่ในระดับสูง
ไม่ด้อยไปกว่าถุงมือวายุอัสนีของเขาเลย
“ฟัน!”
หลิวอู๋เสียไม่ชอบพูดมาก เขามีเป้าหมายชัดเจน กวาดล้างพรรคมังกรแดง จากนั้นก็ทำภารกิจต่อไป เพียงเท่านั้น
ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงมาจากกลางอากาศ พลังดาบยาวกว่าสิบหมี่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง พื้นดินเริ่มแตกระเบิดราวกับเกิดแผ่นดินไหว
ไม่ต้องปกปิดฝีมืออีกต่อไป หลิวอู๋เสียต้องทุ่มสุดกำลัง ปราณแท้ไท่หวงหลั่งไหลออกมาดุจดังสายน้ำ
เยี่ยเซียวที่ยืนอยู่ตรงประตูถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ไม่แปลกใจเลยที่พี่ใหญ่ไม่ให้เขาลงมือ เจ้าเด็กนี่มันประหลาดนัก
ระดับพลังชำระวิญญาณแค่นี้ แต่พลังต่อสู้กลับเทียบเท่ากับระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสาม มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เฉียนคุนไม่รีบร้อน มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันอย่างลึกลับ พลังลมสายฟ้าแผ่ปกคลุมไปทั่วร่าง มือขวายกขึ้นคว้าไปที่พลังดาบ
นี่มันวิธีต่อสู้แบบไหน ใช้มือเปล่ารับคมดาบ
ดาบของหลิวอู๋เสียสามารถผ่าร่างของผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสองได้อย่างง่ายดาย ร่างกายของมนุษย์จะต้านทานไหวเชียวหรือ?
“ชิ้ง!”
ขณะที่ดาบกำลังพุ่งลงมา เฉียนคุนใช้มือเปล่ารับดาบเอาไว้ได้ เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งโถงใหญ่
“เพล้ง!”
ทันใดนั้นฝ่ามือก็ออกแรงบีบ พละกำลังภายในดาบของหลิวอู๋เสียแตกกระจายออกเป็นสี่ส่วน เฉียนคุนบีบอัดพลังดาบอย่างง่ายดาย ภาพตรงหน้าทำให้เฉินรั่วเยียนหน้าซีดเผือด นางคาดไม่ถึงว่าเฉียนคุนจะมีพลังน่ากลัวถึงเพียงนี้
หลิวอู๋เสียสีหน้ายังคงเดิม ดาบเสียเหรินยังคงพุ่งแทงออกไป ครั้งนี้มุมโจมตีนั้นยิ่งแปลกประหลาดยิ่งขึ้น เล็งตรงไปที่ศีรษะของเฉียนคุน
เฉียนคุนไม่สะทกสะท้าน ยื่นมือขวาออกไปอีกครั้ง จับไปที่ดาบเสียเหริน ตั้งใจจะใช้มือเปล่าแย่งอาวุธมา
ชั่วพริบตา!
ร่างของทั้งสองก็ปะทะกัน เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ มองไม่เห็นเงาของคนทั้งสองบนลานประลอง
หลิวอู๋เสียกระตุ้นกระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้าจนถึงขีดสุด วิชาตัวเบาของเฉียนคุนก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน การเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางนั้นยากจะคาดเดา
ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่อาจแยกแยะได้ว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน
“ตูม!”
“เคร้ง!”
ทั้งสองปะทะฝ่ามือกันหลายครั้ง ดาบเสียเหรินฟันลงบนแขนของเฉียนคุน แต่ก็ยังไม่สามารถสั่นสะเทือนได้ ชุดเกราะที่อีกฝ่ายสวมใส่แปลกประหลาดยิ่ง แทบจะป้องกันอาวุธทุกชนิดได้
ดาบเสียเหรินสามารถผ่าเสาเขาวัวได้ในดาบเดียว แต่ไม่อาจทำลายชุดเกราะของเฉียนคุนได้ นี่มันผิดปกติมาก
คลื่นพลังไร้สิ้นสุดแผ่ออกไปรอบทิศทางโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลาง วังวนขนาดใหญ่ปรากฏกลางห้องโถงใหญ่ ทั้งสองต่อสู้กันอยู่ใจกลางวังวน
หลิวอู๋เสียใช้วิชาดาบเลือดรุ้งแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังทำอะไรเฉียนคุนไม่ได้ นับตั้งแต่เริ่มฝึกวรยุทธ์มา หลิวอู๋เสียเพิ่งเคยพบกับคู่ต่อสู้ที่แท้จริงเป็นครั้งแรก
วิชาดาบฟาดฟันออกไป วิชาม่านตาภูตถูกกระตุ้น ความเร็วของเฉียนคุนช้าลงเรื่อย ๆ ดาบเสียเหรินเล็งไปที่ตำแหน่งใต้รักแร้ของเฉียนคุนสามนิ้ว
เฉียนคุนตกใจ วิชาฝ่ามือของเขาไร้ช่องโหว่ มันเหนือกว่าวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำทั่วไป ทว่าหลิวอู๋เสียกลับพบช่องโหว่อย่างรวดเร็ว เขารีบถอยหลังหลบการโจมตีที่ร้ายแรงในทันที
ดาบเสียเหรินแทงพลาด หลิวอู๋เสียไม่ถอยหลบ กลับพุ่งเข้าหา ครั้งนี้วิชาดาบยิ่งแปลกประหลาดยิ่งขึ้น
ไม่มีกระบวนท่าที่แน่ชัด เฉียนคุนทำได้เพียงหลบเลี่ยงเท่านั้น เขาโกรธจนตะโกนลั่น ฝ่ามือฟาดลงมาอย่างรุนแรง
กระแสปราณที่น่าสะพรึงกลัวพกพาพลังลมสายฟ้ามาด้วย หากหลิวอู๋เสียไม่หลบ คงถูกพลังลมสายฟ้าขยี้จนตาย
หลิวอู๋เสียไม่มีทางเลือกจึงถอยหลังหนึ่งก้าว เก็บดาบเสียเหริน แล้วใช้ฝ่ามือรับการโจมตี
ปราณแท้ไท่หวงไหลทะลักเข้าสู่ฝ่ามือ ขณะปรากฏราวกับอสูรร้ายคำราม ไม่เคยพบเห็นปราณแท้ที่น่ากลัวเช่นนี้มากมาก่อน
“ตูม!”
ปราณแท้ที่แตกต่างกันสองสายปะทะกัน เกิดคลื่นพลังอันไร้ขอบเขต
ทันใดนั้น!
ร่างของทั้งสองคนกระเด็นออกไปพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม วังวนตรงกลางหมุนต่อเนื่อง นานหนึ่งนาทีจึงค่อย ๆ หายไป
ความรู้สึกชาแล่นจากแขนเข้าสู่ร่าง ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์เคลื่อนไหว พลังลมสายฟ้าที่ไหลทะลักเข้ามาถูกกลืนกินจนหมดสิ้น
ภายในตันเถียนไท่หวงปรากฏสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ราวกับงูสีเงินตัวเล็ก ลอยอยู่เหนือโลกไท่หวง
เฉียนคุนสีหน้ามืดครึ้ม มือขวาสั่นเล็กน้อย ปราณแท้ไท่หวงมีพลังทำลายล้างสูง ถุงมือวายุอัสนีปรากฏรอยร้าวเล็ก ๆ เกือบแตกสลาย
สายตาจ้องเขม็งไปที่หลิวอู๋เสีย ประเมินอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาโด่งดังมาสามสิบปี หาคู่ต่อสู้ยาก วันนี้กลับถูกคนรุ่นหลังบีบคั้นถึงเพียงนี้
“เจ้าเป็นใครกันแน่? เมื่อไหร่กันที่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนมีตัวประหลาดเช่นนี้ปรากฏขึ้น”
เฉียนคุนในใจเริ่มหวั่นไหว ต่อสู้กันหลายร้อยกระบวนท่า กลับหาจุดอ่อนในตัวหลิวอู๋เสียไม่พบ ไม่เคยเจอคนที่รับมือยากเช่นนี้มาก่อน ครั้งแรกที่รู้สึกหวั่นไหวในขอบเขตของตัวเอง
เขาไม่เคยเห็นกระบวนท่าและปราณแท้ของหลิวอู๋เสียมาก่อน วิชาดาบที่ดูเรียบง่าย แต่ละท่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจ ยากที่จะป้องกัน
โดยเฉพาะปราณแท้ที่น่าสะพรึงกลัว เพียงพอที่จะทำลายทุกสิ่งได้
เฉินรั่วเยียนมีสีหน้าสงสัยเช่นกัน และอยากรู้ที่มาของหลิวอู๋เสีย นางล้วนรู้จักยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของราชวงศ์ต้าเยี่ยน มีเพียงหลิวอู๋เสียที่นางไม่คุ้นเคย
อายุเป็นสิ่งที่แสร้งทำไม่ได้ หลิวอู๋เสียไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่ถึงยี่สิบปี
อัจฉริยะเช่นนี้ เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีชื่อเสียง?
“ข้าบอกแล้วไง ว่าเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น!”
หลิวอู๋เสียยักไหล่ ไม่อยากอธิบายอะไรมากไปกว่านี้ เก็บดาบเสียเหรินเข้าฝัก หลังจากต่อสู้กันครู่หนึ่ง ในใจก็เริ่มมีแผนการแล้ว
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมพูด ข้าจะฉีกหน้ากากของเจ้าออก เดี๋ยวคงรู้ทุกอย่างเอง”
หลังจากปรับลมปราณชั่วครู่ ความรู้สึกไม่สบายแขนของเฉียนคุนก็หายไปจนหมดสิ้น พลังลมสายฟ้าก่อเกิดเป็นวังวนขนาดเล็กจำนวนมาก มือทั้งสองข้างประกบกัน วังวนเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกัน
“เจ้าหนู เจ้าต้องระวังให้ดี ตาเฒ่านี่ไม่ธรรมดา กระบวนท่านี้น่าจะเรียกว่าวายุอัสนีผสาน เมื่อก่อนอาศัยกระบวนท่านี้นี่แหละ เอาชนะยอดฝีมือมานับไม่ถ้วน”
เฉินรั่วเยียนรีบเตือน นางรู้เบื้องลึกของเฉียนคุนเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้หลิวอู๋เสียเสียเปรียบ จึงบอกกล่าวล่วงหน้า
อากาศโดยรอบถูกบีบอัดต่อเนื่อง ก่อตัวเป็นวังวนอยู่ด้านหลังของเฉียนคุน
ฟ้าร้องฟ้าผ่าส่งเสียงกึกก้องตรงใจกลางวังวน เฉียนคุนสร้างประทับมือ วังวนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ พยายามกลืนกินทุกคนที่อยู่ในนี้
โต๊ะเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้นระเบิดพร้อมกัน พวกมันทนแรงดูดของวังวนไม่ไหว ถูกดูดเข้าไปจนหมด
หญิงสาวที่ถูกจับตัวกรีดร้อง พวกนางควบคุมร่างกายไม่ได้ เดินไปทางวังวน
เฉินรั่วเยียนรีบพาหญิงสาวเหล่านี้ไปยังที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ
วังวนสีดำสนิทราวกับอสูรกินคน เสื้อคลุมของหลิวอู๋เสียถูกลมพัดกระพือ พลังที่มองไม่เห็นกำลังลากเขาไปทางวังวน
หลายเดือนมานี้ ยอดฝีมือที่พบเจอล้วนเป็นเพียงขยะเมื่อเทียบกับเฉียนคุน
เขามือขวายกขึ้น เตรียมพร้อมปลดปล่อยท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา หมัดทรราช!
ตันเถียนไท่หวงสั่นสะท้าน ต้นไม้โบราณสูงกว่าห้าหมี่ส่งเสียงดังครืน พลังธาตุไม้ที่น่าสะพรึงกลัวถูกถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายของหลิวอู๋เสีย
พลังหมัดควบแน่น ไร้ซึ่งพลังสะเทือนโลก ไร้ซึ่งคลื่นพลังน่ากลัว มันช่างเรียบง่าย สัมผัสไม่ได้ถึงความผันผวนของพลัง
ยิ่งเป็นเช่นนี้ ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น
เมื่อปลดปล่อยออกมา ท้ายที่สุดก็คือพลังแห่งสายฟ้า
เยี่ยเซียวกำหมัดแน่น อยากจะเข้าไปช่วยพี่ใหญ่ เขาต้องไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม เพื่อไม่ให้รบกวนพี่ใหญ่
คลื่นพลังปั่นป่วน ภาพวาดที่แขวนอยู่บนกำแพงหินทั้งสองด้านระเบิดออกพร้อมกัน
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง…”
ท้องโถงใหญ่ไม่อาจต้านทานได้ ส่งเสียงดังครืน เหมือนจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ก้อนหินขนาดเท่าอ่างน้ำตกลงมาจากเพดาน ทำเอาลูกน้องที่เฝ้าอยู่ด้านนอกพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เกรงว่าจะถูกทับอยู่ข้างใต้
แผ่นหินสีเขียวที่ปูอยู่บนพื้นแตกออกทีละนิ้ว พื้นดินเริ่มทรุดตัวลง กระแสน้ำจำนวนมากไหลทะลักออกมา ท่วมขาของทั้งสองคน
ไม่คิดเลยว่าข้างใต้นี้จะเป็นแม่น้ำใต้ดิน กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากพัดผ่านใต้เท้าของพวกเขา
เฉินรั่วเยียนใจหายวาบพลางกำหมัดแน่น เมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ ใบหน้าเล็ก ๆ เผยความเสียใจออกมา
“วายุอัสนีผสาน!”
เฉียนคุนตะโกนอย่างเย็นชา วังวนด้านหลังขยายใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน ปกคลุมทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ หลิวอู๋เสียถูกห่อหุ้มอยู่ภายใน หนีออกไปไม่ได้
ท่าไม้ตายขั้นสูงสุด แฝงไปด้วยพลังดูดกลืนที่น่าสะพรึงกลัว กวาดแผ่นหินบนพื้นตรงเข้าหาหลิวอู๋เสีย
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าควรตายได้แล้ว ไม่มีใครรอดชีวิตจากท่าไม้ตายนี้ได้หรอก”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังออกมาจากภายในวังวน
ผ่านมาหลายปีแล้วที่เฉียนคุนไม่ได้ใช้วิชานี้ ครั้งหนึ่งวิชานี้เคยทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังในสำนักศึกษาเทียนมู่
“กระบวนท่าไม่เลว แต่ถ้าคิดจะฆ่าข้า วิชานี้ยังไม่พอ!”
หลิวอู๋เสียยืนนิ่งราวกับภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางวังวน แม้ต้องเผชิญกับกระแสอากาศที่ราวกับจะฉีกกระชาก แต่ร่างของเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
รอบ ๆ ตัวปรากฏพลังที่มองไม่เห็น เมื่อเทียบกับพลังดูดกลืนของติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์แล้ว เฉียนคุนยังอ่อนด้อยเกินไป
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กลืนกินพลังลมสายฟ้าจนหมดสิ้น ไม่อาจทำร้ายเขาได้แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันช่วยให้เขาพัฒนาโลกไท่หวงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เฉียนคุนแสดงสีหน้าตื่นตระหนก หลิวอู๋เสียกำลังดูดกลืนพลังลมสายฟ้าของเขา
“เจ้าโจมตีข้ามานานแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าควรรับหมัดของข้าสักหมัดแล้ว!”
หลิวอู๋เสียก้าวขาออกมาจากวังวน พลังน่าอึดอัดฉีกกระชากเส้นทางให้เปิดออก
เฉินรั่วเยียนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นางรู้ดีถึงพลังของวิชาวายุอัสนีผสาน นางจึงใช้วิธีลอบโจมตี
ในการต่อสู้เป็นตาย นางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฉียนคุนอย่างแน่นอน
หมัดทรราชที่ดูธรรมดา แต่กลับแฝงไปด้วยพลังของทวยเทพ ราวกับเทพจุติ หลิวอู๋เสียเหยียบย่างบนหมู่เมฆ ดูราวกับเทพที่มองลงมายังโลกมนุษย์
วังวนที่เกิดจากการรวมพลังของวิชาวายุอัสนีผสานสั่นคลอนและระเบิดออก ไม่อาจต้านทานแรงกดขี่ของหมัดทรราชได้
“เป็นไปไม่ได้ นี่มันหมัดอะไรกัน!”
เฉียนคุนหวาดกลัว เขาก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง หมัดทรราชที่หลิวอู๋เสียใช้นั้นเกินกว่าความเข้าใจของเขา นี่ไม่ใช่วิชายุทธ์ที่มนุษย์จะใช้ได้ มีเพียงเทพเท่านั้นที่ใช้ได้
หมัดทรราชพุ่งเข้าใส่ร่างของเฉียนคุนด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ เขาไม่มีทางหลีกเลี่ยง ทำได้เพียงใช้ร่างกายต้านรับการโจมตีนี้
– โปรดติดตามตอนต่อไป –