ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 174 วังใต้ดิน
ภายในห้องโถงใหญ่เกิดลมพายุพัดกระหน่ำ เหล่าลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าประตูพยายามลืมตาขึ้น แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
“ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ…”
หมัดส่งเสียงหวีดหวิว ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ก้อนหินใหญ่ขนาดโอ่งน้ำพุ่งกระแทกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ใกล้จะพังทลายลงมา
หลิวอู๋เสียชูมือข้างเดียวขึ้น ราวกับหมัดสวรรค์ บดขยี้ลงมาอย่างรุนแรง
วังวนรุนแรงโหมกระหน่ำ เฉียนคุนไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้ ยากที่จะหนีพ้น เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นต้านรับหมัดทรราช
คลื่นปราณแท้กลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ นานา มีเพียงผู้มีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงเท่านั้นถึงจะสามารถควบแน่นปราณแท้เป็นรูปร่างได้ ทั้งสองคนไม่ใช่คนธรรมดา
“ตูม!”
“โครม!”
หมัดทรราชบดขยี้ลงมา เฉียนคุนกระเด็นออกไปทันที เลือดสดพุ่งกระฉูด ถุงมือวายุอัสนีปรากฏรอยแตกนับไม่ถ้วน ระเบิดกลางอากาศเป็นชิ้น ๆ
หมัดเดียวทำลายอาวุธลึกล้ำระดับสูง หมัดทรราชของหลิวอู๋เสียรุนแรงถึงระดับนี้แล้ว
สำหรับข้อได้เปรียบของหมัดทรราช ยิ่งบ่มเพาะพลังมากเท่าไหร่ มันจะมีพลังเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
“กร๊อบ!”
กระดูกมือแตกละเอียด เฉียนคุนรู้สึกเจ็บปวดจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้าตา สูญเสียถุงมือวายุอัสนี เท่ากับเสือร้ายสูญเสียเขี้ยวเล็บแหลมคม โทสะอันไร้ที่สิ้นสุดของหลิวอู๋เสียกำลังรอเขาอยู่
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เฉียนคุนหายใจเข้าลึก ใบหน้าซีดขาว มือทั้งสองข้างถือว่าพิการแล้ว
หลิวอู๋เสียก้าวเท้าไปหาเฉียนคุนทีละก้าว หมัดเมื่อเมื่อครู่ดูดปราณแท้ของเขาไปประมาณเจ็ดส่วน ตันเถียนไท่หวงเหือดแห้งชั่วขณะ เขาหยิบโอสถออกมาหนึ่งกำมือกลืนลงคอ ปราณแท้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ดูดกลืนอย่างต่อเนื่อง พลังปราณโดยรอบถูกดูดซับเข้าไป กลายเป็นของเหลวไหลเข้าสู่ตันเถียน
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ปราณแท้ฟื้นตัวประมาณห้าส่วน ความเร็วในการฟื้นตัวช่างน่าขนลุก
ดาบเสียเหรินถูกชักออกมาอีกครั้ง จำเป็นต้องจบการต่อสู้โดยเร็ว พรรคมังกรแดงยังมีคนอีกกว่าพันคน ต้องฆ่าเฉียนคุนเท่านั้น ถึงจะทำให้พวกมันหวาดกลัวไม่กล้าลงมือ
คมดาบฟาดฟันลงไปอย่างรุนแรง รวดเร็วราวสายฟ้า ไม่เปิดโอกาสให้เฉียนคุนได้ตั้งตัว
“ตูม!”
แสงดาบยังไม่ทันตกลง ก็มีโพรงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่กำแพงในระยะไกล ทันใดนั้นตะขอเหล็กก็เกี่ยวเข้ากับเสื้อผ้าของเฉียนคุน ดึงร่างของเขาเข้าไปในโพรง
“ไม่ดีแน่!”
หลิวอู๋เสียพึมพำ เขาไม่ได้ระวังเยี่ยเซียว ปล่อยให้เยี่ยเซียวช่วยเฉียนคุนไปได้
เขาพุ่งตัวเข้าไปในโพรงอย่างรวดเร็ว ข้างในมืดสนิท มองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว เพิ่งจะก้าวเท้าออกไป ก็มีอาวุธลับและลูกธนูพุ่งเข้ามาใส่จำนวนนับไม่ถ้วน หลิวอู๋เสียไม่มีทางเลือกจึงต้องถอยออกมา
ที่นี่มีกับดักและทางลับมากเกินไป พรรคมังกรแดงตั้งตระหง่านอยู่ได้หลายปี ก็อาศัยภูมิประเทศที่ได้เปรียบมาโดยตลอด มั่นคงราวกับภูเขาไท่ซาน
หัวหน้าใหญ่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิวอู๋เสีย พวกผู้นำตัวน้อยข้างนอกก็ถูกหลิวอู๋เสียข่มขวัญจนหนีไปหมดแล้ว พวกเขาคงซ่อนตัวอยู่ที่เชิงเขา
“พวกเราควรทำอย่างไรดี เฉียนคุนขุดทางเดินไว้มากมาย ซับซ้อนวุ่นวาย ข้างในมีเสบียงอาหารจำนวนมาก ตามหาครึ่งปีก็อาจจะหาพวกเขาไม่พบ”
เฉินรั่วเยียนเดินเข้ามา ใบหน้าเผยความกังวลออกมาเล็กน้อย เกือบจะฆ่าเฉียนคุนได้อยู่แล้ว แต่ในวินาทีสุดท้ายกลับพลาดไป
“ต่อให้เขาซ่อนอยู่ใต้ดิน ข้าก็หาตัวเขาพบ”
หลิวอู๋เสียรอครึ่งปีไม่ได้ เขามีเวลาจำกัด จำเป็นต้องฆ่าเฉียนคุนโดยเร็วที่สุด
เก็บศีรษะของหลี่หวงจงไว้ ตอนกลับไปต้องนำไปมอบ ส่วนร่างกายกลายเป็นเพียงหนังหุ้มกระดูก พลังถูกหลิวอู๋เสียกลืนกินไปแล้ว
“เจ้ามีวิธีหาตัวพวกเขาหรือ?”
เฉินรั่วเยียนถามอย่างตื่นเต้น เฉียนคุนได้รับบาดเจ็บสาหัส แค่เยี่ยเซียวคนเดียวคงไม่น่าเป็นห่วง
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของข้า เจ้ารีบพาพวกนางออกไปจากที่นี่”
หลิวอู๋เสียไม่ต้องการสุงสิงกับคนของราชวงศ์มากนัก เขาให้เฉินรั่วเยียนพาหญิงสาวที่ถูกจับตัวสิบกว่าคนออกจากภูเขาหัวมังกร สาเหตุหลักคือเขาไม่ต้องการเปิดเผยม่านตาภูต
ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ทุกสิ่งล้วนปรากฏชัดภายใต้ม่านตาภูต แม้พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน เขาก็สามารถลากตัวออกมาได้
“ข้าไม่ไป ข้าจะฆ่ามันก่อน”
เฉินรั่วเยียนต้องการอยู่กับหลิวอู๋เสีย ฆ่าเฉียนคุนให้ตายก่อนจึงจะยอมเลิกรา
อีกฝ่ายเป็นถึงองค์หญิงสามแห่งราชวงศ์ หลิวอู๋เสียไม่กล้าไล่นางออกไป อีกทั้งที่นี่ยังเป็นภูเขาหัวมังกร เขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายการกระทำของเฉินรั่วเยียน
“แล้วพวกนาง?”
หลิวอู๋เสียชี้นิ้วไปที่เหล่าหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่ด้านข้าง พวกนางมีพลังยุทธ์ต่ำต้อย หากอยู่ที่นี่ต่อไปคงถูกพวกผู้นำกลุ่มฆ่าแน่
ทั้งสองคนตกอยู่ในความลำบากใจ ไม่อาจทิ้งพวกนางไว้ที่นี่ได้ พวกนางจะถูกฆ่าตายในไม่ช้า
“ฝากพวกนางไว้กับข้าเถอะ ข้ารู้จักห้องลับแห่งหนึ่ง พาพวกนางไปซ่อนตัวก่อน”
สาวใช้คนหนึ่งเดินออกมาจากซากปรักหักพัง หญิงสาวเหล่านี้ล้วนถูกพรรคมังกรแดงจับตัวมา ทั้งโกรธแค้นทั้งหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปาก
หลิวอู๋เสียเอาชนะเฉียนคุนได้ ความกล้าจึงเพิ่มขึ้น
หลังจากจัดการเรื่องของหญิงสาวเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว หลิวอู๋เสียก็พุ่งตัวไปที่ประตูข้างอย่างรวดเร็ว ราวกับดาวตก
หากปล่อยให้เฉียนคุนรักษาอาการบาดเจ็บได้ การจะฆ่าเขาอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ใครจะไปรู้ว่าที่นี่ยังมีทางลับอื่น ๆ ที่สามารถหลบหนีออกไปได้อีก
“รอข้าด้วย!”
เฉินรั่วเยียนรีบไล่ตามไป ทั้งสองคนวิ่งไปข้างหน้า ยิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ ทางลับก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ระหว่างทางพบกับสมาชิกพรรคมังกรแดงมากมาย ทั้งสองคนลงมือฆ่าจนหมดสิ้น
หลังจากวิ่งไปได้ครู่หนึ่ง ข้างหน้าก็ปรากฏทางแยก ไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนต่อ
เฉินรั่วเยียนเหนื่อยจนหอบหายใจไม่ทัน สถานที่คับแคบเช่นนี้ไม่เหมาะกับการเดินทางของนางเลย
“หาที่ซ่อนของพวกมันเจอแล้วหรือยัง?”
เฉินรั่วเยียนยื่นมือขวาค้ำกำแพง พลางหอบหายใจหนัก แล้วถามหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียไม่ได้สนใจนาง เขาใช้ม่านตาภูตมองทะลุกำแพงหินไปทีละชั้น เห็นภาพในระยะสองร้อยหมี่ได้อย่างชัดเจน
“กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามรูจริง ๆ!”
หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเล็กน้อย จู่ ๆ ก็ฟาดฝ่ามือลงบนกำแพงหินด้านขวา โดยไม่ได้เลือกทางแยกทั้งสองทาง
“ตูม!”
กำแพงหินที่ดูแข็งแกร่งกลับกลายเป็นแผ่นหินหนาไม่กี่นิ้ว แตกเป็นเสี่ยง ๆ ในครั้งเดียว เผยให้เห็นทางเดินที่สูงกว่าคนหนึ่งคน
หลังจากเข้าไปแล้ว สภาพแวดล้อมค่อนข้างแห้ง ซึ่งแตกต่างจากทางเดินด้านนอกเล็กน้อย
“มีรอยเลือด!”
หลังจากเข้ามา เฉินรั่วเยียนก็พบรอยเลือดบนกำแพงหิน น่าจะเป็นเลือดของเฉียนคุน
หลิวอู๋เสียถือดาบเสียเหรินในมือ ก่อนจะกระตุ้นเพลงเท้าเจ็ดดารา วิชาตัวเบานี้เหมาะสำหรับการเดินทางในสถานที่แคบ ๆ
เฉินรั่วเยียนเดินตามหลังมาพลางเม้มปากเล็กน้อย รู้ว่าหลิวอู๋เสียยังโกรธนางอยู่ เมื่อวานอยู่ดี ๆ ก็ต่อสู้กัน แล้วยังใส่ร้ายว่าเขาเป็นคนของพรรคมังกรแดงอีก
หลิวอู๋เสียไม่ได้สนใจนาง ที่จริงแล้วไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อวาน เขาแค่ไม่อยากใกล้ชิดกับนางมากเกินไป
หลังจากเดินไปประมาณสองร้อยหมี่ ด้านหน้าก็ปรากฏประตูหินขวางทางพวกเขาไว้
“ไม่มีทางไปแล้ว!”
เฉินรั่วเยียนชักกระบี่ยาวออกมา ตั้งใจจะแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ ฟันกระบี่ใส่ประตูหิน
“ชิ้ง!”
สะเก็ดไฟกระจายไปทั่ว ประตูหินไม่ขยับเขยื้อน ไม่มีแม้แต่รอยกระบี่
“อย่าเสียแรงเลย นี่คือหินเพชร กระบี่ธรรมดาไม่อาจทำลายได้”
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว เฉียนคุนซ่อนตัวอยู่ข้างใน หากต้องการฆ่าเขาต้องพังประตูหินบานนี้ให้ได้
ทั้งสองข้างเป็นกำแพงหน้าผาหนาทึบ หากต้องการขุดจากด้านข้างไปคงต้องใช้เวลาหนึ่งปี
ม่านตาภูตมองทะลุประตูหิน ภาพข้างในปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิวอู๋เสียอย่างชัดเจน
“พี่ใหญ่สบายใจได้ ที่นี่มีเสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์ จงรักษาอาการบาดเจ็บให้หายดีก่อน เมื่อหายดีแล้ว พวกเราจะฆ่าพวกมันด้วยกัน”
เยี่ยเซียวประคองเฉียนคุนนั่งลงบนเก้าอี้ที่สะอาดสะอ้าน ที่นี่กลับกลายเป็นวังใต้ดิน เครื่องใช้ทุกอย่างครบครัน แถมยังมีเสบียงอาหารกองโต
แม่น้ำใต้ดินไหลผ่านพอดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน มิน่าล่ะไม่มีใครกำจัดพรรคมังกรแดงได้
“ขอบใจเจ้ามากน้องรอง!”
มือทั้งสองข้างของเฉียนคุนยังคงสั่นเทา เขาใช้มือเปล่ารับหมัดของหลิวอู๋เสียจนถุงมือวายุอัสนีแตกละเอียด มือทั้งสองข้างเละเทะจนเห็นกระดูก
ถ้าเยี่ยเซียวไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วย เขาคงต้องตายด้วยน้ำมือของหลิวอู๋เสียไปแล้ว
“พี่ใหญ่ มือของท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
เยี่ยเซียวมีสีหน้ากังวล หากปราศจากพี่ใหญ่คอยควบคุม พรรคมังกรแดงคงล่มสลายในไม่ช้า
เมื่อมองไปที่กระดูกมือที่โผล่ออกมา เฉียนคุนรู้สึกเจ็บจนต้องสูดหายใจเข้าลึก เมื่อครู่มัวแต่คิดหนีเอาชีวิต จึงไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด
“หมัดของเจ้าหนูนี่ประหลาดนัก มันมีลมปราณอันแข็งแกร่ง ทำให้เส้นชีพจรของข้าได้รับบาดเจ็บ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนในการฟื้นฟู”
เมื่อนึกถึงหมัดนั้น เฉียนคุนก็รู้สึกหวาดกลัว แม้แต่ถุงมือวายุอัสนีก็ไม่สามารถต้านทานได้ หากเป็นหมัดเปล่า ๆ เฉียนคุนเกรงว่าแขนทั้งแขนคงต้องแหลกสลาย
“พี่ใหญ่ วันนี้แปลกนัก หากมีผู้ใดคิดรุกรานพรรคมังกรแดงของเรา เบื้องบนจะส่งคนมาแจ้งล่วงหน้า ทำไมครั้งนี้กลับไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลย”
เยี่ยเซียวเดินไปมาในห้อง เขานึกไม่ออกจริง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีผู้คนมากมายคิดจะโจมตีพรรคมังกรแดง
หากคู่ต่อสู้แข็งแกร่งเกินไปก็หลบซ่อนตัว หากคู่ต่อสู้อ่อนแอกว่าก็กำจัดทิ้ง พวกเขาจึงอยู่รอดปลอดภัยมาได้ตลอด
แม้แต่องค์หญิงสามแห่งราชวงศ์ก็ยังมา แล้วจู่ ๆ ก็มีสุดยอดฝีมือหนุ่มปรากฏตัวขึ้นอีก
“ข้าสงสัยว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในเมืองหลวง เบื้องบนจึงไม่มีเวลาแจ้งพวกเรา”
เฉียนคุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ทั้งสองคนจมอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาทำได้เพียงรอให้อาการบาดเจ็บหายดี ฆ่าหลิวอู๋เสีย แล้วจึงติดต่อกับเบื้องบน
ด้านนอกประตูหิน เฉินรั่วเยียนฟันกระบี่ไปกว่าสิบครั้ง หินเพชรที่หนาแน่นไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มีเพียงรอยกระบี่ตื้นลึกเท่านั้น
“นี่ เจ้าคิดหาวิธีสิ! หรือว่าเราจะเฝ้าอยู่ตรงนี้ตลอดไป”
หลังจากเข้ามา หลิวอู๋เสียก็ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา
“กลไกอยู่ด้านหลังประตูหิน ถ้าไม่เปิดจากด้านใน ก็ไม่มีทางเปิดได้”
หลิวอู๋เสียตรวจสอบอยู่นาน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าไม่มีทางเปิดประตูหินได้ นั่นหมายความว่าความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า
“หรือจะปล่อยให้สุนัขแก่เฉียนคุนมีชีวิตอยู่ต่อไป หากมันมีชีวิตอยู่ ก็จะมีคนมากมายต้องประสบเคราะห์กรรม เราต้องกำจัดมันโดยเร็วที่สุด”
เฉินรั่วเยียนกัดฟันแน่น แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เฉียนคุนทำเรื่องชั่วร้ายมากมายแค่ไหนกัน ถึงทำให้นางโกรธถึงเพียงนี้
“วางใจเถอะ เขามีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงวันนี้หรอก!”
หลิวอู๋เสียแสยะยิ้มเย็นชา เขาต้องเด็ดหัวเฉียนคุน แล้วมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาซีเหลียงเพื่อทำภารกิจทั้งสามให้สำเร็จโดยเร็ว
“เจ้ามีวิธีเปิดประตูหิน!”
เฉินรั่วเยียนตื่นเต้นมาก
หลิวอู๋เสียได้แต่นิ่งเงียบ
หลิวอู๋เสียมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังประตูหินอย่างชัดเจน รวมถึงบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง สิ่งที่ทำให้หลิวอู๋เสียตกใจคือ… พวกเขามีความเกี่ยวข้องกับผู้มีตำแหน่งระดับสูงของเมืองหลวง
พรรคมังกรแดงน่าจะมีบุคคลสำคัญหนุนหลัง ไม่ใช่แค่กลุ่มโจรป่าธรรมดา สามารถใช้ประโยชน์ได้ในยามจำเป็น แต่ยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริง
“เจ้าถอยไปข้างหลัง!”
เขาให้เฉินรั่วเยียนถอยห่างออกไป จนกระทั่งถึงทางเดินจึงหยุดลง
หลิวอู๋เสียยืนอยู่หน้าประตูหิน สองมือสร้างประทับมือประหลาดมากมาย
เฉินรั่วเยียนมองดูด้วยความสับสน ในฐานะองค์หญิงสามแห่งราชวงศ์ นางเคยพบเจอผู้คนมากมาย แต่หลิวอู๋เสียกลับให้นางรู้สึกเหมือนปริศนา นางไม่อาจเข้าใจชายผู้นี้ได้
– โปรดติดตามตอนต่อไป –